[Bleach] New life Shinigami - (ichiruki)

ตอนที่ 10 : Ch.9 [ที่มาของพลัง]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 มิ.ย. 62

[ที่มาของพลัง]







“ฉันก็ไปรู้เรื่องของเจ๊ฉันมาน่ะสิ!! อิจิโกะ เจ้าคนไร้น้ำยา ชอบทำให้เจ๊ฉันเดือดร้อน จนเจ๊ของฉันใช้พลังยมทูตไม่ได้แล้ว เจ้าโง่เอ้ย!”


“คอน!!” 0_0


“มันหมายความว่าอย่างไง ลูเคีย...” พอผมฟังที่คอน ตุ๊กตาสิงโตตัวเน่าๆพูดจบ ผมก็หันไปจ้องคนตรงหน้าผม


“........................” เงียบบบ


“เฮ้...ฉันถามเธออยู่นะลูเคีย ที่คอนมันพูดหมายความว่าอย่างไง !!” ผมเห็นเธอเอาแต่ก้มหน้าเงียบ 


“ก็เจ๊ของฉันน่ะ...มอบ....อั้กกกก..!!” คอนที่กำลังจะเปิดปากพูดเรื่องทั้งหมด จู่ๆยัยลูเคียก็เอามือของเธอมาปิดปาก เอิ่มมม..เรียกว่าใช้เท้าเหยียบจะดีกว่า จนคอนสลบไปเลย


“เจ้าคงง่วงแล้วสินะ เราไปนอนกันดีกว่าเนอะ คอน!!” น้ำเสียงออกจะฟังดูอำมหิตไปหน่อย


“ลูเคีย เดี๋ยวก่อนเซ่...!!” และเธอที่กำลังจะเดินหนีผมกลับไปที่ตู้นอนของเธอ


“ไม่มีอะไรหรอกน่า อิจิโกะ!! แค่เจ้าตั้งใจทำหน้าที่ของเจ้าก็เพียงพอแล้ว เรื่องของข้าอย่ามายุ่ง” เธอพูดโดยไม่ยอมหันมามองผม ก่อนที่เธอจะ...


ครืนนนนน...ปึก...!! เปิดประตูตู้เก็บของและปิดมันลงในทันที


...ลูเคีย นี่มันเรื่องอะไรกัน...
...ที่เจ้าคอนมันพูดหมายความว่าอย่างไง...
...ใช้พลังของยมทูตไม่ได้อย่างงั้นหรอ...


[ ณ ตอนเช้า ]


ครืนนนนนน.....


“อิจิโกะ เจ้าหน้าโง่ ตื่นได้แล้ว...เอ๊ะ? ไม่อยู่นี่น่า” พอฉันจัดการแต่งตัวเสร็จ ในทุกๆเช้าเหมือนเมื่อก่อน ฉันก็ต้องออกมาปลุกเจ้าเซ่อจอมขี้เกรียจให้ลุกขึ้นจากที่นอนเป็นประจำ เพื่อที่จะไม่ให้ไปโรงเรียนสาย แต่วันนี้เจ้าเซ่อนั่นหายไปไหนแต่เช้าเลย...


“zzzZzZzzZZZ” ส่วนคอนก็หลับอยู่ โทษฐานที่เมื่อวานปากมาก ฉันเลยเอาเทปกาวพันปากมันไว้ แล้วคลึงมันไว้กับผนังตู้เก็บของ


“ยูซึ อิจิโกะล่ะ?” ฉันเดินลงมาข้างล่าง ก่อนจะหันไปถามน้องสาวคนเล็กที่กำลังนั่งทานข้าวเช้าอยู่ที่โต๊ะกับคาริน


“พี่ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วละคะ หนูยังแปลกใจเลยที่พี่เค้าตื่นเช้า”


“อย่างงั้นหรอกหรอ”


ตึก...ตึก..ตึก...ตึก...!! เหมือนอะไรเดินผ่านหน้าเลย และกำลังจะเดินขึ้นไปบนชั้นสอง


“ตาแก่จะไปไหนน่ะ..ถ้าพี่อิจิละก็ ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว” คารินพูดขึ้นก่อนที่จะตักข้าวเข้าปากไปคำนึง


“ม่ายยยยจริงงงงง..!! อย่างเจ้าอิจิโกะเนี่ยนะตื่นเช้าไปโรงเรียนน่ะ มาซากิ วันนี้คงฝนตกหนักฟ้าผ่าหิมะถล่มดินทลายแน่ๆเลยละ แม่จร้าาา..!!!”


ผลัวะ......!!!


“เว่อไปแล้วมั้งตาแก่บ้า!! อิ่มแล้วละ ไปก่อนนะคะ” คารินชกเข้าไปที่หน้าของท่านลุงนึงที ก่อนจะวางตะเกียบ และหยิบกระเป๋าออกจากบ้านไป


“แหมมม..คารินจัง รอกันบ้างสิ” ยูซึทำหน้างอลๆก่อนจะวิ่งตามเธอออกไป


“งะ..งั้นข้าก็ขอตัวด้วยเหมือนกันคะ” ฉันที่กำลังจะลุกขึ้น แต่ทว่า...


“หนูลูเคีย ยังไม่ได้บอกกับเจ้าอิจิโกะสินะ” จู่ๆท่านลุงก็พูดขึ้นมาอย่างจริงจัง


“...ยังคะ” ฉันเงียบไปนิดนึงก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆ


“เฮ้อ...พ่อก็ไม่ได้บังคับให้หนูบอกมันหรอกนะ แต่คนอย่างเจ้าอิจิโกะน่ะ ถ้ามันอยากรู้เรื่องอะไรมันจะต้องรู้ให้ได้ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมันและหนูแล้ว มันยิ่งอยู่นิ่งไม่ได้หรอกนะ”


“คะ...เรื่องนั้นข้ารู้ดีเลยละ” 


[ ร้าน อุราฮาระ ]


ปังงง...ปังงง...ปังงง...!!!


“เฮ้...มีใครอยู่มั้ย คุณอุราฮาระ คุณเท็ตไซ จิตะ อุรุรุ ผมคุโรซากิ อิจิโกะ ผมมีเรื่องจะถามคุณ....เฮ้..!!! มีใครอยู่มั้งฟะ !!!” ที่ผมตื่นมาตั้งแต่เช้าก็เพื่อที่จะมาหาคุณอุราฮาระเนี่ยละ หมอนั่นจะต้องรู้แน่นอนว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูเคีย 


“หนวกหูจริงเว้ยแกเนี่ย..!!!” รูปร่างแบบนี้ ทรงผมรวบทั้งสีผมสีแดงนั่น รอยสักตรงหัวคิ้วและช่วงลำตัว เพราะตอนนี้มันใส่เสื้อกร้ามสีขาวอยู่เลยเห็นได้อย่างชัดเจน และก็ผ้าโพกหัวเห่ยๆนั้นอีก 


“เร็นจิ !! ”


“ก็เออสิวะ และก็ผ้าโพกหัวของข้าไม่ได้เห่ยนะเว้ย..!!” เราคิดในใจมันยังได้ยินสิ่งที่เราคิดด้วยหรอ หมอนี่มันเป็นยมทูตที่สามารถอ่านความคิดของคนอื่นได้หรืออย่างไงกันวะ


“เออๆ รู้แล้วละน่า แล้วแกมาอยู่ที่นี่ได้ไง?”


“อ้าวๆ...คุณคุโรซากินั่นเอง วันนี้คุณไม่ได้ไปโรงเรียนหรือไงครับ โดดเรียนแบบนี้เป็นเด็กไม่ดีนะครับ..” ตาลุงซกมก เสื้อผ้าสีเขียวเข้มเชยๆ แถมใส่รองเท้าเกี๊ยะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในมือถือไม้เท้าคู่ใจ หรือเรียกว่าดาบฟันวิญญาณของหมอนั่นก็ได้


“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง บอกผมเรื่องลูเคียมาให้หมดเลยนะครับ..!!” ผมเดินตรงไปคว้าที่คอเสื้อของคุณอุราฮาระทันที และพูดอย่างใส่อารมณ์


“จะ..ใจเย็นๆสิครับ คุณคุโรซากิ ชะ..เชิญมานั่งคุยกันข้างในก่อนสิครับ ดื่มชาไปด้วยคุยกันไปด้วยเป็นความคิดที่ดีคุณว่าจริงมั้ย”


“เอาละ ทีนี้ก็บอกผมมาได้แล้ว ที่ผมได้ยินมาว่าลูเคียใช้พลังของยมทูตไม่ได้มันหมายความว่าอย่างไง” ทั้งสามคน ผม เร็นจิ และคุณอุราฮาระ ได้มานั่งกันที่ห้องรับรอง และเราก็นั่งกันอยู่คนละมุม


“เอ่ออ..คุณไปรู้เรื่องนั้นมาจากใครกันครับ คอนหรือว่าพ่อของคุณกันครับ? คุณคุโรซากิ” 


“นี่ป๋าของผมก็รู้เรื่องนี้อย่างงั้นหรอ!?” ใช่สิเมื่อตอนนั้นเหมือนป๋าจะเคยพูดอะไรออกมาแปลกๆ


...“อิจิโกะ..ความจริงแล้ว...หนะ”...(ch.1)


“เป็นเจ้าสิงโตจอมลามกนั่นจริงๆด้วยสินะ” เร็นจิบ่นพึมพำอยู่คนเดียว


“ฉันรู้มาจากใครก็ช่างฉันเถอะน่า ตอบมาซะทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูเคีย...!! เร็นจินายก็รู้ใช่มั้ย งั้นตอบฉันมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น !!” ผมหันไปกระชากคอเสื้อของเร็นจิ ก่อนที่จะพูดเสียงดังออกมา


“เอ่ออ...คะ..คือว่า ฉันบอกไม่ได้ ลูเคียไม่ให้ฉันบอกกับนาย ขอโทษนะ อิจิโกะ”


“โธ่เว้ย...คุณอุราฮาระ มันเกิดอะไรขึ้นครับ!? มันเกี่ยวกับพลังยมทูตของผมที่ได้กลับคืนมาใช่มั้ยครับ!?” ผมปล่อยคอเสื้อของเร็นจิก่อนจะหันมาถามคนตรงหน้า


“ถูกต้องเลยละครับ”


“คุณอุราฮาระ!!” เร็นจิตะโกนขึ้นมาเสียงดังเช่นกัน


“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ คุณอาบาไร คุณไม่ได้ผิดสัญญากับคุณคุจิกิหรอกนะครับ ถือชะว่าผมเป็นคนบอกคุณคุโรซากิเองก็แล้วกัน” 


“ที่บอกว่าเกี่ยวกับพลังยมทูตของผมที่กลับคืนมา เรื่องมันเป็นมาอย่างไงครับ?” ผมไม่รอช้ารีบเปิดประเด็นเข้าเรื่องเลย


“พลังยมทูตของคุณที่ได้รับกลับคืนมา คือพลังของคุณคุจิกิน่ะครับ”


“อืม...เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว คุณก็เคยเล่าให้ผมฟังว่าลูเคียเป็นคนรวบรวมพลังวิญญาณของทุกคน...ของทุกคน หรือว่า !!!” 


“ใช่แล้วละครับ พลังที่คุณได้รับทั้งหมด เป็นของคุณคุจิกิ ลูเคีย แต่เพียงผู้เดียว” พอผมได้ยินสิ่งที่คุณอุราฮาระพูด กับสิ่งที่ผมสงสัยเมื่อกี้ มันกลายเป็นสิ่งเดียวกัน เล่นทำเอาผมอึ้งไปเลย เหมือนกับไม่เชื่อในสิ่งที่กำลังพูดคุยกันอยู่


“นายอาจจะไม่อยากเชื่อก็ได้นะ นายก็รู้ใช่มั้ยว่าพลังของนายมันมีมากมหาศาลขนาดไหน แล้วอย่างลูเคียคนเดียวจะทำได้อย่างไง นายคิดแบบนี้ใช่มั้ย” เร็นจิเปิดปากพูดขึ้นมาบ้าง


“คุณคุโรซากิครับ คุณรู้ใช่มั้ยครับว่าการที่ยมทูตให้พลังกับมนุษย์มันเป็นเรื่องต้องห้ามและผิดกฏ” ผมทำได้แค่พยักหน้าตอบกลับไป


“...และยิ่งถ้าให้พลังกับคุณแล้ว คงต้องขนคนมาสัก1000คน เพื่อถ่ายพลังวิญญาณให้กับคุณ” พูดอุราฮาระพูดต่อ เมื่อเห็นผมพยักหน้าตอบมา


“ตอนแรกลูเคียแอบที่จะช่วยนายอย่างเงียบๆคนเดียว เพราะรู้ดีว่ามันผิดกฏ แต่สุดท้ายหัวหน้าใหญ่แห่ง13หน่วยพิทักษ์ ก็รู้เรื่องนี้จนได้” เร็นจิที่เสริมขึ้นมา


“แล้วลูเคียโดนลงโทษงั้นหรอ!?” ผมที่คิดว่าถ้าไปถึงหูหัวหน้าใหญ่ ลูเคียคงไม่รอดแน่ เธอต้องโดนลงโทษเพราะเขาอีกแน่นอน


“จะบอกว่าโดนหรือไม่โดนดีละ...ฉันก็พูดไม่ได้เต็มปากนักหรอกนะ แฮะๆ” เร็นจิเกาหัวแกรกๆ


“แล้วตกลงมันโดนหรือไม่โดนละฟะ...พูดให้มันชัดเจนหน่อยได้มั้ย เร็นจิ !!”


“เออๆ เรื่องโดนไม่โดนเอาไว้ก่อนเถอะน่า...พอลูเคียอธิบายเรื่องราวทั้งหมดและบอกเหตุผลที่ต้องการที่จะช่วยเหลือนายแล้ว ท่านหัวหน้าใหญ่ก็เลยเข้าใจ”


“เข้าใจในเหตุผลงั้นหรอ?” โซลโซไซตี้เข้มงวดเรื่องกฏจะตายทำไมถึงช่วยเหลือเราล่ะ...?


“คุณคงกำลังคิดว่าโซลโซไซตี้ที่เข้มงวดเรื่องกฏยิ่งกว่าอะไร ทำไมถึงยอมเข้าใจและให้ความช่วยเหลือคุณใช่มั้ยละครับ คุณคุโรซากิ” หมอนี่ก็มีความสามารถในการอ่านความคิดของคนอื่นได้อย่างงั้นหรอ...


“เพราะว่านายจัดการล้มไอเซ็นได้อย่างไงละ นายถือว่าเป็นผู้มีพระคุณสำหรับพวกเรา แต่เรื่องการมอบพลังให้กับมนุษย์ก็เป็นเรื่องที่ผิดกฏอยู่ดีละนะ...” เร็นจิยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา


“...แต่คนที่พูดขัดขึ้นมาว่า ‘กฏพวกนั้นไม่เห็นจะต้องไปสนใจมันเลย ผู้ที่มีพระคุณกับเรา เราสมครวที่จะต้องตอบแทนไม่ใช่รึ’ หัวหน้าคุจิกิน่ะ”


“ห้ะ..!! เบียคุยะน่ะนะ..!!!!” ผมนี่นิ่งอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าคนอย่างหมอนั่นจะพูดแบบนี้


“คงจะพูดเพื่อช่วยน้องสาวของเขามากกว่าละนะครับ ฮ่าๆๆ” ก็จริงละนะ เพราะอีกในนึงถ้าลูเคียเกิดคิดจะทำจริงๆขึ้นมา มันก็ถือว่าผิดกฏแล้ว ลูเคียคงโดนประหารรอบที่สองไปแล้วละ


“แล้วหลังจากนั้นท่านหัวหน้าใหญ่และหัวหน้าหน่วยทุกท่านก็ลงความเห็นว่าจะช่วยฟื้นคืนพลังยมทูตให้กับนาย รวมทั้งรองหัวหน้าหน่วยและคนที่รู้จักนาย” คราวนี้เร็นจินั่งเท้าค้างพร้อมกับกินขนมไปด้วยขณะที่พูดจบ


“นั่นไง ฉันก็ต้องขอบคุณพวกนายที่ช่วยฉัน...”


“แต่มันก็ทำไม่ได้ครับ” จู่ๆคุณอุราฮาระก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อนที่ผมจะพูดจบ


“หมายความว่าไง...ตอนนี้ฉันก็ได้พลังยมทูตคืนมาแล้ว ทำไมถึงพูดแบบนั้นออกมาละ มันก็สำเร็จแล้วนี่น่า !!” ผมพยายามพูดภาพรวมที่มันเกิดขึ้นจริงในตอนนี้ เพราะในเมื่อทุกคนช่วยให้เราได้พลังคืนมาได้แล้ว แล้วทำไม...


“ผมบอกคุณไปแล้วไงครับ ว่าพลังของคุณที่ได้รับกลับคืนมา มันมาจากคุณคุจิกิแต่เพียงผู้เดียว อย่าลืมข้อนี้ไปสิครับ คุณคุโรซากิ”


“ผะ..ผมไม่เข้าใจ..” ยิ่งฟังผมก็ยิ่งไม่เข้าใจหนักไปอีก


“นายที่เคยได้รับพลังจากลูเคียมาแล้วครั้งนึง นั้นละคือเหตุผลที่พวกเราไม่สามารถให้พลังกับนายได้” เร็นจิหันมาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง


“สรุปง่ายๆคือ พลังในตัวของคุณคุโรซากิปฏิเสธพลังของทุกคน ยกเว้นของคุณคุจิกิอย่างไงละครับ”


“แล้วอย่างไงต่อ...ตอนนี้พลังยมทูตในตัวฉันคือพลังของลูเคียคนเดียว เธอทำอย่างไง? พวกหัวหน้าหน่วยก็ให้พลังฉันไม่ได้งั้นหรอ?” ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี


“ก็เพราะว่านายรับได้แค่พลังของลูเคียเท่านั้น ท่านหัวหน้าใหญ่เลยปฏิเสธที่จะช่วยเหลือนาย และปล่อยคำร้องนี้ผ่านไป เพราะถ้ายังดำเนินการต่อไป...” เร็นจิอึกอักที่จะพูดประโยคต่อไป


“คุณคุจิกิก็จะต้องได้รับโทษหนักอย่างไงละครับ”


“ว่าไงนะ...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น