เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 6 : ตอนที่1 ยอดวิญญูของแผ่นดิน กับเปาเจิ่งผู้สาบสูญ(จบ)--ดวงใจที่ถูกพรากไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ก.ย. 57

File7 ตอนที่1 ยอดวิญญูของแผ่นดิน กับเปาเจิ่งผู้สาบสูญ

 

ดวงใจที่ถูกพรากไป
 

ณ จวนชิงเทียน

            บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นยา ควันบางๆลอยออกมาจากหม้อดินเผา โต๊ะปูผ้าขาวที่ลานหน้าบ้านมีหญิงวัยกลางคนนั่งอยู่ ใบหน้าอ่อนเยาว์คาดเดาอายุยาก มือขวาของนางวางบนข้อมือของชายชราเครารุงรังที่มีสีหน้าแสดงความเจ็บปวด ด้านหลังมีหญิงชรายืนประดองอีกข้างแขนไว้ไม่ห่าง

            ชีพจรก็ปกติดี ไม่เป็นไรนี่เสียงอ่อนหวานเอ่ยออกมา ตากลมโตฉายแววรอบรู้ตอนนี้เบิ่งเล็กน้อยด้วยความสงสัยว่าชายชราข้างปกติดีแล้วมาหานางทำไม

            โธ่ฮูหยินเปา ท่านดูแขนข้างนี้ก่อนชายชราร้องโอดโอย

            เอา เอา ยื่นมาให้ดูสิไม่พูดเปล่าออกแรงกระชากแขนที่หญิงชราพยุงไว้อย่างทะนุถนอมวางบนโต๊ะอย่างแรง

            โอ้ยยยยยยยยชายชราร้องเหมือนถูกเชือด โอ้ย ไม่ได้เป็นผื่นเป็นอะไรซักหน่อย จะร้องทำไมท่านหมอหญิงเริ่มรำคาญเล็กน้อย

            เปาฮูหยิน ท่านเข้าใจผิดแล้วสามีข้าร้องเพราะเพราะแผลหกล้มที่ข้อศอกต่างหากหญิงชราแก้ความเข้าใจผิดให้ แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป

            ข้าบอกแล้วว่าไม่มา เจ้าก็รั้นจะให้ข้ามา เป็นไงล่ะ ตั้งแต่ลูกของนางหายไป นางก็สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวชายชราพูดไม่ไว้หน้าใครเพราะหงุดหงิดจากความเจ็บปวด จึงไม่เห็นหน้าท่านหมอที่ตอนนี้นิ่งไปเรียบร้อยแล้ว

            ไปๆ กลับบ้านคู่ชรากำลังจะเดินออกประตูบ้าน ก็สวนกับหนุ่มชุดเขียวที่ได้ยินเหตุการณ์ทั้งหมดพอดี

             ให้ข้าดูแผลให้ท่านหน่อยเป็นไรน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนทำให้ท่าทีชายชราอ่อนลงทันที

             ตรงนี้ใช่มั้ยวางมือที่ข้อศอกคนเจ็บกดเล็กน้อย ชายชราพยักหน้ารับ

             แค่กระดูกเดาะเล็กน้อย ไม่มีปัญหาอะไรมากพูดจบก็พยุงชายชราไปเข้าเฝือกอ่อนทันที

             เอาหล่ะ เรียบร้อย กลับบ้านพักผ่อนให้มาก ขยับให้น้อยที่สุดจำไว้พูดพร้อมส่งยิ้มให้กำลังใจคนเจ็บ

            ชายชราลุกขึ้นจากโต๊ะที่ตอนนี้ปราศจากท่านหมอหญิงขอบใจๆ สบายขึ้นมากแล้ว  คิดไม่ถึงท่านหมอเปาจะมีลูกศิษย์เก่งขนาดนี้ เฮอะๆๆชายชราเมื่อหายเจ็บก็อารมณ์ดีชมคนที่ตนพึ่งตำหนิไปอย่างไม่เคอะเขิน จนภรรยาต้องเร่งให้รีบกลับบ้านด่วน

            กงซุนเชอฺ อากาศช่วงนี้ร้อนแม่ทำถั่วเขียวต้มน้ำตาลไว้ เจ้ารีบกินตอนนี้ยังร้อนๆอยู่ คลายร้อนได้ดีนักเสียงหวานอ่อนโยนยิ่งนัก ลูกศิษย์ส่งรอยยิ้มและแววตาอ่อนโยนที่หามองได้ยากนักให้

            ขอบคุณท่านแม่

“ขอบจงขอบใจอะไรกัน วันหลังอย่ามาแย่งลูกค้าแม่บ่อยก็พอแล้ว” กงซุนเชอฺยังไม่ได้ซดถั่วเขียวก็เกือบจะทำถ้วยตกเพราะเสียงตะโกนของคู่ปรับตลอดกาล

            ท่านแม่ ท่านแม่ตัวยังไม่มาถึงเสียงนำมาเกือบเมตร ผู้ช่วยชีวิตกงซุนเชอฺมาหมาดๆกระโดดโหยงเหยงไม่สมกับวีรบุรุษน้อย ในมือหอบถุงใหญ่สองใบ

            จั่นเจาเปาฮูหยินตะโกนอย่างดีใจเมื่อเห็นบุตรคนเล็กเข้ามา

            ข้าซื้อ*ขนมหูแมวที่ท่านชอบมาให้กินด้วย นี่นี่กงซุนเชอฺหันหน้าซดถั่วเขียวหนีอย่างเบื่อหน่ายกับบทลูกชายขี้ประจบของจั่นเจา

            ดีจังนะ เจ้าน่ะ แต่เอ ไม่เจอกันกี่เดือนเหมือนจะสูงขึ้นนะเนี่ยว่าแล้วจะเงื้อมือจะบิดแก้มลูกคนเล็กด้วยความรัก แต่ไม่ทันจอมยุทธ์น้อยไหวตัวทันหนีไปได้ซะก่อน สาวไม่น้อยกับหนุ่มไม่มากจึงวิ่งไล่กันโดยมีคุณชายซดถั่วเขียวเป็นแกนกลาง

            ทำไร แค่นี้ก็ไม่ได้หรอ แฮกๆ จั่นเจาน่าตีนักเมื่อวิ่งไล่ไม่ทันก็ร้องตัดพ้อพร้อมขู่เสร็จสรรพ แต่ใบหน้ายังยิ้ม อย่างที่คนแถวนั้นต้องบอกว่าเป็นรอยยิ้มแรกของหลายเดือนมานี้ ก็ตั้งแต่ที่ลูกชายทั้งสองออกจากบ้านไปสะสางงานของตนนี่แหละ

            เปาฮูหยินไปนั่งบนโต๊ะคลายเหนื่อย หันหลังให้อย่างงอนๆไปให้แม่หยิกหน่อยเป็นไรกงซุนเชอฺส่งเสียงเรียบแต่ตาบอกถึงความสนุกที่ได้เห็นน้องชายคู่อาฆาตโดนแกล้ง จั่นเจาเมื่อทำไรไม่ได้ก็ต้องเดินไปนั่งข้างๆให้หยิกโดยละม่อม ทั้งยังส่งสายตาอ้อนอย่างน่ารัก กงซุนเชอฺเห็นแล้วอดแขวะไม่ได้

            ท่านแม่ ตอนนี้จั่นเจาไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว คนต่างเรียกกันว่า ท่านจอมยุทธ์ใหญ่ ไม่ใช่เจ้าหัวล้านน้อยของแม่แล้ว” ทั้งคู่แม้ไม่ได้ตัวติดกันตลอดหลายเดือนมานี่ แต่กงซุนเชอฺก็ตามข่าวน้องชายไม่ขาด จึงได้รู้ว่าจั่นเจาได้ช่วยเหลือคนไว้มากมายไม่ได้เพราะห่วงหรอกนะ แค่อยากรู้สถานการณ์ของคู่ปรับเท่านั้น

            จั่นเจาหน้ามุ่ยแต่แล้วก็ยิ้มเมื่อได้ยินท่านแม่พูด จะเป็นจอมยุทธ์ใหญ่ แล้วไงเป็นเจ้าหัวโล้นแล้วไง ทั้งสองคนยังไงก็เป็นลูกเล็กๆของแม่อยู่ดี

            จั่นเจา แต่เล็กก็ไม่มีพ่อแม่เหมือนคนอื่นเขา ท่านแม่ก็คือแม่ที่รักของจั่นเจา

            เปาเจิ่งไม่อยู่สองปีมาแล้ว สองปีมานี้ถ้าไม่มีลูกทั้งสองมาหาแม่ แม่ยังไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรบรรยากาศเปลี่ยนเป็นเศร้ากะทันหัน ท่านแม่เหมือนจะรู้ทันพวกเขา คนปากแข็งจึงเอ่ยแก้ตัว ลูกก็แค่มาหาท่านแม่เรียนการแพทย์เท่านั้นเอง

            นึกว่าแม่ไม่รู้ทันหรือ สองปีมานี้ไม่ว่าจะเกิดคดีอะไรเจ้าก็รีบไปดู เผื่อมีความหวังที่จะได้พบกับเปาเจิ่ง ส่วนเจ้าบอกแม่ว่าจะไปเที่ยวเล่นหาประสบการณ์ จริงๆแล้วก็แทบจะพลิกแผ่นหาพี่ชายของเจ้า จริงมั้ยทั้งสองลูกเมื่อถูกจับได้แต่ก็ก้มหน้าทำปากขมุบขมิบ

            ไป แม่ทำกับข้าวแล้ว ไปยกออกมากินกันบรรยากาศดีขึ้นมากะทันหัน เมื่อทั้งหมดนั่งล้อมวงกินข้าว

            ท่านแม่ จริงๆแล้วครั้งนี้ข้าจะมาลาท่านไปราชการต่างเมืองกงซุนเชอฺเข้าประเด็นของตนทันที

            จะไปไหนล่ะเจ้า หึ

            ท่านแม่ทราบ ต้าซ่งกับเหลียวมีสงครามมานานปี จนมาครั้งนี้เมืองเหลียวตกลงที่จะสงบศึกเจรจา เป็นเพราะข้าสามารถเขียนอ่านภาษาเหลียวได้ องค์ฮ่องเต้จึงแต่งตั้งให้เป็นราชทูตตัวแทนพระองค์เพื่อเจรจาสงบศึกครั้งนี้ได้ยินแล้วตามประสาน้องเล็กที่น่ารักก็อดชมพี่ไม่ได้ แต่น้ำเสียงฟังดูดัดจริตมากกว่าจริงใจ

            ว้าว ท่านพี่ได้เป็นถึงที่ปรึกษาส่วนพระองค์ ไม่ทันไรก็ได้แต่งตั้งเป็นราชทูตอีก ข้าว่าในประวัติศาสตร์ของต้าซ่ง พี่ต้องเ ป็นคนแรกแหงกงซุนเชอฺอมยิ้มอย่างเก็บความภูมิใจไม่อยู่ แต่ปากก็พูด ไม่ต้องมาเยาะพี่หน่อยเลย

            ข้าอุตส่าห์ชมท่านแล้วยัง

            จริงใจ?”

            ไม่ใช่ แกล้งชมไปงั้นตามมารยาท....พี่ชายไม่รอน้องที่รักพูดจบเอาตะเกียบในมือฟาดลงกลางหน้าผากทันที แต่จะไวเท่าท่านจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร หลบไปไหนต่อไหนแล้ว ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเจ้าตัวดีต้องมามุขนี้ ยังหลงระเริงอีก กงซุนเชอฺ จึงได้แต่กลุ้มใจตัวเอง

            ท่านแม่เป็นไรไปกงซุนเช่อเห็นแม่เงียบตั้งแต่เขาพูดถึงเรื่องไปเมืองเหลียว

            ถึงแม้เจ้าจะฉลาดเหนือคน แต่ว่าราชสำนักก็ว่าจะไม่ใช่มีคนฉลาดนี่ ฮ่องเต้จู่ๆจะให้เจ้าไปว่าราชการ แม่รู้สึกกังวลใจอย่างไรก็ไม่รู้

            กงซุนเชอฺรู้ว่าท่านแม่เป็นห่วงจึงรีบตอบคำท่านแม่ข้าอย่างไรก็จะรีบทำงานให้สำเร็จ ปลอดภัยกลับมาเปาฮูหยินชักปมสายถุงผ้าที่เอวออกมา ยื่นให้ลูกชายคนโต

            เจ้ารับนี่ไป นี่เป็นถุงยันตร์คุ้มภัยของแม่เองกงซุนเชอฺรับมาอย่างเบามือ เปิดเทดูของข้างใน เป็นสิ่งพิเศษที่เขาคิดไม่ถึง

“*ชีจึ

            คนอื่นจะเอาไว้ใส่ข้าวกัน แต่บ้านเราเป็นเรือนรักษา แม่ก็เลยใส่ชีจึแทน เปาเจิ้งก็มีหนึ่งอัน ชีจึ พ้องเสียงกับ ฉีจึ หรือก็คือลูกชายของตน กงซุนเชอฺ เพื่อแม่ลูกต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะลูก เปาเจิ่งไม่อยู่แล้ว แม่ไม่สามารถรับความสูญเสียได้อีกแล้ว” มันตื้นตันจนคิดอะไรไม่ออก คนที่ว่าฉลาดที่สุดจึงได้แต่ทวนประโยคเดิม

            ท่านแม่โปรดวางใจ จะอย่างไรข้าจะปลอดภัยกลับมา เปาเจิ่งก็เช่นเดียวกัน เขาก็จะต้องปลอดภัยกลับมา

            เปาเจิ่ง ลูกอยู่ที่ไหนกันสุดท้ายก็มีแต่เสียงคร่ำครวญของคนเป็นแม่ ด้วยปรารถนาจะได้ดวงใจกลับมาที่อ้อมอกอีกครั้ง

The END

Pssssssssssssssssssssssss.

            จบแล้วนะคะตอนนี้ ยาวจังเลย เรื่องยังไม่ไปไหนเลยคะ เพราะเวลาเขียนต้องอธิบายฉาก แต่หนังไม่ต้องอธิบายฉากนี่ สงสัยกว่าหนังจะจบ ซิ้วจิ่นจบก่อนแน่ๆ ก็เรื่อยๆตามอารมณ์นะคะ ไม่ต้องคิดไรมาก แฮๆตอนนี้ปล่อยให้กงซุนกงจื้อกับจั่นเจาเอาหน้าไปก่อน ตอนหน้าท่านเปาออกโรงแน่คะ แต่จะออกมารูปแบบไหนต้องติดตาม นางเอกก็มาแล้วด้วยนะ

 

*ขนมหูแมว=แปลไม่ถูกคะ เลยแปลตรงตัวเอาเลย เป็นของว่างของหางโจวคะ แป้งรูปคล้ายหูแมวผัดแห้งในลักษณะมะกะโรนีผัดคะ สงสัยจั่นเจาเราจะไปเที่ยวหางโจวมานะคะเลยซื้อมาฝากท่านแม่ 

  http://baike.baidu.com/pic/4/11457258981334590.jpg

            ตำนานมีอยู่ว่ามีองค์ฮ่องเต้เสด็จประพาสทางชลมารค(คิดว่าเป็นเมืองหางโจวนะคะ เพราะหางก็แปลว่าเรืออยู่แล้ว) ขณะทรงพระสำราญอยู่นั้น ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก คนในเรือต่างเข้าไปหลบฝนในห้องรับรองในเรือ รอแล้วรอเล่าฝนก็ยังไม่หยุดซักที  หลายชั่วโมงผ่านไปบ้างคนถึงกับเป็นลมเพราะห้องคับแคบ องค์ฮ่องเต้ก็ทรงหิวแล้ว อดไม่ได้ตรัสถามคนเรือว่ามีของกินหรือไม่ คนเรือตอบว่ามีแป้งแต่ไม่มีไม้นวด ขณะที่องค์ฮ่องเต้กำลังทรงหงุดหงิดพระทัยเพราะหิว ลูกสาวคนเรือก็อุ้มแมงออกมาพูดว่า ไม่เป็นไรคะ ไม่มีไม้หนูจะใช้มือปั้นเองเด็กน้อยใช้มือปั้นแป้งเป็นรูปหูแมวน่ารัก ทั้งบางสุกง่าย เอาไปต้มให้องค์ฮ่องเต้เสวย ไม่นานก็ทรงอารมณ์ดีเด็กน้อยว่าอาหารชื่ออะไร เด็กน้อยตอบทันทีว่าเป็นขนมหูแมว

            ส่วนประกอบ มีแป้ง กุ้งสด แฮม เนื้อไก่ เห็ดหอม ซุปไก่ หอมสับ เหล้าขาว ประมาณนี้คะ แล้วก็ผัดรวมกัน สมัยฮ่องเต้องค์นั้นไม่น่ามีแฮม แฮๆคิดว่าเป็นสูตรใหม่มากกว่านะคะเนี่ย เอาเป็นว่ามันคล้ายมักกะโรนีแหละคะ

*ชีจึ=ก็คือเก๋ากี้นั้นเอง ถ้าเป็นครอบครัวคนจีนคงจะรู้นะคะ ว่าเป็นเม็ดแดงๆเล็กๆตากแห้งคล้ายลูกเกด เอาไว้ใส่ได้ทั้งยาทั้งอาหาร เช่น เกาเหลา กระเพาะปลา แกงจืดต่างๆ อู้ยหิวเลย ยังเอามาใส่ในชาได้ด้วยนะคะ รสจะออกเปรี้ยวนิดๆ คะ สรรพคุณมีมากมายเริ่มที่แร่ธาตุต่างๆเกลือแร่ เบต้าแคโรทีน วิตามินบีหนึ่งและสอง ซี ธาตุเหล็ก แคลเซียม โพแทสเซียม และกรดอะมิโนหลากชนิด ช่วยบำรุงตับในผู้สูงอายุที่มีปัญหาโรคตับ บรรเทาโรคนิ่ว ไขมันอุดตันในเส้นเลือด กระเพาะอักเสบ รักษาสมดุลภูมิต้านทาน มากมายๆคะ แปลมาอีกทีจริงๆแล้วได้หรือเปล่าลองกันเองนะคะ อาหารทุกอย่างถ้ากินในปริมาณสมดุลไม่เป็นอันตรายอยู่แล้ว แต่ที่แน่ๆ มันอร่อย (จากประสบการณ์ตรง) แล้วทำให้อาหารสีสวยน่าทานด้วยคะ

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น