เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 30 : ตอนที่3 บัญชาโอรสสวรรค์--จิงเฉิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

File29 ตอนที่3 บัญชาโอรสสวรรค์

 

 

จิงเฉิง

 

            รอบเมืองนอกหมู่บ้านชวงสีเป็นเทือกเขาหินปูนล้อมรอบอันเป็นปราการแยกดินแดน เหลี่ยมเขาหักเหแสงแดดจ้าสะท้อนน้ำใสในลำธารเป็นเงาฉายพฤกษา ภาพเบื้องหน้าจึงเป็นแสงสีเขียวเรืองๆ นี่เป็นรุ่งอรุณแห่งการจากลา ทางเดินเท้าปรากฏหญิงหนึ่งชายสามทอดน่องเสวนาอย่างเป็นกันเอง

            แล้วพวกนั้นเล่า ทำไมมีเจ้าคนเดียวมาส่งพวกเรา

            หืม ชุนเถาเจี่ยกับพวกกำลังเตรียมตัว เสี่ยวหมานตอบคนเดินคู่กับนาง จั่นเจาน้อย คนข้างหลังได้ยินชักสงสัย พึ่งจบเรื่องวุ่นๆไปพวกหอบุหลันลอยลมมีอะไรให้เตรียมตัว

            เตรียมตัวอะไรหรือ

            ก็พวกนางคุยกันไปคุยกันมา (ในวงเหล้าเมื่อคืน) ตกลงว่าจะแปลงหอบุหลันลอยลมเป็นร้านอาหารและจะอยู่ที่นี่ไปไปไหนแล้ว

            ดีสิ พี่สาวน้องสาวดูแลกันและกันอย่างไรก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคไปได้

            แต่ว่าพวกนางเป็นหญิง มีกันแค่สี่คน แถมร้านอาหารยังยากจัดการ ข้ากลัวว่า...

            ไม่หรอกจั่นเจา หอบุหลันลอยลมต้องกลายเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดเป็นแน่

            ถ้าเป็นอย่างที่ข้าคิดงั้นมันจะต่างจากหอบุหลันลอยลมเดิมอย่างไรเล่า

            หืม ต่างสิเพราะรายได้จะดีกว่าเดิมไง เสี่ยวหมานยิ้มรับ ก่อนกงซุนเชอฺจะเอ่ยปาก

            เริ่มสายแล้ว พวกเราต้องไปขึ้นเรืออีก

            อืมนั่นสิ เสี่ยวหมานเจ้าก็ไม่ต้องส่งพวกเราแล้ว รีบกลับไปเถอะ เปาเจิ่งหยุดเดินมาประจันหน้าเอ่ยอำลา

            อืม

            มีอะไรจะพูดไหม

            ไม่มีแล้ว เปาเจิ่งรู้สึกผิดสังเกตเพราะนางน้อยจอมซนยิ้มแบบแปลกๆมาตั้งแต่เช้า จะว่าอย่างไรดี ยิ้มแบบคนเหนือกว่า จะว่านางแกล้งทำตัวร่าเริงก็ไม่ใช่ แต่เมื่อไม่รู้เหตุผลจึงได้แต่ยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อจะกุมมือนางเป็นครั้งสุดท้าย เสี่ยวหมานมองมือคนแต่งชุดแบบคุณชายกงซุนยิ้มๆแต่แทนที่จะวางมือให้กุม กลับตีแรงๆจนคนหน้าดำร้องโอ้ย ทั้งหมดเลยยิ้มกว้างกับนิสัยเด็กๆของนาง

            งั้น มีโอกาสพบกันใหม่

            อืม มีโอกาสพบกันอีก

            เปาเจิ่งออกเดินนำไปท่าเรือได้ไม่ถึงสองก้าว ก็มีคนวิ่งแซงพวกเขาไป เห็นหลังไวๆจึงรีบร้องทัก

            เสี่ยวหมาน นี่เจ้า... คนถูกเรียกหันกลับมามองหน้ายุ่งๆ

            ข้าจะไปหาพ่อครัวเทพขาแพะแล้ว ไปละ

            อ้าวไปซะแล้ว แล้วพ่อครัวอะไรกัน

            อ้อ คงเพราะหอบุหลันลอยลม ไม่ใช่สิร้านอาการบุหลันลอยลมจะหาพ่อครัวละมั้ง กงซุนเชอฺตอบอย่างไม่คิดอะไรก่อนชักชวนให้เร่งเดินไปขึ้นเรือซักที

 

            เช้าวันนี้เมื่อส่งแขกคนสำคัญออกไปแล้วพวกนางก็ยุ่งกับการเตรียมร้านเปิดใหม่ที่ตกลงกันเมื่อคืน เมื่อไม่มีสงครามคนก็กลับมาคึกคักเช่นเดิม เมืองชายแดนเป็นเช่นนี้เอง ข่าวเก่าๆมักซาไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับคนใหม่ๆที่อพยพเข้ามา

            ไอ่โย่ ท่านเจ้าขามาแล้วเหรอเจ้าคะ ทำไมมาช้าแบบนี้ หือ ชุนเถาตัวอ่อนซุกลงไปในอ้อมแขนของบุรุษร่างกำยำ ดูจากชุดแล้วทองในถุงคงมากมิใช่น้อย ชุนเถายิ่งมองยิ่งขยิบตาหวานๆไปให้อีกสองที มานั่งนี่นะเจ้าคะ เพื่อนท่านรออยู่ เมื่อสองบุรุษทักทายกันเสร็จ เซี่ยซางก็เข้ามาประกบทันที ท่านเจ้าขาจะรับอะไรดีคะว เอาเนื้อวัวไหมวันนี้เลิศมากเจ้าค่ะ

            แต่เนื้อวัวแพง ไม่ไหวมั้ง จิน (ครึ่งโล) ตั้งหกสิบเหวิน แพงกว่าร้านอื่นตั้งห้าส่วน

            แหมไม่แพงหรอกเจ้าค่ะ ถูกมากๆ เซี่ยซางถลาลงไปบนตักแขกโยกตัวไปมาออดอ้อน ชุนเถาก็ส่งสายตาน่าสงสารไปให้ เนื้อนางนุ่มๆทำให้สองหนุ่มใหญ่สมองคิดเลขไม่ค่อยถูกจนสั่งเนื้อวัวไปตั้งสองจิน เซี่ยซางได้รับรายการอาหารครบก็เดินไปหลังครัว ผ่านโต๊ะด้านในเห็นชิวจู๋กำลังใช้เสน่ห์ให้แขกสั่งสุราเพิ่ม จึงหยุดดู

            นายท่านข้าทอยละนะ เอ๊ะ

            โอ๊ะโอ ชิวน้อยของข้า แพ้อีกแล้ว ปรับอีกจอกนะจ๊ะ

            ไอโย แพ้อีกแล้ว ชิวจู๋ทำเสียงน่าสงสารแต่ใจกระหยิ่มก่อนนั่งหันหลังให้นายท่านเจ้าขานั่งกอดยกเหล้าให้ดื่มถึงปาก เซี่ยซางเห็นแล้วต้องส่ายหน้าขันๆ อุบายนี้ชิวน้อยได้ขายได้ดื่ม วันหลังนางจะใช้บ้าง พอมองผ่านๆไปโต๊ะริมโถง นั่นตงเหมยนัดแขกมาสองคนพร้อมกันอีกแล้วหรือ

            คุณชายขาอย่าโกรธข้าเลยนะ คืนดีกันเถิดนะเจ้าคะ ตงเหมยใช้เวลาหงอลูกชายนายเก็บส่วยด่านหลายก้านธูปก่อนจะยอมใจอ่อน แค่ไปปรนนิบัติลูกชายผู้ใหญ่บ้านคนใหม่แล้วมาช้าหน่อยเดียวเอง แต่ก็คุ้มแสนคุ้มเพราะเขาทั้งสองสั่งอาหารเยอะทีเดียว ตงเหมยปาดเหงื่อก่อนวิ่งไปจับมือชุนเถาที่รับแขกหน้าร้าน

            ชุนเถาเจี่ยมาคุยกันหน่อย

            อะไรละเจ้า เดี๋ยวมาคุยนะคะนายท่าน

            อย่าพึ่งหว่านเสน่ห์ เสี่ยวหมานละท่านพี่ คนเยอะแยะขนาดนี้ ยุ่งจะตายอยู่แล้ว

            โอ้ย นางไม่มาแล้วล่ะ นายท่านแวะเข้ามาชิมอาหารรสเลิศในร้านก่อนเจ้าค่ะ

            แล้วไปไหนเล่า

            ก็ไปหาความสุขของนางแล้วล่ะสิ มาๆๆ เข้ามานั่งนี่เลยเจ้าค่ะ

            ความสุขอะไร

            ไอ่ย่า ก็เจ้าจำไม่ได้หรือว่าเสี่ยวหมานจะเอาผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในแผ่นดิน แล้วตอนนี้ก็รู้แล้วว่าอยู่ไหนก็เลยไปหาไง

            ไปหาที่ไหนละ ชุนเถาทำหน้าเอือมๆก่อนตอบแบบให้ไปคิดต่อเอง

            ก็ไปเดินเล่นหาแถวๆจิงเฉิงละมั้ง

 

            เมื่อทั้งสามเดินทางมาถึงท่าเรือก็เป็นเวลาสายมากแล้ว เรือที่จะออกจากท่ามีลำเดียวที่รอพวกเขาอยู่ เสียงนกน้ำร้องโหวกเหวกมาแต่ไกล พอเปาเจิ่งเหยียบไประแนงท่าเรือก็นิ่งจ้องมองคนที่ยืนโยนหินเล่นบนเรือชัดอีกครั้งว่าไม่ได้ตาฟาด

            เสี่ยวหมาน เมื่อคนที่คิดว่าใช่หันมาตามเสียงคนลองเรียกก็งุนงงเล็กน้อย เจ้ามิได้ไปหาพ่อครัวหรอกหรือ

            ก็ใช่สิ เสี่ยวหมานหันมาตอบหน้าตาย

            แต่ว่าเรือลำนี้จะพาเฉพาะพวกเราสามคนกลับจิงเฉิง กงซุนเชอฺอธิบายหน้ายุ่งๆ

            อ่อ

            รู้แล้วเจ้ายังไม่ขึ้นมาอีก

            ข้าก็แค่จะไปทางเดียวกัน พอถึงข้างหน้าข้าก็หาที่ขึ้นเองแหละ เอ้าคนครบแล้วก็ออกเรือได้

            ...

            เมื่อจอมนางประกาสิทธิ์มาเช่นนี้ก็ได้แต่ไปตามน้ำ โดยหวังว่านางจะไม่พาพวกเขาออกทะเล

 

            จิงเฉิงยังคงคึกคักเสมอสมเป็นเมืองหลวง คนต่างเมืองขนข้าวของที่มาขายต่างมีคุณภาพดี หายาก และมีราคาแพง โดยเฉพาะสินค้าพวกผ้า ดูได้จากการแต่งตัวของคนบนถนนที่แตกต่างจากเมืองอื่นอย่างเห็นได้ชัด

           แม่นางเสี่ยวหมาน บ้านพ่อครัวเจ้าอยู่ไกลไปแล้วมั้ง มาตามทางเดียวกันร่วมหลายพันลี้จนมาถึงจิงเฉิงแล้วเนี่ย เปาเจิ่งเอ่ยขึ้นลอยๆเมื่อรู้จุดมุ่งหมายของนางและเหตุที่นางยิ้มแปลกๆมาตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง คนที่เดินข้างหน้าแบบกร่างเต็มถนนหันมาตอบพร้อมถอยหลังเดินไปด้วย

            อืม ป่านนี้แล้วชุนเถาเจี่ยคงหาเจอแล้วล่ะพ่อครัวเทพอะไรนั่น ส่วนข้าตอนนี้ได้โอกาสมาจิงเฉิงทั้งทีต้องเดินเล่นซักหน่อย เอ๊ะ ขอเตือนไว้ก่อนนะทั้งสามคนเลยอย่าตามข้ามาละ

            ใครจะตามนางกันทั้งสามคิดในใจ เปาเจิ่งเมื่อเห็นนางเดินไปไกลสุดสายตาแล้วก็ต้องอมยิ้มถึงแผนการที่มาด้วยแบบไม่ให้ใครได้ปฏิเสธ เพราะไม่ได้ขอร้องให้พานางมา แล้วยังท่าทางที่เดินเหมือนเจ้าถิ่นนี่อีก จะหลงไปไหนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ข้าวของห่อผ้าไม่มีติดตัวซักชิ้น แต่ในเมื่อนางไม่ให้ตามจะทำไงได้

            เสี่ยวหมานนี่ซนสมชื่อจริงๆ

            หืม ก็เสี่ยวหมานเป็นสาวน้อยจอมซนเพื่อนสาวของท่านนี่จั่นเจาไม่พลาดโอกาสเช่นนี้ไปได้ ก่อนยิ้มแก้มปริ พลันหางตาเห็นคนหน้าดำเหล่มาทางตน

            เจ้ายิ้มอะไรไม่ทราบ

            ไม่ได้ยิ้มนี่ น้องเล็กฉีกยิ้มกว้างตอบ

            ไม่ยิ้มเลยเนอะ ยิ้มที่กว้างอยู่แล้วกว้างเข้าไปอีก

            จิงเฉิงมีต้าเปาปัญญาอ่อน

            เจ้า ลิงน้อยแอบไปอยู่หลังคุณชายเรียบร้อยแล้วผลักกงซุนเชอฺมาประชันหน้าแทน

            แล้วเจ้าละ ยิ้มอะไร หากงซุนเชอฺกลั้นยิ้ม ก่อนยกมือลูบบ่าเปาเจิ่งเบา จั่นเจาน้อยก็ชะโงกหน้ามาพาดบ่าฟังด้วยว่าพี่กลางจะกล่าวอะไรเด็ดๆบ้าง

            ข้าไม่ได้ยิ้มจริงๆ ก็แค่คิดว่าคนปัญญาอ่อนคนหนึ่งสามารถทำให้หญิงสาวสวยคนหนึ่งหลงเสน่ห์จนตามเป็นพันพันลี้เพื่อมาเดินเล่นเป็นเพื่อนแถวจิงเฉิงได้เนี่ย ดวงดีจริงๆเลยเนอะ

            ใช่

            จนทำให้คนแถวนี้อิจฉา

            ตาร้อนเลยแหละลูกคู่ยังทำหน้าที่ได้ดี แถมส่งเสียงหัวเราะเยาะใส่ด้วย

            กงซุนเชอฺ เปาเจิ่งเอ่ยเสียงปรามๆ เห็นอีกฝ่ายแก้มป่องกลั้นยิ้มแล้วน่าถีบไปล้มทับแผงผ้าด้านหลังยิ่งนัก แต่ไม่ถีบดีกว่าเพราะมีวิธีที่ดีกว่านั้น

            จริงๆแล้วกงซุนต้าเหรินก็น่าอิจฉาเช่นเดียวกัน

            ใช่ จั่นเจาย้ายข้างกะทันหัน เพราะคติประจำครอบครัวสามพี่น้องมีว่า ใครล้มอย่าข้าม ให้เหยียบซ้ำ อย่านินทาใครลับหลัง ให้เยาะเย้ยต่อหน้า ตอนนี้เปาต้าเกอมีโอกาสชนะมากกว่าต้องเข้าข้างไว้ก่อน

            เพราะว่าอะไรน่ะหรือ ก็เพราะกงซุนต้าเหรินมีโอกาส...หลงรักผู้เป็นเพศชายน่ะสิ ช่างน่าอิจฉาจริงๆ

            เจ้าพูดอะไรละเจ้า กงซุนเชอฺหุบยิ้มทันที เปาเจิ่งยิ้มกลับกว้างจนเห็นฟันทุกซี่ ส่วนจั่นเจาน่ะหรือลงไปนั่งกุมท้องหัวเราะไม่มีเสียงอยู่บนพื้น

            ไม่ได้พูดไรนี่

            เจ้าห้ามยิ้ม ส่วนเจ้า...

            พอแล้ว เมื้อกี้ล้อข้ามาครึ่งวันข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย แต่เอ ข้ากลับมาจิงเฉิงคราวนี้ทำไมถึงได้รู้สึกแปลกๆ เหมือนจะเจออะไรไม่มงคล

            เปาต้าเกอเรื่องแล้วๆมาไม่ต้องไปคิดมาก กลับมาจิงเฉิงทั้งทีต้องร่าเริงเข้าไว้สิ

            ข้าก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น

            อืมข้าเห็นด้วย แล้วก็วันหลังห้ามเอ่ยถึงเรื่องนั้นอีก ไปว่าแล้วคุณชายชุดเขียวตองอ่อนก็เดินนำไปก่อน เปาเจิ่งและจั่นเจาหันมามองหน้าแล้วตะโกนตามไปพร้อมกัน

            น่าอิจฉา

            ถนนหนทางของจิงเฉิงไม่กว้างมากนัก ส่วนมากจะเป็นหูถ่ง ที่คดเคี้ยวราวเขาวงกต ถ้าไม่ระวังอาจมึนงงจนกลับบ้านไม่ถูก เพราะฉะนั้นรถม้าและเกี้ยวจึงไม่ถูกนำมาใช้ โดยเฉพาะเขตรอบราชวังและตำหนัก นอกจากทหารระดับสูงที่มักใช้ม้าสัญจรแทนและส่วนมากเป็นเรื่องสำคัญ และตอนนี้ตัวการเรื่องสำคัญมาถึงพระนครแล้ว

            ม้าพ่วงพีสี่ตัวบรรทุกทหารในชุดเกราะเต็มยศแหวกผู้คนมาหยุดที่หน้าจั่นเจาที่กันคนทั้งสองไว้ข้างหลัง

            เปากงจื้อ หวงซ่าง(ฮ่องเต้)มีบัญชาเปาเจิ่ง กงซุนเชอฺและจั่นเจาเข้าวังเข้าเฝ้า ทหารลงจากม้าเดินนำเข้าวัง คนทั้งสามต่างคิดว่าลางสังหรณ์ไร้มงคลของเปาเจิ่งอาจเป็นจริงแล้ว

            นี่เป็นการเรียกตัวเข้าวังแน่หรือ ข้าว่าเป็นการคุมตัวเข้าวังมากกว่า จั่นเจากระซิบเบาๆ จริงตามอย่างที่จอมยุทธน้อยว่าทหารสี่นายมากเกินไปสำหรับการนำเข้าวัง ทั้งยังประกบหน้าหลัง

            แปลก ทำไมเข้าเขตวังแล้วถึงได้เดินตรงไปอย่างเดียว หน้าตำหนักมีขุนนางระดับล่างหลายคนยืนขนาบสองข้างทางเดิน ต่อด้วยทหารอีกเป็นตับ แล้วทั้งสามก็รู้คำตอบเมื่อพบคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์

            เปาเจิ่ง กงซุนเชอฺ พร้อมจั่นเจามาถึงแล้ว ทหารนำทางประกาศชื่อแด่นายเหนือหัว แต่มิใช่องค์หวงซ่างแต่เป็นคู่อริตลอดกาล ทั้งสามจึงไม่มีเหตุผลต้องก้มลงถวายคำนับ ส่วนจั่นเจายืนทำหน้าเอือมๆเมื่อเจอผางถงนั่งเงียบอยู่มุมห้อง

            เปาเจิ่ง สองปีไม่เจอกันคงสบายดีเหมือนเดิมกระมัง

            ด้วยบารมีของไท่ชือเปาเจิ่งกินอิ่มห่มอุ่น

            ข้าไม่พูดอะไรเจ้าก็คงเข้าใจ ถ้าเจ้าตายในน้ำมือคนอื่นเหล่าฟู (คำเรียกแทนตัวเองของคนสูงอายุและมีตำแหน่ง) คงแสนเสียดายเป็นที่ยิ่ง

            เรื่องนี้เปาเจิ่งตระหนักดี เพื่อทดแทนพระคุณไท่ชือที่เอ็นดูข้าน้อย ข้าจึงต้องรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีเมื่อไท่ชือครบร้อยปี ข้าน้อยจะได้มีแรงมากระโดดโลดเต้นต่อหน้าให้ไท่ชือได้ไปอย่างสงบ

            ดี ดีมาก งั้นก็ต้องดูว่าเจ้าสามารถหรือไม่แล้ว สองทูตจากตงหยิง (แถบญี่ปุ่น) ตะวันออกทะเลไกลได้คิดปัญหายากข้อหนึ่ง เจ้าเป็นถึงผู้ที่ฉลาดที่หนึ่งของต้าซ่งปัญหานี้ย่อมต้องให้เจ้าแก้แล้ว

            เป็นที่แน่นอนว่าถ้าเกิดข้าน้อยเปาเจิ่งตอบไม่ได้ จะถือว่าข้าน้อยอัปยศต่อต้าซ่ง อกตัญญูต่อพระมหากรุณาของโอรสสวรรค์ ไม่อาจดำรงตำแหน่งต่อไป โทษถึงตัดหัวมาเคารพฟ้าดินใช่หรือไม่ เปาเจิ่งท่องคำขู่ที่มีมานับแต่เขาเป็นปรปักษ์กับผางไท่ชือได้อย่างแม่นยำ

            ไม่จริงมั้ง มามุขนี้อีกแล้วหรือ จั่นเจาน้อยทำหน้าเบื่อกว่าเดิม ก็อย่างน้อยไม่เจอกันสองปีน่าจะมีอะไรใหม่ๆบ้าง

            เปาเจิ่ง ไปไปมามาข้าชักจะชอบเจ้าเข้าแล้วนะเนี่ย ผางไท่ชือกล่าวเนิบๆ หน้าตาอิ่มเอิบไม่ได้แสดงถึงความยินร้ายต่อคนรุ่นลูกตรงหน้า แต่คนในห้องรู้ถึงนิสัยเนื้อแท้ของเสือเฒ่าดี ทูตตงหยิงนำของที่เตรียมมาวางบนโต๊ะอีกตัวพร้อมเจียระไนปัญหาปริศนา

            นี่เป็นไหสุราหลิงเหนียงของเราชางตงหยิง ส่วนนี่คือถ้วยที่สามารถตวงเหล้าได้ห้าถ้วยชา ถัดมาสามารถตวงเหล้าได้สามถ้วยครึ่ง ท่านสามารถใช้ตวงได้สองครั้งเท่านั้น ให้ท่านลองดูว่าจะสามารถใช้สองถ้วยนี้ตวงเหล้าใส่ถ้วยชาทั้งสามใบตรงหน้าได้หรือไม่

            เปาเจิ่ง ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งก้านธูป ดูซิว่าเจ้าจะรักษาหัวของเจ้าได้หรือไม่ กงซุนเชอฺขมวดคิ้วนิดนึง เปาเจิ่งถอนหายใจ ส่วนจั่นเจาน้องเล็กทำหน้าเบื่อกว่าเดิมก่อนกล่าวตามสีหน้าตัวเอง

            หน้าเบื่อ ท่านนับหนึ่งสองสามไม่ดีกว่าหรือไง

            ก็ดีสิ งั้นนับสาม หนึ่ง สอง... เปาเจิ่งยกมือขึ้นห้ามก่อนเดินไปที่โต๊ะเปิดไหเหล้า หยิบถ้วยตวงใบที่หนึ่งขึ้นมาพร้อมกล่าว ครั้งที่หนึ่ง เอาถ้วยตวงห้าถ้วยชาตักจนเต็ม เทลงในถ้วยตวงสามถ้วยชาครึ่ง ที่เหลือคือถ้วยชาครึ่งเหล้าที่ถูกเทลงในสามถ้วยชาครึ่งถูกเทกลับลงไปในไห เหล้าถ้วยชาครึ่งเทลงในถ้วยตวงสามถ้วยชาครึ่ง เหลือที่ว่างคือสองถ้วย จากนั้นก็ตักครั้งที่สองเทเติมลงไปในช่องวาง ที่เหลือในถ้วยตวงไม่มากไม่น้อยคือสามถ้วยชาหลิงเหนียงถูกรินลงถ้วยชาเต็มปริมพอดิบพอดี ผางถงตบมือให้อย่างประทับใจ ส่วนผางผู้พ่อแค่นหัวเราะก่อนเอ่ย เปาเจิ่ง ดูท่าเจ้าอยู่หอนางโลมสองปียังสามารถพัฒนาปัญญาเจ้าได้นี่ ข้าว่าเจ้ากลับไปเป็นชี้ข้าที่นั่นไม่ดีกว่าหรือ

            เรื่องแค่นี้ต้องใช้ปัญญาด้วยหรือ แต่ว่าเป็นขี้ข้าได้พัฒนาจริงอย่างท่านว่า เพราะว่าสามารถถ่องแท้ถึงความลำบากของชาวบ้าน ถ้าไท่ชืออยากจะลองพัฒนาปัญญาบ้าง ไม่ทราบว่าจะลองไปกับเปาเจิ่งดูหรือไม่ ผางถงเปิดปากกว้างขำอย่างไม่ปิดบังอารมณ์

            บังอาจ

            ข้าน้อยรับผิด

            ครั้งนี้เจ้ารอดไปได้ แต่อย่างไรเหล่าฟูคงไม่อาจปล่อยเจ้าสบายไปนานๆแน่ ไปเถอะ

            น้ำเสียงสองฝ่ายไม่จริงจังอะไร อย่างไรก็อริเก่ารู้ทางกัน ถือเป็นการหยอกล้อให้หายคิดถึง แต่ถ้าใครพลาดก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้ว ทั้งสามเดินออกมาตามทางเก่าแล้วย้อนเข้าไปประตูตำหนักหลักเพื่อเข้าเฝ้าองค์หวงซ่าง

            ผางไท่ชือนี่ยุ่งจริงๆ ชอบหาเรื่องเปาต้าเกออยู่เรื่อย

            นี่ยังไม่ใช่ปัญหาหลัก จั่นเจาเจ้าลองคิดดู หวงซ่างประสงค์จะพบเปาเจิ่ง ไท่ชือกลับบังอาจคุมตัวเรียกเราไปพบก่อน ดูท่าราชสำนักคงตกอยู่ในกำมือของผางไท่ชือแล้ว

            เป็นเปากงจื้อ กงซุนต้าเหรินและจอมยุทธน้อบจั่นเจาใช่หรือไม่ขอรับ ขันทีรุ่นเยาว์คนหนึ่งวิ่งออกมาดักหน้าต้อนรับพวกเขา

            ถูกต้อง

            ข้าน้อยหลินจงอี้เป็นผู้ปรนนิบัติหวงซ่าง พระองค์ทรงรอนานแล้วเชิญพวกท่านทางนี้ เชิญขอรับขันทีแซ่หลินเดินนำไปที่หอสวดมนต์ตำหนักกลางแทนที่จะเป็นห้องโถงว่าราชการ กงซุนเชอฺและจั่นเจาต่างรอท่าอยู่ด้านนอก ส่วนเปาเจิ่งถูกเชิญเข้าไปด้านในหอ บุรุษชุดลายมังกรทองนั่งอยู่หน้าองค์พระพุทธรูป หันหลังให้ประตู แสงแดดรอดช่องหน้าต่างเข้ามาทำให้เห็นใบหน้าชัดเจนเมื่อเจ้าแผ่นดินหันมา เปาเจิ่งหลุบตาลงพร้อมคุกเข่าคำนับกับพื้นหิน

            เปาเจิ่ง น้อมคำนับ หวงซ่าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น

  1. #30 nitt-ayacinth (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 15:20
    เรื่องนี้ขอยุติการแปลไว้เพียงแค่นี้นะคะ

    สามารถติดตามเรื่องได้ทางยูทูป http://www.youtube.com/watch?v=kVH4w9JnedM&list=PLgC5gtyemWjfUDlNqz8-N4Kv1-B3xMysY ดูฟรีได้ 45 ตอนค่ะ หรือก็อปปี้เสิร์ชหา
    #30
    0