เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 29 : ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง--ทางที่เลือกเดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

File28 ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง

 

 

ทางที่เลือกเดิน

 

            น้ำเสียงของเปาเจิ่งไม่มีเค้าของคนที่เหนือกว่า แต่เป็นเสียงของชายผู้ถูกทรยศมิตรภาพอันดีงามด้วยการหลอกลวงอย่างแสนสาหัส มิใช่เจ็บแค้นแต่เป็นเสียใจ เสียใจที่ต้องเป็นเขาที่ถูกปิดบัง หลอกลวง และเป็นเขาที่ต้องมากระชากหน้ากากของเพื่อนผู้มีเบื้องหลังคนนี้ เมื่อมิตรภาพและความจริงมาถึงทางแยก เขาไม่เคยลังเลที่จะเลือกเส้นทางหลังที่ตนศรัทธามาตลอด แม้ว่าเส้นทางที่เดินจะทำให้เขาจะเจ็บปวดแสนสาหัสก็ตาม หรืออาจเป็นว่าเขามิอาจเลือกได้เมื่อชีวิตของผู้บริสุทธิ์นับพันนับหมื่นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา...ต้าซ่งจะต้องไม่มีสงคราม

            ความผูกพันยิ่งลึกซึ้ง ความเจ็บปวดที่ประทุไม่อาจตื้นเขินไปกว่ากัน แม้รู้ดีว่าใครผิดแต่ใครจะยอมรับได้ในเวลานี้ นางงามต่างพากันเข้าไปล้อมคุณชายที่ยืนนิ่งไม่เขยือน เพื่อขอร้องความเมตตา คนที่น่าจะช่วยมู่หลาน เพื่อนของพวกนางได้

            คุณชายกงซุน โปรดช่วยมู่หลานด้วย นางไม่อาจเป็นคนร้ายแน่ กงซุนเชอฺเพียงแต่มองตาของคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเสี่ยวหมาน ตาหวานซึ้งคู่นั้นที่เคยประทับใจเขามิคลาย มันจุกเกินจะเอ่ยอะไรออกมาได้ ถึงตอนนี้แล้วสมองรับรู้แล้ว แต่จะทำอย่างไรกับใจดวงนี้ดี ที่มันยังเต้นจังหวะเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แล้วเสียงที่เขาจินตนาการมาตลอดว่ามู่หลานสาวน้อยถ้าพูดได้เสียงจะอ่อนหวานเพียงใด เขาได้ยินแล้วมันอ่อนหวานดังน้ำผึ้งบนใบมีด

            ขอโทษ กงซุนต้าเกอ

            นั่นคือน้ำเสียงยืนยันจากปากของมู่หลาน แม่ทัพสองแคว้น จั่นเจา ชุนเถา ตงเหมย เซี่ยซาง ชิวจู๋ เสี่ยวหมานต่างชะงักกลับมามองคนกล่าว เสียงแม้ไม่แหบห้าวมากแต่ก็ไม่อาจเป็นเสียงของสตรีไปได้ ทุกคนเห็นน้ำตาที่ไหลคลอแก้ม

            เปาต้าเกอ ท่านฉลาดมาก ที่ท่านพูดมาทั้งหมด ถูกต้องแปดเก้าส่วนแล้ว

            แล้ว เอ่อ แล้วที่เปาต้าเกอทายไม่ถูกหนึ่งสองส่วนนั้นคืออะไร จั่นเจาหาเสียงของตนเองเจอก่อนใคร

            สำคัญด้วยหรือ

            ...

            แต่ยังไงก็ได้ หนึ่งสองส่วนนั้นก็คือ ในหอบุหลันลอยลมแท้แล้วว่านจี๋เสียงยังจำข้าไม่ได้ เป็นเรื่องหลังจากนั้น วันนั้นท่าน เปาเจิ่ง กับว่านจี๋เสียงไปสุสานเพื่อฝังโครงกระดูกของบิดา ข้ากลัวจะหาที่ฝังไม่เจอจึงแอบตามหลังไป แต่ไม่รู้ทำไมว่านจี๋เสียงกลับย้อนกลับมา จึงถูกจับได้เวลานั้นเอง

            เขาก็แค่ละโมบ เจ้าโยนทองให้ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องฆ่าเขา เปาเจิ่งเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง

            เจ้าคงคิดที่จะเก็บทองไว้คนเดียวล่ะสิ เยียลู่เจียงจุนกล่าวเยาะเย้ย

            ไม่เคย เสียงตวาดดังก้อง ข้าไม่เคยแม้แต่จะคิดเอาเงินทองพวกนั้น ของที่ฆ่าบิดาข้า ข้าเกลียดมัน

            แล้วทำไมเจ้าต้องข้าเขาด้วย

            เพราะเดียรฉานนั่นขื่นใจไฉ่เตี๋ยไงเล่า เพื่อข้าไฉ่เตี๋ยไม่เพียงสละชีวิต ยังมีพรหมจรรย์ของนาง ข้าไม่แก้แค้นให้นางจะไปพบนางในยมโลกได้อย่างไร วันนั้นถ้าไม่ใช่ถูกพัศดีนั่นเฆี่ยนจนสลบไป ข้าไม่มีทางจะให้ไฉ่เตี๋ยตายแทนข้า ไฉ่เตี๋ยข้าแก้แค้นให้เจ้าแล้ว เจ้าคงคายตาหลับได้แล้ว

            เจ้าผิดแล้ว เจ้าทำเช่นนี้ไฉ่เตี๋ยไม่มีทางตายตาหลับ นางใช้ชีวิตของนางแลกชีวิตของเจ้ามา ก็เพื่อไม่ต้องการให้เจ้าอยู่ในวังวนความแค้นนี้ และไม่ต้องการให้เจ้าเป็นใบ้อยู่ที่หอบุหลันลอยลมนี้ ยิ่งไม่ต้องการให้เจ้าฆ่าคน นางเพียงปรารถนาให้เจ้ามีชีวิตที่มีความสุข ใช้ชีวิตแทนส่วนของนางให้มีความสุข นางรู้ว่าเจ้านับถือบิดาถึงได้วาดภาพพวกนั้นออกมา ให้เจ้าได้รู้ว่าเป็นราชสำนักที่ทอดทิ้งบิดาเจ้า แต่บิดาเจ้าไม่ได้ทรยศราชสำนัก นางต้องการจะให้เจ้าวางใจ ไม่เหลือความเสียใจใดๆอีก เจ้าดูภาพนี้ ผี้เสื้อ(หูเตี๋ย)แทนนาง และผึ้ง(มี่เฟิง)แทนเจ้า นางแค่ต้องการจะใช้ชีวิตกับเจ้าอย่างมีความสุข ทำไมเจ้ามองเห็นแต่ความแค้นไม่เห็นความปรารถนาของนาง ไฉ่เตี๋ยเพราะเจ้าจึงได้เดินออกจากห้องมืดสู่โลกแห่งสีสัน แต่เจ้าเพราะนางตกลงมาจากสายรุ้งล่วงลงสูงเหวมืด เจ้ายังคิดว่านางต้องการเช่นนั้นหรือเปาเจิ่งมองเห็นแต่ใบหน้าที่มีน้ำตา มีร่องรอยของความโศกมันลุกลามไปสู่ทุกคนในห้อง

            ถูก ท่านพูดถูก ข้าไม่เห็นค่าความหวังดีของไฉ่เตี๋ย ใช้ชีวิตไร้ค่า ไร้ค่าจริงๆ หม่าหุยเฟิงเก็บก้อนสะอื้นไว้ หันหน้าไปมองแม่ทัพเหลียว

            เยียลู่เจียงจุน แม่ทัพเหลียวสะดุ้งเมื่อเห็นสายตาของคนที่เคยคิดว่าเป็นหญิง มันดุดันได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเข้ามาประชิดเขามิอาจกลั้นจนชักดาบออกมาครึ่งปลอกค้างไว้

            เจียงจุน ท่านทราบว่าคนเราต่างโลภด้วยกันทั้งนั้น เซียวจุนและพวกอีกสี่คนต่างละโมบทรัพย์ เจียงจุน ท่านละโมบอำนาจ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้พวกท่านล้วนมีอยู่แล้วจึงมีสิทธิที่จะละโมบ เพราะพวกท่านปรารถนาจะมีให้มากขึ้นไปอีก และความปรารถนานี้ล้วนต้องเสียสละผู้อื่น ผู้อื่นไม่พ้นชาวบ้านที่ไม่มีอะไรเลย ขอเพียงสามารถมีชีวิตอย่างสงบและปลอดภัยในทุกๆวันก็เพียงพอแล้ว เจียงจุน ท่านรบเก่งกาจและต้องการจะรบ แต่อย่างไรก็เป็นนักรบที่เหี้ยมหาญผู้หนึ่ง ขอให้แยกแยะบุญคุณความแค้น ข้าหุยเฟิงบาปหนาผิดมหันตร์ แค่หวังว่าทุกสิ่งที่เกิดที่นี่ทั้งหมดจะจบลงไปพร้อมกับข้า หุยเฟิงจะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง หุยเฟิงขอร้องท่านอย่าได้แผดเผาชีวิตใครอีก ขอให้เจียงจุน...ถอนทัพ ตาประสานตา เป็นเยียลู่เจียงจุนที่หลบก่อนจะก้มหน้าลง ดาบที่ชักออกมาถูกมือแกร่งดันกลับอย่างประณีต เสียงโลหะเสียดแผดก้องในใจ

            น้อมรับคารวะจากหุยเฟิงด้วย ร่างเล็กในชุดสตรีชันเข่าเคารพงดงามเยี่ยงชายชาติทหาร มือประสานกันเหนือศีรษะก่อนจะลดลงกระแทกเข้าที่ท้อง เมื่อด้ามมีดสีดำเผยให้เห็นในครรลองเป็นกงซุนเชอฺที่ผวาเข้าประคองไว้ พร้อมหญิงงามของหอทั้งหมด

            มู่หลาน เสียงเรียกชื่อยังเป็นมู่หลานเพื่อนของพวกนาง มู่หลานทำไมเจ้าถึงได้โง่เช่นนี้ ทำไมเจ้าถึงทำโง่ๆเช่นนี้ เปาเจิ่งปิดตานิ่งอยู่ที่เดิม ผางถงมองด้วยสายตาตะลึงชั่วขณะก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

            มู่หลาน

            กงซุนต้าเกอ หุยเฟิงติดค้างท่านแล้ว บุญคุณความเมตตานี้ หุยเฟิง ขอกลับมาใช้ชาติหน้าแล้ว เปาต้าเกอ ถ้าพวกเรารู้จักกันเร็วกว่านี้จะดีเพียงใด ชุนเถาเจี่ย เซี่ยซางเจี่ย ตงเหมย ชุนจู๋เจี่ย เสี่ยวหมาน

            เสี่ยวหมานอยู่นี่ เสี่ยวหมานอยู่นี่แล้ว

            ขอบคุณพวกท่าน นับแต่ไฉ่เตี๋ยตายไป ข้าก็เหมือนศพเดินได้ ไม่มีกำลังจะใช้ชีวิตต่อไป เป็นพวกท่านที่มอบเสียงหัวเราะ ให้ความอบอุ่น ขอบคุณจริงๆ

            ไม่นะมู่หลาน มือที่ถูกชุนเถากุมไว้จับไปที่แขนเสื้อถลกขึ้นมาจนเห็นกำไลผลึกหินสีดำรัดอยู่ใกล้ข้อศอก มีเม็ดเดียวที่แตกครึ่ง ดวงตาเหม่อลอยมองไปที่พี่น้องแม้ไม่ร่วมอุทรณ์แต่ผูกพันกันด้วยใจ

            ชาติหน้ายังเป็นพี่สาวของข้านะ...ได้ไหมมือสีแดงฉานถูกกุมประสานเข้าที่หน้า เสียงร้องขอให้อยู่ด้วยกันของพวกนางดังไปไม่ถึงมู่หลานแล้ว

            ใครบางคนสังเกตเห็นผีเสื้อแสนสวยบินรอดแสงจากหน้าตามา หยอกล้อบินอยู่คู่กันไม่ใช่ผึ้งสีทองหรอกหรือ กงซุนเชอฺมองเห็นแล้ว น้ำตาก็หยุดแล้ว

            บางที นี่อาจเป็นทางที่ดีที่สุด มู่หลานไม่ต้องจมอยู่ในความแค้นที่กลัดกร่อนวิญญาณทุกเมื่อเชื่อวัน และมีความสุขอยู่กับไฉเตี๋ยตลอดไป

            บางทีพี่ชายของข้ากล่าวถูกต้อง ระหว่างซ่งเหลียวไม่มีสงคราม เปาเจิ่ง แต่เจ้าจำไว้ ระหว่างเจ้ากับข้าท้ายที่สุดแล้วยังเป็นความแค้นเลือดเท่านั้น จะมีวันหนึ่งที่ข้าจะมาเด็ดหัวเจ้า เปาเจิ่งมองตอบตาที่ส่งมาอย่างว่างเปล่า เยี่ยลู่จุ้นไฉเดินจากไปพร้อมทหารเหลียวที่เหลืออยู่ตามคำสัญญาที่ให้ไว้

 

            เสี้ยวจันทราลอยเด่นกลางท้องฟ้ากว้าง คืนหลังสงครามนั้นเงียบสงัด ไม่มีการเฉลิมฉลองใดๆ ทุกครัวเรือนต่างเหนื่อยจากการอพยพเข้าเมืองมาใหม่ ไม่มีการสูญเสียใดๆจากฝ่ายซ่ง มีแต่ทหารเหลียวเท่านั้นที่ถูกกองกำลังของผางถงลอบสังหาร เปาเจิ่งเหม่อมองฟ้านั่งลูบผลึกหินในมือเบาๆ ฉากหอบุหลันลอยลมที่มีมู่หลานประกอบอยู่ลอยเข้ามาในความคำนึง ก่อนที่ความคิดแปลกๆขัดบรรยากาศแว่บเข้ามาทำให้ต้องลอบยิ้มให้กำไลก่อนใส่ไว้ที่ข้อมือซ้ายดังเดิม...ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่ชายคนเดียวแล้วที่สาบานเข้ากลุ่มเป็นพี่สาวน้องสาวกับพวกแม่นางสี่ฤดูนั่น พลันหางตาเห็นเงาคนแอบอยู่ต้องยิ้มกว้างขึ้น เขายังมีน้องชายที่เป็นห่วงเขาอยู่อีกสองคนนี่นะ

            กงซุนเชอฺกับจั่นเจามองคนที่พิงเรือนมองจันทร์อย่างเป็นห่วง คนที่เสียใจมากที่สุดคนหนึ่งคงเป็นเปาเจิ่ง ก่อนทั้งสองจะเดินเข้าไปใกล้ทรุดตัวลงนั่งขนาบซ้ายขวา

            กงซุน มือเปาเจิ่งวางที่เข่าคุณชาย กงซุนเชอฺยิ้มให้

            เปาต้าเกอ

            จั่นเจา โตแล้วนะ

            เย้ย จั่นเจาน้อยเบือนหน้าหนีมือเพชฌฆาตแทบไม่ทัน เปาเจิ่งหันหน้ามากลับมามองตรงไปก่อนจะกระดิกนิ้วออกคำสั่ง หันหน้ามาเลย ส่วนกงซุนเชอฺยิ้มอย่างสะใจที่เห็นน้องเล็กทำปากเบี้ยวก่อนหลับตายื่นหน้าหาพี่ใหญ่แบบขอไปที

            นี่แนะ อย่างนี้สิถึงเป็นจั่นเจาที่น่ารัก

            ไอ่ ทำไมบ้านตระกูลเปาชอบหยิกแก้มคนอื่นนักนะ

            ก็น่ารักนิ เปาเจิ่งตอบแบบไร้ความรับผิดชอบ กงซุนเชอฺมองจั่นเจาลูบแก้มไปมาก่อนแขวะใส่บ้าง ตอนนี้จั่นเจาไม่เหมือนเมื่อก่อน พวกเราจะไปเรียกเสี่ยวจั่นเจาไม่ได้แล้วนะ ต้องเรียก...อะแฮ่ม...จั่นเจาจอมยุทธน้อยคนที่ถูกเรียกจอมยุทธยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนจะหุบยิ้มทันทีเมื่อฟังคนตอบของพี่ใหญ่

            อ๋อ จอมยุทธน้อยจั่นเจาหรือ แต่ในสายตาของข้าต้าเปาเจ้ายังไงเป็นน้องเล็ก จั่นเจาที่น่ารักอยู่ดี

            แต่ว่าเป็นน้องเล็กยังไงก็ไม่ต้องมาบิดแก้มคนอื่นเขานี่

           เปล่านี่ เพราะว่าเจ้าไม่ชอบต่างหาก พี่ใหญ่ชอบเห็นหน้าตาแบบยอมรับไม่ได้แต่ก็ต้องยอมของเจ้าที่สุด น่ารักดี

            ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้เล่า

            ก็เจ้าน่าสนุกไง

            โอ้ยบิดแก้มอีกแล้ว ย้วยหมดแล้วเนี่ย ข้าคงถูกท่านกับมารดาท่านยั่วโมโหจนตาย

            นั่นสิแล้วแม่ข้าเป็นอย่างไรบ้าง

            ก็ดี เจ้าหายตัวไปสองปี นางเปลือกนอกไม่แสดงอะไร แต่พวกข้ารู้ว่าใจนางเป็นเช่นไร เฮ้ย ส่วนจั่นเจาเพื่อหาเจ้าถึงกับเดินทางสุดขอบฟ้ามุมทะเลเชียว

            ไอ่ กงซุนต้าเกอไม่ใช่เหมือนกันหรือไง อยู่ที่หลูโจวไม่ไปไหน สองสามวันก็ต้องไปที่บ้านท่านพี่ซักครั้งไปเรียนวิชาแพทย์กับเปาต้าเหนียง ทั้งหมดก็เพื่อคอยดูแลมารดาท่าน

            เปาเจิ่งยกแขนซ้ายขวาโอบไปที่ไหล่น้องๆ ขอบคุณมาก

            พอๆแล้วระหว่างพวกเรายังต้องใช้คำว่าขอบคุณด้วยหรือ

            เอ๋ ยังมีเรื่องสองปีมานี้ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เป็นคำถามที่เปาเจิ่งต้องหยุดคิด เรื่องสองปีมานี้ข้ายังจำได้ เรื่องในหอบุหลันลอยลมข้าก็ยังจำได้ดี แต่ที่นึกไม่ออกคงเป็นช่วงที่ได้รับบาดเจ็บนั่นแหละ เหมือนไร้ตัวตนไป

            ทำไมเป็นอย่างนั้นไปได้

            ข้าก็ไม่รู้

            อาการแบบนี้ในตำราแพทย์มีบันทึกไว้ เป็นไปได้ว่าช่วงเวลานั้นเจ้าประสบเกิดเรื่องราวให้เป็นทุกข์อย่างหนัก จึงเสมือนถูกสมองซ่อนไว้ไม่ใช่รับรู้ ไม่เป็นไรก็แค่เป็นเรื่องที่เจ้าไม่อยากจะไปจดจำเท่านั้น

            งั้นหรือ ข้าจำได้เพียงว่าข้าวิ่งอยู่ ด้านหลังมีเหมือนสัตว์ร้ายตามมาทำให้ข้าตกหน้าผาไป นอกนั้นจำอะไรไม่ได้แล้ว

            จริงๆแล้วมันไม่สำคัญอะไรเลย ขอเพียงท่านยังจำได้ว่าเป็นเปาต้าเกอก็พอแล้ว แค่นี้ก็พอแล้วจริงๆ เปาเจิ่งยิ้มออกมาได้ พร้อมหงายมือขึ้น แล้วคนที่ขนาบข้างทั้งสองก็ยิ้มตามแล้ววางมือของตนลงไป

            เอ๊ะ พวกท่านอยู่นี่เอง อาหารเย็นเสร็จแล้ว เข้าไปกินเถอะ ชิงจู๋เดินกรีดกรายมาตามหนุ่มๆ เวลาที่จะหันกลับตัวไปกลับเผชิญร่างสูงเสียก่อน แต่เมื่อสายตาของร่างนั้นจ้องไปที่ด้านหลัง นางจึงปลีกตัวออกมา จั่นเจาและกงซุนเชอฺมองเจตนานั้นออกจึงพยักหน้าให้กันพร้อมเดินตามแม่นางชิวจู๋ไป ผางถงยกไหเหล้าขึ้นเล็กน้อย เปาเจิ่งก็ยิ้มรับอย่างยินดี

            สุราดีเมื่อได้เพื่อนแท้ คำโบราณนี้ไม่แน่ใจว่าใช้ได้กับสถานการณ์นี้หรือไม่ ผางถงรินเหล้าลงชามให้เปาเจิ่งที่ใช้สองมือรองไว้อย่างมีมารยาท ก่อนจะรินให้ตนเอง

            ขอบคุณ ผางถงเงยหน้ามองคนที่พูดขอบคุณแบบที่เขาไม่ได้ทันตั้งตัว

            เรื่องอะไร

            ขอบคุณที่ท่านช่วยข้า ช่วยหมู่บ้านชวงสี ช่วยประชาชนชาวซ่ง

            ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า ผางถงรีบเอาชามเหล้าของตนชนกับชามเหล้าอีกฝ่ายเบาๆให้ลดมือลง ข้าก็แค่อยากชนะ แค่หวังจะชนะในทุกสนามรบ และเพื่อชัยชนะในบางสถานการณ์เมื่อจำเป็นข้าสามารถสละเจ้าได้โดยไม่ลังเล ยังสละได้ทั้งประชากรชาวหมู่บ้านชวงสี หรือแม้แต่ชาวซ่งจำนวนมากกว่านี้ อย่างไม่ใส่ใจ แต่ก็ยังดีนี่ เจ้ายังมีชีวิตอยู่ เป็นคำพูดแสดงความเห็นแก่ตัวที่ทำให้คนยิ้มได้ ผางถงก็ยังเหมือนเดิม เปาเจิ่งเจ้ารู้ไหม ว่าบิดาข้าเกลียดเจ้ามากแค่ไหน กระทั่งเคยสาบานต่อตนเองว่าจะจับเจ้าหลิงฉือ (การประหารแบบโบราณกระทำโดยตัดมือเท้าแล้วเชือดคอ) แต่ถ้าท่านรู้ว่าเจ้าต้องมาตายด้วยน้ำมือทหารเหลียวแล้วละก็ คงแค้นจนคันรากฟันเป็นแน่ คนพูดวนเหล้าในชามก่อนดื่มรวดเดียว เสียงเรียกกินข้าวดังแว่วมา

            เจ้าไปเถอะ

            ด้วยกัน

            เหอะ อย่าเลย ข้ามันคนที่ไม่มีใครยินดีต้อนรับ เพราะว่าสิ่งที่ข้าสามารถที่จะให้คนอื่นได้มีแต่ความสิ้นหวังมือที่ยื่นไปคว้าไหถูกรั้งไว้อีกด้านโดยเปาเจิ่ง ชามเหล้าว่างเปล่าถูกเติมเต็มอีกครั้ง ก่อนที่คนให้เกียรติรินเหล้าให้จะลุกขึ้นจากไป ผางถงไม่รู้ว่าเปาเจิ่งหยุดนิ่งครู่หันมามองตนแล้วยิ้มให้ครั้งหนึ่ง และเปาเจิ่งไม่รู้ว่าคนที่ตนยิ้มให้ก็ยิ้มตอบเช่นกัน

            เมื่อมานั่งที่โต๊ะเปาเจิ่งจึงรู้ว่าอาหารค่ำมื้อนี้คงจืดชืดทีเดียว หน้าสวยๆของนางงามทั้งหลายเศร้าสร้อยนัก พวกเขาก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา จนกระทั่งมีผู้หนึ่งที่อดรนทนไม่ได้

            พอได้แล้ว พวกเราอย่าเป็นแบบนี้ได้ไหม ต่างมาจากเหตุนี้ เรื่องไม่ขึ้นอยู่กับมนุษย์ พวกเราวันนี้สามารถมานั่งอยู่ที่นี่ ไม่แค่เพราะว่าโชคดี แต่เป็นเพราะพรมหมลิขิตของพวกเราไม่ใช่หรือ ควรที่ร่าเริงเข้าไว้และรู้ค่าของโอกาสที่พวกเรามี ใช่มั้ยชุนเถาเจี่ย

            อืมถูกแล้ว งั้นพวกเราวันนี้ต้องกินให้ท้องคราก

            ได้ มา ต้าเปารินเหล้าสิ ตงเหมยชะงักนิดหนึ่งก่อนคิดได้ว่าต้าไปไม่มีอีกแล้ว ขอโทษด้วยเปาต้าเกอ เมื่อเห็นหน้าพวกนางจ๋อยสนิท เปาเจิ่งจึงต้องลุกขึ้นเพื่อบอกความคิดเขาให้ทุกคนรู้ สองปีมานี้ข้าตกอับกลับได้มาพบพวกเจ้า ข้าดีใจมาก เสี่ยวหมานเจี่ย ชุนเถา ตงเหมย เซี่ยซาง ชิวจู๋ จั่นเจา กงซุนเชอฺ ต้าเปาเมื่อรินเหล้าให้ทุกคนแล้วก็เติมชามของตนให้เต็มพร้อมยกขึ้น ขอบคุณสองปีมานี้ที่ดูแลข้า ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เป็นต้าเปาของพวกเจ้าตลอดไป ดื่ม

            งั้นดีเลยวันนี้ข้าต้าเจี่ยเบื่อมาก ต้าเปาเจ้าไปเต้นระบำแก้ผ้าซิ ชุนเถาเอ่ยก่อนชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นหน้าเปาเจิ่งที่ดูเคร่งครึม แต่ก็ยิ้มออกมาได้เมื่อคนหน้าเข้มตกลง แต่ที่ยิ้มกว้างกว่าใครไม่พ้นจั่นเจา ก็เปาเจิ่งเต้นระบำแก้ผ้าหาดูง่ายซะที่ไหน เมื่อเปาเจิ่งเดินมาข้างหน้าวิญญาณต้าเปาก็ลงประทับพอดี

            อืม แม้ว่าข้าจะเต้นระบำเก่งน้า แต่วันนี้ไม่เต้นดีกว่า ข้าเลียนแบบทุกคนดีกว่านะเจ้าคะ ชุนเถาเจี่ยต้องอย่างนี้...

            ทุกคนหัวเราะกับท่าทางของต้าเปา กงซุนเชอฺนี่หนักหน่อยเพราะหัวเราะจนน้ำตาเล็ด ถือพัดแล้วยังต้องตบโต๊ะไปด้วย ตกดึกๆจั่นเจาที่ดื่มได้ดีเริ่มหมัดมวย กงซุนเชอฺเริ่มร่ายกลอน เปาเจิ่งก็แอบมานั่งหลังโรงครัวเพื่อรำลึกเรื่องราวของที่นี่ทั้งหมดเพื่อจดจำให้มากที่สุด เสี่ยวหมานถือจานชามมาเก็บหลังร้านจึงเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เปาเจิ่งหันไปมองหน้านางครั้งหนึ่ง

            พวกเขา

            ยังบ้ากันอยู่ เจ้าไม่ใช่ไม่รู้นี่ พวกชุนเถาเจี่ยถ้าไม่ถึงเช้าไม่หยุดดื่มหรอก

            เสี่ยวหมานพรุ่งนี้พวกข้าต้องไปแล้ว ข้ากับพวกกงซุนเชอฺจะไปที่จิงเฉิงก่อนแล้วค่อยกลับหลูโจว เปาเจิ่งได้ยินเสียงสะอื้น

            ก็ดีซิ

            อาลัยนัก

            อาลัยอะไร

            ที่นี่ ทุกอย่าง หอบุหลันลอยลม พวกของชุนเถา ต้าเปาโง่ ยังมีเจ้า

            งั้นหรือ เสี่ยวหมานน้ำตาร่วงลงตัก กล่าวอะไรได้ไม่มากนัก

            แล้วเจ้า วางแผนอะไรไว้ต่อไป

            แผนของข้าหรือ ค่อยคิด

            อ้อ มีเวลาก็ไปหลูโจวสิ

            หลูโจว ไกลนัก

            ไม่ไกล ต้าเปาแทบจะตอบทันที ถ้าเจ้าจะไปข้าจะมารับเจ้า เจ้ารู้มั้ยซาละเปาของหลูโจวก็อร่อยนะ แต่ข้าก็คิดว่ายังห่างไกลฝีมือพวกเจ้านัก จริงนะ ข้ายังคิดอยู่มาต่อไปถ้าไม่ได้กินซาละเปาที่พวกเจ้าทำจะทำอย่างไร โดยเฉพาะฝีมือเจ้าน้ำตาที่เกือบหยุดแล้วไหลลงมาอีก

            เสี่ยวหมาน สาวน้อยแสนงามแสนฉลาดเช่นเจ้า ต่อไปอย่าได้เจ้าอารมณ์นักนะ จริงนะ ข้าว่าคงมีแต่ต้าเปาโง่เท่านั้นแหละที่จะอดทนเจ้าไหว เอ๊ะ วันหลังเอาอย่างนี้แล้วกัน ถ้าเจ้าวันไหนอารมณ์ไม่ดีมากๆ ก็ไปหาข้าที่หลูโจว ข้าจะยอมเปลี่ยนเป็นต้าเปาอีกครั้งให้เจ้าต่อยเจ้าเตะไง ดีไหม

            ดีสิ

            รอยยิ้มนางยิ้มทั้งน้ำตาเปาเจิ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพที่นางหันมาจ้องตา เหมือนเป็นครั้งสุดท้ายแล้วลุกขึ้นจนเขาต้องเรียกชื่อนางให้อย่าจากไป แต่นางเพียงเร่งฝีเท้าจากไปเร็วกว่าเดิม เสียงที่รอดจากมือที่ปิดปากเป็นเสียงสะอื้นแน่ ทั้งๆที่อยากจะจากไปอย่างไร้น้ำตาทั้งสองฝ่ายแท้ๆ แม้คนที่ฉลาดที่สุดในแผ่นดินก็ทำไม่ได้ เพราะหัวใจของเขาก็กำลังหลั่งน้ำตาเช่นกัน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น