เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 25 : ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง--เป็นไปไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

File24 ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง

 

 

เป็นไปไม่ได้

 

            ตะแคงซ้ายตะแคงขวา ผลักไปข้างหน้า ย้ายมาติดจมูก กระดาษที่ถูกสันนิษฐานว่าเคยห่อทองมาก่อนก็ไม่ได้กระซิบบอกต้าเปาว่าทำไมทองที่มันห่อ หมิงเต้าเอ่อเหนียน หรือทองเจรจาซ่งเหลียวเมื่อสามปีที่แล้วถึงไปอยู่กับอันกั๋วไท่ได้ ระหว่างที่ต้าเปานั่งพิงอย่างมึนๆข้างหลังครัว เสี่ยวหมานก็เข้าไปเอาตะกร้าหอบซาละเปาหลายลูกมาเอาใจคนเก่ง

            "เอ้ๆๆ ต้าเปาโง่อย่าคิดเลย คิดไปก็คิดไม่ออก มาลองชิมนี่ซาละเปาสาวงามน้อยขนาดยักษ์ที่สุดในปฐพีของข้า"

            "อืม"

            "ต้าเปา ค่อยกินก็ได้ อย่ามูมมามยังมีอีกเยอะ เดี๋ยวก็ได้ติดคอพอดี" เสี่ยวหมานดูต้าเปากินไปซักครู่ก็เอามือลูบรอยสักรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หน้าผาก "ต้าเปารอยสักนี่ได้มายังไง"

            "งัมๆๆ ก็พี่น้องจั่นเจาบอกว่า มีแต่กำเนิด"

            "หืม มีแต่กำเนิดหรอกหรือข้าคิดว่าเป็นรอยแผลเป็นซะอีก"

            "จั่นเจาบอกว่า..." ถึงกับนิ่งไป

            "ต้าเปาทำไมไม่พูด อย่าทำให้ข้าตกใจนะ ติดคอหรอ"  เสี่ยวหมานจัดการทุบไปสองตุ้บ ตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอยเพราะว่าเขาไม่ได้ติดคอ แต่คนที่ปรารถนาดีทุบซะเขากระอัก

            "ข้าจะบอกว่ารอยแผลเป็น"

            "รอยแผลเป็นอะไร"

            "งั้นเรามาเล่นอะไรสนุกๆกัน"

            "เอาสิ ใครกลัวเจ้า"

            "เอาละนะ"

            "กรรไกร ค้อน กระดาษ" ทั้งสองร้องขึ้นพร้อมกัน ผลที่ออกคือ ค้อนของต้าเปาทุบกรรไกรของเสี่ยวหมานแหลกละเอียด สาวน้อยทำเสียงงุ้งหงิ้งว่าเจ้าคนหน้าดำมันก็แค่โชคช่วย และรอบที่สองก็ยังไม่อยากยอมรับว่าค้อนของตนถูกกระดาษของคู่ต่อสู้ห่อจนมิด แต่ต้าเปาไม่ยอม บอกว่าต้องลงโทษพร้อมไปเอาเครื่องเขียนมาพร้อม

            "หิหิ เจ้าเสร็จหรือยัง" ต้าเปาตวัดพู่กันเข้าที่แก้มของเสี่ยวหมาน หน้าตาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง สาวเจ้าก็ทำตัวยุกยิกไปมา

            "เรียบร้อย" เสี่ยวหมานเอาปากพ่นลมไปด้านข้างเพื่อเป่าแก้มตัวเอง แต่ต้าเปากลับจับให้อยู่นิ่งๆแล้วเอานิ้วมาลูบที่แก้ม ตาสวยกระจ่างหลุบลงต่ำไม่กล้ามองคนตรงหน้าที่ท่าทางจริงจังนักกับการพิจารณาแก้มเธอ

            "มีเค้า"

            "หา" ต้าเปากล่าวอย่างตื่นเต้นทำเอาเสี่ยวหมานหลุดจากพวังหวาน

            "จั่นเจา" ต้าเปาเอ่ยเสียงไม่ดังนัก ทั้งยังไม่ได้หันหน้าไปทิศทางไหนเป็นพิเศษ

            "จั่นเจาจะมาอยู่แถว.....หา" เสี่ยวหมานสะดุ้งสุดตัว ก็เห็ฯชัดๆว่านั่งเล่นอยู่กันสองคนแล้วจอมยุทธน้อยท่านโผล่มาจากหลุมไหนละเนี่ย

            แน่นอนว่าจั่นเจาให้กำลังภายในเร่งฝีเท้ามาประชิดตัวต้าเปาได้แม้เรียกชื่อยังไม่จบ ต้าเปาที่นั่งยองๆอยู่สนทนากับน้องอย่างไม่ตกใจในการปรากฎตัวอันน่าพรึงเพริดนี้

            "ต้าเปาต้าเกอ ท่านมีอะไร"

            "มี ช่วยข้าทำอะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย"

            "..." เสี่ยวหมานไม่ได้ยินว่าต้าเปากระซิบอะไร เห็นเพียงจั่นเจายิ้มอย่างน่ารักแล้วกล่าว "ได้" เพียงคำเดียวก็เหมือนขามา หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นางชักสงสัยจั่นเจายังเป็นคนอยู่หรือไม่

            "หิ เขายิ้มอะไรนะ เจ้าให้เขาไป เขาก็ไปทำให้เจ้า"

            "ก็เป็นอย่างนี้มาตลอด"

            "หือ เป็นอย่างนี้ตลอด เจ้าจำเรื่องเมื่อก่อนได้แล้วหรอ"

            "เอ่อ ไม่ ยังจำไม่ได้ มันเป็นแค่ความรู้สึกเท่านั้น" ต้าเปาหยิบกระดาษที่ต้องสงสัยทั้งสองแผ่นมาพิจารณาอีกครั้ง "หรือว่าจะใช่เขา"

            "ใครล่ะ"

            "ถ้าเป็นเขาจริงๆ อย่างนั้นทองก็ไม่ใช่เขาที่ขโมยไป แล้วทำไมยังวางไว้อย่างนั้นได้ตั้งนาน" ต้าเปายืนขึ้น ตัวโอนเอนเดินไปตามทาง "เป็นใคร ทำไมถึงคิดไม่ออก"

            "เฮ้ต้าเปา เจ้าเป็นอะไรน่ะ" เสี่ยวหมานลุกขึ้นจะเดินตามแต่ก็เจอ พวกเซี่ยซางเจี่ยเดินเข้ามาซะก่อน

            "ต้าเปาหาหลักฐานใหม่ได้หรือยังเสี่ยวหมาน"

            "ไม่รู้ ไม่รู้ว่าในหัวเขาคิดอะไรอยู่" เสี่ยวหมานเอ่ยเสียงงอนเต็มที่

            "ฮิๆๆ เจ้าไม่รู้หรือ แต่พวกเจี่ยเจียรู้ ก็เขียนไว้ที่หน้าแล้วนี่"

            "พวกพี่เจี่ยรู้หรอ เขียนไว้บนหน้า?"

            "ก็ตัวลามกตัวเบ้อเร้อไง"ฮิๆ พี่สาวที่น่ารักเอานิ้วก้อยดันคางเสี่ยวหมานมาดูชัดๆพร้อมขำคิกคัก

            "ต้าเปาตัวร้ายยยยยยยยยย" ขายหน้ายังไม่พอที่จะเอ่ย สาวน้อยได้แต่วิ่งไปจัดการตัวต้นเหตุ

 

            "ต้าเปาเจ้าดูหน้าข้า" เสี่ยวหมานวิ่งไปเอาผ้าเช็ดหน้าไป หาไปหามาก็พบว่าเจ้าตัวร้ายอยู่ในห้อง

ของไฉ่เตี๋ย กำลังเปิดหนังสือเล่มหนึ่งดู

            "ต้าเปาไม่ต้องทำเงียบ ดูเลยว่าเจ้าอะไรไว้" ต้าเปายังดูหนังสือต่อไป เสี่ยวหมานเริ่มทนไม่ได้ ยื้อหนังสือมา แต่มือเหล็กจับไว้แน่น เมื่อถูลู่ถูกังไปมาสองสามที่หนังสือก็กระจุย เชือกที่ร้อยสันไว้ขาด หน้าหนังสือปลิวไปทั่วห้อง

            "เจ้าอย่ามาโวยวายได้มั้ย" ต้าเปาเสียงดังเข้ม ส่วนเสี่ยวหมานหน้าเสีย คนที่ไม่เคยตวาดนางเลยไม่พูดอะไรอีก ก้มลงเก็บหนังสือขึ้นมา นางค่อยๆคลานไปข้างๆ

            "โกรธเหรอ"

            "..."

            "อย่าโกรธอีกเลยนะ" เสี่ยวหมานพูดเบาเพียงกระซิบ แต่เมื่อไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ นางก็ดูแผ่นหน้าหนังสือที่ต้าเปาเก็บ

            "เอ๊ะ ต้าเปาโง่"นางซึมไม่ได้นานจริงๆ "ทำไมมั่วอย่างนี้ หนังสือขาดกระจุย เวลาเก็บก็ต้องเก็บเรียงทีละหน้า เอ้านี่ ยื่นมือมา หนึ่ง สอง สาม สี่..." ต้าเปาเหมือนฟ้าผ่าลงมา ลุกขึ้นสุดตัว เสี่ยวหมานก็ตกใจลุกตาม

            "ตายทั้งสี่คนเป็นใคร"

            "เจ้าลืมแล้วหรือ เถ้าแก่ฆ่าคนแรกคือเซียวจุน คนที่สองก็อันกั๋วไท่ คนที่สาม..อ้อ ว่านจี๋เสียง แล้วสุดท้าย หวางไฮ่ปาไง"

            "ไม่ถูก"

            "ไม่ถูก?"

            "คนสุดท้ายเป็นเถ้าแก่ต่างหาก ว่านจี๋เสียงแค่เป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้น ข้ารู้แล้วคนตายทั้งสี่เกี่ยวข้องกันอย่างไร" สายตาต้าเปาจ้องเขม็งที่ภาพวาดทั้งสี่ของไฉ่เตี๋ย เสี่ยวหมานโผตัวเข้ากอดแขนต้าเปาแล้วเขย่า

            "เกี่ยวข้องกันอย่างไร"

            "ถ้ารู้ว่าศพไร้นามคือใครกันแน่เรื่องทุกอย่างก็จะกระจ่าง ไฉ่เตี๋ยรู้เรื่องที่พวกเราไม่รู้ คนร้ายที่แท้จริงเป็นใคร..แต่ว่า"

            "คนร้ายคือใคร"

            "แต่ว่า คนที่สามารถฆ่าพวกเขาได้ต่างก็ตายหมดแล้ว ไม่ยุ่งแล้ว ไปดูให้รู้แน่ชัดดีกว่า"

            "เอ๊ะต้าเปา ไม่ยุ่งอะไร แล้วจะไปไหน" ต้าเปาวิ่งไปไกลแล้วถึงจะตะโกนตอบกลับเสี่ยวหมานที่ยังยืนงงๆอยู่

            "ไปดูไฉ่เตี๋ย"

            "ไฉ่เตี๋ย ไฉ่เตี๋ยไม่ใช่ตายไปตั้งนานแล้วหรอ หรือเจ้าจะขุดกระดูกนางออกมาดู"

 

            เจี่ยเจียเร็วเข้าหน่อยๆ เร็วเข้า"

            "ก็เร่งสุดฝีเท้าแล้ว ดูกระโปรงพวกเจี่ยเสียก่อนสิ"

            เสี่ยวหมานนำหน้าพวกสาวๆหอบุหลันลอยลมไป นางรู้ว่าต้าเปาต้องทำจริงๆแน่ และถ้าเป็นอย่างนั้นวิญญาณของไฉ่เตี๋ยจะไม่มาหลอกหลอนพวกนางอีกเหรอ        

            เมื่อถึงสุสาน บรรยากาศสงบวังเวงกลายเป็นตลาดทันทีที่พวกนางก้าวย่างเข้าไป เมื่อถึงหลุมศพไฉเตี๋ยที่ตอนนี้เป็นหลุมจริงๆเพราะต้าเปาขุดไปได้ลึกครึ่งเอวแล้ว ป้ายวิญญาณก็นอนแอ้งแม้งอยู่แทบเท้าพวกนาง

            "ต้าเปาเจ้าจะทำอะไร"

            "อย่านะต้าเปา" และเสียงห้ามอีกมากมาย จนทำให้คนที่ขุดจนเหงื่อท่วมตัวตัดสินใจตะโกน

            "เลิกโวยวายกันได้ม้ายยยยยยยยย" เงียบ เมื่อเห็นว่าพวกเจี่ยเจียเย็นลงรอฟังคำอธิบายแล้วจึงกล่าวต่อ

            "ข้าไม่ได้จะลบลู่ไฉ่เตี๋ยเจี่ย และข้าก็รู้ ว่าขุดกระดูกคนตายขึ้นมาบนโลกอีกครั้งเป็นการไม่เคารพ แต่นี่เป็นหลักฐานเดียวที่นางทิ้งไว้ให้กับพวกเรา พวกเจ้ารู้มั้ย"

            "หมายความว่าอย่างไร" เสี่ยวหมานเอามือเกาหัว แล้วก็มีคนมาให้คำตอบ

            "ประโยคนี้เป็นเปาต้าเหนียงกล่าวไว้"

            "เปาต้าเหนียงพูดเหรอ"

            "เปาต้าเกอ สิ่งที่ท่านต้องการข้านำมาให้แล้ว" จั่นเจาไม่ตอบเสี่ยวหมานแต่ยื่นห่อผ้าสีตุ่นให้คนที่ขุดหลุมอยู่ แต่ที่น่าสนใจจั่นเจาตามต้าเปามาถูกที่ได้อย่างไร หรือว่าจะได้ยินเสียงนกกระจอกแตกรังแล้วตามมา

            ต้าเปารับมามือเดียวแล้ววางบนขอบหลุม ตวัดผ้าสองครั้ง สิ่งที่ปรากฎทำเอาป่าช้าแตก

            กรี๊ดดดดดดดดดดดด

            สาวๆเห็นเต็มตาว่าในห่อผ้าเป็นหัวกะโหลกขาวเทา ต้าเปาจ้องเขม็ง "หรือว่าเป็นเขาจริงๆ ไฉ่เตี๋ยไม่ได้อยู่ที่นี่" เสียงค่อยแต่หนักแน่นทำเอาจั่นเจาหัวใจพองโต เหมือนตอนนี้เขากำลังจะได้พี่ชายคนเดินกลับมา  ต้าเปากระโดดก้าวเดียวขึ้นจากหลุมหนึ่งเมตร แล้วรวบเอาผ้าห่อหัวกะโหลกไปด้วย จั่นเจาก็ก้าวข้ามหลุมแล้วตามไปติดๆ

            "ต้าเปาเจ้าอย่าได้ขุดอีกเลยนะ"

            "เจ้าขุดหลุมมากไปจนจะเสพติดแล้ว"

            "เมื่อกี้หลุมของไฉ่เตี๋ยยังไม่กลบให้เรียบร้อยเลย วิญญาณนางอาจจะ...แง"

            สาวๆตามต้าเปาไปเหมือนกัน ตอนนี้ชายทั้งสองกำลังช่วยกันขุดหลุมของตระกูลหม่าอยู่

            เสี่ยวหมานถามขึ้นอย่างไม่รู้"นี่หลุมใครน่ะ"

            "นี่หลุมลูกและภรรยาของหม่าปิง" แล้วก็ส่งเสียงวี๊ดว้ายอีกชุด จนต้าเปาหยุดขุดมองตาดุ สาวๆจึงพอได้เงียบแล้วหัวเราะแฮะให้ต้าเปาขุดโต คราวนี้ไม่นานก็เจอไม้กระดาน จั่นเจาแงะขอบไม้แล้วสบัดข้อมือ ฝาโลงก็ลอยด้วยกำลังแขนแตกเป็นแผ่นๆอยู่แทบเท้า สาวๆร้องป่าช้าแตกอีกครั้ง คราวนี้ชัด สองโครงกระดูกไม่ใช่แค่หัวมาทั้งตัว นอนเรียงกันในหลุม

            จั่นเจาหันมาสบตา ต้าเปาตอบรับแล้วโดดลงในหลุมก่อน เอามือทาบที่ช่วงซี่โครง กางนิ้วโป้งและชี้จนสุด ใช้แทนเชือกวัดความยาว "โครงกระดูกสูงนี้ห้าฉื่อ(ฟุต)สองชุ่น(นิ้ว) ช่วงบ่าแคบ กระดูกแขนอ่อน น่าจะเป็นเพศหญิง ต้องเป็นภรรยาของหม่าปิงแน่" จั่นเจาพยักหน้า ต้าเปาพูดต่อ "กระดูกคอหักไปด้านหลัง คงเป็นเพราะถูกประหาร"

            "ทำไม"

            "เพราะว่าเวลาประหาร มักจะให้เชือกรัดที่คอแล้วรั้งไปด้านหลังผูกกับรอก เมื่อเชือกถูกรอกพันเข้าจนแน่น ในที่สุดกระดูกคอจะหักจากด้านหน้า ส่วนกระดูกด้านหลังจะถูกอัดจนแตก"

            "อย่างนี้นี่เอง งั้นโครงนี้เตี้ยกว่า กระดูกคอก็หักไปด้านหลังเหมือนกัน คงเป็นลูกชายของหม่าปิง"

            ต้าเปาพยักหน้าแล้วเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางเทียบกระดูกเชิงกราน แล้วชะงัก เหมือนมีใครเอาไม้มาฟาดหัว

            "เป็นไปไม่...ทำไมเป็นอย่างนี้" ต้าเปาทำท่าวิญญาณหลุดร่างอีกครั้ง สาวๆที่ล้มไปแทบสิ้นสติก็ลุกขึ้นมาจะถามต้าเปาว่าได้อะไรบ้าง แต่ก็ถูกจั่นเจากั้นเอาไว้

            "พอก่อน เขากำลังคิดอะไรอยู่ ปล่อยให้อยู่เงียบๆสักพัก"

            "เขาเป็นอะไรล่ะ"ชุนเถามองท่าเดินผีดิบของต้าเปาอย่างแหยง เอ๊ะนั่นจะเดินชนตั้นไม้อยู่แล้ว

            "ข้าคิดว่า ท่านพี่กำลังพบกับเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้"

            "หา เรื่องอะไรหล่ะ"

            "หรืออีกนัยหนึ่ง ตอนนี้เขาหาเตานึ่งเจอแล้ว ขอเพียงคิดเรื่องนี้ให้ออกเท่านั้น เรื่องอื่นๆที่คิดไม่ตกก็จะกระจ่างเอง" จั่นเจามั่นใจ มองไปที่แผ่นหลังของคนที่กำลังจะสะดุดหลุมศพของใครไม่รู้อย่างภูมิใจ

 

            ค่ำแล้ว เวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว ต้าเปานั่งบนร้านเล็กที่ถูกต่อไว้ให้พักผ่อน เอาจดหมายที่เถ้าแก่หวงเขียนไว้ออกมา เมื่อกลางวันเขาอุตส่าห์ไปทวงคืนมาจากเยียลู่จุ้นไฉ จดหมายที่ถูกฉีกทิ้งไว้อย่างเป็นปริศนา

            "เถ้าแก่ถูกฆ่าตาย แล้วทำไมจดหมายลาตายต้องถูกฉีกด้วยเล่า ทำไม" ต้าเปาเรียงจดหมายเสร็จแล้วก็หันไปตามเสียงกุกกักด้านหลัง เสี่ยวหมานกำลังเอาหินขาวกับก้อนถ่านดำมาทำอะไรอยู่ไม่รู้ จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆอย่างสนใจ แต่เสี่ยวหมานถลันเอาตัวมาบังไว้ ต้าเปากลับผลักเสี่ยวหมานออก จึงได้เห็นว่าหินขาวถูกเรียงเป็นคำว่าต้าเปา ส่วนถ่านก้อนดำถูกเรียงเป็นพื้นทำให้คำว่าต้าเปาเด่นขึ้นมา"ทำไมเป็นอย่างนี้"

            "ก็ข้าไม่มีอะไรทำนี่ก็เลยเอาหินมาเรียงๆแต่ข้าเรียงเป็นรูปภาพนะ ไม่ได้ตั้งใจจะเรียงชื่อเจ้าเลยนะ" เสี่ยวหมานจะเข้ามาดึงต้าเปาออกไปกลับถูกรวบมือไว้ เสี่ยวหมานวาบหวามอีกแล้ว ไม่ได้ดูเลยว่าสายตาของต้าเปาอยู่ที่หินไม่ใช่หน้านาง "เจ้า เจ้าอย่าคิดเลยเถิดไปนะ"

            "ข้าคิดออกแล้ว"

            "ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดนะ...เอ๊ะ" เสี่ยวหมานถูกต้าเปาโยนไปด้านหลัง แล้วเข้ามาดูหินที่เรียงชัดๆ

            "แต่...เป็นไปไม่ได้ จะเป็นเขาได้อย่างไร ก็เขาตายไปแล้วนี่ งั้นเป็นใครกันแน่" ที่หลังต้าเปามีรังสีอมหิตอยู่คลุ้ง ตนกำเนิดคือสาวน้อยที่ฝันสลายเพราะถูกผลักอย่างไม่ไยดี

            "เจ้าหาเรื่องตายใช่มั้ย" เสี่ยวหมานโดดเข้ามาจะเอาเรื่อง แต่เมื่อเห็นต้าเปายังจ้องกองหินที่นางเรียงอยู่ ก็รีบเอาตัวบังอีกหนแล้วชี้ไปที่หิน "เจ้าอย่ามอง ดูแค่ก้อนดำๆ อย่าดูก้อนขาวๆนะ"

            ต้าเปาตาโต "ขาวหรือว่าดำ"

            "ใช่ๆ เจ้าอย่าดูสีขาวดูแต่สีดำ"

            "หา ฮ้า" ต้าเปาวิ่งไปที่แคร่ร้านอีกครั้ง จดหมายของเถ้าแก่เรียงอยู่ที่นั่น ต้าเปาจับมันแยกออก แล้วหลับตา สีหน้ารับไม่ได้

            "ทำไมเป็นเขาได้ ทำไมเป็นเขาได้ เขาจะฆ่าคนได้อย่างไร เขาฆ่าคนไม่ได้แน่"

            "ต้าเปา เจ้ารู้ตัวคนร้ายแล้ว"

            "เป็นเขาไปไม่ได้" ต้าเปาตะโกนสุดเสียงแล้วออกแรงวิ่ง เสี่ยวหมานก็คว้าโคมแล้วรีบตามไปแต่ก็ห่างอยู่ช่วงหนึ่งนางตามเขาไม่ทันแล้ว หาต้าเปาไม่เจอ ได้แต่ตะโดนเรียก พุ่มหญ้าหนาทำให้ก้าวเท้าลำบาก ไม่ทันไรก็ต้องสะดุดก้อนหิน เสี่ยวหมานก้มลงไปดูเท้า ก็เห็นเจ้าต้นเหตุ หินมีรูสีขาวที่วันนี้นางเจอมาทั้งวันแล้ว หัวกะโหลก นางร้องไม่ออก และก็ไม่มีแรงยืน โคมไฟถูกทิ้ง ตัวล้มลงแล้วถัดตัวเองให้ห่างเจ้าหัวกะโหลกมากที่สุด แต่มือเจ้ากรรมก็ไปโดนอะไรนิ่มๆ เสียหวีดร้องดังก้องป่าอาจทำให้ใครบางคนรู้ที่อยู่ของนาง แต่เมื่อนางลืมตาขึ้นมาก็พบว่าสิ่งที่นิ่มๆนั้นคือคนที่นางตามหาอยู่ ที่สำคัญนอนไร้สติ เสี่ยวหมานเรียกต้าเปาทั้งเขย่าแต่ก็ไม่มีผล และไม่ได้สังเกตเลยว่ามุมมืดนั้นมีมือที่คว้าก้อนหินใหญ่เดินเข้ามา เสี่ยวหมานแค่รู้สึกถึงแรงที่เข้ามากระทบที่ต้นคอ สำนึกได้ว่า นางเรียกต้าเปาไม่ตื่นแถมนางก็ถูกทำให้หลับอีกคน

            จั่นเจาตามหาพี่ชายของตนไปทุกที่ และได้ร่องรอยเมื่อเดินมาถึงหลังโรงครัว จึงคลำทางมาจนถึงป่าด้านหลัง และพบร่างต้าเปาและเสี่ยวหมานที่ไม่ได้สตินอนเกยกันอยู่ สัมผัสทั้งห้าถูกเปิดเต็มที่ เขารู้ว่าตอนนี้ตัวคนทำอยู่ไม่ไกล แต่ที่เสี่ยงไม่ได้เพราะสองร่างที่สลบอยู่นี่ จั่นเจาไม่มีทางเลือกได้แต่แบกคนทั้งสองกลับหอบุหลันลอยลม

            "ต้าเปา โอ้ย"

            "ฟื้นแล้วเสี่ยวหมานฟื้นแล้ว" ชุนเถาตะโกนเรียกสาวๆเข้ามาดู นางเล่าเหตุการณ์ให้เสี่ยวหมานฟังว่ามีคนลอบทำร้าย ส่วนต้าเปาตอนนี้... เสี่ยวหมานลุกขึ้นลงไปที่ห้องใต้บันไดอันเป็นที่พักของต้าเปา ทุกคนที่เหลืออยู่ที่นั่น ไม่เว้นแม้แต่มู่หลาน เมื่อเห็นสีหน้าดีใจระคนแปลกใจ ชุนเถาจึงบอกว่าอย่างกระเซ้าว่า

            "มู่หลานได้ข่าวกงซุนกงจื้อถูกจับตัวเป็นห่วงเลยกลับมา ไม่ได้ห่วงพวกเราหรอก"

            "ต้าเปาเป็นอย่างไรบ้าง" เสี่ยวหมานหันมาถามจั่นเจาบ้าง

            "เมื่อกี้หมอมาดูอาการแล้ว พบว่าถูกคนดีที่ศีรษะอย่างแรง ชีพจรปกติ แต่อย่างไรก็เรียกไม่ฟื้น มันไม่แน่ไม่นอน ต้าเปาต้าเกออาจจะฟื้นพรุ่งนี้ เดือนหน้าหรืออาจ..."

            "ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย" เสี่ยวหมานต่อคำจนจบ น้ำตาคลอเบ้า เซี่ยซางทนไม่ได้จึงเข้ามาปลอบ "เจ้าก็รู้ว่าคนบ้ามักโชคดี ต้าเปาต้องไม่เป็นอะไรแน่"

            "ใช่" เสี่ยวหมานมองไปที่เตียง "เขาต้องไม่เป็นอะไร เขาไม่ใช่คนธรรมดา เขาคือ เปาเจิ่ง ไม่มีทางที่จะล้มลงง่ายๆแน่ ไม่ใช่แค่พวกเราที่ต้องการเขาในยามนี้ ต้าซ่งก็ต้องการเขาเช่นเดียวกัน"

            ยิ่งใกล้เช้าเสียงม้าและเสียงโห่ร้องดังมาไกล คนในหมู่บ้านชวงสีรู้ ซ่งเหลียวอาจต้องเปิดศึกเมื่อยามสุริยาฉายแสง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น