เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 21 : ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง--แย่นตั้งเฟยเจี้ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

File20 ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง

 

 

 

แย่นตั้งเฟยเจี้ยน

 

                ผ้าขาวบางถูกเปิดออก หน้าชายที่เคยถูกต้องสงสัยว่าเป็นคนร้ายซีดขาวไร้แล้วซึ่งวิญญาณ หวางไฮ่ปาตายแล้วในคุกนั่นเอง

            "กงซุนต้าเกอ ข้าได้ตรวจสอบแล้ว ผู้คุมถูกกดตัดหลอดลม เหมือนกับว่านจี๋เสียง นั่นคือลงมือในครั้งเดียวถึงแก่ชีวิต" กงซุนเชอฺแค่พยักหน้าเท่านั้น จั่นเจาเลยกล่าวต่อ"หรือว่าจะเป็นหม่าปิงจริงๆ ทำไมเขาต้องฆ่าหวางไฮ่ปาด้วย"

            ผู้ฟังทั้งหมดได้แต่ส่ายหน้า กงซุนเชอฺลงมือตรวจสอบศพของหวางไฮ่ปาโดยละเอียด เมื่อเลิกผ้าขาวถึงบริเวณอก ต้าเปาที่ถูกลากมาด้วยและกำลังดูอยู่ข้างๆ ก็ร้องว้าว "สุดยอด ยอดฝีมือ" ที่ทุกคนเห็นคือเข็มปลายแหลมหกเล่มถูกปักเรียงกันในแนวขวางลำตัว กงซุนเชอฺต้องใช้แรงมากกว่าที่คิดเพื่อดึงออกมา

            "จั่นเจา เจ้าอยู่วงในยุทธจักรคงสันทัดเรื่องนี้" กงซุนเชอฺยื่นเข็มที่ปลายมีเลือดแข็งตัวติดอยู่ในมือให้จอมยุทธน้อย

            "คนร้ายได้ฆ่าผู้คุมก่อนแล้วบุกเข้ามา แสดงว่าขณะนั้นหวางไฮ่ปาได้เผชิญหน้ากับคนร้าย และกรงขังได้ปิดอยู่อย่างแน่นหนา คนร้ายคงต้องให้อาวุธระยะไกลและมองเห็นเป้าหมายอย่างชัดเจนในการที่จะฆ่าหวางไฮ่ปาได้ ข้าว่าหวางไฮ่ปาน่าจะนั่งพิงผนังอยู่"

            "แล้วมันเป็นอย่างไร"

            "ท่านพี่รู้ หวางไฮ่ปาถือเป็นยอดยุทธ ในระยะใกล้ขนาดลูกกรงกับผนังยิงเข็มติดกันหกเล่ม แต่กลับไม่สามารถหลบได้แม้เพียงเล่ม มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น"

            "อะไร"

            "เขารู้จักกับคนร้าย และไม่คาดคิดว่าจะถูกฝ่ายตรงข้ามลงมือในวินาทีนั้น"

            "เป็นไปได้มาก ยังมีอะไรอีกมั้ย"

            "อืม ท่านพี่ลองดูเข็มพวกนี้"

            "ทำไมหรือ"

            "ว้าว เงาวิบวับเลย" จั่นเจายิ้มให้

            "ต้าเปาต้าเกอ ข้าขอยืมของรักของหวงท่านหน่อย"

            "ไม่ได้นะ ของรักของหวงจะให้กันง่ายๆได้ไง" ว่าแล้วจั่นเจาก็เข้าจู่โจม ส่วนต้าเปาก็กุมของรักของตนวิ่งหนี แต่ในที่สุดจอมยุทธน้อยก็ลงมือวิ่งไล่เข้ากุมทับไปที่มือแล้วแย่งมาได้จากด้านหลัง และแล้วหมั่นโถว(วันนี้ต้าเปาบอกว่าไม่ได้พกซาละเปา)ก็มาอยู่ในมือของจั่นเจา เมื่อเห็นของรักของหวงที่ว่าแล้วทำเอามือปราบจงกับกงซุนเชอฺก็โล่งอกไปตามๆกัน ยังไม่ทันได้หายใจได้ทั่วท้อง จั่นเจาก็ใช้ฝ่ามือซัดหมั่นโถวลูกนั้นไปในแนวเฉียงสูงจากพื้นถึงสี่เมตร และในวินาทีต่อมา ฟางหกเส้นที่กระจายบนพื้นคุกที่ถูกจั่นเจาซัดตามมาติดๆ ก่อนหมั่นโถวเคราะห์ร้ายลูกนั้นจะตกลงบนพื้นในวินาทีที่สาม แน่นอนว่าเจ้าของของรักของหวงต้องมาสงสารเจ้าลูกรักก่อนแน่นอน เมื่อหยิบขึ้นมา ทั้งหมดก็ต้องตะลึง

            "ยอดเยี่ยม ด...โดนทุกเส้นเลย" ฟางที่ยาวกว่าเข็มถึงหนึ่งฟุต ถูกปักในแนวเดียวกันตรงกึ่งกลางของลูกพอดี ยังไม่พอที่หน้าตกใจกว่าก็คือความลึกของฟางเส้นอ่อนที่ปักเข้าไปนั้นเกือบทะลุ และเวลาที่ใช้ในการซัดแทบจะเป็นเวลาเดียวกัน

            "ขอบคุณท่านมือปราบ แต่เวลานี้หาใช่เวลามาชมเชยกัน พวกท่านดูเส้นฟางพวกนี้ เส้นตรงกลางนั้นตั้งฉากกับผิวหมั่นโถว แต่สองข้างนั้นเอียงเข้าหาเส้นตรงกลาง เวลาคนใช้กำลังภายในซัดอาวุธลับจะเหมือนกับพัด เพราะฉะนั้นจะเป็นแบบที่ข้าแสดงให้ดูนี้ แต่เข็มที่อยู่บนร่างของหวางไฮ่ปากลับตั้งฉากกับผิวทั้งหมด นี่คือจุดที่น่าสงสัยที่สุด เข็มทั้งหกเล่มต้องถูกยิงมาจากอุปกรณ์ที่คล้ายหน้าไม้แน่นอน"

            "เจ้าพูดมาตั้งนาน เข็มจะถูกยิงออกมาหรือถูกซัดมันช่วยไขคดีได้อย่างนั้น"

            "ท่านพี่ ข้าว่าข้ารู้ว่าใครคือคนร้ายแล้ว"

            "พูดมาเร็ว"

            "ในยุทธภพนี้คนที่สามารถยิงเข็มได้ถึงหกเล่มในคราวเดียวมีอยู่ผู้เดียวเท่านั้น ก็คือแย่นตั้งเฟยเจี้ยน ข่าวของยุทธภพแพร่เผยถึงแย่นตั้งเฟยเจี้ยนมีหน้าไม้ที่สามารถยิงเข็มถึงหกเล่มในคราวเดียว ใครก็หลบไม่ได้ ชื่อของเขาก็คือหวางเจี้ยน"

            "แต่ แย่นตั้งเฟยเจี้ยนเป็นพี่ชายของหวางไฮ่ปานี่ เจ้าเคยบอกไว้ จะฆ่าน้องตัวเองไปทำไมกัน"

            "เอ่อ อันนั้นข้าก็ไม่รู้แล้ว เรื่องนี้ต้องยกให้พวกท่านทั้งสองแล้ว"

            "พวกเราสองคน" กงซุนเชอฺกับต้าเปาพูดพร้อมกัน

            "อ้าว ข้าน้อยก็บอกเรื่องที่ข้าน้อยรู้เกี่ยวกับยุทธภพให้ท่านทั้งสองฟังไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องวิเคราะห์ว่าทำไมใครเป็นคนร้ายก็ต้องเป็นหน้าที่ของพวกท่านที่ฉลาดที่สุดทั้งสองแล้ว" จั่นเจาพูดอย่างไร้ความรับผิดชอบ พร้อมกับโยนหมั่นโถวในมือให้ต้าเปาแล้วก็เดินหนีไปทันที

            "ส่วนข้าก็เป็นคนที่โง่ที่สุด หน้าที่นี้จึงเป็นของท่านแล้ว" ต้าเปาก็ชิ่งไปอีกคน เหลือแต่คนที่ถูกยกย่องให้ฉลาดที่สุดมองตามไปตาปริบๆ

            ต้าเปาที่ชิ่ง เอ้ย ที่ขอตัวมาคิดเงียบๆคนเดียวในครัวได้แต่เอามือก่ายหน้าผาก กินหมั่นโถวที่ถูกจั่นเจาฆาตรกรรมอย่างโหดเหี้ยมไปพลางๆ ก่อนที่เสียงเท้าจะดังขึ้นข้างหลัง และมาหยุดเยื้องไปทางด้านขวา ต้าเปาไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ยื่นมือขวาแบออก

            "รบกวนแล้ว ซาละเปา"

            "เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็๋นข้ามา" เสียงหวานปนสงสัยกล่าวขึ้น    

            "ข้าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าทุกครั้งที่ข้าต้องการเจ้า เจ้าก็มาปรากฎตัวต่อหน้าข้าทุกครั้ง" คำตอบที่ทำให้สาวเจ้าเขินได้

            "ฮึ ใครจะมายุ่งกับเจ้ากัน" เสี่ยวหมานว่าก่อนที่จะเดินไปเปิดซึ้งนึ่งซาละเปาก่อนที่จะพบว่ามัน ว่างเปล่า

            "หา ซักลูกก็ไม่มี ถูกเจ้ากินหมดแล้วนี่"

            "อ๋า แล้วทำยังไงละ ข้าต้องคิดนิ ถ้าไม่มีซาละเปาข้าคงคิดไม่ออก"

            "เรื่องนั้นข้าก็คงจะช่วยเจ้าไม่ได้แล้วล่ะ"

            "ไม่เจ้าช่วยได้" ต้าเปาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

            "จริงหรือ ได้ ขอเพียงช่วยได้ให้ข้าทำอะไรก็ยอม งั้นข้าจะออกไปซื้อซาละเปาให้เจ้าก่อนก็แล้วกัน" เสี่ยวหมานหมุนตัวจะออกไปจากครัวแล้ว ถ้าไม่มีสิ่งหนึ่งมารั้งไว้ ทั้งที่เจ้าของมือนั้นยังไม่หันหน้ามา มือหนากว่าคว้าที่ตนแขนเรียว เหมือนเวลาหยุดนิ่ง ทั้งสองหันหลังให้กัน

            "ข้า...รอไม่ไหวแล้ว"

            เสี่ยวหมานหยุดนิ่ง ก่อนจะลากสายตาจากเบื้องหน้ามามองแขนตัวเองช้าๆ ก่อนที่มันจะถูกยกขึ้นมา สายตานางก็มองตามจนมาหยุดที่ตาคมจริงจังที่หันมาสบตาเช่นกัน นานๆนางจะได้เห็นสักครั้งและมันก็มีเสน่ห์จนนางละสายตาไปไม่ได้ มือกร้านไล้ไปตามผิวเนียนจนหยุดที่ข้อมือเล็กและบีบแน่นขึ้น เหมือนกลัวนางจะเปลี่ยนใจเรื่องที่รับปากจะทำอะไรก็ได้เพื่อเขา เสี่ยวหมานรับสัมผัสนั้นจนใจเต้นแต่ก็พยายามออกแรงเล็กน้อยเพื่อบิดออก

            "เจ้าทำอะไร" เสียงเสี่ยวหมานเพียงกระซิบและสั่น "ข้าแม้จะอยู่ทำงานในหอ แต่ใช่ว่าเจ้าจะมาทำอะไรตามอำเภอใจได้" แต่ยิ่งเอ่ยแรงบีบที่มือนางยิ่งแรง และแรงกว่าคือใจที่เต้น จนต้องหลับตาให้คนตรงหน้าทำในสิ่งที่ต้องการ ต้าเปารั้งแขนเสี่ยวหมานขึ้นมาระดับปาก ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไป ใกล้ ใกล้อีก จนเจ้าของรู้สึกถึงลมหายใจ ต้าเปามองที่เรียวแขนเล็กก่อนที่จะตัดสินใจ

            งับ

            "โอ้ย เจ้า เจ้า ไอ้หมาบ้า เจ็บตาย นี่แนะ" แน่นอนว่าต้าเปาล้มคว่ำเพราะแรงสาวน้อย จนกระจาดผักกระจาย ก่อนจะเข้าไปซ้ำโดยเอาผักฟาด ฟาด และฟาดไม่ยั้ง "เจ้ากล้ากัดข้า เจ้ากล้า ยังลุกไม่ได้ มานี่เลย" เสี่ยวหมานกระชากคอของต้าเปาขึ้นมาพิงกับเสาเรือน แล้วเอามือบีบไว้ ไม่สนต้าเปาที่สำลักเพราะหาบใจไม่ออก

            "เจ้ารู้มั้ยว่าข้าใคร หา ข้าคือ เสี่ยวหมานที่ดุที่เลวที่น่ากลัวที่สุดของชวงสี เจ้ายังบังอาจมารังแกข้า นี่แนะๆ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย" มือหนึ่งบีบคอ มือหนึ่งเอากระจาดตี แต่พอดีที่เสียงของแตกหักดังไปข้างนอกจนเรียกให้จั่นเจากับกงซุนเชอฺรุดมาดู และเข้ามาจะช่วยต้าเปา

            "เสี่ยวหมานๆ หยุดมือก่อน" เสี่ยวหมานแม้เอามือออกแต่หน้าก็ยังฟ้องว่าไม่พอใจ

            "พวกท่านก็ลองถามเขาดูซิ ว่าเขาทำเรื่องไร้ยางอายอะไรกับข้า"

            "ต้าเปาต้าเกอท่านพูดซิ"

            "......" ต้าเปาที่พึ่งถูกปล่อยคอเมื่อกี้แน่นอนว่าพูดไม่เป็นคำแน่ แค่หายใจยังไม่ทัน ที่ได้ยินก็แค่เสียงอู้อี้

            "เจ้าพูดอะไรของเจ้า" และแล้วก็เหมือนมีแสงชอนไชเข้าไปที่สมอง ต้าเปาตาโตเหมือนนึกอะไรได้

            "คนที่ถูกบีบคออยู่จะพูดได้ยังไง"

            "คนที่ถูกบีบคออยู่จะพูดได้ยังไง"

            "ใช่ เอามือมาบีบคอข้าข้าจะพูดได้ยังไง" กงซุนเชอฺพลอยตื่นเต้นไปด้วย

            "ทำไมเกิดอะไรขึ้น" จั่นเจาชักตามไม่ทัน กงซุนเชอฺจึงรีบอธิบายระหว่างสมองก็ประมวลต่อไปอีก

            "ว่านจี๋เสียงถูกคนร้ายเอามือกดหลอดลมจนตาย หลอดลมถูกบีบอยู่จะพูดออกมาได้อย่างไร เปาเจิ่ง เจ้าพูดได้ดี ฮ่าๆๆ"

            "แต่ข้าได้ยินเสียงเขากรีดร้องจริงๆนี่"

            "นั่นก็แสดงว่าคนร้องไม่ใช่ว่านจี๋เสียง แต่เป็นคนอื่น"

            "เป็นคนร้าย" เสี่ยวหมานที่ลืมเรื่องเมื่อกี้แล้วร้องออกมาอย่างดีใจ

            "คนร้ายอยู่ในห้องนั้นด้วย เสี่ยวหมานเจ้าบีบคอต้าเปาได้ดี ดีจริงๆ"

            "แต่ว่าพอเราเข้าไปก็พบเขาคนเดียวนี่แล้วคน....."

            "แย๊กๆๆๆๆๆ"

            "ต้าเปาเจ้าร้องทำไม"

            "ก็มีหนูอยู่หน้าประตูนั่นไง" ต้าเปาตอนนี้แอบหลบอยู่หลังเสี่ยวหมาน

            "หนูแล้วทำไม เจ้าตัวเบ่อเริ่ม ดันกลัวหนู" ว่าแล้วเสี่ยวหมานก็เดินเข้าไปหาหนูแล้ว...

            เหยียบ

            แผละ

            จี๊ด

            ต้าเปาที่กลัวอยู่ กงซุนเชอฺกับจั่นเจาที่ขำอยู่ ค้างนิ่งทันที พร้อมทำหน้าสยอง เสี่ยวหมาน นางโหดจริงๆ สมคำเล่าลือ

            "หึ จัดการเรียบร้อย" บอกด้วยแววตาของฆาตรกร

            "เสี่ยวหมานเจ้าทำเกินไปหรือเปล่า จะเหยียบมันตายทำไม"

            "ก็ใครใช้ให้มันมาแอบฟังเราพูดกันเล่า"

            "เจ้ารู้ได้ไงว่ามันแอบฟังเราอยู่" จั่นเจายังอารมณ์ขึ้นถามต่อไป โดยไม่สังเกตว่าพี่ๆทั้งสองของเขากำลังอยู่ในพะวังเหมือนนึกอะไรออกอีก

            "ก็ตอนข้าเข้ามามันก็แอบอยู่ตรงประตูนี่แหละ"

            "อย่างนี้นี่เอง" เสียงหนุ่มๆตะโกนขึ้นพร้อมกัน

            "พวกท่านเป็นอะไร ท่านพี่ท่านก็โง่ตามไปอีกคนแล้วเหรอ"

            "ไม่ใช่แค่โง่ แต่โง่มากๆ ในที่สุดข้าก็รู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหตุผลง่ายๆแค่นี้ทำไมข้านึกไม่ออก ในที่สุดข้าก็รู้ว่าใครคือคนร้ายแล้ว" ว่าแล้วก็เดินดุ่มออกจากห้องไป ทิ้งให้ต้าเปาที่นึกออกเหมือนกันจะร้องเตือนอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ทันซะแล้ว

            กงซุนเชอฺเดินบุกมาที่ห้องของเถ้าแก่หวง แต่เจ้าของห้องไม่อยู่ มีแต่เสื้อผ้าที่ถูกวางบนห่อผ้าเท่านั้น กงซุนเชอฺหยิบขึ้นมาดู

            "เตรียมหนีงั้นหรือ หึ" แววตาสะท้อนคือผู้ล่า ก่อนจะสะบัดชายผ้ารุดออกจากห้องไป พร้อมจั่นเจา ไม่สนต้าเปาที่เข้ามาทีหลัง แต่ก่อนที่จะตามไปอีกคน ต้าเปาเหลือบเห็นกระดาษขาวแผ่นนึงอยู่ที่พื้นห้องข้างเตียง

            "ต้าเปาเจ้าดูอะไร ก็แค่กระดาษแผ่นนึง" เสี่ยวหมานที่วิ่งตามเข้ามาจ้องมองกระดาษในมือของต้าเปา

            "ไม่ใช่ กระดาษแบบนี้ก็ถูกพบในห้องของอันกั๋วไท่เหมือนกัน"

 

            "โอ้ย กงซุนต้าเหริน ดึกดื่นป่านนี้ท่านยังมีอะไรอีก" นี่คือเสียงโอดครวญอย่างมีจริตของสาวๆหอบุหลันลอยลมที่ถูกเรียกตัวจากห้องนอนมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่ห้องรับรองแขกชั้นล่างของหอ

            กงซุนเชอฺตอบด้วยคำถาม "พวกเจ้าเย็นวันนี้มีใครพบเถ้าแก่หวงหรือไม่" สาวๆในสภาพง่วงนอนตอบไม่ทั้งนั้นยกเวันชุนเถา "เอ่อ ข้า...หลังจากอาหารเย็นข้าพบเขาครั้งนึง จากนั้นเขาบอกว่าจะกลับห้องไปก่อน จากนั้นก็ไม่พบแล้ว" กงซุนเชอฺยังไม่ทันได้กล่าวต่อ มือปราบจงก็เข้ามารายงาน

            "ต้าเหริน ข้าค้นทุกที่ในหอแล้วไม่พบแม้แต่เงาขอรับ"

            "เจ้ารีบสั่งคนในบังคับบัญชาทั้งหมด แม้จะต้องผลิกแผ่นดินของหมู่บ้านชวงสีก็ต้องหาตัวหวงเยว่ให้พบให้ได้"

            "ขอรับ"

            "ต้าเหริน ท่านจะทำอะไรน่ะ" ชุนเถาสังหรณ์ใจเริ่มไม่ดี

            "หวงเยว่ก็คือ แย่นตั้งเฟยเจี้ยน หรือก็คือคนร้ายตัวจริง" เมื่อกล่าวจบทุกคนล้วนตกอยู่ในพวัง

            "ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเขา"

            "หลักฐานล่ะ"จั่นเจาเร่งเข้าคำถามหลักเพื่อให้ท่านพี่ของตนปิดประเด็นได้โดยเร็ว

            "หลักฐานมีสามข้อ หนึ่งจากคดีต่างๆที่ผ่านมาคนร้ายต้องรู้เรื่องของหอบุหลันลอยลมดุจนิ้วบนฝ่ามือตนเอง หรือก็คือต้องเป็นคนในหอนี้เท่านั้น"

            "แต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเถ้าแก่นี่"

            "สอง คนร้ายฆ่าคนเวลานั้นพวกเราต่างได้ยินเสียงพิณ ในหอเวลานี้มีแต่หวงเยว่เท่านั้นที่สามารถเล่นพิณได้"

            "นี่ก็เป็นแค่ข้อสัณนิษฐานอย่างไรก็เป็นเถ้าแก่ไปไม่ได้"

            "เจ้าพูดถูก แต่ข้ามีอีกข้อที่เถ้าแก่หวงไม่อาจหลุดพ้นจากข้อสัณนิษฐานอีกว่า หวงเย่วเป็นคนร้ายผู้ฆ่าว่านจี๋เสียง คนเราเมื่อถูกบีบคอ อย่างไรก็ไม่อาจร้องออกมาได้ แต่เมื่อตอนที่พวกข้าเดินผ่านห้องของไฉ่เตี๋ย ได้ยินเสียงร้องอย่างปวดร้าวเสียงหนึ่ง นั้นคือเสียงตอนที่ว่านจี๋เสียงได้ถูกฆ่าตายแล้ว ผู้ที่ร้องก็คือคนร้าย"

            "แต่ แต่ว่าห้องนั้นปิดสนิทไม่มีทางออกอื่นแล้วจะหนีไปได้อย่างไร"

            "หึ นี่ก็คือจุดที่คนร้ายฉลาดที่สุด และเป็นจุดที่พลาดพลั้งที่สุดจน ทำให้ข้าสามารถดึงตัวคนร้ายออกมาได้"

            "เฮ้ยกงซุนต้าเกออย่ามัวแต่อมพะนำ รีบคายความจริงออกมา"

            "ท่านจอมยุทธจั่นอย่ารีบร้อนไป สิ่งที่บอกใบ้ให้ข้ารู้คือหนูตัวนั้น"

            "หนู"

            "ใช่ ตอนที่เสี่ยวหมานบอกว่าหนูตัวนั้นแอบฟังเราอยู่ที่หลังประตูตั้งแต่ต้นเป็นคำตอบ"

            "อืม ใช่หลังประตู ข้าเข้าใจแล้ว"

            "ที่จริงแล้วคนร้ายไม่ได้หนีออกจากห้องของไฉ่เตี๋ยไป ตอนที่พวกข้าเข้าไปในห้องพบว่าว่านจี๋เสียงนั้นตายแล้ว ผลก็คือทุกคนตกใจกันมาก ช่วงนี้เป็นโอกาสของคนร้ายที่แอบอยู่หลังประตูจะออกมาสมทบกับพวกเรา ข้ายังจำได้แม่นยำตอนนั้นข้าหันไปมองครั้งหนึ่ง ตอนนั้นข้ายังไม่เห็นหวงเย่วเลย"

            "ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ" ชุนเถาตระหนกจนพูดไม่รู้เรื่อง

            "ไม่ ต้องเป็นเขา เพราะว่าว่านจี๋เสียงเป็นชาย พวกเราได้ยินเสียงร้องตอนนั้นต้องเป็นเสียงผู้ชาย และในหอนี้ทั้งหมดนอกจากข้า จั่นเจาและต้าเปาที่เข้าไปก่อนนั้นมีแค่เถ้าแก่หวงที่เป็นชาย"

            "เป็นเถ้าแก่จริงๆหรือนี่" สาวๆเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหม่อลอย

            "ไม่จริง" ต้าเปาที่วิ่งเข้ามาฟังหลักฐานข้อสุดท้ายทัน

            "แล้วเจ้ามีหลักฐานหักล้างข้ามั้ยละ" กงซุนเชอฺกล่าวพร้อมหันไปมองต้าเปาเพียงหางตาแลอย่างคิดไว้ก่อนแล้วว่าต้าเปาต้องแย้งออกมา

            "ไม่มี แต่ว่าทำไมคนร้ายต้องสาดหมากลงที่พื้น แล้วก็สิบสองหมากที่ว่านจี๋เสียงวางไว้บนกระดานจะหมายความว่าอย่างไร"

            "ข้ารู้ว่าคนในหอบุหลันลอยลมล้วนเป็นเพื่อนของเจ้า เปาเจิ่ง เจ้ายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ใช่มั้ย" กงซุนเชอฺเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

            "ไม่ใช่ ก็แค่ไม่ใช่คือไม่ใช่" เสียงสุดท้ายออกไม่พ้นริมฝีปาก

 

            ตลาดในหมู่บ้านชวงสียามค่ำคืนไม่ร้างผู้คน มือปราบทั้งหมดต้องพยายามเบียดตัวแทรกเข้าไปเพื่อให้ถึงกระดานประกาศ ภาพของเถ้าแก่หวงถูกช่างฝีมือดีร่างออกมานับสิบใบกระจายไปอยู่ในมือของกลุ่มมือปราบ และถูกติดบนกำแพงเมืองทุกซอกมุม คนที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกับเจ้าของหอเริงรมย์ถูกเรียกหยุดเพื่อให้มือปราบได้เทียบใบหน้ากับรูปวาดร่าง มือปราบจงยืนจ้องกลุ่มคนที่ตอนนี้ทราบแล้วว่า คนร้ายที่ทางการติดตามอยู่นั้นคือหวงเยว่

 

            "ไม่ใช่จริงๆ เขาไม่มีทางเป็นคนร้ายได้"ชุนเถานั่งสะอื้นโดยมีเสี่ยวหมานคอยปลอบโยนระหว่างที่ทุกคนรอผลตามหาเถ้าแก่ กงซุนเชอฺไม่กล่าวแย้งอะไรเมื่อชุนเถาพยายามหาข้อแก่ต่างให้คนรักลับๆของตนเอง เพราะรู้ว่าเขาและนางต่างเข้าใจดีว่าคนไม่ผิดย่อมไม่หายตัวไปกลางครันเยี่ยงนี้

            "มู่หลาน เจ้าช่วยไปชงชาให้ชุนเถาเจี่ยหน่อยเถอะนะ" มู่หลานรับคำอย่างว่าง่าย แล้วเดินออกไปเงียบๆ

            "เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ตอนนี้รอแค่หาตัวเถ้าแก่ให้เจอเท่านั้น ความจริงก็จะปรากฎแล้ว เจ้าอย่าได้กังวลอีกเลยนะ"

            "ฮือ พวกท่านถ้าเถ้าแก่คือแย่นตั้งเฟยเจี้ยนจริง เหตุไรเขาต้องฆ่าหวางไฮ่ปา พวกเขาเป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอ พวกเขาเป็นพี่น้องกัน ไม่มีทางเขาจะฆ่าน้องตัวเองได้"

            "ก็เพราะเป็นพี่น้องกันถึงได้ถูกสงสัยถึงขั้นนี้ ทั้งๆที่เป็นพี่น้องกัน ดันทำตัวไม่รู้จักกัน หรือว่าพวกเจ้าว่าไม่น่าสงสัย" จั่นเจาตอบขณะขึ้นไปนั่งบนโต๊ะกลางห้อง

            "อย่างนั้นก็แปลกแล้วล่ะท่าน สามปีก่อนตอนที่หวางไฮ่ปามาที่นี่ พวกเขาก็เหมือนไม่รู้จักกันเลยนี่"

            ต้าที่นั่งหงอยอยู่เด้งตัวขึ้นมาฟังท่านที "สามปีก่อนหวางไฮ่ปาก็มาที่นี่หรือ"

            "ใช่ ตอนนั้นก็คือตอนที่เจรจาของซ่งเหลียวเริ่มขึ้น หวางไฮ่ปามาที่นี่ และถูกใจไฉ่เตี๋ยมาก ยังคิดจะซื้อคืนแรก (ความบริสุทธิ์) ของนางเลย เพียงแต่ว่า ไม่กี่วันต่อมานางก็แขวนคอ"

            "หรือจะเป็นเพราะนางไม่อยากขายให้เขา เลยฆ่าตัวตาย"

            "อาจจะ"

            "หรือพูดได้ว่าหวางไฮ่ปาเกี่ยวกับเรื่องของไฉ่เตี๋ยเมื่อสามปีที่แล้ว"

            แกร๊ก

            ต้าเปายังไม่ทันพูดต่อ ก็เกิดเสียงบนหลังคาหอ จั่นเจาที่ประสาทสัมผัสไวที่สุดรีบเอามือแตะปากให้ทุกคนเงียบ ก่อนที่จอมยุทธ์น้อยจะเดินนำกงซุนเชอฺไปตามเสียงจนเปิดไปเข้าที่ห้องของหวงเย่ว

            "ใคร"

            เมื่อกระแทกประตูเปิดออกพบคนชุดดำกำลังนั่งยองๆเปิดลิ้นชักอยู่ที่ริมหน้าต่าง  จั่นเจาเข้าประชิดตัวคนร้ายทันที แต่ผู้บุกรุกความอ่อนตัวมีสูงเอนตัวไปด้านหลังเอามือดันตัวขึ้นลอยเพื่อเอากำแพงเป็นฐานเพื่อใช้กำลังภายในหนีไปทางหน้าต่างที่เข้ามา แต่จั่นเจาไม่พลาดยกขาขึ้นเพื่อตวัดคนร้ายให้เสียหลัก ชายชุดดำจึงทำได้แต่ทิ้งตัวลงพื้นอีกครั้ง ก่อนจะกระโดดอีกครั้งเพื่อหลบเท้าขวาที่จอมยุทธ์น้อยส่งมาละเลียดพื้น และอาศัยจังหวะหมุนตัวของจั่นเจากระโดดขึ้นยิงอาวุธลับที่แขนเป็นเข็มบินหกเล่ม บ่งบอกให้กงซุนเชอฺที่ยืนดูอยู่ในระยะประชิดรู้ว่าชายชุดดำคือผู้ใด แน่นอนว่าจั่นเจาหลบได้ แต่ก็ถูกผู้บุกรุกเล็ดลอดหนีออกไปได้ทางหน้าต่าง กงซุนเชอฺเข้าไปดูของที่ถูกยืนยันแล้วว่าเป็นคนร้ายเอาไปไม่ได้ มันคือป้ายคำสั่งแผ่นหนึ่ง

            จั่นเจาตามเงามาถึงหน้าลานครัวของหอ ก่อนที่กงซุนเชอฺ ต้าเปา จั่นเจาและเสี่ยวหมานจะตามมาสมทบ

            "ไม่พบแล้ว" จั่นเจาเอ่ยเสียงแปลกใจ

            "ต้องอยู่แถวนี้แน่"

            เพล้ง "หลีกไป" เสียงผู้ชายดังออกมาจากห้องครัว เมื่อจั่นเจาเปิดประตูเข้าไปก็พบแค่มู่หลานนั่งคุดคู้ตัวสั่นอยู่ที่มุมห้องครัว และกองแป้งที่สาดกระจายไปทั่งพื้น จั่นเจาที่ไหวตัวคนแรกวิ่งกระโจนไปในกองแป้งก่อนจะเอาเท้าเหยียบสันหน้าต่างโผนทะยานออกไป

            "ระวังตัวด้วย" ต้าเปาตะโกนตามไป ส่วนกงซุนเชอฺและเสี่ยวหมานพยุงตัวมู่หลานเอาไว้

            "พวกเจ้าอย่าพึ่งตะโกน" กงซุนเชอฺเอ็ดสาวๆที่ยกโขยงมาตามเสียงดัง "มู่หลานกำลังอยู่ในภาวะตกใจพยุงนางไปพักก่อน" ทำให้ในห้องเหลือแต่ต้าเปาที่ชะโงกหน้าดูตามหลังของจั่นเจาไปอย่างเป็นห่วง ก่อนที่รู้สึกว่าใต้เท้ามันลื่นๆหนาๆไม่เรียบ เมื่อรู้ว่าอะไรเป็นต้นเหตุก็ทำหน้าเบ้ เพราะแป้งกลบรองเท้าซะขาวโพลน จึงพยายามสะบัดเท้าหลายๆที แล้วก็ตบเท้าไปที่ถังใบหนึ่งที่ตกอยู่บริเวณนั้น รอยรองเท้าเด่นชัดบนถ้งสีอิฐ ก่อนที่สมองจะเหมือนมีเข็มแทงเข้าไป ต้าเปาหันไปมองขอบหน้าต่างอีกครั้ง รอยรองเท้าของจั่นเจายังเด่นชัด เพราะรองเท้าไม่แห้งเมื่อย่ำแป้งจึงเป็นก่อนติดอยู่ แต่ที่น่าสงสัยไม่ใช่รอยแป้ง แต่คือ

            ทำไมรอยรองเท้ามีข้างเดียว

            ต้าเปาลองย้ำเท้ากลับไปตามรอยเท้าที่ตัวเองที่ปรากฎบนแป้ง พร้อมนึกภาพที่จั่นเจากระโจนเพียงครั้งเดียวจากกลางห้องไปยังหน้าต่าง ไม่มีรอยเท้าอื่นนอกจากเขาและจั่นเจา...

 

            สาวๆล้อมลงเข้ามาดูอาการของมู่หลานบนเตียงกงซุนเชอฺจับชีพจรนางเล็กน้อยก่อนจะไปล่างมือพร้อมกล่าว

            "ไม่ต้องห่วงนางเพียงตกใจเล็กน้อยเท่านั้น ข้าจะสั่งยาให้ชุดหนึ่งเพื่อระงับความตื่นตระหนก ให้นางพักผ่อนให้เพียงพอ แล้ว..."

            "กงซุนต้าเกอ"

            "ต้าเหริน พวกข้าหาทั่วทั้งหมู่บ้านแล้วไม่พบหวงเย่วเลยขอรับ แต่ได้สั่งการให้หาต่อไปในระแวกใกล้เคียงแล้ว"

            "ท่านพี่ข้าแปลกใจมาก ตามเหตุผลข้าได้ตามไปติดๆ ไม่มีทางที่ข้าจะตามไม่ทันได้เลย"

            "งั้นเขากลับมาทำไม" เสี่ยวหมานถามขึ้นหลังจากที่ทุกคนเงียบไป

            "เขากลับมาเพื่อเหตุจูงใจก่อคดี"

            "อะไร" กงซุนเชอฺยื่นป้ายคำสั่งให้จั่นเจาดู

            "หมิงหลีถัง หรือว่าหวงเย่วเป็นคนของซีเซี่ย"

            "เฮ้อ ตอนนี้พวกเราได้เพียงแต่หวังว่าก่อนพรุ่งนี้เช้าจะสามารถไขคดีทั้งหมดให้กระจ่างได้ ไม่เช่นนั้นพวกเราคงได้พบกับวินาศกรรมของแท้เป็นแน่ งั้นทุกคนไปพักผ่อนก่อน มู่หลานต้องพักผ่อนเช่นกัน"

            ทุกคนออกไปหมดแล้ว ยกเว้นต้าเปาที่เหมือนกำลังคิดเพื่อหาคำตอบอะไรบ้างอย่างคนเดียว ทำให้จั่นเจาชะงักเท้ามาเขย่าเรียกให้ออกไปจากห้องของมู่หลานด้วยกัน

            "ต้าเปาต้าเกอ พวกเราออกไปกันเถอะ อย่ารบกวนพวกเขาเลย"

            "รบกวนใคร" จั่นเจาจึงพยักเพยิดไปทางกงซุนเชอฺและมู่หลาน โดยมีคนที่กล่าวถึงยิ้มอายๆอยู่หน้าเตียงที่มู่หลานพักผ่อนอยู่ ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อต้าเปาเอ่ย

            "เขาน่ะหรือ ไม่ได้ เจ้านั่นมันโจรล่าสวาท มู่หลานยิ่งร่างกายอ่อนแออยู่ ถ้าถูกเขาทำอะไรๆจะทำยังไง" ต้าเปาพูดเสียงดังจนมู่หลานลุกขึ้นมานั่งฟังด้วย แล้วแอบอมยิ้ม "ข้างนอกมีผู้ร้ายฆ่าคน ข้างในห้องนี้ยังมีโจรลามก อันตรายพอกัน ข้าจะอยู่ที่นี่คุ้มครองมู่หลาน"

            "ต้าเปาต้าเกอท่านวางใจเถอะ ถ้ากงซุนต้าเกอจะทำอะไรมู่หลานล่ะก็ วันหน้ายังมีเวลาอีกมาก" จั่นเจากล่าวกลั้วยิ้ม

            "หา วันหลังอะไร เวลาอะไร" และระหว่างที่ต้าเปากำลังงงๆ ก็ได้ทีที่น้องเล็กจะลากต้าเปาออกจากห้องเปิดโอกาสให้พี่รองของเขา

            "ต้าเปา เจ้าได้แต่พูดไร้สาระ" กงซุนเชอฺโกรธหน้าแดง แต่เมื่อหันมาเห็นว่ามู่หลานยังลุกขึ้นมานั่งฟังต้าเแป๋วอยู่ด้วย หน้าก็ยิ่งแดงเข้าไปใหญ่ จนมู่หลานเขยิบตัวให้แล้วแตะเบาะเบาๆให้นั่งลง เกิดช่องความเงียบก่อนเสียงอ่อนหวานจะดังออกจากปากชายคนเดียวในห้อง

            "มู่หลาน" เจ้าของชื่อเงยขึ้นมองด้านข้างของชายตรงหน้า "รอเรื่องพรุ่งนี้จบลงข้าจะพาเจ้ากลับแผ่นดินกลางกับข้าด้วย" เมื่อกงซุนเชอฺหันหน้าไปได้เห็นสีหน้าตกใจปนไม่เชื่อของมู่หลาน "ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดี จริงนะ ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุข ได้แน่ๆ" ตามู่หลานปรากฎรอยเศร้าชั่วขณะก่อนจะหายไป เป็นรอยลังเลใจ "เจ้าพักผ่อนเถอะ" กงซุนเชอฺเอ่ยก่อนจะแตะแขนดวงใจของเขาให้เอนนอนลง ก่อนจะได้รับรอยยิ้มหวานๆที่ทำให้เขาฝันหวานตลอดชั่วคืนที่เหลืออยู่น้อยนิด

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น