เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 14 : ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง --แววประกาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

File14 ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง            

 

 

 

แววประกาย

 

        ย้า ย้า เสียงร้องเร่งฝีม้ารัวก้องสะท้อนไปในที่ราบกว้างแข่งกับเสียงจักจั่นยามก่อนฟ้าสาง ม้าของทั้งสองควบเพื่อให้ทันก่อนทหารเหลียวตั้งทัพ

            กงซุนเชอฺ เยือนยามดึกเช่นนี้คงตั้งใจมาส่งเปิ่นเจียงจุนกระมัง เยี่ยลู่จุ้นไฉประชดเล็กน้อยเมื่อทหารเข้ามารายงานว่ากงซุนเชอฺและจั่นเจาขอพบ และตอนนี้ทั้งคู่ก็มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แบบไร้ทหารติดตามเสียด้วย คิดว่าแม่ทัพอย่างเขาจะไม่รู้หรือว่ากงซุนเชอฺต้องการจะเห็นทหารเหลียวย้ายก้นออกจากชายแดนนี้ไปกับตา

            ไม่ใช่ จั่นเจาที่ได้ฟังจากปากของพี่ชายก็สีหน้าออกยินดีพร้อมกังวลอย่างแยกไม่ออก เมื่อครั้งที่ท่านพี่ควบม้าออกมาเขายังไม่แน่ใจว่าท่านพี่จะฟังคำเขาหรือไม่ แต่ตอนนี้อดกังวลปฏิกิริยาของแม่ทัพเหลียวตรงหน้าไม่ได้

            อย่างไรก็ตาม ใคร่จะให้ท่านแม่ทัพอยู่ต่ออีกซักระยะ

            อะไรกัน ทำไม

            เพราะว่า คนร้ายที่แท้จริงอาจไม่ใช่หวางไฮ่ปา

            แล้วเป็นใครกันเล่า

            ตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด

            เจ้าเห็นข้าเป็นตัวตลกหรือไงถึงมาล้อเล่น

            ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คงไม่ดิ่งตรงมาที่นี่ยามดึกยามดื่นเพื่อกล่าวความจริงกับท่านหรอก

            แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่ ทั้งคู่สนทนามานานจนเยี่ยลู่จุ้นไฉเดาความติดตรงหน้าไม่ออก เขาต้องการจะให้ทหารเหลียวบุกชวงสีหรืออย่างไร หรือมีอะไรมาตกลงอีก

            สามวัน ภายในสามวันพวกข้าจะนำคนร้ายตัวจริงมาให้ท่านจัดการตัวตนเอง

            สามวัน เจ้าจะยังให้ข้าให้โอกาสเจ้าถึงสามวัน

            ที่จริงเรื่องนี้มันจบไปแล้วท่านอย่าลืม เราแค่ไม่อยากให้เซียวจุนต้าเหรินนอนตายตาไม่หลับ ไม่อยากให้คนร้ายตัวจริงรอดพ้นกฎหมายเท่านั้นถึงได้ยื่นข้อเสนอนี้แด่ท่าน ข้าทราบท่านแม่ทัพเก่งกาจการรบ ไม่อยากจะเจรจา แต่กระนั้นท่านตอนนี้บุกเข้าต้าซ่งเราก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด ไม่เพียงประชาชนไม่ยอมรับ แม้แต่ประมุขของเหลียวก็คงไม่พอพระทัยแน่

            เยี่ยลู่จุ้นไฉเดินวนคิดอยู่นานก่อนจะเดินมาประจันหน้าผู้พูดเกลี่ยกล่อมตอนแรงแต่ข่มขู่พอคันในตอนท้าย ก่อนแสยะยิ้ม

            หึๆๆๆ กล้าอย่างที่คิดไว้จริงๆ ก่อนใช้มือขวาขึ่นลูบปรอยผมดำเงาของกงซุนเชอฺเบาๆ

            อย่างมีผู้กล่าวไว้ วีรบุรุษย่อมเห็นความสำคัญของวีรบุรุษ กงซุนเชอฺ ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง เรากำหนดเวลาสามวัน แต่เจ้าจำไว้ถ้าไม่สามารถหาคนร้ายมาให้ได้ หรือหาใครปลอมปนละก็*1ละก็ พวกเจ้าทั้งสอง ตายแน่

            ตกลงตามนี้ ก่อนที่เยี่ยลู่จุ้นไฉจะกล่าวอะไรอีก กงซุนเชอฺและจั่นเจาก็ขอลาก้าวเท้าออกจากกระโจมแม่ทัพแล้ว

Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

            เฮ้อ....จับต้นชนปลายอะไรไม่ได้เลย เหมือนกับข้าที่เดินกี่รอบก็วนเข้าจุดเริ่ม

            ... จั่นเจาขยับตัวเล็กน้อย หน้าบึ้งแต่หัวโล่งๆไม่ได้คิดอะไรนอกจากรำคาญที่พี่ตัวเองเดินไปเดินมาไม่ยอมนั่งนิ่งๆ (ยังกับตัวเองไม่เคยเดินไปเดินมายังงั้นแหละ ท่านผู้อ่านวกกลับไปดูตอนที่แล้วนะคะ)

            หวางไฮ่ปาคือชายชุดดำ รู้จักกับอันกั๋วไท่อย่างดีแถมมีความลับที่บอกผู้อื่นไม่ได้ แต่กลับไม่ใช่คนร้าย ยังมีคนร้ายลงมือฆ่าคนอย่างไร แล้วก็ไอ้เสียงพิณสังหารนั้นมันยังไงกันแน่

            กงซุนต้าเกอไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็นๆค่อยๆคิด

            สามวัน แลกกับทั้งหมู่บ้านเจ็ดพันกว่าคน ยังไม่รวมผู้ที่ออกรบ จะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร

            ก๊อกๆๆๆ เป็นมู่หลานนางยิ้มให้กับคนเปิดประตู ในมือถือถาดที่มีขนมถั่วแดงควันโขมงสองชามเข้ามาในห้องหลังได้รับคำเชิญ

            เจ้าลำบากแล้ว กงซุนเชอฺน้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด มองหน้านางอย่างเผลอไผล มองนางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวบางผืนน้อยมาจีบที่มุมแล้วมัดเป็นปมตรงกลาง

            ข้ารู้แล้วนางต้องการจะเล่นกลให้เราดู กงซุนเชอฺหันไปอธิบายกับจั่นเจาที่เข้ามาท้าวโต๊ะสนใจอยู่เหมือนกันว่าสาวใบ้ตัวน้อยต้องการจะทำอะไร

            มู่หลานเอาปมเชือกกำไว้ในมือซ้ายแล้วเป่าเบาๆ

            เจ้าจะบอกว่า ปมในมือของเจ้า เมื่อเป่าแล้วจะคลายออกเอง ข้าไม่เชื่อ ปมก็ต้องค่อยๆแกะสิจะเป่าแล้วคลายเองได้อย่างไรกัน จั่นเจาฟังไปพลาง เลียริมฝีปากเหมือนหมาอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ จ้องไปที่มือของมู่หลาน

            เมื่อมือนางคลายออก กลับเป็นกงซุนเชอฺงงเอง เพราะที่คาดไว้กลับเป็นปมของผ้าเช็ดหน้าก็ยังเป็นปมอยู่เหมือนเดิม แถมตอนนี้ปมที่คิ้วกงซุนเชอฺเพิ่มมาด้วยอีกหนึ่งปม

            นี่หมายความว่าอย่างไร มู่หลานยิ้มเหมือนหัวเราะน้อยๆแต่ไม่มีเสียงออกมา ขณะที่คุณชายเอามาขึ้นมาดูอย่างสงสัย

            กงซุนต้าเกอ มู่หลานเขาหมายความว่า ให้เวลาท่านไขคดีค่อยๆคิด เพราะคดีก็เหมือนปมผ้าต้องค่อยๆแกะทีละนิด ไม่ใช่เพี้ยงทีเดียวก็ออกแล้ว เมื่อแสดงความฉลาดที่นานทีจะคิดได้ก็หันหน้ามาขอคำยืนยันจากมู่หลาน แบบหมาอยากให้เจ้าของชม เมื่อมู่หลานพยักหน้า จั่นเจาก็หน้าบานหูกระดิกทีเดียว ==!!!

            ขอบคุณมาก มู่หลาน มู่หลานยิ้มหลุบตามองถ้วยที่ตนยกมา

            ขนมถั่วแดง ก่อนร่ายกลอน ถั่วแดงเกิดแดนใต้ ผลิกี่ต้นเมื่อฤดู หวังเจ้าเก็บให้มาก อย่างที่สุดความคิดถึง”*2 จั่นเจาโงกหัววนไปมาเมื่อได้ฟังกลอนจีบสาว ก่อนหันมาค้อนประโยคที่ว่า

            ข้าชอบกินขนมถั่วแดงที่สุดเลย

            ท่านเคยบอกท่านแม่ว่าชอบกินถั่วเขียวที่สุดไม่ใช่เหรอ คนเราทำไปได้แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกไป มู่หลานได้แต่ม้วนอายหน้าแดงหลบออกจากห้อง ทำเอากงซุนเชอฺตัวลอยตามนางออกไปถึงหน้าประตู

            ท่านดูอะไร เสียงติดกวนประสาทปะทะเข้าหูทำให้ตื่นจากพะวง

            ไม่ได้ดูอะไรทั้งนั้นแหละ

            อ้อก็ถูก ท่านไม่ได้ดูอะไร แต่ถูกใจอะไรต่างหาก

            อย่ามาพูดเรื่อยเปื่อยได้มั้ย ข้าถูกใจอะไรกัน สีหน้าคนร้อนตัวมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

            ยังมาปฏิเสธ ทั้งร่ายกลอยทั้งทำอะไร ท่านพี่เคยร่ายกลอนให้ข้าฟังบ้างมั้ย ถามหน่อยเหอะคราวนี้ต้องไล่ต้อนให้จนมุมให้ได้ จั่นเจาคิดในใจอย่างมาดมั่น

            อยากฟังกลอนใช่มั้ย ได้ ข้ากำลังมีอารมณ์ (ร่ายกลอน) อยู่พอดี มาเลย

            เอ่อ ไม่ล่ะๆ แล้วไหงกลับเป็นเขาโดนไล่จนมุมล่ะนี่ เรื่องกลอนกับจอมยุทธ์ผู้เกรียงไกรมันเข้ากันไม่ได้ที่ซู๊ด

Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

            เมื่อกงซุนเชอฺเดินมาถึงห้องของไฉ่เตี๋ยก็พบต้าเปายืนเหม่อไปที่ภาพสี่ภาพบนผนังก่อนแล้ว

            ต้าเปาต้าเกอพี่กำลังทำอะไร จั่นเจาถามอย่างสงสัยเมื่อเครื่องหน้าดำๆตอนนี้ออกจะกระจุกรวมอยู่ตรงกลาง

            ข้ากำลังมอง...

            เจ้ามองเห็นอะไรแล้วใช่มั้ย

            ใช่น้ำเสียงต้าเปาตอนนี้ทำให้ลืมไปเลยว่า คนๆนี้คือคนความจำเสื่อม

            อะไร รีบคายออกมา

            ท่านควรรู้ว่า บางครั้งความจริงเปิดเผย จะมีคนที่ต้องเสียสละหน้ายังคงมองตรงไปที่ภาพ

            เสียสละ หรือว่าจะเป็นแผ่นดินลุกเป็นไฟ ชาวบ้านต้องตายเป็นพันเป็นหมื่น กงซุนเชอฺเดาได้ไม่ยาก

            .... ต้าเปาเพียงชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว

            สองเท่า บาดเจ็บล้มตายมากกว่าหมื่นงั้นหรือ จั่นเจาอุทานออกมาอย่างกังวล

            ไม่ใช่....

            อะไรเล่า รีบพูดมา คุณชายกงซุนชักทนไม่ไหว

            ซาลาเปาสองลูก -_-!!!

            หา!!!”

            ก็คือว่าถ้าต้าเปาได้ซาลาเปามาสองลูกนะ จะบอกว่าคนร้ายตัวจริงคือใครไง แฮะๆจั่นเจาไม่พูดอะไรยิ้มเล็กน้อยก่อนจะควักซาลาเปาหนึ่งห่อใหญ่ที่พกติดตัวมาตอนไหนไม่รู้ปะไปที่อกของต้าเปา

            หา มีแต่เจ้าแหละที่เชื่อเจ้าต้าเปาตัวแสบ กงซุนเชอฺร้องประท้วง เพราะไม่ว่ายังไงต้าเปาก็คงตอบว่าผีไฉ่เตี๋ยเป็นคนฆ่าอยู่ดี

            ก็ไม่ใช่เรื่องเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่เปาต้าเกออยากกินซาลาเปา ข้าไม่ให้ได้เหรอ คนที่ได้ซาลาเปาหลังจากหันไปขอบคุณจั่นเจาก็หันมาส่งคิ้วเยาะเย้ยต่อ

            แล้วตอนนี้ยังไงต่อล่ะ ท่านพี่ค้นพบอะไรอีก

            หลังจากที่ได้กินซาลาเปาแล้วนะ ข้าก็รู้สึกได้ว่าเมื่อมองภาพทั้งสี่ภาพ ขนก็ลุกขึ้นมาทันทีเลยไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แจ่บๆ

            อะไรทำให้เจ้าขนลุกขนพอง กงซุนเชอฺถามด้วยเสียงบูดสนิท

            ก็...ข้าคิดว่าแปลกๆทั้งเรื่องเสียงพิณ ทั้งเรื่องรูป มันเกี่ยวข้องกับไฉ่เตี๋ยทั้งหมด ดังนั้นข้ามั่นใจว่าคดีนี้ต้องเกี่ยวข้องกับไฉ่เตี๋ยแน่ๆ

            อะไรแปลกๆ อะไรๆก็มั่นใจของเจ้ากันหา! สืบคดีมันต้องมีหลักฐานอ้างอิง ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกจินตนาการอย่างเจ้า กงซุนเชอฺขึ้นเสียงดัง

            ก็ข้ามีแค่ความรู้สึกไม่มีหลักฐานจริงนี่ ไม่ได้ก็ไม่ได้ซิ งั้นลาละ เชอะ

            เดี๋ยวก่อน

            อะไรอีกเล่า

            เอาซาลาเปาคืนมา

            ไม่คืน

            เอาคืนมา

            ไม่

            จะคืนมาดีๆมั้ยหา

            งับ

            เมื่อยัดซาลาเปาเข้าปากได้ก็เริ่มวิ่ง กงซุนเชอฺไม่ยอมแพ้ไล่ตามมาติดๆ ง้างพัดในมือกระหน่ำไม่ยั้งที่หลังต้าเปา เมื่อเห็นเจ้าเปาหน้าดำมันวิ่งเร็วกระโดดขึ้นหลังแล้วเอาพัดตีหัว แต่ก็ไม่อาจแย่งซาลาเปามาได้ แถมตอนนี้ลูกที่สองเข้าปากไปแล้ว

            จั่นเจาที่ยืนอยู่กับที่มองท่านพี่ทั้งสองที่วิ่งไล่กันเหมือนสุนัขไล่กัดหางตัวเองนึกอนาจในใจ ท่านพี่ทั้งสองเลิกซนได้แล้ว(นี่ใช่เป็นคำที่น้องกล่าวกับพี่)อายุท่านสองคนจะรวมกันได้ห้าสิบอยู่แล้ว ยังทำเป็นเด็กๆอยู่ได้ เอ้ย ระวัง

            พลั่ก

            แอ่ก

            ขณะนี้เองที่กงซุนเชอฺจับเจ้าเปาคว่ำหน้าลงโต๊ะได้ แล้วเอามือล้วง(หาซาลาเปา) แล้วควานเอาผ้าห่อซาลาเปามา ได้ผ้าห่อ แต่ซาลาเปายังอยู่ในปากคนขี้ตะกละ ที่พยามยามยัดซาลาทั้งลูกเข้าไปรวดเดียว ต้าเปากระหยิ่มไม่ได้นานหน้าก็เริ่มม่วง

            เจ้าเป็นอะไร คายออกมาสิ เร็ว กงซุนเชอฺบอกเมื่อเห็นอาการซาลาเปาติดหลอดลม พร้อมพยักหน้าให้จั่นเจาน้อยทำอะไรซักอย่าง จั่นเจาน้อยไม่รอช้าซัดฝ่ามือพร้อมลมปราณเข้ากลางหลัง

            แค่กๆๆๆ

            เปาเจิ่งเจ้าไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย

            ต้าเปาไม่สนใจ แต่ก้มหน้าบีบซาลาเปาในมือ มองอย่างครุ่นคิดซักพักก็หันไปกระซิบกระซาบกับจั่นเจา

            อ้อ

            อิอิ

            เสียงแรกเป็นของน้องเล็ก เสียงที่สองเป็นของต้าเปา ว่าแล้วคนหลังก็กระโดดออกไปจากห้องของไฉ่เตี๋ย

            ไปกันเถอะ

            เจ้านั่นไปไหนกงซุนเชอฺยังงงๆ

            ไปหาอันกั๋วไท่

            Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

ณ ศาลาเก็บศพ

            จั่นเจาใช้มือบีบปากร่างไร้วิญญาณบนโต๊ะของอันกั๋วไท่ให้เปิดออก กงซุนเชอฺขมวดคิ้ว อันกั๋วไท่ถูกคนร้ายแทงทะลุคอหอยคนเสียชิวิต เรื่องนี้ไม่ได้ชัดเจนอยู่แล้วหรือไร

            ไม่ใช่

            มีหลักฐานอะไร

            หลักฐานหรอก็อยู่นี่ไง จั่นเจามุดตัวลงไปที่ศพ กงซุนเชอฺก็ก้มลงมองดูตาม แต่แทนที่จั่นเจาจะอธิบายกลับเอาเทียนเล่มขาวที่ปักอยู่ข้างศพตวัดหมายแทงเข้าที่หน้าพี่รอง จนเจ้าตัวร้องดังเฮ้ย ยังดีที่เจ้าตัวเอามือจับเทียนไว้ได้ก่อนที่หน้าหล่อเหลาจะเละด้วยเทียนเล่มน้อย

            เจ้าจะทำอะไร

            ท่านพี่ลองดูมือท่านสิ

            ทำไมเหรอ น้ำเสียงยังงงอยู่ จนทำให้ต้าเปาที่นั่งเงียบๆอยู่ตรงข้ามส่ายหัว

            ก็ท่านพี่เพื่อที่จะป้องกันตัว เอามือมากำเทียนเอาไว้

            นึกว่ากระไร มันก็เป็นไปตามธรรมชาตินี่

            ก็นั่นซิ แต่เราพบศพของอันกั๋วไท่ในตอนแรก ท่านพี่เห็นเขาจับพู่กันยังไง

            เมื่อนึกภาพตาม กงซุนเชอฺก็กล่าว อันกั๋วไท่ ไม่ได้จะเอามือกำพู่กันเพื่อป้องกันตัว แต่กำลังใช้พู่กันเขียนหนังสืออยู่

            ถูกต้อง

            เห ท่านจอมยุทธจั่นเจา ไม่เลวนี่ วินิจฉัยไม่เลวเลย

            ฮาๆ กงซุนต้าเหริน กล่าวหนักไปแล้ว เรื่องนี้มิใช่ข้าน้อยจอมยุทธจั่นเจาอนุมาน แต่เป็นต้าเปาต้าเกอคิดออกเมื่อตอนที่จะถูกท่านแย่งซาลาเปาอยู่ไง กงซุนต้าเกอยิ้มเมื่อเริ่มมีหวัง จั่นเจาจับปากของอันกั๋วไท่ให้อ้ากว้างขึ้นอีก ยังมี ลิ้นของเขาอยู่ระหว่างเพดานบนและล่าง ไม่ได้ขาดออก

            แล้วมันหมายความว่าอย่างไร

            ข้าก็ไม่รู้ เปาต้าเกอเป็นคนบอกให้ข้าตรวจดู

            ลิ้นไม่ได้ขาดออก ถ้าเสียชีวิตเพราะขาดอากาศ ลิ้นควรจะขาดนี่ หรือไม่ก็ต้องรั้งไปอยู่ที่ลำคอ ทำให้อุดที่หลอดลม

            ดูที่หนังตาซิ ต้าเปาที่เงียบมานานบอกเรียบๆ

            หนังตาล่างไม่มีจุดแดง ถ้าขาดอากาศจริง ต้องมีจุดแดงซิ ถ้าเช่นนั้นอันกั๋วไท่ไม่ได้ถูกแทงคอหอยตาย แล้วสาเหตุที่แท้จริงมันคิดอะไรกันประโยคคำถามที่เหมือนรำพึงมากกว่าถามใคร

            งั้นก็ดูเล็บ ต้าเปาบอกลอยๆ

            สีน้ำเงิน เมื่อกงซุนเชอฺดูที่เล็บมือจั่นเจาก็อุทานออกมา

            ไม่ใช่สีน้ำเงิน แต่เป็นสีครามต่างหากต้าเปาแหวออกมา

            แล้วสีฟ้ากับสีครามมันต่างกันยังไงเล่า จั่นเจาเริ่มหัวหมุน

            ไม่เหมือนกัน ปากสีเทาฟ้า เล็บสีครามเป็นอาการของคนถูกพิษกงซุนเชอฺกล่าวเสียงเครียด แต่ซักพักก็ยิ้มอย่างยินดี พร้อมกับเดินไปที่ต้าเปาตบบ่าสองที

            อะไร ข้าไม่ชอบเจ้า เสียงแหวๆยังกระเถิบออกอย่างรังเกียจ ไม่อาจลบรอยยิ้มออกจากใบหน้าของกงซุนเชอฺได้ ดีจริงๆ เจ้าคิดอ่านละเอียดขึ้นเรื่อยๆแล้ว เจ้าอีกไม่นานก็จะกลับมาแน่ๆ

            กลับมา กลับมาอะไร ข้าก็อยู่ที่นี่ตลอดนี่

            เปาเจิ่ง แล้วคนร้ายวางยาอันกั๋วไท่อย่างไร แล้วเอาพู่กันแทงหลอดลมอย่างไร

            อย่างไร ข้าหิวได้อย่างไรนี่ ไปกินซาลาเปาดีกว่า เย้ๆๆๆ ซาลาเปา ว่าแล้วก็กระโดดออกจากศาลาไปอย่างร่าเริง ไม่สนกงซุนเชอฺที่ดีใจค้างๆอยู่ตรงนั้น

Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

ณ เรือนรับรอง

            เพล้ง

            นี่เจ้าเอาชาที่มีโคลนอยู่ให้ข้ากินได้อย่างไร หา เถ้าแก่ตะโกนตะคอกใส่มู่หลานเสียงดังลั่น ทำเอาชุนเถาต้องเขามาไกล่เกลี่ย แล้วบทสนทนาของทั้งหมดก็เข้าหูกงซุนเชอฺและจั่นเจาที่ย่างเข้ามาในเรือนพอดี

            อะไรกันหา จะโมโหอะไรอีก มู่หลานเก็บกวาดซะ ส่วนท่านก็รู้นี่ว่า เรือนข้างๆกำลังปรับปรุงใหม่ บ่อก็เชื่อมกัน บ่อน้ำมีโคลนมันก็ถูกแล้วนี่...ชุนเถานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆสามีไม่ทางการของนาง

            พอๆๆๆ พอกันที หลายปีมานี้กิจการไม่มีกระเตื้อง ตอนนี้ยังมามีเรื่องอีก อีกหน่อยยังจะมีแขกมาอีกหรือยังไงเถ้าแก่ยังระบายต่อ

            โธ่ ก็ค่อยๆคิดแก้ไข ยังไงก็ต้องมีทางออกแหละน่า ชุนเถาพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

            เหอะ ทางออก ทางตันสิไม่ว่า เสี่ยวหมานกับข้าวทำเสร็จหรือยังเล่า

            ท่านนี่ยังไงนะ เมื่อกี้ไม่ได้พึ่งใช้ให้เสียวหมานไปทำกับข้าวแล้วหรือไง...

            หยุดๆๆๆ หยุดได้แล้ว ยังไงก็ต้องอดตาย งั้นวางยาข้าให้ตายไปเลย ประโยคนี้จุดประกายความคิดของกงซุนเชอฺขึ้นมา

            ท่านเสียสติแล้วหรือไง ฟ้ายังไม่ถล่มลงมาซักหน่อย จะโมโหอะไรเนี่ย

            เจ้าก็คิดดู อันต้าเหรินต้องการรับเสี่ยวหมานเป็นอนุ ให้ตั้งพันตำลึง พันตำลึงอ่า เซียวต้าเหรินก็ต้องการจะซื้อนางกลับไป ข้านึกว่าคราวนี้จะรวย แล้วเป็นไง ชวด

            ข้าจะบอกท่านเลยนะ เสี่ยวหมานยังไงก็ไม่ตกลง ท่านจะขืนใจนางหรืออย่างไร

            นางไม่ตกลง เถ้าแก่แค่นเสียงเยาะ ข้าจะให้นางไปกับใคร นางก็ต้องไปกับคนนั้น

            พอๆๆๆ เรื่องมันแล้วไปแล้ว ตอนนี้สองคนนั้นก็ตายไปแล้ว ท่านจะมาพูดให้มันได้อะไรขึ้นมาอีกชุนเถาเสียงดังขึ้นเรื่อยๆเพราะหงุดหงิดเต็มกลืน

            นี่เจ้าคิดว่าด้วยนางมันดวงฆ่าสามีหรือเปล่า ใครอยากได้นางเป็นต้องมีอันเป็นไป

            ท่านหมายความว่าอย่างไร พูดให้มันดีๆนะ

            เลิกๆๆๆ ไม่พูดแล้ว ข้าวเสร็จเมื่อไหร่ไปเรียกข้าด้วย เถ้าแก่กำลังจะก้าวเท้าออกเดินต้องล้มคมำก้นกระแทกเก้าอีกอีกครั้ง เพราะเหยียบเศษถ้วยกระเบื้องที่ตนขว้างลงพื้นแล้วมู่หลานยังเก็บไปไม่หมด เจ้าดูซิ น้ำชามันหกใส่รองเท้า ยังไงก็ซักไม่ออกแล้วเนี่ย

            ตอนที่ทั้งสองผัวเมียยังบ่นยังปลอบกันไม่เลิก ทำให้ไม่สังเกตเห็นเงาสองเงาที่ออกจะเรือนรับรองไปหลังจากแอบฟังอยู่นานแล้ว

            Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

ณ ห้องของเสี่ยวหมาน

            แอ๊ด

            ท่านพี่ท่านเข้ามาห้องเสี่ยวหมานทำไม หรือท่านคิดว่าเสียวหมานเป็นคนร้ายกงซุนเชอฺไม่ตอบคำกลับไปหยิบรองเท้าสานที่วางอยู่หน้าเตียงสองคู่ของเสี่ยวหมานขึ้นมาดู

            ท่านหาอะไร กงซุนเชอฺยังไม่ตอบ ยังหยิบขึ้นมาดูอีกคู่ แล้วยิ้มมุมปาก

            หาเจอแล้ว

            หา เจอแล้ว หมายถึงเจอคนร้ายแล้ว

            กงซุนเชอฺยิ้มอย่างมีเสน่ห์ สั่นหัวเล็กน้อย เจอโอกาสแล้วต่างหาก วินาที่นั้นจั่นเจาก็รู้ว่ารอยยิ้มนี้ไม่น่าไว้ใจ ต้องมีคนรับเคราะห์แน่ๆงานนี้ แล้วเขาก็เหมือนจะเดาออกได้ว่าใคร

Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

ณ ห้องอาหารหอบุหลันลอยลม

            สาวคณิการุ่นเล็กรุ่นใหญ่ต่างช่วยกันจัดโต๊ะอาหารกันอย่างขะมักเขม้น มีเถ้าแก่นั่งตรงหัวโต๊ะ เมื่อเห็นกงซุนเชอฺก้าวเขามาในห้องก็เชื้อเชิญอย่างยินดี

            เสี่ยวหมาน กงซุนเชอฺไม่รับคำเชิญ แต่เอ่ยเสียงเข้ม ในคืนที่เซียวต้าเหรินถูกฆาตรกรรมเจ้าอยู่ที่ใด

            กงซุนต้าเหรินท่านหมายความว่าอย่างไร

            ยังมีอันกั๋วไท่ตายคืนนั้นเจ้าอยู่ที่ใด

            ข้าน้อยก็อยู่ในห้อง

            งั้นหรือ มีใครเห็นบ้างล่ะ

            เดี๋ยวก่อน เสี่ยวหมานไม่ใช่คนร้ายแน่ๆ สาวๆบีบตัวกันเข้ามาปกป้องเสียวหมานเต็มที่เมื่อจับน้ำเสียงของกงซุนเชอฺได้

            ท่านออกจะล้อเล่นแรงเกินไปนะท่าน เสี่ยวหมานมีแรงจูงใจอะไรให้ฆ่าคนเล่า เถ้าแก่แทรกขึ้นมาไกล่เกลี่ย

            แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าไม่มี เซียวต้าเหริน กับอันต้าเหรินเคยเสนอจะซื้อนาง แต่นางไม่ยินยอม แต่ถ้าเถ้าแก่เช่นท่านต้องการจะขายนางไปให้ได้ นางก็หมดสิ้นปฏิเสธไม่ใช่หรือ เพราะฉะนั้นหนทางเดียวก็คือ....ฆ่าคนซื้อซะกงซุนเชอฺหน้าไร้รอยยิ้มเอาจริงจนทุกคนหน้าเสีย

            ข้าน้อยไม่ได้ทำนะ เสี่ยวหมานที่พึ่งตั้งสติได้ประท้วง

            เหตุผลอะไรของท่าน เหตุแค่นี้จะง่ายไปหน่อยมั้งท่าน มีหลักฐานอะไร

            มี ข้าตรวจสอบมาแล้ว อันกั๋วไท่ไม่ได้ตายเพราะขาดอากาศแต่เป็นเพราะถูกวางยา และเป็นยาพิษร้ายแรงที่ทำให้ตายในทันที ที่หอบุหลันลอยลมนี้ เรื่องอาหารการกินเสี่ยวหมานเป็นผู้ดูแลทั้งหมด ตั้งแต่ทำกับข้าวจนกระทั่งยกไปให้อันกั๋วไท่ นางทำคนเดียว คนอื่นไม่มีโอกาสวางยาได้ ดังนั้นนางจึงน่าสงสัยที่สุด

            มันก็ยิ่งแสดงว่าไม่ใช่นางเป็นคนทำ ต้าเปาที่ยืนหันหลังฟังอยู่นานแล้วเถียงขึ้นมาทันที โดยไม่ทันเห็นรอยยิ้มล่าเหยื่อของกงซุนเชอฺ แต่จั่นเจาเห็นเต็มๆตา นึกแล้วเชียวต้าเปาต้าเกอโดนเต็มๆ

            เพราะทุกคนล้วนต้องคิดว่านางเป็นผู้ทำ นางคงไม่หาเรื่องใส่ตัวเองให้เป็นที่สงสัยหรอกจริงมั้ย

            พูดได้ดี กงซุนเชอฺกลั้นรอยยิ้มสะใจไว้ จั่นเจาที่ไม่ได้ยินท่านพี่สองคนเถียงกันด้วยเหตุผลนานแล้วยิ้มออกมาแทน ต้าเปาเจ้าฉลาด แต่นางก็ไม่ได้โง่ เพราะว่าที่เจ้าพูดคือข้ออ้างที่ดีที่สุดของนางในการหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา

            ถ้าเช่นนั้นเซียวจางเล่า เขาตายจะให้เหตุผลว่าอย่างไรเสียงสนับสนุนอื้ออึง

            แน่นอน กงซุนเชอฺหยิบห่อผ้าที่จั่นเจาส่งมาเปิดออกแล้วถาม รองเท้าคู่นี้ ของเจ้าใช่หรือไม่ แล้วโยนไปบนโต๊ะกินข้าว เสี่ยวหมานขว้ามาดู

            เหมือนกับข้ามีคู่หนึ่งที่คล้ายกัน

            รองเท้าคู่นี้ค้นได้จากห้องของนางเอง บนรองเท้ามีตะไคร่ติดอยู่ เหมือนกับที่พบบนอาวุธที่ฆ่าเซียวต้าเหริน และเหมือนกับที่ติดอยู่บนกระเบื้องหลังคา แสดงว่า เจ้าเคยปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคา

            ไม่นะ ข้าเคย ไม่เคยนะเสี่ยวหมานเริ่มสติแตก

            หึ ปีนหลังคาง่ายจะตาย จะขโมยรองเท้าของเสี่ยวหมานเจี่ยยิ่งง่ายกว่า คนร้ายจะใส่ร้ายนางยิ่งง่ายที่สุด ต้าเปาไม่ยอมแพ้ ออกมาประจันหน้ากับกงซุนเชอฺ บังเสี่ยวหมานเอาไว้

            ได้ ไม่ปัดข้อสงสัยนี้ แต่ว่าเมื่อเอาหลักฐานทั้งหมดมารวมกัน หลักฐานเอาผิดเสี่ยวหมานก็มากพอ

            ไม่รู้แหละ ยังไงเสี่ยวหมานก็เป็นคนร้ายไปไม่ได้ เมื่อเถียงด้วยเหตุผลไม่ขึ้น ก็ใช้อารมณ์เหมือนเด็กๆ

            งั้นคนร้ายเป็นใครกันเล่า

            ก็เยี่ยลู่ไง นางๆ เขา เจ้า ข้า ทุกคนเป็นไปได้นี่

            แต่ว่าเมื่อเหตุผลฟังไม่ขึ้น กงซุนเชอฺหลับตาบอก จับนางไปได้ มือปราบสองนายที่ตามหลังกงซุนเชอฺมาเข้ามายื้อเสี่ยวหมานออกจากกลุ่มสาวๆและต้าเปา

            ไม่นะ ไม่ๆๆๆ ปล่อยข้าเถอะนะนะ เสี่ยวหมานร้องอย่างน่าสงสาร จนต้าเปาทนไม่ได้

            ข้ารู้แล้วว่าคนร้ายคือใคร ต้าเปาร้องเสียงดัง

            ใครกงซุนเชอฺตวาดเสียงเข้ม

            ตอนนี้ข้ายังคิดไม่ออก ขอเวลาข้าอีกนิด

            ได้ ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งวัน ถ้าพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้เจ้ายังหาคนร้ายมาไม่ได้ นางต้องตาย และเจ้า ต้องโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดทรยศชาติ ก็ต้องตกตายไปตามกัน

            ได้ พรุ่งนี้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นข้าหาคนร้ายมาให้ท่าน

            จำไว้ หนึ่งวันเท่านั้น

            แล้วกงซุนเชอฺ จั่นเจาก็จากไปพร้อมสองมือปราบที่ลากเอาเสี่ยวหมานไปจากอ้อมกอดของหอบุหลันลอยลม เพื่อรอเวลาหนึ่งวันกับความหวังที่ฝากไว้ที่ต้าเปาของนาง

TBC^^

Pssssssssssssssssssssssss.

1.      สำนวนจีน ที่จริงแปลไม่ตรงซักทีเดียวแต่ความหมายได้ สำนวนที่ใช้คือ ล่านอวิ๋ฉงซู่ความหมายว่ามั่วแปลกปลอมเข้าไปในกลุ่ม ซึ่งนิทานเล่าว่า

                  พระเจ้าฉีเซียนอ๋อง ใช้คนเป่าขลุ่ยสามร้อยคน ฮั่นหนานกวอเป่าไม่เป็น แต่อวดอ้างว่าเก่งกาจนัก ก็เลยได้มั่วแปลกปลอมในคนเป่าขลุ่ยนั้น เมื่อพระเจ้าฉีเซียนอ๋องถึงแก่กรรม ก็ถึงคราวซวยของคนเป่าไม่เป็น ราชบุตรหมินหวางขึ้นครองราชย์แทน พระองค์ชอบให้เป่าให้ฟังทีละคน ฮั่นหนานกวอจึงหนีไป

                  ต่อมาจึงเอาคำนี้มาอุปมาว่า ผู้ที่ไม่มีความสามารถได้มั่วแปลกปลอมเข้าไปในกลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญเอาของไม่ดีปลอมปนเข้าไปในของดี เหมือนกับที่เยี่ยลู่จุ้นไฉเตือนกงซุนเชอฺว่าอย่าได้เอาแพะมาปลอมเป็นคนร้ายตัวจริงนั้นเอง

2.      ถั่วแดงเกิดแดนใต้ ผลิกี่ต้นเมื่อฤดู  หวังเจ้าเก็บให้มาก  อย่างที่สุดความคิดถึง: งงชิมิคะ กลอนนี้มันอะไรนี่ ทำไมมู่หลานต้องอายด้วย คืออาจแปลไม่ค่อยดีอ่า แปลเต็มๆจะได้

                  ถั่วแดงเกิดที่ประเทศทางใต้ เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาก็งอกงามกี่ต้น หวังไว้ว่าเจ้าจะเก็บไปมากหน่อย เพราะถั่วแดงนี้แทนความคิดถึงที่สุดของข้า

                  ไม่ต้องบอกยังงงอยู่ดีชิมิ มันต้องรู้ตำนานค่า

      กลอนนี้แต่งโดย นักกลอนมีชื่อ หวางเหว่ย ชื่อกลอนว่าคิดถึง

                  ถั่วแดงเป็นพืชที่เกิดทางใต้ มีเรื่องเล่าว่าโบราณมีสาวนางหนึ่ง เนื่องจากสามีไปสนามรบ ก็อธิษฐานขอพรให้สามีใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ด้วยความคิดถึงก็ร้องไห้อย่างหนัก เมื่อน้ำตาแห้งเหือดแล้ว ที่เหลือก็เป็นสายเลือดหยดลงบนดินเป็นเมล็ดถั่วแดง เพราะฉะนั้นถั่วแดง ยังเป็นเมล็ดแห่งความคิดถึงด้วย ได้ทั้งคิดถึงเพื่อนคิดถึงแฟน แต่ไปๆมาๆส่วนมากก็เป็นคู่รักใช้กันมากกว่า เลยกลายเป็นเมล็ดแสงถึงความรักด้วย  วรรคที่สามหมายความว่าให้ท่านเก็บความระลึกถึงของข้าไปนั้นเอง

                  แล้วอย่างงี้จะไม่ให้มู่หลานเขินได้ไงคะ เล่นบอกมาเป็นนัยๆที่โจ่งแจ้งขนาดนี้ โฮะๆๆๆๆๆ กงซุนเชอฺร้ายน่ะเนี่ย แต่ว่าถ้ามู่หลานไม่เก่งเรื่องกลอนเหมือนจั่นเจาจะทำไงอะ เหอๆๆ    

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น