เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 12 : ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง-ศพที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

File12 ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง                
 

ศพที่สอง

          ณ ห้องไฉ่เตี๋ย

            อย่าขยับ กงซุนเชอฺเริ่มวันแรกของกำหนดเวลามรณะที่ห้องเกิดเหตุ ที่บัดนี้ที่ด้านหน้ามีเสี่ยวหมานกวาดลานและมู่หลานกำลังจัดของในห้องให้กลับสู่สภาพเดิม

            ของทุกอย่างในห้องนี้อาจเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการไขคดี กงซุนเชอฺกล่าวด้วยเสียงอันดังเพื่อให้ทุกคนหยุดมือ มู่หลานชักสีหน้าหวาดกลัวและถอยหลังไปติดโต๊ะ ต้าเปาที่ก้าวมาทีหลังเห็นดังนั้นจึงเอาตัวเข้าขวางประชันหน้ากับตัวแทนฮ่องเต้อย่างไปเกรงกลัว

            ทำไมต้องทำเสียงดุอย่างงั้นด้วยเล่า มู่หลานเจี่ยแค่ต้องการจะทำความสะอาดห้องแค่นั้นเอง

            เมื่อกงซุนเชอฺหันมาสบตาที่คลายความกังวลของมู่หลานแล้ว แววตาจึงเปลี่ยนเป็นเอ็นดูคนตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว เมื่อครู่ข้ารีบร้อนไป กล่าวคำรุนแรง ขอแม่นางโปรดอภัย มู่หลานจึงยิ้มหวานแสดงการให้อภัย เมื่อย่อตัวลงคารวะแล้วจึงหมุนตัวลาออกจากห้องไป กงซุนเชอฺใช้สายตาที่แม้ตนเองยังไม่รู้ความหมายส่งนางจนลับขอบประตูห้อง เมื่อพ้นเงาคนก็รีบตั้งสติเดินสำรวจห้องอีกครั้ง

            ห้องของไฉ่เตี๋ยมีขนาดใหญ่กว่าห้องรับรองอื่นนัก มีวัตถุตกแต่งมากมาย กงซุนเชอฺเริ่มดูที่ชั้นวางของที่ตั้งขวางบริเวณกลางห้อง ชั้นล่างมีแจกัน และสมุด แล้วสายตาเขาก็สะดุดพิณที่วางอยู่บนสุดของชั้น เมื่อเสี่ยวหมานเดินเข้ามาสมทบพร้อมไม้กวาดในมือ

            พิณนี้วางอยู่ที่นี่ตลอดหรือ

            เจ้าคะ ของในห้องทั้งหมดนี้เป็นของไฉ่เตี๋ย

            เสียงพิณสังหาร เสียงอุทานเบาจากปากคนด้านข้างทำให้เสี่ยวหมานอดเหล่ดูหน้าคนพูดไม่ได้

            คนร้ายจะฆ่าคนทำไมต้องดีดพิณ เสี่ยวหมานเริ่มกอดไม้กวาดแน่นขึ้นแล้วมองไปที่พิณด้วยความระแวง

            แล้วเขาออกไปจากห้องนี้ได้อย่างไร ยังมีเขาเข้ามาได้อย่างไร เหงื่อเริ่มออกที่มือนาง ตาเหลือบไปรอบห้อง

            ทำไมเหมือนหายไปในอากาศเยี่ยงนี้ ก่อนที่กงซุนเชอฺจะทำให้เสี่ยวหมานเป็นโรคประสาทโดยไม่รู้ตัวไปจริงๆ จั่นเจาก็เรียกไว้เสียก่อน ที่จั่นเจาเรียกไปดูคือภาพเขียนที่เคยอยู่บนฝาผนังหนึ่งในสี่ภาพ คือสามบุรุษมองบุรุษที่สี่เขียนภาพ ด้านข้างมีตัวหนังสือ หนึ่งวันพันลี้

            กงซุนต้าเกอ ภาพนี้คือภาพที่เจอพร้อมกับร่างของเซียวจุน

            นี่...นี่มันภาพชุดภาพเขียนหมากพิณนี่ เสี่ยวหมานอุทานอย่างตกใจ

            อะไรคือภาพเขียนหมากพิณ

            ได้ยินมาว่าเป็นภาพที่ไฉ่เตี๋ยวาดไว้ในคืนก่อนฆ่าตัวตาย วาดไว้จำนวนสี่รูป โดยมีภาพ อักษร หมากและพิณเป็นหัวข้อของแต่ละรูป ภาพนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น รูปทั้งหมดแขวนไว้ในห้องนี้ตลอด ข้าน้อยจำได้ว่าเมื่อวานที่เซียวจุนกระชากมันลงมาเถ้าแก่ก็ให้มู่หลานไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บฟืนแล้วนี่ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ประโยคหลังเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า

            หรือว่าเซียวจุนทำผิดต่อไฉ่เตี๋ย ผีของนางจึงมาเอาชีวิต

            ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกในพะวังของตนเอง จั่นเจาก็เอ่ยเรียกให้ไปดูต้าเปาที่บัดนี้นอนอยู่บนเตียงที่เคยมีศพซะแล้ว กงซุนเชอฺและอีกสองคนจึงเดินไปดูใกล้ๆ เพราะทุกคนรู้ ทุกคนที่เคยใกล้ชิดเปาเจิ่งรู้ดี ว่าเวลาไขคดีทุกท่าทางของเขาสำคัญและมีความหมายนัก

            ต้าเปาเจ้าทำอะไรน่ะ

            เปาเจิ่งเจ้าค้นพบอะไรมั้ย

            ต้าเปาที่ตาค้างเอามือดันตัวลุกขึ้นมาช้าๆ ในลักษณะขยับคอไม่ได้ เตียงนอนสบายไม่นอนมานอนเตียงโครตแข็ง ไม่ตายก็แปลกแล้ว กล่าวจบเล่นทำทุกคนอึ้ง แต่กงซุนเชอฺเหมือนคิดอะไรได้ เมื่อวานเซียวจุนที่มานอนที่นี่เพราะถูกเถ้าแก่พยุงมาต่างหาก เมื่อลองนอนแบบต้าเปา กงซุนเชอฺก็สังเกตเห็นร่องจากหลังคา

            เป็นที่นี่แน่นอน บัดนี้จั่นเจาและคนต้นคิดมาอยู่บนหลังคา นิ้วของกงซุนเชอฺมีผงสีเขียวติดอยู่ เมื่อลองขยับกระเบื้องแผ่นหนึ่งก็พบว่าตรงกับที่นอนพอดี จั่นเจาส่งมีดเพื่อให้พี่ชายลองลอดไประหว่างช่องนั้น

            คือที่นี่ไม่ผิดแน่ มีดผ่านจากช่องนี้ลงไปไม่ผิดแน่

            ท่านพี่รู้ที่ได้อย่างไรว่ามีดต้องตกลงไปจากช่องนี้

            เจ้าดูที่ตะไคร่บนกระเบื้องบนหลังคาพวกนี้กับบนมีดมีสีเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน แม้แต่ที่บาดแผลของเซียวจุนก็มีตะไคร่พวกนี้ปนอยู่ด้วย

            ไอ้ตะไคร่มันก็เขียวๆเหมือนกัน ทำไมพี่ถึงรู้ว่ามันมาจากหลังคาเล่า

            สภาพแวดล้อมและเวลาที่ต่างกันก็ทำให้ตะไคร่มีสีต่างกันด้วย กงซุนเชอฺอธิบายอย่างใจเย็นเหมือนกำลังสอนหนังสือให้น้อง

            แต่เหมือนลูกศิษย์ยังมีข้อสงสัย แต่เมื่อวานเราก็เห็นแล้วว่าตอนที่ได้ยินเสียงเพลงพิณ ก็คือเวลาที่เซียวจุนถูกฆ่า แถมพวกทหารก็ตรวจค้นบนหลังคาด้วย ล้วนไม่พบอะไร และเหมือนคำถามนี้ทำให้อาจารย์จนด้วยคำพูดได้เหมือนกัน

 

Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

 ณ. ห้องรับรองผู้ใหญ่บ้าน

          กงซุนเชอฺมิอาจงมโข่งกับปัญหามากมายที่ประดังเข้ามาในยามนี้ได้ จนต้องออกจากห้องไฉ่เตี๋ยเพื่อกลับที่พักของตน ทั้งเขาและจั่นเจาไม่มีใคร่พูดอะไร ต่างจมดิ่งกับปริศนาที่มากมายลำไม่ประติดต่อและเวลาที่บีบคั่น

            ยามที่ก้าวผ่านหน้าบานประตูห้องที่เปิดอยู่ของอันกั๋วไท่ อดที่จะมองเข้าไปสำรวจคนที่ไม่แม้จะเข้ามาช่วยในคดี หรืออำนวยความสะดวกใดๆได้ ผู้ใหญ่บ้านกำลังเอาปลายด้ามพู่กันแตะที่ริมฝีปากเหมือนท่ากำลังคิดเขียนอะไรอยู่ เมื่อตาเงยขึ้นมาพบตัวแทนองค์ฮ่องเต้ ก็รีบลุกขึ้นแต่มือกลับเอื้อมไปหยิบสมุดอีกเล่มมาทับกระดาษที่เขียนอยู่ คนอื่นอาจเดินผ่านไป แต่ไม่ใช่จั่นเจาน้อยแน่ เมื่อคนที่ตามมาด้านหลังเดินดุ่มไปหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านอย่างถือวิสาสะ กงซุนเชอฺจึงได้แต่ตามติดเข้าไป

            เอ่อ ต้าเหรินคดีไปถึงไหนแล้ว....นี่ท่าน นั่นมันก็แค่จดหมายธรรมดา...ผู้ใหญ่บ้านที่คิดว่าฝีมือการแอบซ่อนระดับเด็กสองขวบซ่อนขนมจากแม่จะหลบสายตาสองพยัคฆ์จากเมืองหลวงได้ เอ่ยทักทายก่อนที่จะใช้สายตามองตามจดหมายแฉความเห็นแก่ตัวของตนเองในมือจั่นเจาอย่างสิ้นหวัง

            หึ นี่คือสาสน์ด่วนหกร้อยลี้ ไปที่ปักกิ่ง คนผู้นี้เขียนเอาความรับผิดชอบเทใส่ลงบนหัวพี่ทั้งหมดเลย จั่นเจากล่าวทีเล่นทีจริงกับพี่ชาย

            กงซุนต้าเหรินข้าน้อยก็แค่รายงานตามความจริงเท่านั้น...

             รายงานตามความจริงเหรอ งั้นทำไมในจดหมายไม่มีอักษรที่กล่าวว่าเจ้าไร้ความสามารถ แค่ช่วยเหลือก็ทำไม่ได้ ได้แต่ปัดความรับผิดชอบให้ผู้อื่น กงซุนต้าเกอ ชายตรงหน้าส่งสาสน์ด่วนหกร้อยลี้ น้องของพี่จะเดินทางหนึ่งวันแปดร้อยลี้ไปส่งให้กับมือ และต่อหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้ ดูสาสน์นี้ด้วยพระองค์เอง

            โอ้ กงซุนต้าเหรินปราณีข้าน้อยด้วยผู้ใหญ่บ้านเมื่อฟังจบถึงจะสมองถั่วก็รู้ว่าจั่นเจาคงไม่ช่วยไปส่งสาสน์ให้ด้วยมีน้ำใจอย่างเดียวแน่ คงมีเรื่องพฤติกรรมของเขาในทางสรรเสริญจากปากของจอมยุทธ์น้อยนี่ด้วย

            เจ้าไร้ปราณีต่อผู้อื่น กลับขอความปราณีจากท่านพี่งั้นหรือ

            ส่งไป เรื่องนี้ควรรายงานต่อราชสำนัก... กงซุนเชอฺตัดบทแบบไร้อารมณ์ใดๆ เหมือนไม่ใส่ใจมากกว่า แม้ว่าจะต้องรับความรับผิดชอบทั้งหมดมา ท่าเดินออกจากห้องไปแบบไร้การข่มขู่หรืออาฆาตนั้น แทนที่จะทำให้อันกั๋วไท่สบายใจกลับวิตกมากกว่าเดิม จั่นเจาเห็นว่าท่านพี่เห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระจึงฟาดกระดาษคืนแล้วออกจากห้องมาเช่นกัน แต่ไม่วายตอกย้ำความผิดให้อีก

            หึ ต้าซ่งไม่ช้าคงต้องพินาศในน้ำมือขุนนางสุนัขอย่างพวกเจ้านี่แหละ แต่ในใจคงเป็น ได้ด่าคนนี่สบายใจจริงวุ้ยไม่ได้คำนึงแม้แต่น้อยว่าตนอายุห่างจากคนตรงหน้ามากกว่าสามรอบ

            ท่านพี่ใครมีแรงจูงใจจะฆ่าเซียวจุนมากที่สุดหรือ จั่นเจาที่เดินตามกงซุนเชอฺเข้ามาที่ด้านหลังจวนถามขณะๆทั้งสองกำลังทรุดตัวลงนั่งที่ม้าหิน

            เหอะ เยอะจนนับไม่ไหวเชียวล่ะ สงครามหลายปีที่ผ่านมา ต้าซ่งเรามีครอบครัวที่ถูกคร่าชีวิตจากสงครามเท่าไหร่ พวกเขาต่างเกลียดทหารเหลียวเข้ากระดูกดำ เซียวจุนยังเป็นอำมาตย์จวนใต้ หรือก็คืออัครเสนาบดี มีศัตรูภายในและนอกพรรคพวกมากมาย และยังได้ข่าวมาอีกว่า เซียวจุนกับเยียลู่ฉู่ฉงก็ไม่ถูกกัน

            ถ้าอย่างนั้นเยียลู่จุ้นไฉก็เข้าข่ายผู้ต้องสงสัยด้วยล่ะสิกงซุนเชอฺไม่ตอบรับแต่กล่าวต่อ

            นอกจากนี้แล้วยังมีซีเซี่ย ชาวซีเซี่ยมีใจตีเอาต้าซ่ง ดังนั้นย่อมไม่อยากให้การเจรจาซ่งเหลียวประสบความสำเร็จเป็นแน่ ยังได้ข่าวอีกว่าพวกซีเซี่ยได้ซื้อตัวพวกพลีชีพจำนวนมาก ตั้งเป็นพรรคหมิงหลี่กระทำการลอบสังหารโดยเฉพาะ พูดได้ว่าคนที่มีแรงจูงใจฆ่าเซียวจุนมากยิ่งกว่าเม็ดทรายเสียอีก (สรุกว่าเซียวจุนมันคนไม่มีใครรักนั้นเอง) บรรยากาศเคร่งเครียดถูกเบรกโดยเสียงกวนประสาท และเป็นใครไปไม่ได้นอกจากต้าเปาเจ้าเก่า

            ที่จริงคนร้ายก็ถูกเปิดเผยออกมาแล้วนี่ กงซุนเชอฺกระตือรือร้นขึ้นมาทันที เข้าไปนั่งยองๆ (แน่นอนว่าแบบมีมาด) ข้างต้าเปาที่แบกฟืนมาสับ

            เปาเจิ่ง เป็นใคร ใครๆก็รู้ว่าเปาเจิ่งจะไม่มีทางพูดแบบนี้ถ้าไม่รู้ตัวคนร้ายจริงๆแล้ว

            ลองคิดดูว่าใครกันที่สามารถฆ่าคนแล้วหายตัวไปได้อย่างไรร่องรอย ใครๆก็รู้ว่ามีเปาเจิ่งเท่านั้นที่ไขคดีปริศนาที่ยากระดับนี้ได้

            ข้าว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้น...” ใครๆก็รู้ว่ามีเปาเจิ่งเท่านั้นที่พูดแบบไม่ยี่หระได้ขนาดนี้แม้เป็นปัญหาระดับประเทศ

            แต่น่าเสียดาย

            นั้นก็คือวิญญาณร้ายของไฉ่เตี๋ยไง

            คนๆนี้ไม่ใช่เปาเจิ่ง แต่เป็นต้าเปา

            ทำเอาคนที่ลุ้นจบแทบจะเอาหน้าไปติดหัวต้าเปานั้นอยากจะเข้าไปตบหัวคนเฉลยคดีแบบมั่วๆ และอยากจะตบกระบาลตัวเองอีกทีที่ตั้งใจฟังเข้าไปได้ ดูสิพูดมั่วไม่พอยังทำหน้าผีอีก นี่มันเด็กสามขวบสองเดือนชัดๆ

            จริงๆนะ ต้าเปายังพยายามหวาดล้อม กี่วันมานี้เป็นวันปล่อยผีใช่มั้ยเล่า ผีคงจะออกมาจากโลงไงพูดจบก็พยักหน้าเห็นด้วยกับตัวเองสองที

            เซียวจุนถูกมีดแทงถึงแก่ชีวิตต่างหาก ผีจะฆ่าคนต้องใช้มีดด้วยหรือไง

            แล้วๆ ผีฆ่าคนไม่ใช่มีดแล้วใช่อะไรอะ ต้าเปาทำหน้าเอ๋อๆเมื่อข้อสันนิษฐานตัวเองกำลังจะถูกล้ม

            ผีฆ่าคนก็ใช้...เอ่อ...ใช้... ก็อยากจะบอกเหมือนกันแต่ใครเขาเคยเห็นผีฆ่าคนบ้าง ต้าเปาเห็นกงซุนเชอฺมือแบบกำลังขย้ำอะไรซักอย่าง ปากพูดอึกๆอักๆแล้วก็ตายแล้ว

            อะไรกันทำมืออย่างงี้ๆแล้วก็ตายเนี่ย

            ก็อย่างนั้นๆแล้วก็อย่างงี้ๆแล้วก็ฆ่าตายแล้วจากวงถกปัญหาคดี กลายเป็นสงครามภาษามือว่าผีฆ่าคนยังไง

            แล้วอย่างงี้ๆแล้วอย่างงั้นอะไรของท่านเนี่ย พูดไม่รู้เรื่องสักอย่าง ยังมีหน้ามาบอกว่าฉลาดที่สุดในแผ่นดินซ่ง ขนาดพูดจายังพูดไม่รู้เรื่อง เฮ่อ สงสารประเทศนี้จริงๆ อนาถ ว่าแล้วก็เดินจากไปปล่อยให้คนหนึ่งหน้าซีดขาวตาเหลือกโกรธจนพูดไม่ออก กับอีกคนที่เอามือปิดปากจนหน้าเขียวหน้าแดง

            เจ็บ....โดนคนปัญญาอ่อนด่ามันเจ็บอย่างนี้นี่เอง

            ฮ่าๆๆๆ อุ๊บ ไม่ไหวแล้ว กร๊ากกก ในที่สุดจั่นเจาก็ทนไม่ไหว โดนท่านพี่ฆ่าตายกับอั้นหัวเราะจนตาย อย่างหลังมันอนาถกว่าเป็นไหนๆ

            เมื่อสติกงซุนเชอฺคนเก่งพอกลับมาได้ก็หากระโถน เจ้าหัวเราะอะไร

            ก็ไม่มี ฮิ อุ๊บ ก็ไม่มีอะไร คิดถึงเมื่อก่อนเปาต้าเกอยั่วให้ท่านพี่โกรธจนควันออกหูได้อย่างไร ตอนนี้เปาต้าเกอกลายเป็นเด็กปัญญาอ่อนก็ยังทำให้ท่านที่โกรธได้อย่างนั้น ความสามารถไม่ตกจริงๆ

            เชอะ หมดคำพูด ความลำบากของการเป็นพี่กลางมันอย่างนี้นี่เอง กงซุนเชอฺจึงขอเดินหนีไปตั้งหลักก่อน จั่นเจาต้องปล่อยจำเลยหนีไปก่อนเพราะถ้าซ้ำเติมอีกคนที่หน้าแหกอาจเป็นเขาเอง และแหกแบบมีเลือดออกด้วย

            เอ๋ กงซุนต้าเหริน กินข้าวหรือยัง ข้ารู้จักร้านหนึ่งอาหารอร่อยมาก ชายเคราแพะผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องรับรองทักทายคนอารมณ์เสียอย่างร่าเริง อย่างไรก็ตามคนมีมารยาทก็คือคนมีมารยาท

            อ้อ ไม่ต้องเกรงใจ เชิญเถอะกงซุนเชอฺเดินจะกลับมานั่งที่โต๊ะมาหิน

            ถ้างั้นข้าขอตัว

            เอ๊ะ สักครู่ กงซุนเชอฺรั้งชายผู้นั้นหมุนตัวแล้วสาวเท้าไปใกล้ เมื่อวานเย็นเวลาที่เกิดคดีท่านไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน

            อ้อ ทหารยามได้สอบถามข้าแล้ว เมื่อวานข้าไปที่ริมแม่น้ำเพื่อดูชาวบ้านปล่อยโคม สวยเป็นที่สุด ฮ่าๆ

            แล้วมีใครเป็นพยานสถานที่ให้ท่านได้บ้าง

            โอ้ยริมน้ำคนเยอะจะตาย อีกทั้งตอนที่ข้ากลับมาเซียวต้าเหรินก็ตายแล้ว มือปราบด้านนอกเป็นพยานให้ข้าได้

            เหมือนกงซุนเชอฺจะยังมึนๆจากการโดนด่า ฟังก็เหมือนไม่ได้ฟัง หรือ งั้นก็ไปได้

            ไม่นี่ ต้าเปาเดินมาที่โต๊ะม้าหินเพื่อหาชาดื่มดับกระหาย

            อะไรของเจ้า ไม่นี่ถามแบบคนหาเรื่อง ก็คนมันอารมณ์เสีย

            ก็ไม่ได้ไปริมแม่น้ำน่ะสิ

            หมายความว่าไง จั่นเจาถามงงๆ

            ก็ริมแม่น้ำโคลนเต็มไปหมด คนที่ไปรองเท้าต้องเปื้อนโคลนกลับมา เพราะงั้นคนเมื่อกี้ไม่ได้ไปต้าเปาตอบแบบเหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ พร้อมยกถ้วยขึ้นดื่มชา

            เปาต้าเกอ เก่งจริงๆ จั่นเจาจับแขนต้าเปาแล้วร้องตื่นเต้น แต่ผลก็คือน้ำชาที่กินไปถูกพ่นออกมาเป็นน้ำพุอย่างสวยงาม

            ทำไมหวางไฮ่ปาต้องโกหก ที่จริงแล้วเขาไปไหนกันแน่ กงซุนเชอฺกระซิบถามตัวเองเบาๆ

Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

            ณ. ห้องรับรองแขกจั่นเจาน้อยยังป่วนเปี้ยนอยู่ในห้องของกงซุนเชอฺ ผ้าขาวพื้นน้อยถูกบิดในอ่างทองเหลืองเพื่อเช็ดมือ  แสงจันทร์ลอดหน้าต่างส่องหน้าจอมยุทธ์ที่ขณะนี้เดินมานั่งข้างกงซุนเชอฺ แสงเทียนบนโต๊ะยังมิจ้าสู้แสงจันทร์

            ทำไงดีท่านพี่ ผ่านไปวันนึงแล้วยังไม่ได้เรื่องอะไรเลยไร้เสียงตอบรับ

            มีดตกลงมากจากหลังคาได้อย่างไร แต่.... กงซุนเชอฺงึมงำจับพัดในมือหมุนไปมาหาความเป็นไปได้ จั่นเจาเมื่อถูกท่านพี่เมิน แถมช่วยคิดอะไรไม่ได้ ก็มองเรื่อยเปื่อย

            มีเงาปื้นหนึ่งทอดบนหน้าต่างห้อง ไม่อาจรอดพ้นตาอันเฉียบคมไปได้

            ใครน่ะ จั่นเจาพอเอ่ยกงซุนเชอฺจึงเงยหัวขึ้นมอง เงานั้นก็หายไปทันที

            มีปัญหาสองพี่น้องนึกโดยสัญชาตญาณ มีแขกกลางดึกมาหาไม่น่าสงสัย แต่แขกที่มาแบบผลุบๆโผล่ๆไม่ตามไม่ได้ ทั้งสองตามเงานั้นมาถึงด้านหน้าหอแล้วแอบที่มุมตึก เป็นผู้ใหญ่บ้านกับชายชุดดำปิดหน้าคนหนึ่ง แสงจันทร์ทำให้มองเห็นได้กระจ่างชัด

            เซียวจุนตายแล้วเป็นเจ้าทำใช่มั้ย ผู้ใหญ่บ้านถามเจ้าโม่งร้อนรน

            แล้วไง ตายไปแล้วก็สมควร ส่วนแบ่งจะได้มากหน่อยไง อีกอย่างวันหลังมีอะไรส่งจดหมายมา อย่ามาเจอกันให้บ่อยนัก ไม่งั้นเป็นเราทั้งสองเองที่จะตาย แต่ถ้าพวกเราต้องตายจริงละก็ เจ้าตายไปดีกว่าพาข้ามาตายด้วย ถูกมั้ย ไปได้แล้วเมื่อเห็นทั้งสองกำลังจะแยกไปคนละทาง กงซุนเชอฺชี้นิ้วไปที่จั่นเจาและตัวเอง จากนั้นสองนิ้วชี้ไปที่ตาของตน แล้วคว่ำลงเป็นสัญญาณ เมื่อคนถูกตามแยกไป คนที่มุกตึกก็หายไปแล้ว

            ไปไหนแล้ว จั่นเจาตามชายชุดดำมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำ ชายผู้นั้นหายไปแล้ว จอมยุทธ์น้อยเดินไปที่กลางสะพานแล้วหันไปทางซ้ายหยุดนิ่ง ชายที่หลบอยู่ด่านล่างรู้ตัวว่าถูกพบแล้วดีดตัวเองขึ้นมาหมายเตะไปที่หน้าผู้สะกดรอย

            เฮ้ย ย้า เท้าพุ่งเข้ามาสุดแรง จั่นเจาเพียงหมุนตัวกลับแค่หลีกพอพ้น ก่อนจะตั้งฝ่ามือที่ชายชุดดำฟาดมาอย่างรวดเร็ว ทั้งสองประจัญบานใช้เพลงหมัดเข้าสู้

            จั่นเจาหยั่งฝีมือเป็นฝ่ายตั้งรับสาวเท้าถอย พร้อมรัวเพลงหมัดพัวพัน ชายชุดดำเร่งมือฟาดไม่ยั้งเพื่อหาช่องทางหนี เมื่อจับทางได้จั่นเจาขึ้นรุกใช้แขนปัดป้องหมัดแล้วผลักออก เปิดช่องว่างกลางลำตัวตลอดถึงหัว เมื่อไม่มีมือป้องจั่นเจาใช้เท้าเตะกรามจนคู่ต่อสู้ตัวลอยพ้นราวสะพานไป แต่อีกฝ่ายฝีมือไม่ย่อยใช้มือโหนตัวกับเสาเหวี่ยงตัวมาประชันหน้าได้ก่อนตกแม่น้ำ จั่นเจาพร้อมอยู่แล้วรัวฝ่ามือไปอีกสองหมัดแล้วบิดแขนอีกฝ่ายมาไขว้หลังจับกดตัวย่อ ขาก็กดข้อพับไว้เตรียมจับกุมไปรับรางวัลจากท่านพี่ แต่อีกฝ่ายแรงดีกว่า ดีดข้อเท้าจนตัวยกกลับมาได้ ใช้ฝ่าเท้าและมือสู้กันต่อ

            การต่อสู้เริ่มยืดเยื้อ จั่นเจาต้องการเผด็จศึกเร่งจังหวะ ใช้ท่อนแขนฟาดที่อกแล้วเตะที่กรามอีกหน คราวนี้ชายชุดดำถึงกับนอนหงายลงกับพื้น แต่ก่อนที่จะโดนจอมยุทธ์น้อยแต่ฝีมือไม่น้อยกระทืบที่อกเขาก็ไหลตัวพ้นบาทามาได้ ก่อนจะกระเด้งตัวขึ้นมาใช้ตัวเบาตีลังกาหลบอีกฝ่าย จั่นเจาใช้ฝ่ามือตั้งฉากพยามยามจะกุมแขนเอาไว้ แต่ต้องประหลาดใจว่าอีกฝ่ายลอดไปได้ แล้วเมื่อเจอรูปแบบนี้อีกสองสามครั้งจึงได้รู้ว่าไม่ใช่บังเอิญ

            หมัดของชายชุดดำในตอนแรกเป็นแค่พื้นฐานเพื่อปิดบังฐานะที่แท้จริง แต่เมื่อสู้ไม่ได้จึงถูกจั่นเจาบีบจนต้องใช้วิชาก้นหีบ มือชายชุดดำคล้ายไร้กระดูก เหมือนจะถูกยึดไว้ได้กลับลื่นไหลออกไปได้ทุกครั้ง จั่นเจาตกในพะวังความคิดเมื่อพบกับวิชาแปลกประหลาด ชายชุดดำเกือบจะหนีไปได้แล้วจึงต้องตั้งสติกลับมา เมื่อชายคนนั้นกระโจนอีกครั้งก็ถูกจั่นเจากระโดดถีบที่อกอย่างจัง ชายปริศนากระเด็นไปถึงตีนสะพาน จับหน้าอกพยุงตัวสักพักแล้วถือโอกาสนี้ใช้วิชาตัวเบาหนีไป

            ทางด้านกงซุนเชอฺที่ตามผู้ใหญ่บ้านไปเมื่อเห็นว่าเขาเข้าห้องตนเองก็ออกมาตามน้อง คุณชายตระกูลกงซุนย่ำไปตามตรอกอย่างระวัง เนื่องจากจ้องแต่ทางข้างหน้าจึงไปเห็นเงาดำที่ด้านหลังตน เมื่อถอยหลังไปจึงประชันหน้าพอดี

            เย้ย เขากระเด้งไปข้างหลังแล้วเอามือทาบอก (=_=!!!ถ้าร้องอุ้ยตายว้ายกรี๊ดด้วยผู้หญิงไทยจะว่าเป็นกระเทยทันทีนะนี่ ) ภาพลักษณ์ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี

            เจ้าเวลาเดินมาเนี่ยให้เสียงกันบ้าง

            ขอโทษด้วยท่านพี่ แต่คนเป็นวรยุทธ์เนี่ยเดินไม่มีเสียงกันหรอกนะ เจ้าน้องตัวน้อยบอกเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่หัวอกคนเป็นพี่แน่ใจว่า มันตั้งใจแน่ๆ

Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

 

            ผู้ใหญ่บ้านเมื่อกลับถึงห้องก็ปิดประตูลงกลอน การตายของเซียวจุนทำให้เขาอกสั่นขวัญแขวน แต่เมื่อหันกลับไปจะเอนหลังก็ต้องผงะไปด้านหลังหน้าซีด ใกล้หมอนมีดสั้นด้ามเกลี้ยงปักอยู่กลางภาพเขียนที่ม้วนไม่สุด ด้านข้างยังมีกระดาษห่อบางสิ่งเป็นแท่งสี่เหลี่ยมไว้

            ผู้ใหญ่บ้านนึกถึงคำพูดของชายที่เขาพึ่งไปนัดพบมาทันที .....แต่ถ้าพวกเราต้องตายจริงละก็ เจ้าตายไปดีกว่าพาข้ามาตายด้วย ถูกมั้ย....  ดูเหมือนว่าข้าคงไม่มีโอกาสเห็นแสงตะวันของพรุ่งนี้แล้วสินะ....

Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

            ไอ้ชายชุดดำนั้นวรยุทธ์มันแม่งๆคุ้นๆไงไม่รู้พี่ ฝึกมาซะลื่นไหลจับไม่อยู่เลย มันเหมือนกับไปฝึกมาในน้ำอย่างนั้นแหละ

            ฝึกมาในน้ำ หมายความว่าอย่างไร  เจ้าจะเปรียบเทียบคู่ต่อสู้เป็นปลาไหลหรือไง

            เหมือนจั่นเจาจะอ่านสายตานั้นออก จึงพูดความเป็นมาก่อน ในยุทธจักร วรยุทธ์ทางน้ำมีไม่น้อยทีเดียว เช่น มังกรคะนองน้ำ หรือเจียงจุนของพรรคปลาวาฬ อ้อยังมีแส้ตัดธาราของหวางเผยอีก อ้อต้องไม่ลืมหวางหยูปลาบินแย่นตั้ง....

            ภูเขาแย่นตั้งไม่มีทั้งแม่น้ำไม่ติดทั้งทะเล ข้าว่าหวางหยูอะไรนั้นวรยุทธ์ทางน้ำคงไม่ได้เรื่องหรอก กงซุนเชอฺกล่าวอย่างเบื่อหน่าย ก็เรื่องที่เขาไม่รู้แต่จั่นเจามันรู้ดีก็เรื่องยุทธจักรพวกนี้แหละ มันทำให้รู้สึกอารมณ์เสีย

            ไม่ใช่และท่านพี่ แย่นตั้งชวงเฟยมีสองพี่น้อง พี่คือศรบินแย่นตั้ง น้องคือปลาบินแย่นตั้ง ทั้งสองล้วนเป็นยอดฝีมือในยุทธจักร บ้านเกิดอยู่ที่เขาแย่นตั้ง แต่ก็ไม่ได้เริ่มมีชื่อเสียงที่นั้นจั่นเจานานๆได้โอกาสมีส่วนร่วมในคดีใส่ไม่ยั้ง

            เจ้าชอบพูดว่าพวกเราบัณฑิตชอบคุยโวโอ้อวด ข้าว่าพวกเจ้าชาวยุทธภพเป็นมากกว่าเสียอีก

            ท่านพี่ยังเถียงอีกข้า......

            โต้คารมต้องหยุดลงเพราะเสียงที่พัดมาตามลม เสียงพิณทำนองสยองนั้น เสียงเหมือนกับเมื่อคืน คืนที่เซียวจุนหมดลมหายใจภายใต้มีดนั้น

            ทั้งสองเดินมาตามเสียงเหมือนเมื่อวาน จนมาหยุดที่หน้าห้องผู้ใหญ่บ้าน เมื่อเคาะประตูร้องเรียกก็ไร้เสียงตอบรับ มันเหมือนมาก เหมือนเมื่อวานจนน่ากลัว จั่นเจาทนไม่ไหวถีบประตูเข้าไปทันทีที่ใจสั่ง ภาพเบื้อหน้าคือภาพที่เมื่อเช้าทั้งสองเห็น อันกั๋วไท่เอาปลายด้ามพู่กันแตะที่ริมฝีปากเหมือนนึกอะไรอยู่ แต่ตอนนี้ต่างไปเล็กน้อย เพราะด้ามพู่กันไม่ได้จ่อที่ริมฝีกปาก แต่ทะลุเข้าไปในปาก!!!

            กงซุนเชอฺเดินเข้าไปที่โต๊ะเขียนหนังสือใช้มือคลำที่คอ เอ่ยเสียงเคร่ง ตายแล้ว

            และเหมือนเมื่อวานคนของหอมาออที่หน้าห้องกรี๊ดร้องไม่เป็นภาษา อ้อนวอนให้ไฉ่เตี๋ยหยุดคร่าชีวิตใครอื่นอีก

            รุ่งเช้ากงซุนเชอฺมาตรวจสภาพศพอีกครั้งโดยมีต้าเปากระแซะด้านข้างด้วยความอยากรู้อยากเห็น ส่วนมือปราบคู่ใจอันกั๋วไท่ยืนคุมอยู่ห่างๆ

            ต้าเปาพบบ้างอย่างที่เส้นผมของร้างไร้วิญญาณ เหมือนเศษไม้ หรือไม่ก็ด้ามพู่กัน แต่ก่อนจะจับขึ้นมาก็ถูกกงซุนเชอฺห้ามไว้ก่อน
 


dabao-gongsunce

          
 

            ต้าเหรินพบอะไรไหมขอรับ

            จากรูปการสาเหตุการตายคือถูกพู่กันแทงทะลุหลอดลม เขาตอบพลางล้างมือ

            อันต้าเหรินถึงแม้จะไม่ใช่ขุนนางที่ดีนัก แต่ว่าที่ท่านราชการว่าหมู่บ้านชวงสีก็สงบสุขเรื่อยมา ก็มีแต่เรื่องทองสามปีที่แล้วเท่านั้นที่เกิดเป็นเรื่องรุนแรง คิดไม่ถึง....

            เอาเถอะ เจ้านำร่างออกไปก่อน

            ขอรับ

            กงซุนเชอฺใช้เวลานี้นั่งแทนที่คนตายใช้พู่กันจับมายัดเข้าปาก เพื่อจำลองเหตุการณ์

            กงซุนต้าเกอข้าไปดูที่หลังดาแล้วไม่มีร่องรอยใดๆ

            อืม ภายในห้องข้าก็ดูแล้วประตูก็ยังถูกกลอนงับอยู่

            เช่นนั้นก็เหมือนการตายของเซียวจุนน่ะสิ เป็นคดีในห้องปิดตาย จั่นเจากล่าวด้วยความกังวล จั่นเจาส่ายหน้าไปพบต้าเปาที่นั่งไม่กระดุกกระดิกที่เก้าอี้ริมห้องพอดี

            กงซุนต้าเกอท่านดูสิ พอมีคดีท่าทางของเปาต้าเกอก็เปลี่ยนไป นี่เป็นนิสัยเดิมของเขา กงซุนเชอฺเอามือหวืดๆไปมาแต่ตาของต้าเปาก็ยังจ้องมาที่โต๊ะที่เขานั่งอยู่ นิ่งจนจั่นเจาต้องเข้าไปไปตบบ่าหนึ่งที

            พบอะไรมั้งเปาต้าเกอ

            หนึ่งศพ หนึ่งคนตาย ต้าเปาทำเสียงหน้าขนลุกจนกงซุนเชอฺต้องกระเด้งตัวออกมาจากเก้าอี้ของอันกั๋วไท่

            แล้วยังไง

            ก็ตายไปหมดแล้วจะยังไงได้อีกเล่า

            งั้นฆาตกรคือใครเจ้าก็รู้งั้นสิ กงซุนเชอฺที่ลุกมานั่งเก้าอี้ข้างๆต้าเปาถามขึ้นบ้าง

            ชัดเจนมาก ฆาตรกรก็คือ.....วิญญาณของไฉ่เตี๋ยเอี๋ยๆๆๆๆๆๆคนลุ้นต้องต้องผิดหวังไปกันอีกรอบ

            โง่ๆๆๆๆ โง่ที่สุด

            กงซุนต้าเกออย่าว่าเปาต้าเกอแรงอย่างนี้สิ

            ใครว่าข้าว่าเขา ข้าด่าตัวเองต่างหาก รู้ทั้งรู้ว่าเขาจะพูดอะไรโง่ๆ แต่ทุกครั้งข้าก็....ไม่ไหวข้าโมโหจะคลั่งอยู่แล้ว

            กงซุนต้าเกอ อย่าพูดอย่างนั้น ท่านไม่โง่ซักนิด ท่านฉลาดว่าข้าตั้งมาก ถึงแม้ว่าท่านโง่กว่าเสี่ยวหมานเจี่ย พวกชุนเถาเจี่ยนิดนึงก็ตามอะนะ แต่มีข้าเป็นฐานแล้ว ท่านไม่ได้โง่ที่สุดแน่นอนข้ารับรอง ตอนแรกฟังก็เหมือนจะหายโมโหอะนะ แต่ประโยคหลังพร้อมท่ายกนิ้วประกอบว่าโง่กว่านิดนึงนี่ชักไม่ไหวแล้วโว้ย ขอเอาหัวโขกโต๊ะตายเถอะ แต่หัวยังไม่ถึงโต๊ะ...

            โว้ย...” ต้าเปาตกใจเอามือกันมุมโต๊ะไว้ได้พอดี

            ขอร้องละนะ อย่ามาพูดกับข้าอีกเลยนะ ขอร้องเจ้าล่ะ ขอบคุณล่วงหน้ากงซุนเชอฺในอารมณ์ถุงหนังอัดลมใกล้ระเบิดเอาคอพาดพนักเก้าอี้แหงนมองหน้าต่าง พยายามคว้าสติกลับมาใส่ตัว

            เป็นอะไรไปล่ะ ข้าแค่จะปลอบว่าไม่ใช่เขาที่โง่ที่สุดเท่านั้นเองต้าเปากระเถิบออกมานิดๆเอามือบิดผ้าแบบคนยังไม่รู้ทำอะไรผิดพูดกับจั่นเจา

            อย่างงั้นเรียกปลอบหรือนี่ ไม่เป็นไรน่า เปาต้าเกอนั่งพักก่อนนะ รอสักนิดเขาก็ดีขึ้นเองนั้นแหละ

TBC^^

Pssssssssssssssssssssssss.

            ตายไปอีกหนึ่ง คงยังเดากันไม่ถูกแน่ๆว่าใครฆ่าเนี่ย คดีนี้ยังยาวไกลนัก โฮะๆๆๆ ใครลองมั่วๆมาก็ได้นะคะ ลองเชื่อมเรื่องราวเอานะคะ ตอนนี้กล่าวถึงความน่ารักรักใคร่กลมเกลียวของสามพี่น้องคนละพ่อคนละแม่แท้ๆ แต่มีแม่บุญธรรมคนเดียวกัน เหมือนกงซุนเชอฺจะหงุดหงิดง่ายน่าดูเนอะ แต่ก็ยังน่าร๊ากกกกอะ

            ตอนนี้มีฉากบู๊ด้วย บรรยายดีหรือเปล่าน้า บอกเข้ามาด้วยแล้วกันนะคะ

 

 

 

  

      

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น

  1. #35 สนมใหม่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2558 / 13:00
    สนุกดีนะคะ :)
    #35
    0