เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 11 : ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง--สามพี่น้องพร้อมหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

File11 ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง
 

 

สามพี่น้องพร้อมหน้า

          ออกมาๆ กงซุนต้าเหรินมีเรื่องจะถามพวกเจ้า เช้าหลังวันเกิดเหตุเถ้าแก่ก็เรียกสาวๆเพื่อสอบปากคำเกี่ยวกับคดีฆาตรกรรมเซียวจุนตามคำขอร้องของกงซุนเชอฺ

            กรี๊ด กงซุนต้าเหรินขา ถามอะไรถามเลยเจ้าค่ะ แต่อย่าถามอายุกับสัดส่วนนะเจ้าคะ เรื่องอย่างนี้ต้องมาวัดเอาเอง” แต่ที่ผิดคาดนิดหน่อยคือสาวๆให้ความร่วมมือเกินเหตุ ด้วยเหตุเกิดเพราะความหล่อเข้าข่ายว่าที่สามีในอนาคตของสาวๆ

            อะแฮ่ม คือข้าอยากถามว่า เมื่อวานแม่นางทั้งหลายในช่วงเวลาเกิดเหตุอยู่ที่ไหน สังเกตเห็นคนน่าสงสัยบ้างหรือไม่ หลังจากสงบสติได้แล้วกงซุนเชอฺก็เริ่มซักทั้งที่หน้ายังแดงอยู่

            เมื่อวานหรือ ก็ทหารเหลียวมากันเยอะแยะเราก็ต้อนรับตามหน้าที่สิเจ้าคะ

            ทหารเหลียวมุทะลุดุดัน ดูสิคะต้าเหรินแขนข้าเขียวไปหมดเลย พูดไม่พอมีการถลกแขนเสื้อเลื้อยมาตามโต๊ะที่กงซุนเชอฺนั่งอยู่ หน้าที่แดงอยู่เริ่มซีด

            ชุนเถาเห็นน้องๆให้การแล้วก็เริ่มพูดบ้างคุณชายกงซุนคะ ข้าน้อยนอนรอท่านค่อนคืนท่านก็ไม่มา....

            หรือถ้ามาแล้วก็ไม่น่ารีบกลับไปก่อนเลย ตงเหมยต่อคำจากชุนเถาเป็นลูกคู่ ขณะที่กงซุนเชอฺหน้าขาวจนซีดเหมือนกระดาษ จั่นเจาน้อยกลับหน้าเขียวเพราะกลั้นหัวเราะ ด้วยที่ไม่เคยเห็นท่านพี่อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้มาก่อน

            ข้า เอ่อ ขอบคุณแม่นางทั้งหลาย ข้าไม่มีอะไรจะถามแล้ว เชิญแม่นางตามสบาย เหมือนคำว่า ตามสบาย ของสาวหอบุหลันลอยลมจะต่างกับความหมายที่อยู่ในหัวของกงซุนเชอฺ ดังนั้นก่อนที่ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ตัวเองไม่อยากมีสักนิดจะหลุดพ้นจากประตูไป ก็ถูกสาวๆรุมทึ้งจนหงายหลังเข้ามาในวงล้อมแร้งพอดี จนเมื่อจั่นเจาเห็นท่าท่านพี่จะไม่ไหวจึงคว้าเอวแล้วเผ่นออกมาได้

            ว้าว กงซุนกงจื้อมีชื่อเรื่องความเจ้าชู้ เรื่องแบบนี้คงเจอมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วกระมัง จั่นเจาที่หิ้วพี่ออกมาพ้นเริ่มแขวะทันที

            พอๆเลย เจ้าพูดน้อยลงกว่านี้จะได้มั้ย

            ไม่ได้ จั่นเจาน้อยสั่นหัว พร้อมยิ้มน่ารัก

            ทำไม

            ก็สนุกไง ฮ่าๆๆๆ จั่นเจาใช้วิชาโจนทะยาน หนีห่างระยะบาทาพอดี

            มีคนตามแล้วยังสนุกอีกหรือ..... ยังไม่ทันพูดจบผ้าผืนน้อยเปียกน้ำและคราบฝุ่นก็ตกมาลงหน้ากงซุนเชอฺพอดี คนที่กำลังอารมณ์ขึ้นเงยหน้าหาตัวการ แล้วตะโกนให้ลงมาทันที

            ขอโทษขอรับ ข้าน้อยกำลังปีนไปเช็ดป้ายหอไม่เห็นท่าน ไม่ได้ตั้งใจ ข้าเช็ดให้นะ แล้วก็ใช้ผ้าผืนเดิมเตรียมเช็ดหน้าให้ไถ่โทษ

            ไม่ต้องเลย เหม็นตายชัก เมื่อโจทก์หมุนตัวหนี ทำให้จำเลยลงไปนอนกับพื้นถนนทันทีด้วยแรงเหวี่ยง

            แล้วความรู้สึกคุ้นเคยก็พุ่งเข้ามาโดยไม่รู้ตัว มันอัดแน่นไปทั่วสรรพางกาย เหมือนสิ่งที่ปรารถนาที่สุดในชีวิตกำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า กงซุนเชอฺหันหลังไปดูคนที่ล้มทันที จั่นเจาก็หยุดเท้าแล้วก้มหน้ามองหาสิ่งนั้น

            ข้าขอโทษแล้วไง ทำไมถึงผลักข้าอีก คนที่พื้นอยู่ดีก็ถูกสองคนดึงขึ้นมาจากพื้นแล้วจ้องด้วยสายตาที่ไม่เชื่อ

            เปาเจิ่ง  เปาต้าเกอ

            เจ้ารู้มั้ยว่าข้าหาเจ้าแทบตาย

            ท่านพี่ข้าคิดถึงท่านเหลือเกินระหว่างที่ต้าเปากำลังงงๆอยู่นั้น ผู้ใหญ่บ้านก็เดินออกมาดูสถานการณ์ พร้อมมือปราบคู่กาย

            มิทราบว่าเกิดอะไรขึ้นขอรับ แล้วต้าเหรินเรียกเขาว่าอะไรนะ พลางชี้ไปที่เสี่ยวเอ่อของหอบุหลันลอยลม

            เปาเจิ่งไง

            บุรุษที่ฉลาดของแผ่นดิน เปาเจิ่ง? ฮ่าๆๆๆๆ เขาเป็นแค่คนปัญญาอ่อนคนนึงเท่านั้นท่านผู้ใหญ่บ้านพร้อมมือปราบหัวเราะร่วน แต่ไม่ทำให้กงซุนเชอฺของขึ้นเท่ากับเปาเจิ่งของเขาก็หัวเราะตามไปด้วย

            เจ้าหัวเราะอะไร

            ข้าก็ไม่รู้ คนที่หัวเราก็ต้องมีเหตุให้หัวเราะมั้ง ข้าก็เลยหัวเราะตามไง

            กงซุนเชอฺยังคงมึนกับสถานการณ์ จั่นเจาอุทานขึ้นมาเหมือนไม่เชื่อกับภาพตรงหน้า เป็นไปได้อย่างไร

            หรือว่าเปาเจิ่งจะมีเรื่องขมขื่นใจอะไร

            อะไรขมๆนะ ข้าเกลียดของขมที่สุดเลย

             เจ้าไม่รู้จักข้าจริงๆหรือ

            ท่านเป็นใครล่ะ

            กงซุนเชอฺ

            หะ กงซุนเชอฺ!”

            ใช่

            ท่านคือกงซุนเชอฺจริงๆหรอ

            เจ้าจำข้าได้แล้วใช่มั้ย จั่นเจาเขาจำข้าได้แล้ว กงซุนเชอฺที่หันไปหาจั่นเจาอย่างดีใจไม่ทันได้ระวัง ถึงเข่าที่กระทุ้งเข้าที่กลางลำตัวอย่างแรง จุกตัวงอ แถมพูดไม่ออก

            เจ้านี่เอง เถ้าแก่เคยบอกไว้ เจอกงซุนเชอฺที่ไหนให้กระทืบไม่ยั้ง นี่แนะๆ ก่อนที่ต้าเปาจะเอาบาทาบรรจงฝากรอยไว้ที่ชุดขาวๆของกงซุนเชอฺอีกรอย จั่นเจาก็คว้าตัวเอาไว้ได้ก่อน มีมือปราบจับแขนอีกข้างไว้

            เจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆใช่มั้ย      คุณชายถามไปจุกไป

            ข้าบอกแล้วไง ข้าคือต้าเปา ข้าคือต้าเปา ข้าไม่รู้จักท่าน

            ได้ แล้วนี่อะไร กงซุนเชอฺเดินเข้ามาที่ต้าเปาแล้วเลิกหมวกที่ปิดหน้าผากขึ้นไป ปรากฎรอยนูนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่กลางหน้าผากพอดี ต้าเปายืนหันหลังให้กลุ่มคนที่ซักถามเขาไม่หยุด แล้วเอาหมวกมาปิดรอยนั้นทันที เงยหน้า แล้วเสียงที่ฟังดูปัญญาอ่อนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่ทรงพลัง เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

            ในเมื่อพวกท่านเห็นรอยรูปพระจันทร์นี่แล้ว ข้าไม่มีอะไรจะต้องปิดบังอีก ที่จริงข้าคือ.....

            ถ้าต้าเปาหันหลังกลับไปดูคงได้เห็นคนที่กำลังทำหน้าลุ้นพร้อมงงไปด้วย ก่อนจะเอามือกุมขมับเมื่อได้ฟังเขาพูดประโยคถัดไป

            จอมโจรเลื่องชื่อ ทั้งวางเพลิง ฆ่าคน ขโมย ยักยอก ไม่มีความชั่วใดที่ข้าไม่เคยกระทำ

            แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ท่านมีรอยแผลเป็นที่หน้าผากเล่า จั่นเจาน้อยถามอย่างอดสงสัยไม่ได้

            ก็ข้าเคยถูกมือปราบจับแล้วก็ฝากรอยดาบคมนึงไว้ที่หน้าผากข้า ภายหลังข้าฆ่ามันหลบหนีมาได้ เพื่อปกปิดร่องรอยมิให้คนจำได้ จึงเอามีดคว้านแผลจนเป็นรูปพระจันทร์เช่นนี้

            ใครเขาคว้านเป็นรูปพระจันทร์กันเล่า จั่นเจาที่ท่องยุทธภพมานานอดแย้งไม่ได้

            ที่ไหนเขาก็ทำกัน มีทั้งรูปพระอาทิตย์ รูปพระจันทร์ ต้าเปาที่ยังไม่รู้ว่าคนข้างเขานั้นอยากจะฆ่าเขาแค่ไหนยังพล่ามไปเรื่อย

            ใครเป็นคนบอกกันว่ารอยแผลนี้มาจากมีด

            ก็ข้าบอกแล้วไงว่าข้าลืมไปหมดแล้ว เรื่องพวกนี้ชุนเถาเจี่ยเป็นคนสันนิษฐาน เป็นไงชุนเถาเจ่เจ๊เก่งใช่มั้ยเล่า เสียงจริงจังกลายเป็นปัญญาอ่อนเหมือนเดิม

            เปาเจิ่งคนนี้เหมือนจะเชื่อนางหอโคมเขียวสะเหลือเกินจั่นเจากล่าวออกมาเบาๆ

            เจ้าพูดอะไร หอโคมเขียวแล้วทำไม โง่ๆอย่างพวกท่าน ข้าไม่พูดด้วยแล้ว ว่าแล้วต้าเปาก็เดินงอนตุบป่องเข้าหอไป เสี่ยวหมานที่สวนออกมาถามก็ไม่ทัก กงซุนเชอฺที่กำลังสับสนกับเหตุการณ์ณ์ที่เกิดขึ้นหันไปเจอเสี่ยวหมานอยู่หน้าหอพอดี

            เพียงนางหันมา เขาก็หันไปสบตา เหมือนมีกระแสบางอย่างให้เขาต้องเดินช้าๆเข้าไปหานาง เขาเห็นนางหลบตาทำหน้าเอียงอาย เขาไม่สนใจ เพราะตอนนี้หัวเขาสั่งให้ทำอย่างเดียวถึงจะลบอารมณ์หงุดหงิดว้าวุ่นที่มีในใจตอนนี้ได้ มือเขาไวกว่าความคิด กระชากเสี่ยวหมานเข้าหาตัวทันที นางขัดขืนเล็กน้อยพอเป็นพิธี จากนั้นเขาก็ลากตัวนางเข้าไปที่ห้องด้านในหอ

            ท่านจะทำอะไรเจ้าคะเสี่ยวหมานทำเสียงสั่น แต่เหมือนแกล้ง นางพอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ในเมื่อชายหนุ่มรูปงามอย่างกงซุนเชอฺลากนางเข้ามาในห้องที่ลับตาคนเช่นนี้ แต่นึกไม่ถึงว่าจั่นเจาจะเข้ามาร่วมด้วยอีกคน หรือว่าครั้งแรกของนางจะต้องรับมือกับชายถึงสองคน

            เปลื้องให้หมด

            หา ถึงข้าจะอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ง่ายๆนะเสี่ยวหมานชักว่ามันกะทันหันไป

            เจ้าพูดอะไรข้าให้เจ้าเปลื้องความจริงเกี่ยวกับเปาเจิ่งออกมาให้หมด

            หา เปาเจิ่งไหนอ่า เอ่อ ท่านหมายถึงต้าเปาหรอกหรอ

            ก็ต้าเปานั้นแหละ

            โธ่ ข้านึกว่าท่านอยากจะ.... ช่างมันเถอะ อืม คือข้าที่จริงก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ได้ยินมาว่าต้าเปาเริ่มมาอยู่ที่นี่เมื่อสองปีที่แล้ว...

            สองปีที่แล้ว สองพี่น้องกำมะลอพูดออกมาพร้อมกัน

            ยังได้ยินเขาเล่ามาว่าต้าเปาถูกกองคาราวานม้าชาวเหลียวช่วยไว้ได้ที่ริมแม่น้ำนอกเมืองปักกิ่ง...

            นอกเมืองปักกิ่ง        สองพี่น้องตัดคำพูดของเสี่ยวหมานอีกครั้ง

            พูดต่อไป

            ข้าก็อยากพูดต่อไป พวกท่านต่างหากที่ชอบแทรกคำข้า...ตอนที่กองคาราวานเจอต้าเปา เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส กองม้าดูแลเขาตลอดห้าวันที่สลบไป จากนั้นเมื่อเดินทางถึงชวงสี ต้าเปาอาการก็ดีขึ้นมากแล้ว กองคาราวานจึงฝากเขาไว้ที่หอ แล้วก็กลับต้าเหลียวไป....

            ไม่มีใครรู้ว่าต้าเปาคือใคร เพราะทุกอย่างที่ผ่านมาเขาจำไม่ได้ซักนิด อากัปกริยาก็เหมือนเด็กๆเช่นที่พวกท่านเห็นนี่แหละ

            แล้วทำไมพวกเจ้าจึงเรียกเขาว่าต้าเปาเล่า กงซุนเชอฺที่ตอนนี้แน่ใจว่าต้าเปากับเปาเจิ่งคือคนเดียวกันเป็นแน่แล้ว ถามอย่างสงสัย เพราะแซ่คนจีนมีมากมายทำไมคนที่นี่จึงเจาะจงเรียกเขาว่าต้าเปา

            เฮอะๆ อิอิ ก็เพราะว่าเขาชอบกินซาลาเปามาก คงเป็นเพราะตอนที่ฟื้นขึ้นมาหิวมาก กินซาลาเปารวดเดียวถึงยี่สิบสามลูก แถมยังเป็นสถิติของที่นี่อีกด้วยนะเจ้าคะ ต้าเปายังเอาเรื่องนี้มาอวดคนอื่นบ่อยเลยนะ

            ภูมิใจที่กินซาลาเปาได้เยอะเนี่ยนะ จั่นเจาทราบแน่ว่าเรื่องแบบนี่เปาเจิ่งคนเดิมไม่มีทางทำแน่

            ถึงแม้ที่นี่จะเป็นชายแดน แต่ก็ควรมีคนเคยได้ยินเรื่องเปาเจิ่งบ้างสิ ควรจะมีคนรู้บ้างสิว่าเปาเจิ่งเกิดมาก็มีรอยรูปพระจันทร์ที่หน้าผากกงซุนเชอฺตอกย้ำถึงเรื่องที่น่าจะเป็นไปได้ และเสี่ยวหมานก็ให้เหตุผลที่ชาญฉลาดพร้อมเดินไปนั่งกระแซะคุณชายรูปงาม

            กงซุนต้าเหริน ท่านเป็นคนฉลาด สิ่งใดล้วนรอบรู้ แต่พวกเราเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา วันๆคิดแต่ว่าจะหาอะไรมาทำให้ท้องอิ่มได้ก็เหนื่อยจะตายแล้ว มีเวลาว่างมาคิดเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน ก่อนอื่นเลยไม่มีใครคิดว่าปัญญาอ่อนคนนึงนั้นก็คือเปาเจิ่งที่มีชื่อเสียง ข้อสองหลังจากที่ชุนเถาเจ่เจ๊สันนิษฐานเรื่องของต้าเปาออกมา ต้าเปาก็เอาหมวกปิดหน้าผากไว้ตลอด จึงมีแต่คนในหอเท่านั้นที่รู้ว่าต้าเปามีรอยรูปพระจันทร์ที่หน้าผาก ข้อสามเพราะที่นี่คือหมู่บ้านชวงสี เป็นชายแดนที่คนเข้าออกมากมายและวุ่นวายเป็นที่สุด ไม่มีใครเขาสนใจหรอกว่าคนที่ผ่านมาจะเป็นใคร มาจากไหน หรือทำอะไรมาก่อนหรอก.....

            แล้ว...ก่อนที่จั่นเจาจะถามอะไรอีก เสี่ยวหมานก็เอ่ยปากด้วยความลำบากใจ

            ท่านทั้งสอง ปล่อยข้าไปเถิด อย่าถามอะไรอีกเลย ข้ามาอยู่ที่นี่แค่ครึ่งเดือนเท่านั้น ที่ข้าเล่าให้ท่านฟังก็ฟังคนอื่นเล่ามาอีกทีเช่นกัน

            เมื่อเสี่ยวหมานออกปากด้วยความน่าสงสาร กงซุนเชอฺจึงได้แต่งมโข่งกับเรื่องที่มันยุ่งยากต่อไป

Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

 

            ณ ลานหลังหอบุหลันลอยลม

            ต้าเปาหลังจากที่ผละจากกงซุนเชอฺก็ไปแบกฟืนที่รับซื้อมาจากตลาด เมื่อเข้ามาที่ลาน แดดตอนบ่ายยังแยงตา ความเหมื่อยล้าและเหงื่อกดทับจนต้องนั่งลงพักที่โต๊ะชุดม้าหิน วันอื่นต้าเปาคงถูกใช้ให้ไปซักผ้าต่อเป็นแน่ แต่เมื่อตัวกระจายข่าวอย่างเสี่ยวหมานโผทนาไปทั่วว่าต้าเปาคือเปาเจิ่งคนที่ฉลาดที่สุดในแผ่นดินท่านนั้นแล้ว สาวๆจึงเร่เข้ามาทุบๆนวดๆให้ต้าเปาอย่างนุ่มนวล พร้อมถามเสียงอ่อนหวาน

            ต้าเปากลับมาแล้ว เหนื่อยมั้ย ชุนเถาทุบไหล่ซ้าย เสี่ยวหมานทุบไหล่ขวาตงเหมยใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดหน้าผากให้ เซี่ยซางยกน้ำชา ยังมีสาวน้อยมู่หวานพัดให้เย็นสบาย

            พวกท่านเป็นอะไรไปเนี่ย

            ได้ยินเสี่ยวหมานเล่าว่าเจ้าคือเปาเจิ่ง ต้าเปาใครที่ว่าฉลาดน้อย คงต้องตรึกตรองดูใหม่ รอยยิ้มมีเลศนัยปรากฏบนหน้าดำๆทันที

            อ้อ ร้อน เซี่ยซางยกชามาเป่าให้ทันที แล้วก็ไม่ใช่ตรงนี้ ตรงนี้ ตงเหมยเปลี่ยนมานวดขาขวาให้ แล้วก็เจ้า แรงขึ้นอีก มู่หลานพัดแรงขึ้นจนกระดาษแทบหลุดออกจากด้าม

            แม้จะรู้สึกแปลกๆอะนะ แต่ถ้ามีซาลาเปาก็...

            มีสิๆนี่ไงซาลาเปาหนึ่งตะกร้าใหญ่ประเคนแทบจะเข้าปาก

            ต้าเปาเจ้าคะ ท่านคือผู้ที่ฉลาดที่สุดๆเลย เสี่ยวหมานเจี่ยมีเรื่องให้ช่วยหน่อย เจ่เจ๊มีถุงผ้าถุงนึง ในนี้นะมีเงินก้อนอยู่หน่อย เจ้าทำให้เป็นเงินพันตำลึงจะได้มั้ย

            ต้าเปามองเศษเงินบนโต๊ะแล้วตอบ ง่ายๆ

            กรี๊ดๆๆๆๆ

            พวกท่านไปรอตรงนู้นไป

            เมื่อสาวๆไปรอดูผลเว้นระยะหนึ่งแล้ว ต้าเปาก็เอ่ยแบบระอาเบาๆ โลภมาก แล้วก็หันหลังทำมือคล้ายร่ายมนต์ ขยับก้อนเงินไปมา จากนั้นผ้าขาวบางก็ถูกนำมาปิด เรียบร้อย..

            ยังไม่ทันจะขาดคำต้าเปาก็ถูกเบียดกระเด็นไปด้านหลัง เสี่ยวหมานมาถึงก่อนค่อยๆเปิดด้วยความลุ้น จากหน้าตื่นเต้น เป็นเรียบเฉย ก่อนจะแปลงร่างเป็นยักษ์ทันที

            บนโต๊ะหินก้อนเงินปรากฏเป็นตัว เชียน *1 ที่ต้าเปาตั้งใจเรียงอย่างปราณีต  แม้ว่าตัวอักษรจะสวยแค่ไหน แต่ผลของต้าเปาก็ยังไม่พ้นถูกรุมสะกรำอยู่ดี แม่นางแห่งหอบุหลันลอยลมเข้าถึงตัวต้าเปา กำปั้นน้อยๆกระหนำจนลืมไปว่าต้าเปาคนนี้อาจเป็นเปาเจิ่งคนนั้น

            ช่วยด้วยขอรับ ใครก็ได้ช่วยต้าเปาน้อยๆคนนี้ด้วย

            เหมือนจะดวงดีกงซุนเชอฺเดินมาทันได้ยินเสียงถูกเชือดนิ่มๆพอดี

            พวกเจ้าทำอะไรน่ะ กงซุนเชอฺเมื่อเห็นเปาเจิ่งถูกทำร้ายตวาดกึ่งคำราม และพยุงต้าเปาที่ยังถือซาลาเปาหนึ่งลูกอยู่ในมือ แม่นางทั้งหลายหน้าหดเหลือสองนิ้ว

            วันหลังข้าจะคอยดูว่าใครกล้าทำร้ายเขาอีก หึ่ม ส่วนเจ้าตามข้ามา

Sceneeeeeeeeeeeeeeeeeee

            นั่งดีๆ อย่าขยับ กงซุนเชอฺทำเสียงดุเพื่อนที่กลายเป็นเด็กแต่สมอง เมื่อมือซ้ายของต้าเปาขยับหยิบของบนโต๊ะอย่างสนุกสนาน ส่วนมือขวามือมือซ้ายของวางอยู่ที่บริเวณข้อมือ

            ร่างกายเขาไม่มีปัญหาอะไร ชีพจรก็ปกติดี

            แล้วมันเกินอะไรขึ้น จั่นเจาอุทานเบากับตัวเองเมื่อได้ยินคำตอบจากพี่ชาย แต่กงซุนเชอฺกลับหันหน้าไปกล่าวกับต้าเปาแทน

            ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้าสองเรื่อง ตั้งใจฟังให้ดี เว้นจังหวะเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ

            ข้อแรกข้าจะออกใบสั่งยาให้เจ้า ทุกวันต้องทานสองมื้อต้าเปาทำปากขมุบขมิบ

            ข้อสอง วันหลังห้ามยอมให้พวกนั้นรังแกเจ้าอีก

            ไม่มีใครรังแกข้านี่

            เมื่อครู่พวกเขาทั้งด่าทั้งตีเจ้ายังไม่เรียกถูกรังแกเสียงสนทนาเริ่มดังและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

            พวกเขาก็แค่ล้อเล่นเท่านั้น

            ข้าบอกไม่ได้ไง

            ทำไม

            เพราะเจ้าคือเปาเจิ่ง เปาเจิ่งที่สง่าผ่าเผยจะยอมให้คนอื่นรังแกได้อย่างไร

            ข้าคือต้าเปาไม่ใช่เปาเจิ่ง

            ข้าบอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ เสียงกงซุนเชอฺดังจนกลบทุกเสียงและการกระทำ แต่ตาเขาไม่ได้โกรธเหมือนน้ำเสียงซักนิด

            กงซุนต้าเกอ... เมื่อมีจั่นเจาเตือนสติ กงซุนเชอฺจึงสงบลงได้

            ท่านเป็นคนดี เจ้าเป็นคนชั่ว กล่าวแล้วคนโดนดุก็ออกนอกห้องไปหน้าสลด

            กงซุนต้าเกอทำไมเขาถึงเป็นอย่างนี้

            ข้าก็ไม่รู้ แต่เคยได้ยินมาว่าถ้าศีรษะถูกกระแทกอย่างแรง อาจทำให้เกิดความจะเสื่อมชั่วขณะ

            งั้นมีทางรักษาได้หรือไม่

            บางคนก็อาจได้ แต่บางคนทั้งชีวิตก็กลับคืนมาไม่ได้อีกเลย

TBC^^

Pssssssssssssssssssssssss.

 

1.      เชียน(qian): ตัวอักษรจีน อ่านว่าเชียน แปลว่า พัน












 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น