เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 10 : ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง--เสียงพิณสังหารในห้องปิดตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

File10 ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง
 

เสียงพิณสังหารในห้องปิดตาย

            ณ หน้าที่ว่าการผู้ใหญ่บ้าน

            ข้าน้อยอันกั๋วไท่รั้งตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน คารวะ กงซุนต้าเหริน*1” เช้าตรู่จวนผู้ใหญ่บ้านก็ได้ต้อนรับตัวแทนองค์ฮ่องเต้ กงซุนเชอฺในชุดขุนนางเต็มยศขี่ม้าพ่วงพีสีดำเลื่อม ข้างกายเป็นม้าน้ำตาลหน้าแต้มขาวน่ารักของจั่นเจา ท้ายขบวนมีทหารติดตามอีกหกนาย

            ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านชวงสีเป็นชายวัยเกือบชราดวงตาผ่องใส ดูเหมือนไร้เรื่องทุกข์ร้อน รอยยิ้มประดับใบหน้ารับแขกยิ่ง

            เรื่องการเจรจากับต้าเหลียวทั้งหมด ท่านเตรียมเรียบร้อยแล้วกระมัง          

            เรียนต้าเหริน ข้าน้อยเตรียมเรียบร้อยแล้ว ท่านอย่าได้กังวล ทั้งยังเตรียมสำรับอาหารไว้รับรองท่านแล้ว ยังมี...

            ไม่ต้อง...ข้าไม่หิว ที่ไหนก็เหมือนกัน เก่งนักเรื่องประจบ กงซุนเชอฺได้แต่เดินหนีเรื่องน่าระอาพวกนี้เข้าไปในตัวเรือนรับรอง

            เดี๋ยวก่อนท่าน สำรับล้วนเป็นพืชผัก...เหมือนท่านผู้ใหญ่บ้านไม่รู้ความนัยที่กงซุนเชอฺต้องการสื่อ  หรือแสร้งไม่ใส่ใจ ยังตามตื้อต่อ

            ข้าไม่ค่อยชอบทานผัก

            โอ้ ช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ คงถูกปากท่านแน่แล้ว เพราะอาหารแต่ละจานยังใช้เนื้ออย่างดี.....

            ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านกำลังพล่ามอยู่ ทางคู่เจรจาเมืองเหลียวก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านชวงสีแล้วเช่นกัน

            มาเร็วๆ ท่านแม่ทัพใหญ่ของต้าเหลียวมาแล้ว ชาวบ้านต่างมาเรียงตามสองข้างทางแน่นขนัด

            เฮอะดูอะไร ก็แค่คนเหลียว ใหญ่มาจากไหนข้าก็ไม่สน

            แกพูดอะไร หาเรื่องหรือ ชายสองพวกเริ่มชกต่อยกัน นี่เป็นเรื่องปกติของชวงสี เนื่องจากเป็นชายแดนเมืองซ่งเหลียวหมู่บ้านจึงมีคนสองแดนติดต่อค้าขายกัน ตลอดสามปีมานี้เกิดสงครามขึ้นจนชาวบ้านอยู่ไม่สงบสุข การเจรจาครั้งนี้จึงสำคัญยิ่ง กงซุนเชอฺก็ตระหนักถึงเรื่องนี้แล้วเช่นกัน

 

            ขบวนตัวแทนจากซ่งเทียบไม่ได้เลยเพียงครึ่งหนึ่งของฝ่ายเหลียว แม่ทัพเหลียวนั่งเสลี่ยงคนหามสีแดงเลือด ปูหนังเสือดาวอยู่กลางขบวน เสียงแตรลากยาวประกาศศักดาอันเกรียงไกรของนักรบแดนเหลียว ด้านหน้ายังมีชายหน้าตาดุดัน ผมถักเปียร้อยลูกปัด ปากคิ้วหนาน่าเกรงขาม ขี่ม้านำขบวนระแวดวังภัย  โดยรอบทหารชุดเกราะเต็มยศแต่ละนายร่างใหญ่กำยำถือหอกยาวสองวาประหนึ่งกำลังห่ำหั่นศัตรูอยู่ในสงคราม จนชาวบ้านอดคิดไม่ได้ว่ากษัตริย์ทางเหลียวอาจอยากเปิดสงครามมากกว่าสงบศึกจึงส่งแม่ทัพมาเป็นตัวแทนเจรจาเช่นนี้

            ริ้วขบวนธงแดงปลิวไสว ผ่านไปซักระยะแล้ว ที่มุมซอยมีชายเคราแพะผู้หนึ่งเผยตัวออกมาจากเงา สายตาติงจับที่ชายบนเสลี่ยง บุรุษปริศนาพงกหัวกับตัวเองสองครั้งแล้วหายไปกับฝูงชน

            เซียวต้าเหริน ท่านเกษมสำราญดีกระมัง อันกั๋วไท่เอ่ยทักตัวแทนจากกองทัพเหลียวที่นั่งเป็นประธานกลางห้องโถงคู่กับกงซุนเชอฺดั่งคนคุ้นเคยมานาน

            ไอ่หย่า ครั้งก่อนท่านผู้นำของส่งท่านมาเป็นตัวแทนเจรจาสงบศึก ครั้งนี้ก็อีก พวกเราก็ไม่ต่างจากเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ท่านผู้ใหญ่บ้านยังชวนคุยเพื่อปรับบรรยากาศอึมครึมที่ครึ้มจนอึดอัด เพราะนอกจากจั่นเจาที่นั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัวดูไร้พิษสงแล้ว ท่านอื่นๆดูสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด หน้าฝนท่าจะตกแต่หัววันแล้วกระมั้ง

            แต่เหมือนทางเหลียวจะชอบความชุ่มชื้น ใครจะเหมือนท่านเล่า สามปีที่แล้วรั้งตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน สามปีถัดมาก็ยังเป็นผู้ใหญ่บ้าน เฮอะ ไร้ความสามารถ ท้ายเสียงสะบัดเหยียด

            กงซุนเชอฺฟังก็แค่ยิ้มๆยังไม่เอ่ยอะไร ข้าน้อยคงเป็นอย่างที่ท่านว่าจริงๆ แต่ว่าต้าซ่งของเราผู้มีความสามารถดาษดื่น อย่างกงซุนต้าเหริน  จากชาวบ้านธรรมดา เพียงกระโดดหนึ่งก้าวข้ามเป็นชือหลาง*2ขั้นสาม สามารถกล่าวได้เต็มปากว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์โดยแท้ เฮอะๆ คงมีเพียงท่านผู้ใหญ่บ้านกระมั้งที่โดนเหยียดแล้วสีหน้ายังไม่เปลี่ยน ไม่เพียงออกตัวแทนต้าซ่งพร้อมแนะนำตัวแทนคนใหม่ ยังแถมบริการเสริมเป็นการยกยอเสร็จสรรพ ไม่เสียแรงที่ดำรงตำแหน่งนี้มานาน

            หึ จับหนอนหนังสือที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นตัวแทนเจรจา อย่างนี้มันหยามหน้าข้าชัดๆ เซียวต้าเหรินยังคงพยามยามทำพิธีเรียกพายุต่อไป

            ต้าซ่งของเราทุกปีจะส่งเครื่องบรรณาการให้ต้าเหลียวยอมตกอยู่ใต้อำนาจ ดังนั้นซ่งก็คือกษัตริย์ ส่วนเหลียวเป็นขุนนาง การเจรจาครั้งนี้ข้าน้อยเป็นตัวแทนองค์กษัตริย์ ส่วนท่านเป็นตัวแทนผู้นำเหลียว เมื่อขุนนางพบกษัตริย์ก็ควรคุกเข่าเคารพ เซียวต้าเหริน ดูเหมือนว่าคงต้องรบกวนท่านแล้ว จั่นเจาเมื่อฮึดฮัดอยู่นานก็ได้หน้าบาน แถมเติมหนึ่งแต้มให้ท่านพี่ในใจ นำไปก่อนหนึ่งศูนย์

            อย่างที่คิดไว้ ก็แค่ชาวบ้านไปเจียมตนสรรหาคำมาบิดเบือนความจริงเท่านั้น ข้าขี้เกียจเสียเวลาไปเถียงด้วย เซียวต้าเหรินเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็เริ่มชี้ความต่ำต่อยของชาติกำเนิดอีกฝ่าย และเริ่มตระหนักได้ว่าดูเหมือนตัวแทนครั้งนี้ของต้าซ่งจะไม่ธรรมดา พูดน้อยต่อยหนัก

            ข้ายังได้ยินมาว่า ท่านกงซุนต้าเหรินคือผู้ที่ฉลาดที่สุดในแผ่นดินซ่ง อยากจะขอขอคำแนะนำจากท่านซักเล็กน้อยว่า ท่านจะมีคุณสมบัติพอจะมาเจรจากับข้าไม่ จั่นเจาเริ่มฮึดฮัดอีกครั้งว่า ทำไม๊ทำไมทุกคนที่พบหน้าท่านพี่ครั้งแรกเป็นอย่างนี้กันหมด ชอบเข้ามาลองดี แต่ก็นะ มันก็ได้แต่พบหน้าครั้งแรกเท่านั้นแหละ แต่เมื่อมองไปที่ท่านพี่แล้วก็เอือมกว่าเจ้าเซียวต้าเหรินอะไรนั้นอีก เก๊กอยู่ได้ ปล่อยให้เขาดูถูกกี่ทีแล้วเนี่ย

            ด้านหน้าที่ท่านเห็นคือกล่องสองใบ ภายในใบหนึ่งบรรจุสาส์นสงบศึก อีกใบบรรจุสาส์นรบไว้ ส่วนทหารที่ถือนั้นทราบว่าตัวเองถือกล่องที่บรรจุสิ่งใดไว้ แต่ว่าหนึ่งในสองนั้นจะพูดแต่ความจริง อีกคนจะพูดแต่ความเท็จเท่านั้น ท่านสามารถถามคำถามจากคนใดคนหนึ่งได้เพียงหนึ่งคำถาม จากนั้นตอบว่ากล่องใบไหนบรรจุอะไร เซียวต้าเหรินยิ้มน้อยๆอย่างเจ้าเล่ห์แล้วกล่าวต่อถึงบทสรุปของเกม

            ถ้าท่านเลือกได้สาส์นสงบศึกเราก็เจรจากัน ถ้าเลือกได้สาส์นรบ.......ก็คงไม่มีทางอื่นแล้ว เจอกันอีกทีที่สนามรบแล้วกัน ฮ่าๆๆๆ

            ตกลงท่านจริงใจที่จะเจรจาจริงๆหรือไม่เนี่ย จั่นเจาเริ่มโมโหย้อนถามเจ้าของเกม

            จากใจจริงเลยนะ.....ไม่ซักนิดบ้างครั้งคำพูดที่จริงใจก็ไม่ได้เรียกความรักใคร่

            ข้าไม่ได้อยากเจรจาเลยซักนิด แต่ว่าท่านผู้นำของเรามีเมตตา ไม่อยากให้ประชาชนตาดำๆเดือดร้อนเพราะสงคราม ก็เลยส่งข้ามาคุยๆกับพวกท่าน พวกเราชาวเหลียวกล้าหาญเก่งการรบ ส่วนพวกท่านชาวซ่งเน้นตำรำไม่ใส่ใจการรบ ทางพายัพยังมีพวกซีเซี่ยก่อกวนอยู่ รบกันจริงๆแล้วชัยชนะคงไม่พ้นต้าเหลียวเป็นแน่ ที่พวกท่านทำได้ตอนนี้ก็มีแค่ อย่าให้ข้าได้มีข้ออ้าง....ไม่เจรจา ก็แค่นั้น ฮ่าๆๆๆๆ เอ้า ทายสิตอนนี้ภายในห้องโถงมีเพียงสองคนเท่านั้นที่มีรอยยิ้มบนใบหน้า หนึ่งคือเซียวต้าเหริน อีกหนึ่ง....

            นี่ท่านผู้ใหญ่บ้านท่านก็เคยสอบเคอจู่*3 เคยศึกษามา ช่วยอะไรหน่อยสิจั่นเจาเห็นท่านพี่นิ่งอยู่แม้ยิ้มแปลกๆก็ยังอดกังวลไม่ได้หาคนช่วยทันที

            ข้าแม้แต่คำถามยังฟังไม่รู้เรื่องจะช่วยอะไรเล่าเหมือนเซียวต้าเหรินจะได้ยินจึงออกปากเหมือนเมตตาเอ็นดู

            เฮ่อ เป็นไรไปเล่า คงยากไปสินะ แต่ข้าให้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น... ยังไม่ทันกล่าวจบ กงซุนเชอฺก็เอ่ยหยุดคำที่เหมือนจะกรุณานั้น

            ไม่ต้อง ข้าเลือกเดี๋ยวนี้แหละ กงซุนเชอฺเดินไปที่หน้าทหารเมืองเหลียวทั้งสอง มองกล่องเพียงแว่บ ก่อนจ้องไปที่ตาของทหารทั้งสอง แล้วติงไปที่ทหารคนขวาที่เตี้ยกว่า จากนั้นเอ่ยถาม

            ข้าถามท่าน ถ้าข้าถามทหารที่อยู่ด้านข้างของท่านถือกล่องของสาส์นอะไรอยู่ เขาจะตอบว่าอะไร ทหารเตี้ยตอบทันทีว่า

            สาส์นรบ

            ดี กงซุนเชอฺเบี่ยงตัวพร้อมสายตาไปที่ทหารทางซ้ายมือ งั้นข้าเลือกกล่องนี้ กล่องถูกเปิดออกทันที ผลปรากฎว่า

            พระเอกจะตอบผิดไปได้อย่างไร สาส์นสงบศึกอยู่ในมือกงซุนเชอฺเรียบร้อยแล้ว

            เอ๋ ท่านพี่เดาถูกได้อย่างไร กงซุนเชอฺหันมาหาคนพูดตากระตุก หาว่าข้าเดางั้นหรือ เจ้าน้องบ้า

            ที่จริงแล้วทหารทั้งสองจะพูดจริงหรือพูดเท็จนั้นไม่สำคัญ ข้อสำคัญนั้นง่ายมาก ไม่ว่าเขาจะตอบว่าอะไร กลับกันกับคำพูดนั้นคือคำตอบที่ถูกต้อง พวกท่านลองคิดดูดีๆ สมมุติถ้าคนที่ข้าถามพูดความจริง ลองคิดคำตอบดู            แล้วถ้าคนที่ข้าถามพูดโกหก ลองคิดคำตอบ ไม่ว่าอย่างไรผลสุดท้ายก็เหมือนกัน ตอนนี้เหมือนท้องฟ้าจะแจ่มใสมาเล็กน้อย เพราะยังไงฝ่ายเหลียวก็หาข้ออ้างมายกเลิกการเจรจาไม่ได้แล้ว

            แต่คนที่ชอบความชุ่มชื่นยังไงก็ชอบวันยังค่ำ เรียกลมเรียกฝนหน้าด้านๆ ดูที่นี่สิ เก่าทุดโทรมอย่างกับอะไรดี ใช้รับแขกมีเกียรติอย่างข้าได้อย่างไรกัน ต้าซ่งนี่แม้แต่ที่คนอยู่ยังหาไม่ได้หรืออย่างไร เซียวต้าเหรินลุกขึ้นมาหลังจากปรับสีหน้าที่เรียบร้อยแล้ว เท้าที่อยู่ไม่สุขเตะหีบของกำนัลที่ถูกปิดผนึกออก แสงสีทองอร่ามสาดขึ้นมาดั่งม่านหมอก มีทองคำแท่งนอนนิ่งอยู่เต็ม

            ทางที่ดีอย่าลืมดูแลทองคำเชื่อมสัมพันธ์พวกนี้ อย่าให้เหมือนสามปีที่แล้วล่ะ หึ

            เมื่อทหารเหลียวไปกันหมดแล้ว กงซุนเชอฺ จั่นเจ้าและอันกั๋วไท่ก็มานั่งปรึกษากันที่ห้องพัก

            ไอ้ เซียวอะไรนั่น กำแหงนัก น่าโมโหจริง อ๊ะจริงสิ ที่มันว่าไม่ให้เหมือนสามปีที่แล้วหมายความว่าอะไร

            สามปีแล้ว ที่นี่เช่นกันเกิดการเจรจาซ่งเหลียว ทั้งๆที่ควรจะสงบศึกได้แล้ว แต่เวลานั้นเองทองเชื่อมสัมพันธ์จำนวนสองพันตำลึงอยู่ดีๆก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

            หา

            ก็เพราะคนเฝ้าทองขโมยเสียเอง นักการที่เฝ้าโรงเก็บสมบัติเป็นผู้ขโมยไป หลังจากนั้นนักการก็หลบหนีไปได้ ทำให้ภรรยาและลูกชายเป็นผู้รับโทษประหารแทน อันกั๋วไท่อธิบายต่อจากกงซุนเชอฺ หนุ่มน้อยจอมยุทธ์จึงได้แต่หดหู่ใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะได้ยินท่านพี่เล่าเรื่องต่อ

            เมื่อทองหาย เซียวจุนก็อาละวาดยกเลิกเจรจากลับไปอย่างนั้น ผลก็คือสงครามตลอดสามปีที่ผ่านมา กงซุนเชอฺหลุบหน้าลงเพื่อไว้อาลัยแด่ชะตากรรมของต้าซ่ง แล้วเสริมต่อ

            ถ้าไม่ได้บุตรชายของผางไท่ชือ ผางถงรบชนะมาตลอด เกรงว่าครั้งนี้ต้าเหลียวคงไม่ยอมหยุดลงที่การเจรจาครั้งนี้เป็นแน่

            ฟังจากที่ท่านพี่กล่าวบุตรของผางไท่ชือคนนี้ย่อมไม่ธรรมดา

            ผางถงได้ฉายาว่าแม่ทัพดาวรุ่งเวลานี้ ทั้งยังเก่งการพยากรณ์ดวงดาว ย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

            ระหว่างการสนทนา นายทหารหน้าห้องพุ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน

            ต้าเหริน เกิดเรื่องแล้ว

            มีอะไร กงซุนเชอฺขมวดคิ้ว

            คือว่า เซียวจุนต้องการย้ายที่ ไม่อยู่ที่นี่แล้ว

            ย้าย ย้ายไปที่ไหนเล่า

            เอ่อ ย้ายไปที่ ที่หอบุหลันลอยลมขอรับ

            หอบุหลันลอยลม หออะไรกัน

            ที่นั่นคือหอนางโลม..... อันกั๋วไท่แต่เช้ามาก็พึ่งจะได้เห็นหน้าตาเหลอหลาของกงซุนเชอฺเป็นครั้งแรก ก่อนจะนำไปที่หอเพื่อนบ้านจวน หอบุหลันลอยลม

            หอบุหลันลอยลมอยู่ด้านหลังเรือนรับรองนี่เองขอรับ กงซุนเชอฺก้าวยังไม่พ้นธรณีประตูก็ได้ยินเสียงหัวร่อต่อกระซิกของเซียวจุนกับเสียงหวานหลายเสียงประสานกัน

            ดื่มๆๆๆ เสี่ยวหมานถูกเซียวจุนบังคับดื่มเหล้าอีกแล้ว ระหว่างที่ยื้อกันไปมาอยู่นั้นมู่หลานสาวใบ้ที่ถือถาดอาหารเข้ามาไม่ทันระวัง ถูกเสี่ยวหมานกระแทกอย่างแรง อาหารทั้งหมดเทไปที่หน้าตักเสียวจุนเต็มรัก

            บังอาจ เจ้าเด็กเมื่อวานซืน ข้าจะฆ่าเจ้า เซียวจุนที่ดื่มเมาได้ที่ยกมือง้างจะตบไปที่มู่หลานทันที หน้าสาวน้อยตัวเล็กคงช้ำเป็นแน่ถ้าไม่มีมือหนึ่งมาหยึดไว้

            เซียวต้าเหริน เป็นถึงเสนาบดีเป็นคนเหนือคน ทำไมถึงได้ลดตัวลงมาถือโทษกับเด็กสาวคนนึงได้ กงซุนเชอฺลดมือที่คว้าต้นแขนเซียวจุนไว้ แล้วหันหน้าไปสำรวจมู่หลานก่อนกล่าว

            เจ้านี่ชอบแส่ไปซะทุกเรื่องเชียวนะ ข้าสำรวจไปรอบหมู่บ้าน ก็มีที่นี่แหละที่ข้าเห็นว่าใช้ได้ ข้าจะค้างที่นี่ พวกเจ้าก็ย้ายเข้ามาด้วย เจรจาสงบศึกซ่งเหลียวทำกันมันที่นี่แหละ

            เขาว่าอย่าถือคนเมาแต่นี่ก็เกินไป

            จะได้อย่างไรท่าน การเจรจาสองแคว้นกลับใช้หอนางโลมเป็นที่เจรจา.....นี่ๆๆมันอันกั๋วไท่เริ่มกงวลว่าทุกอย่างที่เตรียมมาจะล้ม

            ต้าเหริน ที่นี่ไม่ได้แน่นอน เพราะห้องนี้....มีผีสิง เสียงสุดท้ายของเถ้าแก่หอเบาแทบกระซิบ

            บ้าบอ โลกนี่มีที่ไหนผี

            มีสิต้าเหริน ห้องนี้นะท่านเคยเป็นห้องของแม่นางไฉ่เตี๋ย ของทั้งหมดในห้องนี้ทั้งพิณ รูปวาดล้วนเป็นของนาง ไม่กี่ปีก่อนนางแขวนคอในห้องนี้ หลังจากวันนั้นในคืนเดือนมืดไร้ผู้คนจะได้ยินเสียงพิณบรรเลงชุนเถาเอ่ยอย่างร้อนรน เพราะไม่อยากให้ใครมาเปิดห้องนี้นอน

            หึ เจ้าหรือคือผี คนเมาได้ที่เดินไปที่ผนังซึ่งมีรูปภาพทั้งสีประดับอยู่ แล้วยกมือขึ้นขี้ที่รูปหนึ่ง เป็นภาพของสามบุรุษกำลังชมบุรุษที่สี่จรดพู่กันบนกระดาษขาว ด้านข้างเขียนตัวอักษรว่า หนึ่งวันพันลี้ เซียวจุนกระชากภาพลงมากองที่พื้น แล้วขวางไปแทบเท้ามู่หลานพอดี

            ต้าเหรินอย่าคะ ภาพนี้ไฉ่เตี๋ยเป็นผู้วาด นางจะโกรธเอานะท่าน นางงามในหอล้วนออกเสียงห้ามด้วยความกลัว

            ผีที่ไหนข้าไม่เชื่อ ทุกคนออกไปจากห้องนี้ให้หมด

            มู่หลานเจ้าเอาภาพไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บฟืนนะ เสี่ยวหมานเก็บโต๊ะซะ ส่วนคนอื่นออกไปก่อน เถ้าแก่รีบออกคำสั่งสลายตัวทันที

            กงซุนเชอฺ ท่านระวังให้ดี พรุ่งนี้อย่าให้มีอะไรผิดพลาดได้ ไม่งั้นทุกคนต้องตาย... เสียวจุนอ้อแอ้ไปที่เตียงนอนโดยมีเถ้าแก่พยุงปีก ส่วนกงวุนเชอฺมิได้ฟังคำเพราะกำลังก้มลงช่วยมู่หลานเก็บภาพเขียนอยู่ มือเก็บจริง แต่ตาอยู่ที่หน้านางซะนี่ มู่หลานพงกหัวขอบคุณเล็กน้อยแล้วจากไป

            พระอาทิตย์ลับขอบเขาไปแล้ว สุดท้ายห้องก็ปิดลง ก็เหลือแต่เซียวจุนที่นอนหลับอย่างสบายอยู่ ด้านหน้าห้องมีสององครักษ์เฝ้ายามอยู่ตลอดทั้งคืน

            ยามดึกเสียงจักจั่นร่ำร้องเรไร แม้เสียงดังเพียงใดยังรู้สึกเงียบสงัด ยังสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือก กงซุนเชอฺและจั่นเจานั่งที่โต๊ะหินชานจวนผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนองค์ฮ่องเต้หน้าตาเหมือนครุ่นคิดสิ่งใด พัดในมือโบกช้าๆ แขนอีกข้างท้าวที่โต๊ะหิน ชุดบัณฑิตขาวเหมือนเรืองรองได้ในความมืด สง่างามและสูงส่งนัก ส่วนจอมยุทธ์น้อยนั่งเอาแขนเท้าโต๊ะ เบื่อแสนเบื่อเพราะไม่มีอะไรให้ทำ(ท่านพี่ไม่เล่นด้วย) แต่เหมือนจั่นเจาโชคเข้าข้าง เพราะผู้ใหญ่บ้านที่เดินยิ้มเข้ามาใกล้หาเรื่องสนุกมาให้แล้ว

            เอ่อ ต้าเหรินเดินทางมาหลายพันลี้ ขี่ม้ามาตลอดทางคงลำบากและล้ามิน้อย ข้าน้อยจัดเตรียมบริการพิเศษ แม่นางชุนเถาและแม่นางตงเหมยรอรับใช้ต้าเหรินแล้ว ฮิๆๆๆ ผู้ใหญ่บ้านเข้ากล่าวปาวและส่งยิ้มเป็นสัญญาณว่ารู้กัน ยังเสียงหัวเราะที่กงซุนเชอฺคิดว่าสยองสุดนั้นอีก แต่ยังไงก็สู้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของน้องตัวเองไม่ได้

            งั้นข้าน้อยไม่รบกวนเวลาสำราญแล้ว ลาล่ะท่าน

            ฮิๆๆ เตรียมแม่นางสองคนไว้รับใช้ ข้าน้อยก็ขอลาแล้ว อิอิ จั่นเจาลุกขึ้นมาพูดใกล้ๆท่านพี่ที่รัก เมื่อผู้ใหญ่บ้านจากไป แล้วทำท่าจะลาไปอีกคน

            ดูเจ้าทำๆ สัปดน ไม่ว่ากงซุนเชอฺจะพูดเพราะความอายหรือเพราะเหตุใด แต่ก็รั้งเท้าของจั่นเจาไว้ได้แล้ว

            ไม่จริงกระมั้ง ข้าคงสัปดนสู้กงกงซุนไม่ได้หรอก จะเข้าหานางที คนหาเตรียมไว้ให้ตั้งสองคนแนะ หึๆ กงซุนเชอฺทำหน้าบึ้ง จั่นเจาเห็นท่าไม่ดีเลยต้องยอมลงให้หน่อย

            ท่านพี่ ข้าแค่ล้อเล่น อย่าโกรธเลยน้าน้า น้องน้อยเกาะไหล่แล้วโยกเบาๆให้คนไม่หัวล้านแต่ขี้ใจน้อยหายงอน

            เฮ่อ ข้าไม่ได้โกรธเจ้า แต่ข้ากังวลพรุ่งนี้ต่างหาก การเจรจาครั้งนี้ต้องลำบากสุดๆเป็นแน่

            เซียวจุนคนนั้นโอหังนัก ข้าอยากจะให้ไฉ่เตี๋ยเป็นผีมาฆ่าให้ตายเลย แว จั่นเจาพูดด้วยความคะนองปาก เอามือที่พาดไว้ที่ไหล่พี่ชายทำทีปาดคอ ลิ้นแลบออกมาตาเหลือก กงซุนเชอฺอดยิ้มตามไม่ได้ แต่ทั้งสองต้องนิ่งงัน เมื่อได้ยินเสียงประหลาดชวนขนลุกแว่วมาตามลม

            เสียงประหลาดนั้นดังก้องไปทั่ว กงซุนเชอฺและจั่นเจาตามเสียงมาถึงหน้าห้องของเซียวจุน ทั้งสองหันซ้ายหันขวา จู่ๆเสียงนั้นก็เงียบไป กงซุนเชอฺคิดว่าน่าจะเป็นพิณ แต่ก็ไม่น่าจะมีใครเล่นได้ชวนขนหัวตั้งขนาดนี้

            อ๊ากกกกกก อยู่ดีๆก็มีเสียงผู้ชายร้องดังมาจากห้อง จั่นเจาไวกว่าถลันตัวไปที่ประตู

            ต้าเหริน ท่านไม่เป็นไรใช่มั้ยไร้คนขาน

            เซียวต้าเหริน ก๊อกๆ เซียวจุนต้าเหริน กงซุนเชอฺร้องเรียกอีกแรง เมื่อเห็นท่าไม่ดี ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจั่นเจาจะออกแรงผลักประตูเข้าไป แล้วตกตลึง

            ภาพที่เห็นคือเซียวจุนนอนอยู่บนตั่ง ตาหลับสนิท แต่สิ่งที่ไม่ควรอยู่บนตัวกลับส่องประกายรับจันทร์ที่สาดเข้ามาในห้อง มีดยาวหนึ่งศอกปักที่กลางอก โดยมีม้วนกระดาษถูกแทงทะลุคั่นกลาง วางในแนวขวางกับลำตัว ดูเหมือนว่าคำปรารถนาของจั่นเจาจะสมหวังเสียแล้ว

            ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ตั่ง ทหารที่อยู่ยามหน้าห้องก็ตามเข้ามาด้วย กงซุนเชอฺใช้นิ้วมือวางที่ด้านข้างลำคอร่างนั้น ก่อนชักกลับ

            ตายแล้ว

            เพล้ง กงซุนเชอฺและจั่นเจา พร้อมทหารหันกลับไปทันที เห็นมู่หลานยืนตระหนกอยู่ที่หน้าประตู ชุนเถาพร้อมน้องๆก็เดินเข้ามาด้วย

            กรี๊ดดดดดดด ไฉ่เตี๋ยกลับมาแล้วๆ ฮือสาวๆกอดกันกลม กงซุนเชอฺหันมาที่ร่างของเซียวจุนที่ตอนนี้กลายเป็นศพอีกครั้ง ค่ำคืนนี้ไม่มีเพียงจั่นเจาที่สมปรารถนาเท่านั้น ความกังวลของตัวแทนเจรจาสงบศึกของต้าซ่งก็เกิดขึ้นแล้วเช่นกัน

            กงซุนเชอฺดึงมีดออกจากร่างเซียวจุน เลือดซึมไปที่ม้วนกระดาษเล็กน้อย ในห้องยังมีตัวแทนของต้าเหลียวอีกคน ผู้ใหญ่บ้าน และจั่นเจามองอยู่

            เป็นอย่างไรบ้างต้าเหริน พบร่องรอยอะไรมั้ย ผู้ใหญ่บ้านถามขณะที่กงซุนเชอฺกำลังสำรวจมีด

            สาเหตุคือถูกมีดแทงทะลุถึงแก่ความตาย พลางสำรวจม้วนกระดาษ

            มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกเราเมื่อครู่ยังได้ยินเสียงเขาร้องอยู่เลย ทำไมเพียงชั่วเวลาสั้นๆก็ตายแล้ว จั่นเจาวิเคราะห์

            แต่ว่าห้องนี้หน้าต่างก็ถูกปิดหมด ประตูก็มีทหารยามเฝ้าอยู่ คนร้ายจะเข้ามาได้อย่างไร

            และแม้ว่าคนร้ายจะเข้ามาได้ แต่หลังจากที่ได้ยินเสียงร้องของผู้ตาย พวกเราก็เข้ามาทันที ในห้องไม่มีใครอื่นนอกจากผู้ตาย คนร้ายเหมือนกับหายไปกลางอากาศซะอย่างนั้นแหละ

            หรือว่า...จะเป็นวิญญาณอาฆาตจริงๆ ระหว่างที่ผู้ใหญ่บ้านและจั่นเจาโต้ตอบกัน กงซุนเชอฺสังตุที่ด้ามมีดเหมือนมีตะใคร่หรือพืชเล็กเกาะอยู่

            หึ แต่งเรื่องผีมาหลอกเด็ก ต้าเหลียวหนานย่วนต้าหวางของพวกเราถูกฆาตรกรรม พวกเจ้ากลับมาบอกว่าถูกผีฆ่า ไร้สาระ ตัวแทนต้าเหลียวเอ่ยออกมาอย่างไร้ความอดทนอีกต่อไป

            เอ่อ ไม่ทราบว่าท่านคือ.....

            ข้าคือขุนทัพทหารสังกัดกองม้า บุตรที่สองของเยี่ยลู่ฉู่ฉง แม่ทัพคุ้มภัยนามเยี่ยลู่จุ้นไฉ

            ท่านแม่ทัพใหญ่เยี่ยลู่ เสียมารยาทแล้ว มิน่าล่ะครั้งแรกที่พบหน้า ข้าน้อยก็รู้สึกว่าท่านประหนึ่งวีรบุรุษต่างจากบุคคลธรรมดา...

            แน่นอนว่าเหนือคนธรรมดาแน่ คนปกติที่ไหนจะถักเปียทั้งหัวเหมือนผู้หญิงเล่า ยังลูกปัดนั้นอีกจั่นเจาคิดในใจ

            เลิกไร้สาระได้แล้ว ที่นี่ชายแดนต้าซ่ง ข้าให้เวลาพวกเจ้าสองวัน สองวันเท่านั้นสำหรับหาตัวคนร้าย หาคำตอบที่ข้าพอใจให้ได้ ไม่เช่นนั้น กองทัพที่ห่างไปสามสิบลี้จำนวนห้าพันนายจะมาเอาเลือดล้างที่นี่แน่ หึ

            เยี่ยลู่จุ้นไฉเดินตวัดกระบี่เอาด้ามชี้หน้ากงซุนเชอฺ แล้วไล่ไปทีละคน

            เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้า เจ้า และเจ้าทุกคนต้องตายด้วยน้ำมือข้า

            เมื่อทหารต้าเหลียวกลับไปแล้ว รอยยิ้มก็ปรากฏบนหน้าของกงซุนเชอฺ ไม่รู้ว่าหัวเราะเยาะให้กับคดีหรือชะตากรรมที่เขาต้องเผชิญกันแน่

 

TBC^^

Pssssssssssssssssssssssss.

 

            ตอนนี้ยาวมั้ยเอ่ย แต่ก็ยังยาวสู่นิยายเรื่องอื่นไม่ได้แหะ จะพยายามแล้วกันนะคะ

            มาถึงคดีใหญ่คดีแรกแล้วน้า กงซุนเชอฺต้องปวดหัวหน่อยล่ะ ต้องเจอทั้งศึกนอกและศึกในหัวใจ อุ้ย สปอยไปซะแล้ว นางในดวงใจจะเป็นใครน้า จะใช่คนที่ช่วยเก็บภาพหรือเปล่า หรือจะเสร็จชุนเถากับตงเหมยในคืนต่อๆไป กร๊ากกกกก  เห็นภาพกงซุนผู้ยิ่งใหญ่นอนกระซิกๆใต้ผ้าห่มเพราะเสียตัวให้สาวๆแล้วสะใจ แต่งเรื่องเองเลยดีมั้ยเนี่ย เอิ๊กๆๆ 

            เซียวจุนตายแล้วยังทิ้งปัญหาให้อีกนะคะ การเจรจาครั้งนี้มีเงื่อนงำมากมาย อย่าลืมจดจำฉากที่น่าสงสัยไว้ น้า

            พบกันตอนหน้า ตอนย่อย สามพี่น้องพร้อมหน้า ค่ะ

1.ต้าเหริน (da-ren): คำเรียกต่อท้ายแซ่ขุนนางผู้ใหญ่ค่ะ

2ชื่อหลาง (shi-lang) เป็นชื่อขุนนางในสมัยโบราณค่ะ ซึ่งเป็นตำแหน่งเสนาบดีผู้ช่วยในตำแหน่งต่างๆของราชวงศ์หมิงและชิง

3. เคอจู่ (ke-ju): เป็นการสอบคุณนางระดับเคอจี่ค่ะ ซึ่งมีการสอบแบ่งสาขาทั้งบู๊ทั้งบุ๋น เริ่มมีการแข่งมาแต่สมัยซุ่ยถานจนกระทั่งถึงราชวงศ์ชิง ในสมัยถังนั้น สายบุ๋นจะมีมากและจัดสอบทุกปี ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง แต่ละการสอบจะมีวิชาวิทยานิพนธ์ ส่วนฝ่ายบู๊จะสอบขี่ม้า ยิงเกาทัณฑ์ ยกน้ำหนัก เป็นต้น เป็นไงค่ะ คงประมาณสอบเอ็นท์ หรือสอบราชการของเราสมัยนี้เนอะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น