妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 16 : บทที่16 สันดานร้ายเร้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,702
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    28 ต.ค. 57



บทที่16 สันดานร้ายเร้น

 

     
           
จวงลั่วเยียนเลือกเดินมาหาที่สงบเงียบ เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะสนมคนอื่น แต่คิดไม่ถึงว่าในที่ห่างไกลเช่นนี้ยังพบกับนางสนมได้ ทั้งยังเป็นคนคุ้นเคยอีกด้วย

         ตั้งแต่หยวนเฟยถูกลดชั้นเป็นหลินผิน นางก็ลงโทษตนเองด้วยการไม่ออกจากที่พำนักเป็นเวลาหนึ่งเดือน จวงลั่วเยียนไม่คิดว่าจะมาเจอนางในที่แบบนี้ หลินจื่อซีที่มีตำแหน่งชั้นผินนั้นไร้แล้วซึ่งความสง่างามอย่างที่เป็นมา สวมใส่เพียงชุดผ้าโปร่งธรรมดา แม้กระทั่งสายตายังดูแห้งแล้งเหม่อลอยเสมือนการลดชั้นนั้นได้สูบพลังวิญญาณของนางไปด้วย

         จวงลั่วเยียนเคยได้ยินมาว่าเมื่อครั้งโหรวเฟย หลินชิงยิน เข้าวังมาไม่นาน มียศอยู่เพียงชั้นเหลียงอี้เล็กๆ ส่วนหลินจื่อซีมียศอยู่ชั้นสองเจาอี้ แต่เพียงเพราะหลินชิงยินนั้นมีสกุลเดียวกันกับนางและเป็นที่ทรงโปรดปรานของหวงช่าง หลินจื่อซีจึงไม่เว้นที่จะกลั่นแกล้งหลินชิงยิน

         เวลานี้หลินจื่อซีถูกลดชั้น หลินชิงยินกลับเป็นถึงโหรวเฟย เหมือนกับภาพอดีตฉายซ้ำอีกครั้งแค่ตำแหน่งตัวละครสลับกันเท่านั้น

         “หลินผินเจี่ยเจี๊ยสบายดีหรือ” จวงลั่วเยียนยิ้มหวานที่ดูอย่างไรก็อ่อนโยนยิ่งนัก แต่ในสายตาของหลินผิน นางตรงหน้ากำลังเยาะเย้ยนางมาจากเบื้องบน

         “คงไม่สบายเท่าเจาผินเม่ยเม่ยหรอก” หลินผินทำความเคารพกลับอย่างครึ่งๆกลางๆด้วยใบหน้านิ่งเฉย จวงลั่วเยียนกลับหันตัวหนีไม่รับการเคารพนั้น หญิงสาววังหลังใครที่ไม่มีมารยาทร้อยพันกระบวนท่า ธรรมเนียมใดไม่มีให้ติได้เพียงนิด แต่เมื่อกระทำอยู่ในที่ลับนั้น ไม่มีเรื่องใดที่สามารถนำไปออกงานอย่างเปิดเผยได้ 

         “ได้ข่าวว่าฝ่าบาททรงรักถนอมเม่ยเม่ยยิ่งนัก พระราชทานเครื่องประดับมากมายแต่เช้า เรียกได้ว่าเป็นที่โปรดปรานเหนือวังหลังอย่างแท้จริง” เมื่อหลินผินพูดถึงประโยคที่ว่าโปรดปรานเหนือวังหลังนั้นสำเนียงประชดส่อชัดเจน ก่อนนั้นนางมิใช่เป็นเช่นนี้หรอกหรือ เหนือกว่าใครทั้งหมด วันนี้ความงามยังมิทันโรย รักเก่ากลับสะบั้นขาดก่อน แม้กระทั่งยศชั้นยังไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้ ไม่ทราบว่าในสายตาผู้อื่นนั้นน่าหัวเราะเยาะมากเพียงใด

         “โปรดปรานเหนือวังหลังนั้น เม่ยเม่ยไม่อาจรับไว้ได้” จวงลั่วเยียนนั้นไม่กล้าไปแหยมกับวลีนี้ ผู้หญิงคนใดที่เอาตัวเข้าไปเกี่ยวกับวลีนี้โดยไม่ทรงรับทราบ จุดจบล้วนอนาถทุกรายไป นางคิดว่าตนเองยังสามารถดื่มด่ำกับชีวิตในวังไปอีกนาน เพราะฉะนั้นวลีนี้ไม่เหมาะกับนาง

         หลินผินมองจวงลั่วเยียนอย่างแปลกใจ เห็นท่าทีของนางไม่ได้ใส่ใจยินดีกับวลีโปรดปรานเหนือวังหลังจริงๆ ในใจนั้นก็ส่งสัญญาณเตือนตนเองมากขึ้น หญิงที่ไม่แสดงออกความรู้สึกทางสีหน้าล้วนเป็นตัวอันตรายของวังหลังทั้งนั้น ตอนแรกใครบอกว่าเจาผินเป็นหญิงไร้สมองกัน

         หวงโฮ่ว ชูกุ้ยเฟย หนิงเฟย เสียนเฟยหรือแม้กระทั่งเย่ชูอี้ที่ถูกลดชั้นเป็นหลงหัวแล้ว หลินผินรอยยิ้มจืดเจื่อน คนอื่นเห็นว่าในราชสำนักตระกูลหลินและจวงไม่ถูกกัน ก็มายุยงให้ตนเองมาหาเรื่องเจาผิน ใครกันแน่ที่ไร้สมอง

         “โปรดปรานเหนือวังหลัง...” หลินผินยิ้มอย่างเหนื่อยล้า “ใครรับได้ ใครรับไม่ได้” ในวังหลังนี้ หญิงที่มีหน้ามีตามีไม่น้อย แต่มีใครที่อาจหลุดพ้นวงเวียนนี้ไปจนสุดทาง

         จวงลั่วเยียนเห็นหลินผินมีท่าทีผิดปกติ ไม่คล้ายจะแค้นตนเอง และก็ไม่คล้ายจะไม่ยินยอมพร้อมใจ เหมือนกำลังเสียสภาพและหดหู่มากกว่า จึงแอบสังเกตนางให้ละเอียดมากขึ้น หลินจื่อซีที่ไม่ได้ประดับชุดยศและไร้เครื่องสำอางนั้นสวยงามยิ่งนัก เพียงแค่ผิวพรรณไม่ได้สดใสอย่างเช่นสาวน้อยแค่นั้น

         จวงลั่วเยียนมองตอบแต่ไม่พูดอะไร

         หลินจื่อซีหลุดหัวเราะหนึ่งเสียง เลี่ยงสายตามองไปที่อื่น ใช้นิ้วชี้ไปที่กอหญ้า “เดือนที่แล้ว ข้าจำได้ว่าเฉ่าเย่ายังบานออกดอกสวยสด ตอนนี้กลับเป็นเฟิ่งเซียน[33]ที่กำลังบาน ใครก็ไม่อาจทราบได้ว่าดอกใดงามกว่ากัน

         เอียงคอมองที่พงดอกเฟิ่งเซียน จวงลั่วเยียนยิ้มเล็กน้อย ไม่ตอบคำเช่นเดิม

         “ข้าจะคอยเฝ้ามองเจ้า” หลินผินเดินเข้ามาประชิดจวงลั่วเยียนอย่างรวดเร็ว ในความเหนื่อยล้ายังผสมไปด้วยความผันผวนและบ้าคลั่งของอารมณ์ “ข้าจะมองเจ้าแบกความโปรดปรานเหนือวังหลังจนเดินมาถึงจุดจบเช่นข้า เมื่อนั้น...อาจเป็นเจ้าที่น่าสมเพชกว่า” พูดจบก็หัวเราะเสียงต่ำ เดินนำนางสนมจากไป

    จวงลั่วเยียนหันหลังมามองแผ่นหลังของนาง เลิกคิ้วขึ้น นางจะบอกหลินผินดีหรือไม่ ว่านางไม่เคยเอาตัวเองไปเปรียบกับดอกไม้

         ถ้าผู้หญิงเหมือนดอกไม้จริง เบ่งบานแล้วก็งดงามเพื่อตัวเอง เหตุใดต้องใส่ใจกับการเปรียบเปรยในสายตาผู้อื่น รักตัวเองมากขึ้นอีกนิด รอจนดอกเหี่ยวร่วงโรย ความเสียดายก็มิใช่น้อยลงอีกหน่อยหรือ

         เมื่อจวงลั่วเยียนตัดสินใจจะจากไป ได้ยินเสียงฝีเท้าทางด้านหลัง หันกลับไปมอง ที่เดินมาคือจวงหว่านชิงที่ไม่ได้พูดจากันสักระยะหนึ่งแล้ว

         “เจี่ยเจี๊ย” จวงลั่วเยียนหลบตาลง ทำทีเป็นเม่ยเม่ยผู้นอบน้อม

         “เจาผิน” จวงหว่านชิงทำความเคารพครั้งหนึ่ง “เมื่อครู่ข้าเห็นหลินผินเจี่ยเจี๊ยเดินยิ้มไปทางนู้น เจาผินคงสนทนากับนางอย่างสนุกสนานดีกระมัง

         วังหลังใครไม่รู้บ้างว่าหลินจื่อซีและจวงลั่วเยียนคือน้ำมันกับน้ำ จวงหว่านชิงคงหมายประชดเสียมากกว่า

         “เม่ยเม่ยก็ทราบมาว่า เจี่ยเจี๊ยและหลินผินเจี่ยเจี๊ยเคยสนทนากันอย่างสนุกสนานเช่นกัน” จวงลั่วเยียนก็รู้มาว่า จวงหว่านชิงนั้นเคยถูกหลินจื่อซีรังแกหลายครั้ง ตอนนี้หลินจื่อซีสภาพเป็นเช่นนี้ ใครจะไม่ทราบความยินดีของนางบ้าง

         จวงหว่านชิงไม่คิดว่าจวงลั่วเยียนจะกล่าวออกมาเช่นนี้ อึ้งไปสักพักจนไม่รู้จะกล่าวอะไรดี “เหตุใดเจ้าต้องพูดประชดข้าด้วย

         “นี่เป็นคำพูดเดียวกับที่เจี่ยเจี๊ยกล่าวเมื่อครู่มิใช่หรือ” จวงลั่วเยียนยิ้มน้อยๆ “เจี่ยเจี๊ยลืมแล้วหรือไง

         “ที่จริงข้าก็ไม่ได้จะมาทะเลาะกับเจ้า” จวงหว่านชิงฝืนยิ้มตอบ “ตั้งแต่เล็กตระกูลก็ไม่เคยเห็นความสำคัญของข้า เมื่อเข้าวังมาท่านแม่ถึงได้เป็นที่ยอมรับบ้าง ถูกต้องที่ข้าเป็นเพียงสายรอง รูปลักษณ์ด้อยกว่าเจ้า เพราะฉะนั้นหลังจากเจ้าเข้าวังมา การเป็นอยู่และฐานะของท่านแม่ในตระกูลก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ”

         “ข้าเคยแค้นเจ้า แค้นที่เจ้าแม้มีหน้าตาสวยงามแต่นิสัยดื้อด้าน คอยแต่จะหาเรื่องข้า” จวงหว่านชิงแสดงสีหน้าเศร้าใจ เหมือนคิดถึงอดีตอันแสนไกล “แต่วันนี้ท่านแม่ของข้าจากไปแล้ว จึงไม่มีจุดมุ่งหมายให้ต่อสู้อีก ข้าและเจ้านิสัยไม่ลงรอย แต่ก็เป็นลูกสาวของตระกูลจวงเช่นกัน ชีวิตในวังยากลำบาก ข้าไม่อยากจะต่อสู้โดยลำพังในมรสุมแห่งการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นนี้อีกแล้ว”

         จวงลั่วเยียนฟังจบก็มองหน้าของจวงหว่านชิง จ้องอยู่นานก็ไม่เห็นสีหน้าหลุดความพิรุธอันใด ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เจี่ยเจี๊ยพูดอย่างนี้ได้อย่างไร พวกเราพี่น้องก็ควรจะช่วยเหลือกันจึงถูกต้อง”

         “ถ้าเม่ยเม่ยคิดได้เช่นนี้ข้าก็วางใจแล้ว” จวงหว่านชิงยิ้มตอบเช่นกันแต่รอยยิ้มไม่ชัดเจนมากนัก จากนั้นก็ลดเสียงลงต่ำ “เจ้าต้องระวังชูกุ้ยเฟยเหนียงเนี่ยงและหนิงเฟยไว้บ้าง” พูดจบก็หันไปมองรอบด้าน จากนั้นก็ผละจากไป

         “นายหญิง นี่มัน...” หยุนซีเป็นหญิงรับใช้ที่มาพร้อมกับจวงลั่วเยียนจากตระกูลจวง รู้เรื่องราวของพี่น้องสายตรงและสายรองว่ามีมิตรไมตรีจิตกันน้อยเพียงไร วันนี้ท่าทีของจวงเจี๋ยอยวี่ผิดวิสัย เป็นการขอเข้าพวกหรือความหมายอื่นใดกัน

         “นางพูดมายืดยาวก่ายกอง แต่ก็เหมือนไม่ได้พูดอะไรเลย” จวงลั่วเยียนยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ แน่นอนว่านางไม่เชื่อจวงหว่านชิงว่าต้องการจะมาแสดงความเป็นมิตร ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง จวงหว่านชิงคงไม่อาจมีท่าทีสงบมั่นคงเช่นนี้ได้ อีกอย่างอยู่ในวังหลังนี้ไม่ต้องระวังใครบ้าง โดยเฉพาะชูกุ้ยเฟยผู้ทรงโปรดและหนิงเฟยที่หวงช่างเคยตรัสว่านางคือดอกเจี่ยหยู่[34]

         จวงหว่างชิงเป็นแค่เจี๋ยอยวี่ตัวเล็กๆ รากฐานในวังยังไม่มั่นคง แม้จะเทียบกับพระสนมชั้นสูงพวกนั้น ก็คงเป็นได้เพียงเบี้ยในกระดานหมาก นางมาแสดงความเป็นมิตร ไม่ว่าจะด้วยเพราะเหตุใด นางไม่อาจถือเป็นจริงได้

         “งั้นพวกเราต้องทำเช่นไรเจ้าคะ” หยุนซีถามเสียงเบา

         “เช่นไรอะไร” จวงลั่วเยียนย่อตัวลงไปเด็ดดอกเฟิ่งเซียน “พี่น้องพบหน้ากัน จะคุยกันสองสามประโยคไม่ได้หรือ

         หยุนซีทำตาโต นายหญิงจะทำเป็นว่าเรื่องวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น และไม่ใส่ใจท่าทีจวงเจี๋ยอยวี่

         “กลับกันเถอะ ข้าล้าแล้ว” จวงลั่วเยียนไม่เคยคิดจะร่วมมือกับจวงหว่านชิงกระทำการใหญ่อะไร อีกอย่างนางเป็นแค่ผู้หญิงโง่ๆที่รักหวงตี้จนหมดใจมิใช่หรือ

         ในโลกนี้ พรรคพวกที่โง่เหมือนหมูไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวสุดคือพรรคพวกห่มหนังหมูแต่ในมือถือมีดคอยจะแทงหลังของตนเอง จวงหว่านชิงไม่มีทางที่จะร่วมมือกับนางอย่างบริสุทธิ์ใจ และไม่เชื่อว่าในวังหลังนี้จะมีพี่น้องคู่ไหนที่รักกันจริง มิตรภาพในสนามการค้าและสายสัมพันธ์ประเภทนี้ล้วนพึ่งพิงยึดถือไม่ได้

 




         “ทูลฝ่าบาท ขันทีตำหนักในขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ” เกาเต๋อจงเห็นหวงช่างทรงราชการอยู่ จึงเอ่ยเสียงเบากราบทูล แม้ส่วนมากหวงช่างจะทรงปฏิเสธมิให้เข้าเฝ้าก็ตาม

         “เข้ามาได้” เฟิงจิ่นไม่ได้ยกศีรษะขึ้น ตรวจฎีกาในมือให้เสร็จเรียบร้อย ถึงหันมามอง พอดีกับที่ขันทีตำหนักในได้ยกถาดมาถึงพระที่ประทับ แสร้งทำเป็นมองป้ายในถาดอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหยิบป้ายหอทอหยกขึ้นมา “เจาผินแล้วกัน”

         ขันทีตำหนักในทูลลาและถอยไปอย่างเงียบเชียบ เกาเต๋อจงก็ตามออกไปด้วย เรียกขันทีรู้งานผู้หนึ่งไปประกาศราชโองการที่หอท้อหยก เมื่อคืนวานหวงช่างเพิ่งเสด็จไปที่หอท้อหยก วันนี้ยังทรงเสี่ยงป้ายสนมเจาผิน เป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง

 



 

         “หวงโฮ่วเหนียงเนี่ยง วันนี้หวงช่างทรงเสี่ยงป้ายอีกเพคะ” เหอหยู่เดินมาใกล้พระองค์หวงโฮ่ว “ได้ยินมาว่าเสด็จไปที่หอท้อหยกอีกเพคะ”

         “เมื่อคืนไม่ได้เสด็จไปที่จวนหลินเยว่ของหม่ากุ้ยผินหรอกหรือ” หวงโฮ่ววางคัมภีร์สวดมนต์ลง น้ำเสียงเรียบเรื่อย “เจาผินแห่งหอท้อหยกก็เป็นคนน่ารัก หวงช่างเสด็จไปสองสามครั้งก็ไม่แปลกอะไร” อีกทั้งสนมผู้นั้นไม่ได้เป็นที่โปรดปรานมากมาย นางไม่จำเป็นต้องนั่งไม่ติดเพียงเพราะหวงช่างเสด็จมากไปสองสามครั้ง ทั้งยังอาจทำให้หวงช่างทรงไม่พอพระทัยได้

         เหอหยู่เห็นทรงทำท่าทีเช่นนี้ก็รู้ว่าไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก จึงทูลลาออกไปอย่างเงียบๆ

         หวงโฮ่วหลุบพระเนตรแต่พระศอยังตั้งสง่าอ่านคัมภีร์ต่อ มุมพระโอษฐ์ยังมีรอยพระสรวล เพียงแต่ไม่ทราบว่าทรงพระสรวลเพราะคัมภีร์หรือเพราะเรื่องอื่นใด

 

  

            เฟิงจิ่นมาหอท้อหยกหลายครั้งแล้ว แม้ไม่ได้มากมาย แต่ทุกครั้งที่มาหอท้อหยกล้วนได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่เสมอ เจาผินไม่ได้มีความสามารถหลากหลายเก่งกาจเช่นสนมคนอื่น แต่เมื่ออยู่กับเจาผิน นางให้ความรู้สึกสบายใจ บางครั้งเขายังคิดเลยว่า เป็นเพราะใจของนางผูกอยู่กับเขา ทุกเรื่องของเขาจึงสำคัญที่สุด
เพราะฉะนั้นทุกเวลาที่มาหอท้อหยก จึงมีแต่ความผ่อนคลายสบายใจ

         ที่ประทับหยุดลงที่นอกหอ เปิดม่านออก ก็เห็นหญิงในชุดขาวย่อคำนับอ่อนช้อยอยู่ใต้แสงจันทร์ ปิ่นหยกประดับบนเส้นไหมสีดำ ดูเกียจคร้านและยั่วเย้า

         “สนมรักลุกขึ้นเถิด” เพียงเดินเข้าใกล้ก็ได้กลิ่นสดชื่นเบาบางนั้น ความเมื่อยล้าของเฟิงจิ่นลดลงไปไม่น้อย

         สองคนประคองกันเข้าประตูไป ในห้องล้อมไว้ด้วยน้ำแข็งจึงไม่ได้ร้อนมากนัก   เฟิงจิ่นนั่งลงข้างหน้าต่าง อุ้มจวงลั่วเยียนมานั่งบนตัก “เจิ้นจำได้ว่าเจ้ามีพี่น้องคือจวงเจี๋ยอยวี่ใช่หรือไม่”

         “ฝ่าบาททรงมีงานราชการมากมาย ยังจำเรื่องพี่น้องของสนมได้ นับเป็นบุญของสนมมากเพคะ” จวงลั่วเยียนบังคับอาการสรรเสริญของตนเองไม่ให้มากเกินแต่ก็เพียงพอจะให้หวงช่างทรงรู้สึกได้ “พี่สาวของสนมเป็นพี่คนละแม่เพคะ แต่เล็กไม่ได้ถูกเลี้ยงไว้ด้วยกัน จึงไม่ได้คุ้นเคยกันมากนัก อีกทั้งเจี่ยเจี๊ยแต่เล็กก็เป็นเด็กดีกว่าหม่อมฉันมาก บิดามักนำเจี่ยเจี๊ยมาเป็นแบบอย่างให้ปฏิบัติตาม หม่อมฉันไม่เข้าใจจึงทะเลาะกับเจี่ยเจี๊ยบ่อยครั้ง ตอนนี้คิดได้แล้วว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง”

         เฟิงจิ่นกลับไม่ใส่ใจเรื่องนี้ “สายตรงสายรองก็ต่างกันอยู่แล้ว เจ้ากับพี่ไม่ได้สนิทสนมกันก็เป็นเรื่องธรรมดา”

         จวงลั่วเยียนก้มศีรษะลงยิ้มอย่างละอายใจ ไม่ได้ตอบรับคำ

         นางเข้าใจความหมายของหวงช่าง สำหรับคนเป็นหวงตี้แน่นอนว่าทรงไม่ยินดีที่จะให้สนมวังหลังแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน อีกทั้งหวงช่างก็ทรงเป็นพระราชโอรส และเคยถูกพระโอรสองค์อื่นที่มีมารดาเป็นสนมทรงโปรดทรงรังแก ดังนั้นเฟิงจิ่นตรัสเช่นนี้ไม่เกินความคาดหมายของนางมากนัก จะเดาถูกหรือไม่นางเองก็ไม่แน่ใจ แต่ว่าอย่างน้อยนางก็ไม่ควรเอาตัวไปใกล้ชิดกับจวงหว่านชิง เพราะนางพูดคุยกับจวงหว่านชิงไม่กี่คำในตอนเช้า ตอนค่ำหวงช่างก็ตรัสถามถึงเรื่องนี้ นี่มิใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นคำตรัสเตือน

         เฟิงจิ่นเห็นท่าทีละอายของจวงลั่วเยียน ก็สะบัดมือไล่คนอื่นออกไป จากนั้นก็ช้อนอุ้มจวงลั่วเยียนขึ้นมาก่อนเดินไปที่เตียง

         ริมตลิ่งดินดำคนคล้ายจันทร์ ข้อมือขาวกลั่นเกล็ดหมอกหิมะ[35] กลอนนี้เหมาะสมจะบรรยายหญิงสาวใต้ร่างของเขา เฟิงจิ่นใช้มือลูบไปที่ผิวนิ่มลื่นของนาง พร้อมพลิกตัวกลับมานอนอย่างพอใจ สูดกลิ่นอ่อนๆของนางเนื้อหอม “สนมรักรูปลักษณ์เจ้า มือเรียวดั่งหญ้าหางกระรอก ผิวเต่งตึงดั่งไขเทียน ลำคอเรียวเหมือนด้วงเผือก ฟันขาวเหมือนน้ำเต้า  คิ้วละเอียดเยี่ยงไหมฟ้า หน้าผากมนเยี่ยงจักจั่น ลักยิ้มน่ามอง ตางามยิ่งน่าชม[36]

         จวงลั่วเยียนทำตัวม้วนอายมุดหัวลงไปซบที่พระอุระของหวงช่าง ในใจกลับปลงสังเวช ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ล้วนพูดชมกันแต่บนเตียง

         เป็นจักรพรรดิผู้ทรงคุณดีๆไม่ชอบ มาเล่นเกี้ยวกลอนฟ้อนคำอะไรกันนี่ ผู้ชายที่มีสันดานร้ายเร้น[37] เช่นนี้ เพียงคนที่เป็นหวงตี้เท่านั้นฟ้าถึงประทานมาให้
 

 
[33] เฟิ่งเซียน(凤仙) ดูรูป

[34] ดอกเจี่ยหยู่(解语花) หรือดอกไฮ่ถัง ดูรูป


[35]
    ริมตลิ่งดินดำคนคล้ายจันทร์ ข้อมือขาวกลั่นเกล็ดหมอกหิมะ (垆边人似月,皓腕凝霜雪) กลอนสมัยราชวงศ์ถัง มีความหมายว่า ถ้าบังเอิญได้พบกันแล้ว ก็คงเป็นฟ้าลิขิตให้คู่กัน 

 

[36] มือเรียวดั่งหญ้าหางกระรอก ผิวเต่งตึงดั่งไขเทียน ลำคอเรียวเหมือนด้วงเผือก ฟันขาวเหมือนลูกน้ำเต้า  คิ้วละเอียดเยี่ยงไหมฟ้า หน้าผากมนเยี่ยงจักจั่น ลักยิ้มน่ามอง ตางามน่าชม (当真是手如柔荑,肤如凝脂,领如蝤蛴,齿如瓠犀,螓首蛾眉,巧笑倩兮!美目盼兮!) กลอนเปรียบหญิงงาม มีภาพสิ่งเปรียบเทียบบางอย่างที่อาจไม่รู้จัก เช่น ด้วงเผือก ดูรูป ที่จริงจะเปรียบผู้หญิงว่าสวยงามเหมือนนางในวรรณคดีนะคะ สวยที่สุด แต่ในความรู้สึกของเจิ้น อยากบอกว่ากลอนนี้เปรียบได้ผู้หญิงยิ่งกว่าสัตว์ประหลาด หยึย

 

[37] สันดานร้ายเร้น (劣根性) หมายถึงนิสัยที่ซ่อนเร้นในมนุษย์แต่ละคน แต่ถ้าร้ายแรงอาจเป็นเหตุให้ก่ออาชญากรรมเป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่ง เช่นว่า การละเลยจะไปช่วยเหลือเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตน แค่เพียงมีชีวิตรอดจะให้ทำอะไรก็ได้ หรือ รักเงินยิ่งกว่าชีวิตเป็นต้น
 

            ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจเจิ้นนะคะ แม้แอบมีออกไม่เต็มใจบ้าง55+ และต้อนรับผู้เข้ามาใหม่ทุกคน คนที่ตามมาจากราชบุตรเขยเจ้าสำราญ ขอบอกว่า ไรเตอร์คะ เจิ้นไม่เม้นต์มานานแล้วแต่รออ่านหนังสืออยู่55+ เจ้าโจรชั่ว大雨นี่เจิ้นจะรีบสอยมาไว้บ้าน ยังมีขอขอบคุณที่แอดFCกัน

วันนี้ช้าเพราะแปลยากมาก แถมเสด็จแม่ซื้อถั่วงอกมา ให้เจิ้นจัดการ เจิ้นเด็ดหางไปหลายร้อยศพ ซากขาวอวบอยู่ในท้องเจิ้นพร้อมผัดหมี่เรียบร้อยแล้ว พัวพันกันอยู่จนเที่ยงถึงเริ่มแปล

     แปลกลอนได้แย่มากด้วย เดี๋ยวค่อยๆคิดไปจะจัดการยังไงกับมันดี ใครมีความคิดเห็นอะไรเสนอมาได้นะ
 

ตอบคำถาม (เม้นต์นี่เริ่มเยอะแล้วนะแต่ละวัน ช่วยกันประหยัดการอ่านนิยายลดโลกร้อนด้วย อ.หน้าเดี๋ยวลงแดงกันพอดี)

Bonut มีคนตอบแทนให้แล้วนะ 加油! ตรงตัวคือใส่น้ำมันให้ไฟพุ่งแรงโชติช่วงชัชวาล เป็นการให้กำลังใจ สู้ๆ หรือแบบเกาหลี fighting!!!

Amnesiac ลูกกระต่ายตัวน้อย  ส่วนมากภาษาจีนมีประวัติศาสตร์ค่ะ มาสี่ตัวต้องไปหาว่าความหมายที่แท้จริงแปลว่าอะไรในหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งเล่ม อย่างข้าพบรักเจ้าเคยอธิบายไว้แล้วนะ มันมาจากบทละคร เพราะฉะนั้นมันไม่ได้แปลตรงตัว อยากเรียนจีนให้สนุกอ่านนิยายจีนให้เยอะๆค่ะ มีให้โหลดฟรีเยอะแยะเลย นี่วิธีของเจิ้น หรือไม่ก็ดูซี่รี่ภาษาอังกฤษซับจีน ไม่ต้องรู้ก็ได้ว่าออกเสียงยังไง แต่เดาให้ออกจากการผสมของคำ ไม่ต้องท้อนะคะ ค่อยๆไป สะสมวันละเล็กละน้อย แค่สามเดือนจะพบว่าHSK(เก่า)ระดับสามมันจิ๊บๆ

Say จัง หยวนเฟย หยวนเป็นฉายาค่ะ นางสกุลหลิน พอลดชั้นก็กลับมาให้สกุลนำหน้าเหมือนเดิม

brava เสิร์ชเนตมันก็มีคำว่าทรงด้วยนะ แต่เดี๋ยวดูอีกทีว่าใช้ยังไงดี ขอบคุณค่ะ

Ferndata เสิร์ชไม่ยากละนะคะ หาจากผู้เข้าชมมากสุดหมวดอดีต ปัจจุบัน อนาคต อันดับห้าหกแล้วมั้งนะตอนนี้

 Zab  ชอบคำอวยพรมาก ขอบคุณค่ะ คนอื่นๆด้วยนะคะ ที่ดีที่สุดคือได้เจอคนที่ดีและจริงใจจะร่วมงานด้วยเนี่ยแหละนะ

Bad_Bunny ทำไมนางเอกไม่มีเหงื่อไม่รู้ เรื่องลับดำมืดไม่มีการเปิดเผยในนิยาย สงสัยปิ้งกันจนระเหยไปหมดแล้วมั้ง ฮาๆๆ น่าจะเป็นเพราะหวงตี้มาเอาน้ำแข็งมาเพิ่มละมั้งนะ

ข้าน้อย จอมเวทย์ที่ถูกลืม ไม่ได้เป็นครูเป็นล่ามเลยค่ะ เจิ้นจบวิศวะมานะ ทำงานข้าราชการค่ะ ตำแหน่งที่ไหนไม่ขอบอกเดี๋ยวโดนทวงนิยายในสถานที่ราชการ 55+ เป็นแอร์ไม่ได้ด้วยหุ่นไม่ให้ -*-

makuro คนนี้ก็ชอบจะประทุษร้ายเครื่องนอนของเจิ้น เป็นเฟรดดี้หรอ เดี๋ยวสั่งขังวังเย็นเลย 55+

xeliilex จิ้นได้ล้ำมาก ขอนับถือ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4396 SSK[a]wt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 09:28
    เปรียบดั่งด้วงเผือก อุ๊บ ฮาาา จะเอาไปชมเพื่อนหญิงบ้างค่ะ!!!!
    #4,396
    0
  2. #4372 Sirikan Kt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 01:08
    สนุกมากเลยค่ะ แปลได้ไหลลื่นมากเลย
    #4,372
    0
  3. #4288 Nut'reeeee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 20:36
    กลับมาอ่านครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ ต้องสะดุดกับกลอนชมหญิงทุกที ฮือออ5555555555555555555



    นางเอกนี่ออกแนวปลงสังเวช แบบจะชมตรูทำไมต้องชมเปรียบสัตว์ประหลาด แล้วชมตอนขึ้นเตียงทุกที
    #4,288
    0
  4. #4192 Nut'reeeee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 15:44
    กลับมาอ่านครั้งที่หก ขำกลอนอีกละ ไม่ชินสักที มันตลกอะ 55555555555555555555555
    #4,192
    0
  5. #4161 allheartforHZT (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 10:51
    หนุกๆๆๆ
    #4,161
    0
  6. #4145 Moean (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 00:27
    กลับมาอ่านครั้งที่ห้า ก็ยังขำอยู่ดี เป็นกลอนที่ประหลาดมาก เห็นด้วยกับเจิ้นที่กลอนเหมือนเปรียบผู้หญิงเป็นสัตว์ประหลาด 555555555555

    รอเรื่องนี้ตีพิมพ์ค่ะ ซื้อแน่นอน
    #4,145
    0
  7. #3997 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 22:04
    เจิ้นชมได้แบบว่าอี๋ยยยยยมาก
    #3,997
    0
  8. #3290 U И I Q U E (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 00:26
      ชอบเวลานางเอกว่าแซะพระเอก 5555555555
    #3,290
    0
  9. #2722 omyimbow (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 17:58
    หวงโฮ่วยิ้มเยาะตนเองหรือเปล่า อ่านเรื่องนี้ต้องใช้สมองขบคิดมากเลยซึ่งในสมองของรีดเดอร์นั้นอัดแน่นไปด้วยขี้เลื่อยซะส่วนใหญ่
    #2,722
    0
  10. #2222 โคะโฮะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 19:11
    พาร์ทหวงโฮ่ว เรียกเยียนกุ้ยผิน เป็น หม่ากุ้ยผิน ผิดอีกแล้วค่ะ
    #2,222
    0
  11. #1569 สงสัย? (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 15:45
    ตอนนี้ชมนากเอกจนเขิน(คนอ่าน)  แต่แอบงงคำ  พอเห็นการอธิบายด้วยภาพด้วงเผือก  เปรียบไปได้ถึงขั้นหมดอารมณ์ เดาว่าคอนางเอกเล็กอวบสวยงามเป็นปล้องๆ  อย่างนั้นใช้ไม๊คะ
    #1,569
    0
  12. #1348 Say จัง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 22:48
    สรุป คือนางงามเยี่ยงสัตว์ประหลาดสินะ
    #1,348
    0
  13. #1285 shinosako (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 12:45
    สัตว์ประหลาด ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

    สนุกมากค่า 


    #1,285
    0
  14. #1275 จันทรามรกต (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 10:10
    กลอนชมหญิงงามได้น่าสยดสยองมาก
    5555
    ถึงชมแบบนี้ไม่รู้จะดีใจหรือร้องไห้ดี
    #1,275
    0
  15. #1235 Bereryl (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 00:51
    คอเหมือนด้วง = ปล้อง

    หน้าผากเหมือนจั๊กจั่น = เหม่ง... แต่แค่เหม่งไม่พอต้องเงาว๊าบแน่ๆ =_=;

    ขอคำยืนยันค่ะ จริงๆแล้วลั่วเยียนสวยใช่มั้ยยยยยย

    #1,235
    0
  16. #1219 Master-D (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 22:03
    สนุกมากเลยคะ
    จะรอนะคะ
    #1,219
    0
  17. #1218 อย่ามามั่ว (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 21:56
    ถามว่าสนุกไหม ตอบเลยสนุกมาก

    แปลดีไหม แปลดีมาก อ่านแล้วสนุกราบลื่นดี

    ถ้าเป็นหนังสือ ผมก็ซื้อเล่น2ต่อไปอีก
    #1,218
    0
  18. #1217 Sirius (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 21:54
    ชอบเรื่องนี้มากครับ ตัวละครในเรื่องมีสมองดี
    #1,217
    0
  19. #1216 ดอก ลิลลี่ สีฟ้า (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 21:51
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ
    #1,216
    0
  20. #1215 ลูกกระต่ายตัวน้อย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 21:34
    สนุกมากๆคะ ขอบคุณนะค่ะ และก็ขอให้ชีวิตในการเริ่มทำงานราบรื่นนะคะ ขอบคุณคะ
    #1,215
    0
  21. #1214 อะยุ่น (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 21:22
    ขอบคุณค่ะ
    #1,214
    0
  22. #1213 zab (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 21:03
    อืม คนจีนนี่ลึกซึ้งจริงๆ

    แม้แต่กลอนชมสาว

    สาวได้ฟังแล้วยังต้องคิด

    ตามอีกหลายตลบ
    #1,213
    0
  23. #1211 Moda (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 20:48
    เห็นชื่อตอนแล้วสงสัยใครที่"สันดานร้ายเร้น" มาอ๋อตอนท้าย หวงช่างนี่เอง อยากอ่านต่อมากๆ
    #1,211
    0
  24. #1210 BooBie (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 20:48
    เชื่อใจไม่ได้เลยหวงช่าง ปากหวาน ก้นเปรี้ยว
    #1,210
    0
  25. #1209 Pi Lo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 20:20
    ชอบนางเอกแบบนี้จังเลย ฉลาด รู้ทันคน และก็รักตัวเองเนี่ยชอบสุดๆๆ
    #1,209
    0