妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 14 : บทที่14 ปิ่นหยก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    27 ต.ค. 57



บทที่14 ปิ่นหยก

        
             นี่เป็นครั้งแรกที่หวงช่างเสด็จมาที่หอท้อหยกแล้วไม่ได้เกิดการต่อสู้พัวพันระดับเทพ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทรงสงสารที่นางเจ็บหัวเข่า หรือสากกะเบือเหล็กของพระองค์ถูกใช้งานหนักมากไปจนสมรรถภาพไม่ดีพอใช้กัน แท้จริงแล้วในใจของจวงลั่วเยียนค่อยข้างโอนเอียงไปทางข้อหลัง จะอย่างไรสัตว์โลกประเภทผู้ชายนั้น ในบางครั้งเดรัจฉานยิ่งกว่าสัตว์ แผลเล็กที่เข่าแค่นี้คงไม่พอทำให้สัตว์กลายเป็นสุภาพบุรุษได้หรอก แน่นอนว่าในโลกนี้ยังมีผู้ชายเช่นหลิวเซี่ยฮุ้ย แต่คิดว่าหวงช่างคงไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในประเภทนี้

         เมื่อคืนภายใต้แสงเทียนแผลที่หัวเข่าของจวงลั่วเยียนนั้นดูน่ากลัว แต่ตอนเช้านางตื่นขึ้นมาดูกลับไม่หนักหนาเท่าไหร่แล้ว เหลือเพียงรอยเขียวอ่อนที่อยู่บนผิวขาว ถึงกระนั้น จะอย่างไรก็ดูไม่งาม

         จวงลั่วเยียนเองยังรู้สึกไม่สวย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหวงช่างที่ทรงเลิกผ้าขากางเกงของนางออกทอดพระเนตร คงทรงรู้สึกน่าเกลียดยิ่งกว่า นางแอบช้อนตามองพระพักตร์หวงช่าง ไม่เห็นแววพระเนตรมีรอยรังเกียจก็ปล่อยให้ทอดพระเนตรเล่นต่อไป

         “ที่เจิ้นมียาลดรอยช้ำ อีกเดี๋ยวเจิ้นจะเรียกให้เกาเต๋อจงเอามาให้” เฟิงจิ่นปล่อยขากางเกงลง แล้วยืนขึ้น “เวลาสายมากแล้ว เจิ้นคงต้องไปราชการก่อน”

         “สนมน้อมส่งฝ่าบาท”

         เฟิงจิ่นเดินไปถึงหน้าประตูก็หันศีรษะกลับมา เห็นความรักในแววตาของจวงลั่วเยียนที่ไม่ทันได้ซ่อนเร้น แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้นก็หายไป เมื่อเพ่งดีๆก็เห็นเพียงเจาผินที่คำนับส่งเสด็จอย่างเรียบร้อยตามกฎเท่านั้น เฟิงจิ่นเหมือนจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ “รออีกไม่กี่วัน เจิ้นจะเลื่อน...” เมื่อคิดถึงแววตาที่เห็นนั้นอีกครั้งก็ต้องหยุดชะงัก กล่าวต่อด้วยเสียงราบเรียบขึ้น “อย่าลืมทายาให้ตรงเวลา มีอะไรไม่สบายตรงไหน ก็บอกไปที่ตำหนักกลางซะ”

         ออกจากหอท้อหยก เฟิงจิ่นมองไปที่เกาเต๋อจง น้ำเสียงเรื่อยๆ “ใครเป็นคนสั่งโทษคุกเข่าแก่เจาผิน” ท่าทีของเขามั่นใจว่าเกาเต๋อจงต้องรู้เรื่องนี้

         เป็นถึงราชขันทีผู้มีอำนาจสูงสุดในการดูแลตำหนักฉีเจิ้ง ที่สมควรรู้ก็ควรจะรู้ให้หมด เมื่อหวงช่างตรัสถามแล้ว คนรับใช้ของหวงช่างอย่างเขาก็ต้องตอบไป “ทูลฝ่าบาท นู๋ไฉได้ยินข่าวว่าหยวนเฟยพบกับเจาผินที่สวนหลวง ก็ไม่รู้ว่าเหตุใด พระสนมหยวนเฟยถึงทำโทษให้เจาผินคุกเข่าอยู่นานทีเดียว จากนั้นก็พบกับพระสนมโหรวเฟยอีก ถึงยอมให้นายหญิงเจาผินกลับไป”

         “นี่เป็นเรื่องของเมื่อไหร่” เฟิงจิ่นก้าวเท้าขึ้นที่ประทับ ปล่อยให้เหล่าขันทีแบกไป เสียงที่พูดยังจังหวะสม่ำเสมอ

         “สิบวันมาแล้วพะยะค่ะ” เกาเต๋อจงทูลตอบอย่างระมัดระวัง

         เฟิงจิ่นยิ้มเยาะ “เรื่องผ่านมาสิบวันแล้ว หัวเข่าของเจาผินก็ยังไม่หายดี

         เกาเต๋อจงลังเลเล็กน้อยก่อนทูลต่อว่า “เดิมทีก็ควรไม่มีอะไรแล้วพะยะค่ะ แต่สองวันก่อนหยวนเฟยเหนียงเนี่ยงกลับเรียกนายหญิงเจาผินไปพบอีกครั้ง ส่วนจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นนั้น นู๋ไฉไม่ทราบจริงๆพะยะค่ะ”

         เรื่องในตำหนักของหยวนเฟย เขาไม่อาจและไม่กล้าไปรับรู้ เรื่องเกิดในสวนหลวงนั้นเป็นส่วนรับผิดชอบที่เขาควรจะทราบ ส่วนเรื่องในตำหนักสนม แม้เขาจะรู้ก็ทำเป็นไม่รู้

         เฟิงจิ่นนิ่งเงียบไป ไม่ได้สอบถามอะไรอีก แต่ในใจของเกาเต๋อจงรู้แน่ว่า ฝ่าบาททรงพิโรธแล้ว

 

         จวงลั่วเยียนใช้สายตาส่งเสด็จเฟิงจิ่น หันหลังมาเห็นคนรับใช้ที่รอปรนนิบัติอยู่ “พวกเจ้าออกไปได้ ให้หยุนซีกับทิงจู๋อยู่ช่วยข้าก็พอ”

         ที่สวนหลวงนั้น หยวนเฟยให้นางคุกเข่าจริง แต่หัวเข่าไม่มีแผลมากมายอะไร แต่ต่อมานางก็คิดไม่ถึงว่าหยวนเฟยกล้าถึงขนาดเรียกนางไปพบที่ตำหนัก

         เห็นปิ่นหยกด้ามหนึ่งแตกหักเป็นสองท่อนหล่นอยู่บนพื้น จากนั้นก็ลงโทษให้นางคุกเข่าถึงสองชั่วยาม ลมหายใจนี้นางอดกลั้นมาตลอด รอเพียงถึงวันที่จะได้หายใจได้คล่องขึ้น

         นางลงมาจากเตียง ให้หยุนซีและทิงจู๋บริการล้างหน้าล้างมือให้ เปิดกล่องสีผึ้ง ใช้นิ้วเกี่ยวขึ้นมาเล็กน้อยแล้วทาที่ริมฝีปาก สีสดดูเย้ายวนสะดุดใจผู้คน

         ยกยิ้มมุมปากขึ้นอีกนิด ปิดกล่องสีผึ้งแล้ววางไว้ที่เดิม จวงลั่วเยียนเอ่ยด้วยเสียงเกียจคร้านว่า “แต่งตัวได้”

         นางไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักจิ่งยางตามกฎ หวงโฮ่วก็ยังคงดูสง่าและสูงศักดิ์เช่นเคย สายพระเนตรที่ทอดมองจวงลั่วเยียนนั้นราวสายตาของพี่สาวน้องสาวที่รู้ใจกันมานาน กลับเป็นสายตาของเยียนกุ้นผินที่วันนี้เมื่อแลและยิ้มให้นางออกจะดูเกินไปสักหน่อย

         หยวนเฟยแม้จะไม่ชอบจวงลั่วเยียน แต่เมื่อคืนหวงช่างเพิ่งเสด็จไปที่หอท้อหยก ไม่รู้ว่าหวงช่างทรงทอดพระเนตรเห็นรอยช้ำหรือไม่ ถ้าหวงช่างทรงทราบแล้วละก็...

         เรื่องการตายของสองนางกำนัลนั้นใหญ่โตถึงขนาดมีการให้ตรวจสอบทุกตำหนักที่พัก แต่เวลานี้นางสนมทุกนางกลับทำเหมือนลืมเรื่องนี้แล้วไม่ปาน ไม่มีใครเอ่ยถามถึงซักคำ

         หวงโฮ่วองค์เองก็ทรงพระทัยเย็น รอจนนางสนมทูลลากลับกันไปหมดแล้วก็ยังไม่มีใครได้ยินทรงเอ่ยโอษฐ์สอบถามถึงเรื่องนี้ ทำให้ทุกคนไม่แน่ใจในท่าทีขององค์หวงโฮ่ว

         จวงลั่วเยียนให้ทิงจู๋พยุงมือ เดินออกจากตำหนักพลางยิ้มแย้มพูดคุยกับว่างผินและเจียงเสียนผิน ที่เดินนำหน้าพวกนางคือหยวนเฟย แต่ครั้งนี้หยวนเฟยทำเหมือนมองไม่เห็นนาง แค่เดินออกจากตำหนักแล้วก้าวขึ้นเกี้ยวจากไป

         มองขบวนของหยวนเฟยจากไปไกลแล้ว จวงลั่วเยียนสีหน้านิ่งเฉย ราวหยวนเฟยผู้นั้นไม่เคยกลั้นแกล้งนาง ในที่แห่งนี้ใครจะไม่ทราบบ้างว่าหยวนเฟยกับเจาผินนั้นไม่ถูกกัน เพียงแต่หยวนเฟยเป็นพระสนมชั้นสูงกว่า และเจาผินนั้นเป็นที่ทรงโปรดปรานกว่า จึงแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเท่านั้น

         เห็นได้ชัดจากท่าทีของหยวนเฟยในวันนี้ว่าคงไม่กล้าหาเรื่องเจาผินไปอีกซักพักแล้ว

         จวงหว่านชิงมองสีหน้าที่ไม่แปรผันของจวงลั่วเยียนแล้วเผยรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะหมุนตัวจากไป

         ในเวลาที่เหล่าสนมกำลังสันนิษฐานว่าหยวนเฟยคงถูกหวงช่างตรัสตำหนิเรื่องที่กลั่นแกล้งเจาผิน กลับมีข่าวออกมาว่าหวงช่างทรงเสี่ยงป้ายของหยวนเฟย เหล่าสนมจึงพากันรอดูชมสภาพเจาผินเสียหน้าในวันรุ่งขึ้น

         แต่เจ้าของเรื่องอย่างจวงลั่วเยียนนั้นมีท่าทีสงบนิ่งยิ่งนัก ในมือของนางถือปิ่นหยกด้ามหนึ่งเล่น ถ้าคนของตำหนักหยวนเฟยมาเห็นคงต้องตกใจ เพราะปิ่นหยกนี้กับด้ามที่หยวนเฟยทำตกแตกเหมือนกันอย่างกับแกะ

         ฟ้ามืดแล้ว ในส่วนลึกของวังหลังนั้นบรรยากาศน่าแปลกประหลาดและชวนน่าขนลุก  เมื่อทุกคนกำลังอยู่ในภวังค์กึ่งฝันกึ่งตื่นอยู่นั้น แสงเทียนที่ตำหนักของหยวนเฟยกลับสว่างราวกลางวัน ขันทีเฝ้าหน้าตำหนักได้ยินเสียงสิ่งใดตกแตกแว่วมา จากนั้นก็แทบทรุดตัวลงไปส่งเสด็จแทบไม่ทัน เมื่อเห็นหวงช่างทรงก้าวพระบาทออกจากตำหนักไปด้วยสีพระพักตร์เย็นชาเครียดขึง

         เรื่องราวเช่นนี้ไม่ต้องรอจนถึงเช้าวันต่อมานางสนมทั้งวังก็รู้เรื่องราวกันสิ้น คืนนั้นข่าวแพร่สะพัดทั่ววังหลัง จวงลั่วเยียนก็เช่นกัน ขณะนั้นนางกำลังให้ทิงจู๋ช่วยนวดเข่า

         “หยวนเฟยผู้นั้นทำอะไรให้หวงช่างทรงพิโรธขนาดนี้กันเจ้าคะ” หยุนซีจุดเทียนบนเชิงอีกดอก สีหน้าแสดงความสงสัยเป็นอย่างยิ่ง

         “ข้าจะรู้ได้อย่างไร คงมีซักเรื่องที่ให้ทำผิดได้ละ” จวงลั่วเยียนหาวง่วงนอน หรี่ตาที่เริ่มรู้สึกล้าบ้างแล้ว “ดึกมากแล้ว ควรจะนอนแล้ว พวกเจ้าก็กลับไปนอนกันเถอะ” เมื่อพูดจบก็หลับตาลง

         หยุนซีและทิงจู๋มองตากัน จากนั้นก็วางมุ้งลง ดับเทียนทั้งหมดแล้วถึงถอยตัวออกไป แต่ในใจนั้นยังรู้สึกหนักอึ้งและไม่มั่นคง

         เช้าวันต่อมา ได้มีราชโองการจากตำหนักฉีเจิ้งถ่ายทอดไปทั่ววังหลัง

         “หยวนเฟยตระกูลหลิน เข้าวังรับใช้หลายปีกลับไม่สามารถให้กำเนิดพระโอรสพระธิดา จิตใจคับแคบ ไร้คุณธรรมแห่งพระสนมชั้นเฟย เจิ้นเสียใจยิ่งนัก ให้ปลดตำแหน่งชั้นเฟย เห็นแก่ได้ปรนนิบัติเจิ้นมานานปี ลดตำแหน่งเป็นชั้นสี่รอง หลินผิน”

         สนมคนหนึ่งโดนตรัสตำหนิว่า “ไร้คุณธรรมแห่งพระสนมชั้นเฟย” เกรงว่าคงไร้วาสนากับชั้นเฟยไปชั่วชีวิตแล้ว

         ขณะราชขันทีเกาเต๋อจงอัญเชิญพระราชโองการมา บรรดาสนมที่มีชั้นสูงหน่อยต่างประจำอยู่ที่ตำหนักของหวงโฮ่วแล้ว เมื่อราชโองการนี้ถูกประกาศ หยวนเฟยก็ล้มลงไปฟุบกับพื้นทันที

         รอจนเกาเต๋อจงจากไป เหล่าสนมต่างมองไปที่จวงลั่วเยียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

         วังหลังก็เป็นเช่นนี้เอง คลื่นร้ายลูกใหม่ซัดกลบคลื่นลูกเก่า ไม่รอให้ถึงเสี้ยวเวลาสุดท้ายคงไม่ทราบว่าใครจะเป็นผู้หัวเราะเยาะ เมื่อไม่กี่วันก่อนหยวนเฟยยังสามารถรังแกเจาผินอย่างไรก็ได้ แต่วันนี้กลับถูกลดจนเหลือชั้นผินเหมือนกับเจาผิน แต่เจาผินนั้นมีฉายาฐานะสูงศักดิ์กว่า

         หวงโฮ่วมองไปที่หลินผินที่คุกเข่าอยู่บนพื้น แววตาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ เดิมทีหวงช่างก็ทรงไม่พอพระทัยตระกูลหลินอยู่แล้ว หยวนเฟยยังจะกลั่นแกล้งเจาผินอย่างโจ่งแจ้งอีก แค่ด้วยเรื่องที่บิดาของเจาผินส่งฎีกาฟ้องเรื่องบิดาของหยวนเฟย หลินผินนั้นไม่ฉลาดเอาเลยจริงๆ ตกต่ำถึงเพียงนี้นั้นนับได้ว่าไม่ได้ใส่ร้ายนางเลย

         ข้ามคืนถูกลดจากชั้นหนึ่งล่างเฟยมาเป็นชั้นสี่รองหลินผิน เรียกได้ว่าลดหลายชั้นเลยทีเดียว ทั้งยังมีศักดิ์สู้เจาผินที่มีฉายาไม่ได้ด้วย การลงพระหัตถ์ครานี้ของหวงช่างทรงโหดเหี้ยมเลือดเย็นยิ่งนัก

         หวงโฮ่วมองไปรอบห้อง ทิ้งสายตาที่เจาผินผู้มีสีหน้านิ่งเฉยชั่วครู่ “เมื่อราชโองการถูกประกาศ และเปิ่นกงเองก็รู้สึกล้าแล้ว พวกเจ้ากลับกันไปเถอะ”

         เหล่าสนมต่างจากไปโดยดี รวมทั้งหลินผินผู้มีใบหน้าซีดเผือดก็เช่นกัน

         เมื่ออกจากตำหนัก หลินผินรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มเย้ยรอบด้าน เงยหน้าไปมองเห็นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นของเจาผิน เมื่อเหลือบเหนือขึ้นไปที่ระหว่างเส้นผมของนาง สีหน้าของหลินผินก็แปรจากขาวซีดเป็นขาวอมเขียว

         ระหว่างเส้นผมของเจาผินนั้น ปักปิ่นหยกด้ามหนึ่ง ปลายด้ามฉลุลายธรรมดาอย่างเมฆนำโชค แต่กลับสะท้อนแสงให้ใบหน้าของเจายิ่งดูอ่อนหวานสดใส

         หลินผินกลับรู้สึกว่า สีหน้าและรอยยิ้มอบอุ่นของเจาผินนั้นเยือกเย็นไปถึงกระดูกของนาง

 

         ตอนนี้คงสะใจใครหลายคนเลย ที่ช้าเพราะว่าเมื่อวานต้นฉบับมีเขียนเรื่องไม่ตรงกับตอนก่อนหน้าจึงต้องอ่านไปให้แน่ใจก่อนว่าที่จริงคนเขียนหมายถึงอะไรกันแน่ ส่วนคำเปรียบเปรยต่างๆ เช่นสากกะเบือ การสู้รบพัวพันพวกนี้คืออะไรต้องเดากันเอง คนอ่านคงเดาได้ยากหน่อยนะคะ เพราะเป็นสาวน้อยไม่ประสากันทั้งนั้น หุหุ

ตอบคำถาม

เยอะมากไม่ได้ตอบสองตอนยาวไปถึงสนามหลวงแล้ว

คำถาม 1           เรื่องการลงแปลนิยาย สปอย ต่างๆ ขอขอบคุณ คุณรักหวานแหววด้วยนะคะ ตอบให้ตรงประเด็นมาก คือที่เคยบอกไปแล้วว่าเรื่องนี้เห็นว่าสนุกดี เลยเอามาแปลให้อ่านระหว่างรอบรรจุงาน และไม่คิดว่าจะคนอ่านแยอะ เลยไม่ได้แปลสำรองเอาไว้หลายๆตอน คือแปลจบหนึ่งตอนลงหนึ่งตอน ไม่ได้ตั้งใจถ่วงเวลาแต่อย่างใด เมื่อช่วงไหนที่แปลออกมาภาษาไม่ดีเลยจะพักไปทำอย่างอื่นก่อน จากนั้นก็แปลต่อช่วงนี้คงเห็นได้ว่า แปลลงทุกวัน นี่คือวันหนึ่งแปลได้อย่างน้อยหนึ่งตอนนะคะ อย่างวันเสาร์น้องมาเร่งก็พยายามจนได้สองตอนก็เลยลง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เรื่องคอมเม้นต์เป็นข้ออ้างเท่านั้น(เห็นนิยายเรื่องอื่นเค้าทำกัน55+) เข้าใจตรงกันนะคะ ยอดวิวและคอมเม้นต์คือกำลังใจให้ทำต่อไปอย่างสม่ำเสมอค่ะ ไม่ได้ทำให้แปลเร็วขึ้นแต่อย่างไร ขอให้อดใจรอกันนะคะ ไม่งั้นขอให้มาอ่านอาทิตย์ละครั้งก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ค้างมากนะ

            เรื่องสปอยอยากทำก็ทำได้ไม่ได้ห้าม ความคิดเห็นเป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะว่าอินกันก็เข้าใจค่ะ จะคุยกันเองเล่น หรือเม้าท์พ่อแม่เพื่อนข้างบ้านยังไงก็ได้ แต่ขอให้อยู่ในจุดที่ไม่ทำให้ชุมชนเล็กๆแห่งนี้รำคาญนะคะ อยู่ร่วมกันประนีประนอม นี่หน้าเพจนิยายกำลังจะเป็นวังหลังแล้วหรือนี่ สงสัยเจิ้นต้องตั้งหวงโฮ่วขึ้นมาซักคน มีใครเสนอตัวมั้ย55+

            แต่อย่ามาลงความคิดเห็นเปล่าเหมือนคุณ Tui nui นะคะ นับรวมได้200คอมเม้นต์ว่างเปล่าติดกัน ครั้งละร้อย  ขอยอมรับว่าโกรธมาก ต้องมานั่งลบทีละอัน ถ้ามาคอมเม้นต์ด่า หรือว่าโดยไร้เหตุผลยังไม่สามารถทำให้เค้าอารมณ์เสียได้เลย เตือนแล้วก็ไม่ฟัง ยังมาอีก เอาไปลงบอร์ดพร้อมอีเมลบอกเวปมาสเตอร์เลย นี่คือความเด็ดขาดของเจิ้น เพื่อส่วนรวมด้วย

คำถาม2 ข้าวปั้น ผักกาดหอม(ชื่อน่ากินทั้งคู่เลย) ขอบคุณค่ะ คิดคำว่าน้ำคำนี่ละค่ะ แต่คิดไม่ออก กลายเป็นน้ำปากไป เดี๋ยวไปแก้ให้ค่ะ

คำถาม3 NaNTiA ขอบคุณค่ะช่วยตอบหลายคำถามเลย ที่จริงมันคือ “เจิ้น” นี่แหละค่ะ แฮๆๆๆ เค้าผันวรรณยุกต์ผิดเอง คุณNaNTiAมาแก้ตัวให้เค้าซะหรูเลย นี่ดียิ่งกว่าทิงจู๋และหยุนซีอีกนะ จะเริ่มแก้ที่บทนี้นะคะ รอรีไรท์ทีเดียวตอนแปลจบเรื่อง จะได้เห็นวิวัฒนาการความอุบาทว์???ของเค้า ส่วนที่คุณข้าวปั้น ถามถึงเรื่องข้าราชบริพารในเรื่องตี๋เหรินเจี๋ย “เจิ้น”นี่ใช้กับหวงตี้คนเดียวค่ะ พวกขุนนางเรียกตัวเองว่า “เฉิน()” ค่ะ ในเรื่องแปลว่าข้าน้อย ข้าสนม

             คุณyuechanและ คุณkiriaขอบคุณค่ะจะไปแก้ให้นะคะ

คำถาม4 Bereryl เม้นต์ยาวมาก เหมือนคนพูดเป็นชุดๆ แล้วเผลออ่านตามจังหวะเร็วติดๆกันด้วย แล้วตอนหลังคิดได้ว่า เฮ้ยเราจะอ่านให้เร็วไปเพื่อ ตอบเรื่องชื่อค่ะ ชื่อซิ่วจิ่นไม่เหมือน ชื่อหวงตี้นะคะ แค่เสียงเหมือนกัน ซิ่วแปลว่าดีเยี่ยม เหมือนอ.ให้คะแนนประเมิน เลว พอใช้ ดี ดีมากนี่แหละค่ะ ส่วนจิ่นแปลว่าแพรไหมเงิน ส่วนมากเป็นคำชื่อผู้ชายนะคะ

คำถาม5 ทานิ ถูกแล้วค่ะ ตามต้นฉบับกล่าวถึงตอนโดนรังแกก่อนนางเอกจะไปเจอหวงช่างครั้งแรกค่ะ โดน หม่าเจี๋ยอยวี่แกล้ง ตอนที่ยังเป็นจวงหว่านอี้ จึงยศต่ำกว่าหม่าเจี๋ยอยวี่ไม่เท่าไหร่ ในเรื่องไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดค่ะ แต่ต้นฉบับพูดว่าช่วงหวงช่างไม่ได้เสด็จมาไม่กี่วันมานี้ อาจทำให้สับสน นี่ก็แปลตามต้นฉบับนะคะ แต่เดี๋ยวไปแก้ให้เข้าใจง่ายขึ้นแล้วกันค่ะ  

คำถาม6 bonut คมในฝัก ภาษาจีนคือ鞘里藏 คือมีมีดซ่อนในปลอก แต่ส่วนมากเปรียบเทียบว่าคนๆนั้นมีจิตใจจะฆ่าอีกคนหนึ่งมากกว่าจะเป็นการไม่เผยความเก่งกาจนะคะ อีกคำก็คือ藏刃 ก็แปลว่าซ่อนคมตรงตัวเลย

คำถามใครที่ไม่ได้รับการตอบคือเจิ้นหาไม่เจอแล้วมันถูกรันไปไหนไม่รู้ช่วยเม้นต์มาอีกทีในตอนที่14นะคะ ไม่ตอบคำถามการตีความเนื้อเรื่อง เช่นหวงโฮ่วรู้ว่าหวงช่างไม่ชอบเครื่องหอมใช่มั้ย ตอนจบนางเอกอยู่ชั้นอะไร ตอนอยู่ที่สวนหลีนางรู้มั้ยว่าหวงช่างอยู่ที่นั้นต่างๆ  แต่ถ้าเพื่อนๆคนอื่นมาตอบแสดงความคิดเห็นของตัวเองให้ก็เชิญเลยค่ะ

ปล. ใครอยู่บนต้นไม้เจิ้นไม่สอย ใครปุ่มF5พัง หมอนขาด ที่นอนกระจุย ตกเตียง ฟินจนไปแปลเองแล้วด่าอากู๋นี่ เจิ้นไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น 55+ ใครจะมากัดขาเตียงเจิ้นขอบอกเลยว่าเตียงเจิ้นไม่มีขา #เกรียน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4395 SSK[a]wt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 08:59
    รู้สึกสงสารหวงช่างสุดใจ... ทำไมนางเอกไม่หวั่นไหวบ้างนะ..
    #4,395
    0
  2. #4245 Chen P (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 06:42
    ผู้หญิงน่ากลัว
    #4,245
    0
  3. #4102 เมมฟิส (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:14
    สะใจค่ะ
    #4,102
    0
  4. #3991 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 18:40
    นี่สินะที่เรียกว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า
    #3,991
    0
  5. #3466 little-red-cap (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 20:55
    งงเรื่องปิ่นนิดหน่อยอะ
    #3,466
    0
  6. #3287 U И I Q U E (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 00:03
      มีคำพูดให้ฮาตลอด 555555
    #3,287
    0
  7. #3009 sweetrainbow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 14:49
    ยังแอบงงๆเรื่องปิ่นปักผมอยู่เลยค่ะ สงสัยต้องไปอ่านอีกรอบ
    #3,009
    0
  8. #2715 omyimbow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 15:45
    ไม่ประสาเลย ขอรบกวนถามหน่อยค่ะ ปิ่นปักผมนี่นางเอกได้แต่ใดมา
    #2,715
    0
  9. #2331 ฝนธารา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 17:11
    สนุกมากค่ะ
    #2,331
    0
  10. #2161 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 13:07
    อยากจะบอกว่าฮามาก "ต่อสู้พัวพันระดับเทพ" "สากกระเบือเหล็ก"

    แล้วสนมเจาที่รักก็ช่างมองหวงช่างในแง่เลวร้ายจริงๆ 555+
    #2,161
    0
  11. #2082 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 18:47
    ล่วงทีนี่ล่วงเยอะเนอะ กว่าจะไต่ขึ้นไปได้...... จะว่าโชคร้ายหรือทำตัวเองดีนะ จากชั้นหนึ่งล่าง มาอยู่ชั้นสี่รอง แถมฉายาโดนยึดคืนอีกต่างหาก งานนี้มีเจ็บหนักแหง โดนล้างแค้นแหงๆ เหอๆๆ อยู่ยากแล้ววววววว
    #2,082
    0
  12. #1968 มาใหม่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 07:55
    มีข้อสงสัยจ้า ปิ่นหยกที่เหมือนกัน

    มันหมายความ หรือมีนัยยะอะไรหรอคะ

    ใครก็ได้เฉลยเราที
    #1,968
    0
  13. #1918 shiro-neko (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 13:12
    เพ่งมาตามอ่าน ชอบมากเลย แปลเก่งมากๆอะ อ่านแล้วลื่นดีไม่สะดุดเลยยย
    #1,918
    0
  14. #1273 จันทรามรกต (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 10:07
    เหนือฟ้ายังมีฟ้า
    5555
    นางเอกสมองใส หัวใจสิงห์
    #1,273
    0
  15. #1200 ★SHIRAZ'II★ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 19:37
     
    #1,200
    0
  16. #1135 amnesiac (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 11:38
    นางเอกร้าย! ตาต่อตามากๆ หนาวสะท้านไปเลย
    #1,135
    0
  17. #1116 Dark Girls (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 05:58
    งืมๆไม่เข้าใจตอนท้าย
    #1,116
    0
  18. #1113 Estrellas Phoehe (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 03:16
    =_= รออ่านตอนต่อไป การแปลในอากู๋ไม่ได้ช่วยอะไรเลย....
    #1,113
    0
  19. #1100 prince.phychosis (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 23:04
    หยวนเฟย มาจากฉายา-ตำแหน่งคะ. พอถูกลดชั้น ฉายาก็ถูกปลดด้วย เลยเป็น หลินผินคะ ถ้าเราเข้าใจไม่ผิดนะ
    #1,100
    0
  20. #1098 เคที่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 22:54


    เจ้เเกร้ายจริง เเต่ทำไมเราถึงว่าเฮียเเกร้ายกว่า

    อ่านดีๆ เเล้วจะรู้สึกว่า อันที่จริงโปรดนางเอกนี่ก็มีส่วนเเน่นอน เเต่ที่สำคัญสุดคืออยากลดอำนาจของตระกูลหลินอยู่ก่อนเเล้ว

    สบโอกาสอาเจ้ถูกลังเเกเพราะเรื่องของพ่อๆ ก็เลยลงโทษพร้อมกับเป็นการส่งสารให้ตระกูลหลินรู้ว่าไม่พอใจ เรื่องนางเอกถูกรังเเกเป็นเพียงผลพลอยได้ชัดๆ



    ปล. อันนี้ไม่รู้เราเพ้อคิดลึกเกินจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ 5555+
    #1,098
    0
  21. #1097 Say จัง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 22:51
    งงกับหยวนเฟยมากค่ะ
    ปกติชื่อสนมจะเป็น ตระกูล+ตำแหน่งใช่ไหมค่ะ
    แล้วหยวนเฟยก็มาจากตระกูลหลิน ต้องเป็นหลินเฟยรึเปล่าค่ะ
    เพราะในตอนนี้ก็บอกชัดเจนว่านางไม่มีฉายา
    ลดตำแหน่งมาก็เป็นหลินผิน ไม่ใช่หยวนผิน

    #1,097
    0
  22. #1095 -~+*. JoHanNa.*+~- (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 22:18
    เปรียบเป็นสากกระเบือ นางเอกเราเกรียนกว่าที่คิด ฮ่าๆๆๆ
    #1,095
    0
  23. #1081 kikza_kung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 21:26
    เจาผินมาเหนือเมฆมาก
    #1,081
    0
  24. #1069 R E D M o o n (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 20:33
    ชอบๆ นุกๆ รักคนแปลจังเลย
    #1,069
    0
  25. #1057 Darling (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 20:02
    สากกะเบือเหล็ก คึคึคึ
    #1,057
    0