妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 13 : บทที่13 เรื่องจริงเรื่องลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    27 ต.ค. 57



บทที่13 เรื่องจริงเรื่องลวง

 



 

            เฟิงจิ่นมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่บนพื้น โน้มตัวลงเพื่อประคองนางขึ้นมา “สนมรักมิต้องมากพิธี” สายตาย้ายไปที่หัวเข่าซึ่งถูกชุดคลุมบังไว้ จากนั้นก็เอี้ยวตัวไปบอกเกาเต๋อจง “เรียกแพทย์หลวงมา”

            “พะยะค่ะ” เกาเต๋อจงได้ยินก็ถอยออกไป หยุนซีไหวตัวทันก็ยกอ่างที่น้ำยังส่งไอควันอยู่ขึ้นมาและขอตัวเช่นกัน เมื่อไปถึงประตูจึงเอี้ยวหันมามองด้วยความเป็นห่วง เห็นหวงช่างทรงกำลังประคองนายหญิงให้นั่งลง ถึงวางใจแล้วเดินออกไปต่อ

            “พับขึ้นมาให้เจิ้นดูหน่อย” เฟิงจิ่นเห็นหัวเข่าที่ถูกปิดบังอย่างแน่นหนานั้น ต้องเอ่ยเสียงเรียบ “มีเรื่องอะไรที่เจิ้นรู้ไม่ได้บ้าง

            จวงลั่วเยียนลังเลเล็กน้อยถึงม้วนพับขากางเกงขึ้นมาเสมอเข่า เห็นรอยช้ำเขียวดูน่ากลัว “ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกเพคะ เพียงแลไม่น่าดูเท่านั้น...”

            “บิดาของเจ้าเป็นขุนนางที่ดี” ปกติคนที่เป็นจักรพรรดินั้นจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องราชการต่อหน้าสนมวังหลัง เพราะฉะนั้นเฟิงจิ่นหลุดปากออกมาประโยคเดียวก็เปลี่ยนประเด็นไป “ถ้ามีอาการเจ็บป่วยอะไร เจ้าก็ต้องระวังตัวบ้าง มีแพทย์หลวงจะปล่อยให้นั่งว่างไว้เพื่ออะไร

            หวงตี้ไม่กล่าวถึงเหตุที่นางได้รับบาดเจ็บ จวงลั่วเยียนก็ไม่เข้าข้างตนเองจนเอ่ยเรื่องไม่ควรพูดเช่นกัน เพียงแต่ยิ้ม “สนมเพียงคิดว่าดึกป่านนี้แล้ว ไม่ควรปลุกคนในวังให้แตกตื่นเพคะ”

            “เจ้าเป็นผู้หญิงของเจิ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องใดให้มากมาย” เฟิงจิ่นตบหลังของจวงลั่วเยียนเบาๆ ที่ฝ่ามือระอุไอร้อนอบอุ่น “เจ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดี จะให้เจิ้นวางใจได้อย่างไร”

            “หวงช่าง” จวงลั่วเยียนหันไปมองหวงตี้อย่างตื้นตันเพียงครู่ก็ก้มหัวลงไป จะเชื่อน้ำคำของหวงตี้ ให้เชื่อว่าผีออกมาตอนกลางวันได้ยังดีเสียกว่า

            มีคนกล่าวไว้ว่า หญิงที่ก้มศีรษะเอียงอายนั้นดึงดูดผู้คนมากที่สุด เฟิงจิ่นก็เป็นชายธรรมดาคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นใบหน้างามเช่นนี้ ก็ไม่อาจอดใจไว้ได้ แต่เพียงคิดถึงว่าหัวเข่าของเจาผินยังไม่ได้ทายา เขาจึงได้แต่ยื่นมือไปลูบผมยาวดำขลับ อีกมือกุมไปนิ้วมือนางเนื้อเย็น

            หอท้อหยกไม่ได้รมเครื่องหอม มีเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆของผลไม้ คงเป็นเจาผินที่นำมุ้งเครื่องนอนและเสื้อผ้าไปอบไว้กับผลไม้สด กลิ่นนั้นแม้เบาบาง แต่ก็ทำให้คนรู้สึกสบายสดชื่น

            จวงลั่วเยียนไม่ทราบพระดำริของหวงช่าง เพราะฉะนั้นนางจึงไม่กล้าขยับตัวผิดจังหวะ แค่แกล้งทำเหมือนไม่ได้ตั้งใจและไม่รู้ตัว เอียงตัวเข้าไปในอ้อมพระอุระช้าๆ ให้เหมือนเป็นสัญชาตญาณของนาง ไม่ได้ตั้งใจจะยั่วยวนพระองค์

            สัมผัสอุ่นนิ่มที่อกทำให้เฟิงจิ่นโอบรัดคนในอ้อมกอดอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่พูดอะไร และไม่อยากจะพูดอะไร ช่วงเวลาสงบและผ่อนคลายอันหาได้ยากนี้ทำให้มุมปากของเขายกสูงขึ้น อีกนิด

            เกาเต๋อจงที่เฝ้านอกหอรู้สึกแปลกใจที่ภายในห้องไม่มีเสียงอะไรเลย โอกาสที่ดีเยี่ยงนี้ เจาผินควรที่จะฟ้องเรื่องของหยวนเฟยไม่ใช่หรือ หรือว่าเจาผินจะหลงรักหวงช่างล้ำลึกถึงขนาดเมื่อเห็นพระพักตร์หวงช่างก็ลืมเลือนเรื่องอื่นใดไปหมดสิ้น

            ไม่รู้เจาผินนี้โง่หรือโชคดีกัน ถ้าไม่ใช่หวงช่างทรงสดับบทสนทนาของนายบ่าวเมื่อครู่ เจาผินคงต้องกล่ำกลืนความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับตนอย่างเสียเปล่า และเกรงว่าคงจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ด้วย

            เพราะในวังหลังนี้เป็นที่ทรงโปรดนั้นสำคัญก็จริง แต่ชั้นยศก็สำคัญมากไม่แพ้กัน หวงช่างทรงสิเน่หาใครก็มิใช่ว่าคนนั้นจะลืมตัวตนไปได้ ในวังหลังแห่งนี้การทำตามกฎระเบียบนั้นสำคัญที่สุด

            “กงกง แพทย์หญิงมาแล้วขอรับ” ขันทีน้อยตามแพทย์หญิงสองนางเข้ามา นางทั้งสองอยู่ชุดเสื้อผ้าที่ดูก็พอรู้ว่ามีประสบการณ์ไม่น้อย

            เกาเต๋อจงพงกหน้ารับคำ เขาเห็นว่าเจาผินเป็นแผลที่หัวเข่า จะเรียกแพทย์หลวงเลยคงไม่สะดวก จึงให้ขันทีน้อยที่เป็นลูกน้องไปเรียกแพทย์หญิงมา คิดว่าหวงช่างคงไม่ทรงติเรื่องที่เขาตัดสินใจเยี่ยงนี้

             “ฝ่าบาท แพทย์หญิงของสำนักแพทย์หลวงขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ” นอกประตู เกาเต๋อจงยกเสียงสูงขึ้นหน่อย พอให้นายเหนือหัวทรงทราบ

            “เข้ามาได้”  เฟิงจิ่นปล่อยตัวเจาผิน พอใจในความรอบคอบของเกาเต๋อจง เมื่อแพทย์หญิงเข้ามา เขาก็โบกมือ “ไม่ต้องมากพิธี รีบมาดูแผลที่หัวเข่าของเจาผิน”

            แพทย์หญิงสองนางยังคงย่อกายคารวะแล้วเดินไปใกล้เตียง รอยช้ำที่หัวเข่าของเจาผินทำให้เปลือกตาของทั้งคู่กระตุก พวกนางอยู่ในวังเป็นแพทย์หญิงใยจะดูไม่ออกว่ารอยช้ำแบบนี้นั้นเกิดมาจากอะไร เห็นสีพระพักตร์ของหวงช่างแล้วก็พอคาดเดาได้ว่าเจ้านายที่รังแกเจาผินต้องเจอกับอะไร   

            แพทย์หญิงที่ดูอายุมากกว่าย่อคำนับอีกครั้งแล้วกราบทูลว่า “ฝ่าบาท บาดแผลของนายหญิงเจาผินไม่ได้ลงลึกถึงเอ็นกระดูกเพียงแต่ต้องนวดไปที่รอยช้ำ นายหญิงเจ้าผินอาจต้องทนเจ็บบ้างเพคะ”

            “ไม่เป็นไร” จวงลั่วเยียนยิ้มรับ “พวกเจ้าทายาเถอะ”

            “เจ้าค่ะนายหญิงเจาผิน ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอบังอาจล่วงเกิน” แพทย์หญิงนำยาออกมา ทาไปทั่วฝ่ามือจากนั้นก็ประคบไปบนรอยช้ำ กดน้ำหนักฝ่ามือลงอีกเพื่อวนนวด

            จวงลั่วเยียนเจ็บจนกระพริบตาถี่ จากนั้นก็หันไปมองหวงตี้ด้วยสีหน้าพยายามนิ่งที่สุด “ฝ่าบาท สนมไม่เป็นอะไร”

            เฟิงจิ่นเห็นหน้าผากของเจาผินมีหยดเหงื่อเย็นไหลออกมามากมาย แต่ริมฝีปากของนางกลับพยายามจะยิ้มให้เขา ยื่นมือเขาไปบีบมือนาง “เจิ้นรู้”

            เกาเต๋อจงก้มศีรษะให้มากกว่าเดิม เดิมทีเขาคิดว่าเจาผินนั้นฉลาดเฉลียวขึ้นกว่าเดิมแล้ว ที่ไหนได้จะโง่อย่างไรก็ยังดักดานเหมือนเคย  ในเวลานี้ควรจะทำตัวให้ดูอ่อนแอเข้าไว้หน่อย หวงช่างถึงทรงเห็นพระทัยมากขึ้นอีกนิด มาอดทนเยี่ยงนี้เพื่อไม่ให้ฝ่าบาททรงพะวง นับเป็นการกระทำที่โง่ที่สุด

            ฝ่าบาท...เคยทรงห่วงใยจริงที่ไหน ใครไม่รู้บ้างว่า ในโลกนี้ที่ไร้หัวใจที่สุดคือวงศ์ราชนิกูล

            เกาเต๋อจงไม่ใช่ชายแท้ ดังนั้นจึงไม่เข้าใจถึงสภาพจิตใจของผู้ชายที่แท้จริง ผู้หญิงอ่อนแอเห็นมามาก เมื่อมีหญิงผู้หนึ่งพยายามจะเข้มแข็งเพื่อเขา ผู้ชายที่ไหนก็ต้องรู้สึกเห็นใจและถนอมมากขึ้น

            ผมสลวยซับเหงื่อจนลู่ลงแนบใบหน้าแล้วแท้ๆ มือที่เฟิงจิ่นกุมไว้ก็ชื้นไปด้วยเหงื่อแล้วแท้ๆ แต่หญิงผู้นี้ยังยิ้มอ่อนโยนแสนหวาน เหมือนไม่ได้เจ็บอะไร ให้ใจของเฟิงจิ่นจะแข็งปานใดก็ต้องอ่อนลง โดยไม่อาจต้านทานความรู้สึกนี้ ได้

            เมื่อนวดยาเสร็จแล้ว กลิ่นยาสมุนไพรบางๆก็อบอวลไปทั่งห้อง กลิ่นไม่เพียงไม่ได้เหม็นเขียว ทั้งยังทำให้สติตื่นตัวขึ้นด้วย 

            เฟิงจิ่นใช้มือลูบเช็ดเหงื่อที่หน้าผากของจวงลั่วเยียน “ยานี้ต้องทาอีกกี่ครั้ง”

            “ทูลฝ่าบาท วันนี้ทานวดเพียงครั้งเดียวเยี่ยงนี้ วันหลังเพียงทาเบาๆไปที่แผลรอยช้ำก็ใช้ได้แล้วเพคะ” แพทย์หญิงยังรู้สึกแปลกใจที่เจาผินไม่แม้จะส่งเสียงสูดลมหายใจ

            “ดังนั้นก็ดีแล้ว พวกเจ้าออกไปได้” เฟิงจิ่นจับเสื้อชั้นนอกของจวงลั่วเยียนให้กระชับเข้า แล้วโบกมือให้แพทย์หญิงกลับไปได้ “เรียกคนมา ปรนนิบัติเจิ่นเปลี่ยนชุด”

            “หวงช่าง...” จวงลั่วเยียนทำตาโต ไม่คิดจริงๆว่าเฟิงจิ่นจะทรงบรรทมที่นี่

            เฟิงจิ่นมองไปที่นาง กระดกคิ้วเล็กน้อย “สนมรักมีอะไรหรือ

            จวงลั่วเยียนส่ายศีรษะ “ไม่มีเพคะ...”

            ถอดเสื้อคลุมแล้ว เฟิงจิ่นและจวงลั่วเยียนก็ขึ้นไปพักผ่อนบนเตียง เฟิงจิ่นวาดวงแขนโอบคนที่นอนข้างๆเข้ามาใกล้ “สนมรักปีนี้เจ้าอายุเท่าไร่แล้ว”

            จวงลั่วเยียนแอบส่งสีหน้าดูแคลนให้ในความมืด กลิ้งผ้าห่มกันมากี่รอบแล้ว อายุของเหล่าเหนี่ยงเท่าไหร่ยังไม่รู้อีก แต่น้ำเสียงที่ทูลตอบกลับเต็มไปด้วยความเขินและผสมความดีใจเล็กน้อย “ฝ่าบาท สนมจะอายุสิบแปดในเดือนหน้าวันที่สิบหกแล้วเพคะ”

            “อายุสิบแปดกำลังเป็นวัยงามแรกแย้ม” เฟิงจิ่นใช้ปลายคางดุนไปที่กระหม่อมของจวงลั่วเยียนสองสามที “เจิ้นขึ้นครองราชย์เมื่ออายุสิบแปดเช่นกัน ตอนนั้นเจ้ามิใช่อายุเพียงแปดขวบปี”

            “วันที่ฝ่าบาทเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ได้ทรงมีพระราชอนุญาตให้ประชาชนหญิงเข้าเฝ้า สนมเป็นลูกสาวสายตรงของตระกูลจึงได้ตามท่านแม่ไปเฉลิมพระเกียรติ มีโอกาสได้เห็นพระโฉมอันองอาจของพระองค์ด้วยเพคะ” ใช้ศีรษะถูอ้อนบนพระอุระสองที “สนมจำได้ว่า วันนั้นท้องฟ้าเปิดสว่างสดใส  สนมยังเด็กไม่ทราบกฎระเบียบ ทุกคนกำลังคุกเข่าลง สนมกลับแอบเงยหน้าขึ้นมองฝ่าบาท ฝ่าบาทตอนนั้นทรงประทับบนแท่นหินหยก ทรงเปล่งประกายดังแสงพระสุริยา”

            เฟิงจิ่นใช้มือตบเบาๆไปที่หลังบางของจวงลั่วเยียน น้ำเสียงติดจะขัน “ช่างซุกซนไม่รู้กฎจริงๆ”

            ใต้หล้าใครไม่ชอบให้คนชื่นชม ไม่ชมชอบผู้คนที่คอยระลึกตนเองอยู่เสมอ แม้คนๆนั้นจะเป็นหวงตี้ก็ตาม จักรพรรดิผู้ทรงคุณ ยังคงเป็นปุถุชนเช่นกัน

         ในความมืดจวงลั่วเยียนยิ้มหวานเหมือนดอกไม้ แต่ในรอยยิ้มนั้น ไม่ได้ประกอบไปด้วยความรักแม้เพียงนิดเดียว

 

 

         ตอนนี้ขำเกาเต๋อจงมาก ชีได้ที่นั่งริงไซต์ฟินสุด ลุ้นสุด แต่ก็เป็นได้แค่เพื่อนสาวสมัยโบราณ ลองมาเป็นเพื่อนสาวยุค2014นี้สิ จับชะนีจวงลั่วเยียนได้ทุกกลเม็ดแหละ หวงช่างไปไม่เป็นแล้วค่ะ ตกลงไปลึกเกินละ แต่เฮียก็ไม่ได้มัวเมารัก แต่กินเด็ก55+ ลองอ่านต่อไปนะ

         ขออธิบายตอนที่แล้วที่สงสัยกันมาก และชอบกันมาก “ข้าพบรักเจ้า”  หรือ 我见犹怜 เป็นวลีที่มีที่มาจากบทละครสมัยราชวงศ์ซ่ง “อาจึ “ข้าเห็นเจ้าแล้วยังรัก” ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจ้าแก่นั่น” หมายถึง ผู้หญิงคนนี้สวยน่าสงสารเมื่อใครพบก็ต้องหลงรัก เมื่อมาแปลในบทนี้ คำเดิมแปลตรงๆได้ว่าข้าเห็นก็สงสารเจ้า แต่ว่าเมื่อความเดิมแปลได้อย่างนี้ ก็จัดคำว่ารักไปเลยค่ะ อ่านแล้วอาจงงตอนแรก แต่อ่านไปหลายๆรอบแล้วฟินมาก ใครตีความว่า ข้า พบรัก เจ้า ก็หมายถึง หวงช่างทรงตกหลุมรักนางเอกแล้ว ถ้าไม่ถึงขนาดนั้นก็ยังเรียกว่าชอบเข้าแล้วละ ถ้าใครแยกประโยค ข้า พบ รักเจ้า ก็แปลได้ว่า หวงช่างรู้ได้ถึงความรักของนางเอกแล้ว เหมือนที่ได้ยินมาก่อน แต่วันนี้มันเข้าไปถึงใจแล้ว หรือแยกว่า
ข้าพบ รักเจ้า ก็หมายความว่า เมื่อมาเห็นหน้าเจ้าความน่าสงสารของเจ้า ก็เลยรักเจ้า เหมือนความหมายเดิมของบทละครนะคะ โดนใจมั้ยคะ

         อีกอันที่สงสัย นางเอกทำไมต้องเขียนคำว่าพระลงไปแล้วเผาด้วย ใครที่เคยอ่านเรื่องนิกายเซ็นหรือพุทธนิกายมหายาน จะมีการให้ทำสมาธิระลึกสติด้วยกรรมละเอียด หรือกระทำช้าๆอย่างแน่วแน่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่นการสวดมนต์นับลูกประคำ หรือเม็ดสร้อยสังวาลพระพุทธแบบที่หวงโฮ่วทำ หรือใครดูเรื่องเคนอิจิ ลูกแกะพันธุ์เสือ หรือ ลูกศิษย์เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์(อานิเมะภาคสองยังดูไม่จบเลย ไม่รู้คนอ่านเรื่องนี้หญิงๆทั้งนั้นได้ดูหรือเปล่า) อาจารย์แล้วก็ตัวร้ายที่มีจิตอาฆาตแรงก็ทำการแกะสลักไม้พระพุทธรูปเพื่อลดความคลั่งหรือจิตสังหารตนเอง หรืออัปป้าไปเล่นกับเด็กเล็กๆจะได้ยั้งมือยั้งเท้าเป็น ยังมีอีกหลายตัวอย่าง นางเอกก็เช่นกันค่ะ การคัดตัวอักษร ไม่จำเป็นต้องเป็นคำว่าพระก็ได้ เป็นการตั้งสมาธิ ระงับอารมณ์โกรธเกลียดริษยา อยากถีบคน ประมาณนี้ ไม่ให้หุนหันพลันแล่น ให้ลงไปที่ตัวอักษร การเอาไปเผาน่าจะเป็นการชำระใจ หรืออีกทางการเขียนอะไรพวกนี้ในวังแล้วคนอื่นไปเห็นเข้าอาจจะเป็นเรื่องได้นะคะ นางเอกไม่ได้ทำวูดูนะเฮ้ย คิดได้ไงกันเนี่ย

         ตอบรวบยอดแล้วนะคะ เนื้อเรื่องไม่ตอบแน่นอน คนที่อ่านฉบับจีนแล้วอยากมาสปอยก็ไม่ว่าอะไรค่ะ ตามสบายเลย ยิ่งดีใจที่หน้าเวปคนเขียนมีคนอ่านมากขึ้น มีคำถามถามได้ ถ้าเจิ่นไม่รู้ก็จะหามาตอบให้ค่ะ ข้อมูลมาจาก อาแป๊ะ baidu.com และ อากู๋ google.co.th

ขอให้ทุกความคิดเห็นมาจากความอยากรู้ ชื่นชม สงสัย ความสนุก อยากแบ่งปันความเห็น ความฟิน ความอัดอั้นตันใจจริงๆ   ไม่ใช่การอยากให้ความคิดเห็นมันมากขึ้นเท่านั้นนะคะ คคห.ที่ว่างๆไม่มีตัวอักษรใด ขออนุญาตลบทิ้งเลย คนอื่นจะได้อ่าน คคห.ของเพื่อนๆอย่างสะดวกและทั่วถึงนะคะ

ขออนุญาตแบนไม่ให้ Tui Nui (@honeymilksm)  เข้ามาแสดงความคิดเห็นในหน้านิยายเรื่องนี้อีกนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเพราะ ไอดีของคุณมีปัญหาหรือตั้งใจ แต่ขอบอกว่าเป็นที่น่ารำคาญสำหรับดิฉันมาก คุณทำพฤติกรรมเช่นนี้มาหลายเวปนิยายแล้ว และเขียนเตือนอ้อมๆ คุณก็ไม่ได้เปลี่ยนการกระทำของคุณ เพราะฉะนั้นฉันลงบอร์ดกระทู้ให้เวปมาสเตอร์จัดการตรวจสอบไอดีคุณ และขอบอกว่าไม่ว่าความคิดเห็นจะมากน้อยเพียงใดก็ไม่ได้เป็นผลกับการลงจำนวนตอนนิยายเลย ขอบคุณค่ะ  ส่วนที่โพสมาแล้วจะไม่ลบออกนะคะ เวปมาสเตอร์จะได้ตรวจสอบได้ ขอโทษผู้อ่านคนอื่นด้วยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ แต่ถ้าฉันไม่ออกมาพูดหรือจัดการอะไร เค้าก็จะทำไปเรื่อยๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4394 SSK[a]wt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 08:47
    น่าสงสารฝ่ายชาย... ทำไมมันถึงเป็นยังงี้น้าาา 
    #4,394
    0
  2. #4379 Alize_ Alizia (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 23:01
    ห่างกันสิบปี โอ๊ยยยยยยยยยยยย ใส่ถุงบ้างไหมคะ555555555555555
    #4,379
    0
  3. #4343 Mew_Mew (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 23:02
    ยิ่งอ่านยิ่งชอบนางเอก ฉลาด มีความคิด ร้ายลึกมาก
    #4,343
    0
  4. #3990 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 18:32
    หวงช่างว่าล้ำลึกแล้วพอมาเจอนางเอกนี่ยิ่งกว่าอีก
    #3,990
    0
  5. #3452 little-red-cap (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 20:34
    เจอผู้หญิงดูเคนอิจิแล้ว น้ำตาจะไหล 555 แต่ภาค2ยังเพิ่งดูไม่กี่ตอนเอง
    #3,452
    0
  6. #3445 hamill (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 20:05
    คือดีงามมาก อ่านมาจนถึงตอนนี้พบว่าคนเขียนเก่งคนแปลโคตรเก่ง ลึกซึ้งเข้าใจ เหมือนตอนนี้เป็นนางเอก ขอบคุณค่าาาาา
    #3,445
    0
  7. #3442 hamill (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 20:04
    คือมันดีวามมากค่ะ อ่านมาจนตอนนี้ได้พบว่าคนเขียนเก่งคนแปลโคตรเก่งลึกซึ้งอ่านแล้วมันใช่ ขอบคุณค่าาาาา
    #3,442
    0
  8. #3286 U И I Q U E (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 23:42
    ทำไมไม่มีใครรู้ไต๋นางเอกเราเลย 555555
    #3,286
    0
  9. #3006 sweetrainbow (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 14:41
    ข้าน้อยขอน้อมคารวะนายหญิงเป็นอาจารย์ สุดยอดดดดดดด 55554
    #3,006
    0
  10. #2811 dark_DAdoa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 / 01:26
    เกาเต๋อจงค่ะ รู้ใจหวงช่างพอควรแต่ดันมองนางเอกเราผิดจุดไปได้ โถ่ๆๆๆ
    นางเองนี้ตัวแม่ของจริง (เม้นแบบนี้ทุกตอน 555 ) ไม่ไหวแล้วววววว รักนางมากกก
    คือ สามารถใช้มารยาได้หมดทุกเล่มเกวียน อะไรเล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้เกิดความประทับใจ 
    อะไรที่สามารถสะกิดใจหวงช่างขนมาหมด พี่ท่านไม่หลงก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว 
    หวงช่างคงแบบไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้ เจอแต่อ้อน ออเซาะ หรือไม่ก็ทะนงตัวไปเลย 
    แต่พื้นฐานทุกคนคือ อยากได้อำนาจ อยากได้ตำแหน่ง อยากดีอยากเด่นอยากครอบครอง แม้จะมีความรู้สึกเหมือนรักก็เถอะ
    พอมาเจอนางเอกที่เข้มแข็ง แสนอ่อนโยนเวลาอยู่กับเค้าคนเดียว แถมได้ยินคำพูดต่างๆนานา
    ก็ต้องหลงคิดว่าคนนี้นะรักเค้าขนาดนี้เลยเหรอ ยิ่งใจอ่อน ยิ่งอยากดูแล โฮกกกกกก อะไรมันจะขนาดนี้

    เรื่องนี้สนุกอะ เอาจริงแอบขโมยกลเม็ดนางเอกไปใช้มั้งท่าจะดี 5555 
    #2,811
    0
  11. #2714 omyimbow (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 15:10
    แอบงงนิดหน่อยที่นางเอกโกรธอะไรถึงเขียนตัวอักษรเผาอะค่ะ ใช่ที่มีคนมารื้อของหรือเปล่า
    #2,714
    0
  12. #2481 My.sister (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 21:57
    ชอบบรรทัดสุดท้ายจัง ดูนางร้ายดี อิอิ
    #2,481
    0
  13. #2243 Blacklist_Devil_1676 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 22:59
    อุ้ยตายย นางเอกเรา 17 เองเหรอ มารยาเยอะนะยะหล่อนนน 55555555
    #2,243
    0
  14. #2156 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 12:21
    จริงๆตอนนี้หวงช่างก็ดี๊ดีนะ ถ้าเป็นผู้ชายที่ไม่มีหัวใจไม่ได้ชอบหรือรักในตัวผู้หญิงจริงๆ คงไม่ให้จับเมื่อเปียกเหงื่อ เช็คเหงื่อด้วยมือเลยหรอก แถมยังนอนข้างๆในห้องที่มีกลิ่นยาเหม็นๆโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้หรอก นี่ก็แสดงว่าในใจหวงช่างมีสนมเจาที่รักอยู่บ้างแหละ คำว่า "ข้าพบรักเจ้า" ไอขอคิดว่าเป็นพบรักเข้าจริงๆแล้วนะคะ ^^
    #2,156
    0
  15. #2079 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 18:25
    เจิ้นคะ แล้วตกลงหวงช่าง "ข้าพบรักเจ้า" แบบไหนคะ?
    #2,079
    0
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #1495 หุงอุ่นต้มนึ่ง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 00:10
    คะ คะ คะ คะ ค้างงงงงงเจ้าค่ะ.ความยุติธรรมยุที่ไหน หวงช่าง มาลงตัดตอนแบบนี้ นู๋ปี้ขอลาตายเจ้าค่า#เพ้ออะไรขอบแก มาอัพด่วนจร้าจะขาดไจ
    #1,495
    0
  18. #1272 จันทรามรกต (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 10:04
    นางเอกเอาไปเลย
    รางวัลออสการ์
    55555
    #1,272
    0
  19. #1147 mong_nun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 14:39
    โอ๊วววว ติดหนึบๆ กด F5 รัวๆๆๆๆ ขอบคุณไรท์ที่แปลนิยายดีๆมาให้อ่านค่ะ กด Fav ตั้งแต่ตอนที่สองเลย (เพราะตอนแรกอ่านแล้วงง 555+) เป็นกำลังใจให้นะคะ จะรอตามตอนต่อๆไป ภาวนาให้ได้ตีพิมพ์นะคะ จะรออุดหนุนค้าาาาาาาา :>
    #1,147
    0
  20. #1133 amnesiac (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 11:20
    รออ่านวันที่นางเอกจะเริ่มรู้สึกดีกับหวงตี้จ้า ตอนนี้ให้ชีเอาตัวรอดกับชีวิตในวังหลังไปก่อน
    #1,133
    0
  21. #1002 -R io O- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 17:23
    สนุกมากเลยค่ะะะ ติดตามมมม ชอบเเนวนี้อยุ่เเล้วด้วย ไรเตอร์สำนวนดีมากเลยค่ะ ชอบๆ เริ่มจะอดใจรอไม่ไหวว อยากไปอ่านต้นฉบับแต่ก็อ่านไม่ออก TT
    #1,002
    0
  22. #982 yuechan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 15:49
    มองหวงตี้อย่างติ้นตัว - ติ้นตัน
    #982
    0
  23. #946 เจ้าจันทร์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 12:12
    ชีนี้คือตัวแม่ ส่วนพระเอกนี้คือตัวพ่อของ "ความมโน"

    ตอนที่นางเอกก้มหัวแอบจิกหวงตี้ในใจดันคิดว่านางกำลังเขิน!

    พออ่านถึงตรงนี้ปุบก็ไวอาลัยหวงตี้ไปสามวิด้วยความสงสารเหลือหลาย จะหลงตัวเองก็ให้มันน้อยๆ เถอะค่ะ!!

    แต่นางเองก็ไม่ปล่อยโอกาส ไหลตามความจิ้นของหวงตี้ไปอย่างแนบเนียน ชอบบบอ่ะ

    แล้วก็ฮาขันทีนิดนึงที่ตามเกมไม่ทัน



    สุดท้ายแอบหวังว่าเฮียแกจะมีความเป้นพระเอกสักนิดนึงโผล่มาโชว์ให้เห็นบ้างเนอะ

    จริงๆ เฮียแกก็ร้ายอยู่เหมือนกัน (แค่ตามนางเอกเราไม่ทันเท่านั้นเอง ฮากระจุย)



    ขอบคุณความหมายเขียนคำว่าพระ ตอนแรกอ่านแล้วไม่เก็ท แต่พออ่านซ้ำก็เข้าใจตามนั้นเลย

    อย่างว่าอยู่ในวังหลังตีกับนางสนมอย่างอดกลั้นนี้มันก็ต้องหาที่ระบายบ้าง

    ไม่งั้นฟิวขาดตายเป็นตายอดพิชิตใจหวงตี้พอดี 555555



    #ขอบคุณนิยายแปลดีๆ ที่อัพลงเรื่อยๆ ให้นักอ่านตาดำๆ อ่านนะเจ้าค่ะ
    #946
    0
  24. #943 MidnightCello (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 11:14
    อ๊าย ชอบเรื่องนี้ค่ะ เป็นกำลังใจให้ยักแปลนะคะสู้ๆ ติดมากกกก...อยากแปลเองได้บ้างเลย 5555 กดลิ้งเรื่องต้นฉบับ เข้าไปดูอย่างมึน นึกว่าภาษาต่างดาว!! อากู๋ก็ไม่ได้ช่วยให้รู้เรื่องอะไรเลย~~~
    #943
    0
  25. #935 ผักกาดหอม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 08:35
    มาอ่านอีกรอบเพิ่งเห็น "น้ำปาก" เปลี่ยนเป็น "น้ำคำ" ดีกว่าไหมค่ะ
    #935
    0