妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 1 : บทที่1 อยู่ๆก็กลายเป็นจวงหว่านอี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    17 ต.ค. 57


บทที่1  อยู่ๆก็กลายเป็นจวงหว่านอี้
















 



 


 

เคยมีคนเคยกล่าวไว้ว่า ถ้าบรรพบุรุษสิบแปดโครตของคนๆหนึ่งทำเรื่องชั่วช้าไว้มากมายพอ จนทำให้ต้องข้ามภพมาเป็นนางสนมวังต้องห้ามแล้วไซร้ คนๆนั้นจะมีทางให้เลือกเดินได้แค่สองทาง คือ “รุก” เกี้ยวพาพระทัยหวงตี้ให้ได้หรือ “ยอม” ให้หวงตี้และพวกวังหลังรังแกจนตาย

จวงลั่วเยียนเคยหัวเราะเยาะคนที่พูดประโยคนี้ว่าประสาทกลับ แต่ไม่นานนักเธอก็เข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่ง ในโลกนี้ไม่มีเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ มีแต่เรื่องที่คิดไม่ถึงเหตุผลของมัน

เดือนสามดอกท้องามฉูดฉาด ในวังหลังนี้กลับมีสตรีที่งามสดใสยิ่งกว่า

นอกตำหนักของหวงโฮ่ว[2] นางสนมที่ไม่งามหมดจดก็น่ารักสดใส หรือไม่ก็ล้นด้วยเสน่ห์ต่างพากันเดินนำหน้านางกำนัลของตนอ้อมผ่านไป สายตาที่กราดไปที่หญิงผู้นั่งคุกเข่านอกตำหนักนั้นล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกเปรมปรีดิ์เยาะเย้ย

“นายหญิง...” เสอยวี่เบนสายตาจากร่างสตรีที่คุกเข่าอยู่ แล้วกล่าวออกด้วยเสียงแผ่วเบา ออกจะหวาดหวั่นเล็กน้อย พร้อมทั้งสังเกตสีหน้านายหญิงของตนอย่างละเอียด

จวงเจี๋ยอยวี่[3]ชายหางตาไปที่ชุดกระโปรงยาวของนางกำนัล “หัวหดเยี่ยงนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน” เมื่อเห็นเสอยวี่ยืดตัวตรงแล้วจึงแสดงสีหน้ากึ่งยิ้มไม่ยิ้มมองตรงไปที่สตรีที่คุกเข่าบนพื้น “น้องสาวของข้าคนนี้หยิ่งผยองมานาน วันนี้ต้องขายขี้หน้า ในที่สุดคงจะได้เรียนรู้อะไรซักนิดก็ยังดี”

เสอยวี่เห็นรอยยิ้มเยาะให้แววตาของจวงเจี๋ยอยวี่แล้วรู้สึกหลังเย็นวาบ จะเยี่ยงไรจวงหว่านอี้ก็เป็นน้องสาวของนายหญิง ถึงแม้จะไม่ใช่พี่น้องท้องแม่เดียวกัน แต่ก็เป็นคนตระกูลจวงเหมือนกัน ตอนนี้นายหญิงกลับไม่ระลึกถึงความสัมพันธ์นี้เพียงนิด

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันจวงหว่านอี้เคยได้รับความเอ็นดูจากองค์หวงตี้ แต่ทำตัวยโสจองหอง ให้สิ้นซึ่งพระกรุณา ทั้งยังละเลยมารยาทต่อหน้าขบวนเสด็จหวงโฮ่ว จนต้องตกต่ำถึงเพียงนี้ ได้ข่าวว่าเมื่อวานป่วยจนสลบไป วันนี้ยังต้องมารับโทษคุกเข่านอกตำหนักหวงโฮ่ว  จวงหว่านอี้[3]...น่ากลัวว่าจะสิ้นชื่อไปจากวังคราวนี้

หัวเข่าส่งทอดความเจ็บปวดยากทนทาน ทำให้จวงลั่วเยียนตื่นจากพะวงว่าไม่ได้กำลังฝันเรื่องราววังหลังที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนเอง แต่กลายมาเป็นนางสนมคนหนึ่งซึ่งไม่ได้เป็นที่โปรดปรานอย่างหาคำอธิบายไม่ได้

ยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าจะเป็นที่โปรดปรานหรือไม่ แค่ตำแหน่งเล็กๆนางสนมชั้นห้าหว่านอี้ เทียบกับในวังหลังที่มีหญิงงามมากมายกว่าดอกไม้ ใครก็ตามที่มีตำแหน่งสูงกว่าก็สามารถบดนางจนเป็นผงอย่างง่ายดาย คิดถึงนางสนมที่ไม่เป็นที่โปรดปรานทั้งไม่มียศศักดิ์ในวังหลังต้องตกอยู่ในสภาพเช่นไร ก็ต้องถอนหายใจออกมาคำรบหนึ่ง

แอบใช้แขนเสื้อขนาดกว้างนวดหัวเข่าอย่างระมัดระวัง จวงลั่วเยียนเงยหน้ามองป้ายที่แขวนเหนือประตูตำหนัก ตำหนักจิ่งยาง ตำหนักที่หญิงชาววังทุกคนอยากเข้าไปพำนัก

ในสมองมีความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนถมทับอยู่ จวงลั่วเยียนรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาจึงพยายามก้มหน้าบดบังหว่างคิ้วที่ขมวดอย่างควบคุมไม่ได้ เก็บชีวิตใหม่มาได้ทั้งที จะให้มาทำตัวขี้ขลาดจนถูกรังแกไปทั้งชาติคงไม่ได้

แต่ว่าอยากรู้จริง โคตรเง้าสิบแปดชาติของนางทำอะไรไว้งั้นหรือ ถึงต้องมาเป็นหนึ่งในสมาชิกกำจัดบอสใหญ่หวงตี้ที่วังหลังกับเค้าด้วย และเห็นได้ชัดๆว่าสมาชิกคนนี้ไร้ซึ่งกำลังโจมตีและพลังป้องกัน

 “ข้าก็นึกว่าเป็นนางสนมเอกองค์ไหนมาคุกเข่าแถวนี้ ที่แท้เป็นจวงหว่านอี้ ดูซิหน้าซีดเซียวหมดแล้ว ยิ่งมองข้าก็ยิ่งสงสาร”

จวงลั่วเยียนเงยหน้าขึ้น หางตาชายมุมชายกระโปรงสีฟ้าของคนพูด สตรีเบื้องหน้าแกล้งเชิดเสียงสูง ดูก็รู้ว่าไม่มีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของร่างนี้ ทั้งยังสะใจที่ตนเองต้องมาตกอยู่ในสภาพปัจจุบัน แต่ก็ตัดสินได้ไม่ยากว่าเป็นคนที่ไม่ฉลาดซักเท่าไหร่ นางสนมที่ฉลาดพอคงไม่มาทำกริยาอวดดีอย่างโจ่งแจ้งที่หน้าตำหนักหวงโฮ่วเยี่ยงนี้

“นู๋ปี้[4]ขอคารวะหม่าเจี๋ยอยวี่” นางกำนัลที่คุกเข่าข้างจวงลั่วเยียนรีบหมอบลงไปทันที อย่างกับเกรงว่าถ้าช้ากว่านี้เพียงครึ่งนาทีจะทำให้หม่าเจี๋ยอยวี่ไม่พอใจ แต่อีกคนกลับไม่สะทกสะท้านอะไร คำนับให้แล้วคุกเข่าตัวตรงต่อไป

“คำนับหม่าเจี๋ยอยวี่แล้ว” จวงลั่วเยียนคิดว่า ยอดหญิงต้องยืดได้หดได้ นางเลือกยอมก้มหัวย่อมฉลาดกว่ายอมถูกตัดหัวเป็นไหนๆ

ในความทรงจำ หม่าเจี๋ยอยวี่เข้าวังมาแล้วหลายปี เริ่มแรกก็เป็นที่โปรดปราน ก่อนหน้าก็โดนเจ้าของร่างนี้รังควาญไม่น้อย ตอนนี้เจ้าของร่างเก่าสิ้นแล้วซึ่งพระหฤทัยของจักรพรรดิ์ จะไม่ให้นางไม่เปรมปรีดิ์สะใจได้อย่างไร

ถ้าจะบอกว่าหม่าเจี๋ยอยวี่กระทำเช่นนี้ไม่ค่อยฉลาดนัก งั้นการกระทำของเจ้าของร่างก่อนหน้านี้ก็คือโง่ดักดาน เป็นที่โปราดปรานนิดหน่อยก็ทำตัวโอหัง ตกอยู่ในสภาพนี้ก็ไม่ถือว่าถูกปรับปรำอะไร

ชาติที่แล้วดูละครวังหลังตีกันมาก็ไม่น้อย นางวังต้องห้ามล้วนพร้อมด้วยรูปลักษณ์และเล่ห์อุบาย ใครก็ไม่อาจดูถูกได้ จวงหว่านอี้คนนี้แค่ได้ยศเพิ่มจากกุ้ยซี[3]มาเป็นหว่านอี้ ก็ลืมว่าตนเป็นใคร นางป่วยตายไป กลับต้องเป็นตนเองต้องมาตามเก็บกวาดให้

ชาติที่แล้วนางทำงานที่ต้องพูดเก่งทำเป็น ชาตินี้ยังต้องทำงานเฮงซวยนี้อีก แต่มาถึงขนาดนี้แล้วจะไม่ไป “สั่งสอน” หวงตี้ซักหน่อยก็คงโดนหวงตี้ “สั่งสอน” สองทางเลือกนี้เลือกทางไหนลำบากกว่ากันนะ?

ความชาที่หัวเข่าทำให้นางคิดได้ว่าจะมาเป็นนางโลมก็ต้องใช้ชีวิตให้มีชีวิตชีวาหน่อย จะตายก็ต้องตายอย่างสะเทือนเลื่อนลั่น ถึงจะพิชิตหวงตี้ไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่าถูกวังหลังกลบฝัง

พูดกันในทางเศรษฐศาสตร์  การจะได้เชยชมหวงตี้นั้นไม่ต้องพูดถึงว่ามีคุณสมบัติพอหรือไม่ ฝ่ายนั้นกลับเตรียมเสื้อผ้าอาหารที่อยู่ให้พร้อมเสร็จสรรพ เล่นเที่ยวสนุกตามใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องขับรถว่าน้ำมันจะขึ้นราคา ทั้งยังไม่ต้องทำงานที่ต้องกังวลว่าจะต้องรับแขกน่าอาเจียน นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องตื่นเช้ากลับดึก ทำงานที่ไม่มีวันหมดแต่รับเงินเดือนเท่าเดิมอีก

ถ้างั้นนางคงต้องพิจารณาทางเลือกจะ“สั่งสอน”หวงตี้ยังไงดีกว่า?! ถึงแม้หวังผลสำเร็จไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยในที่เซ็งกะบ๊วยแบบนี้ก็ยังมีจุดมุ่งหมายยิ่งใหญ่ให้ไขว่ขว้า คนเราไม่กลัวสภาพลำบาก แต่กลัวไม่มีจุดหมายไม่ใช่หรือไง?

หม่าเจี๋ยอยวี่เห็นว่าตนเองพูดยั่วยุไปตั้งนานกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองจากจวงลั่วเยียน ความสะใจก็กลับกลายเป็นความไม่พอใจ “จวงหว่านอี้ ทำไม ข้าไม่คู่ควรพูดกับเจ้าหรือไร?!

“หม่าเจี๋ยอยวี่กรุณา ไม่ใช่ว่าเหม่ยเหม่ย[5]หาญกล้าเช่นนั้น เพียงแต่หวงโฮ่วมีรับสั่งให้ข้าคุกเข่าอยู่ตรงนี้ ข้าไม่กล้าหย่อนยานเพียงนิด ขอหม่าเจี๋ยอยวี่กรุณาด้วย” จวงหว่านอี้ยิ่งก้มหัวลงต่ำไปอีก ไม่มองสีหน้าหม่าเจี๋ยอยวี่ แค่ฝุ่นกระสุนปืนใหญ่แค่นี้ความสาหัสเทียบไม่ได้เลยกับพวกนักข่าวที่เคยเจอ

คิดถึงตอนนั้นบริษัทของนางผลิตนมมีปัญหา เผชิญหน้ากับคำถามนักข่าวนางก็จัดการได้อย่างสวยสดงดงาม พวกนักข่าวสิถึงจะเรียกได้ว่าปากใบมีดโกนของแท้

แต่ว่าที่ทำให้นางต้องข้ามภพมา...คงไม่ใช่เพราะว่าผลิตภัณฑ์บริษัทมีปัญหาคุณภาพ แล้วตัวเองที่เป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อ รับพลังอาฆาตแค้นจากลูกค้า เพราะฉะนั้นก่อนตายถึงได้สภาพอนาถ ทั้งยังต้องข้ามภพมาที่เฮงซวยเช่นนี้อีก ดังนั้นนางต้องระกำลำบากข้ามภพมาไม่เกี่ยวกับบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตร แต่เพราะตัวเองทำบาปเองหรือนี่?

ความจริงที่ต้องบอกชาวโลก โรงงานผลิตของไร้คุณภาพต้องรับผลกรรม!!

แต่ว่า...นางจะถูกปรักปรำไปหน่อยไหม?นางแค่ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ผู้บริสุทธิ์นะ แต่ว่า(อีกครั้ง) ประชาสัมพันธ์ยังโดนขนาดนี้ เจ้านายของนางชาติหน้าต้องเกิดไปเป็นตัวอะไรถึงจะสลายพลังความแค้นมวลชนได้เนี่ย?!

หลักธรรมชาติแห่งสวรรค์ประจักษ์ชัด กรรมสนองไม่ผิดพลาด...มีเหตุผลๆ

 “เจ้า...” หม่าเจี๋ยอยวี่เห็นว่าจวงหว่านอี้ไม่เห็นนางในสายตา หน้าก็ง้ำลงทันใด

 “ดีมาก เปิ่นกง[6]เคยคิดว่าเจ้าเป็นคนที่ไม่รู้จักพอ วันนี้เห็นเจ้ารู้จักระเบียบ ก็ละโทษคุกเข่าได้” ไม่รู้ว่าหวงโฮ่วมาปรากฏตัวด้านหลังทั้งสองคนตั้งแต่เมื่อไร ทั้งร่างแสดงความสูงศักดิ์

“สนมกล่าววาจาไร้แก่นสาร โชคดีที่หวงโฮ่วสั่งสอน ขณะนี้ถึงทราบว่าไม่เหมาะสมเรื่องใด หวงโฮ่วเหนียงเหนี่ยงทรงกรุณา ถึงได้แค่ลงโทษคุกเข่า สนมไม่มีหน้าพบพระองค์จริงๆ” จวงลั่วเยียนกล่าวจบก็คำนับอย่างพิธีการอีกครั้ง แล้วค่อยๆลุกขึ้น เมื่อตัวตรงจึงรู้ว่าหัวเข่าชาจะหมดความอดทน จนเกือบไร้ความรู้สึกแล้ว แต่หน้าตาไม่สามารถแสดงความเจ็บปวดออกมาได้ ว่าแต่ต้องมาพูดจีบปากจีบคอเช่นนี้ไม่คล่องปากเลยจริงๆ

คนเราขอเพียงคิดจะมีชีวิตดีๆแล้วต้องรู้จักเรียนรู้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม อย่างที่ว่าไว้ในหนังสือเรียนว่าชีวิตแข่งขันกัน มีฟ้าเลือกผู้เหมาะสมให้มีชีวิตรอด ไม่ได้เป็นเพียงบทเรียนหลอกเด็กหรอกนะ

หวงโฮ่วเห็นว่าจวงหว่านอี้รู้การรู้งานดี สีหน้าจึงดีขึ้นมาบ้าง แค่หว่านอี้ที่ไร้เมตตาจากองค์หวงตี้ ยิ่งเมื่อตระกูลจวงมีตำแหน่งไม่ต่ำช้าในราชสำนัก พระนางจึงไม่จำเป็นกระทำเกินเลยให้เป็นการหักหน้าตระกูลจวง ทั้งยังสามารถรักษาภาพพจน์ใจกว้างไว้ พระนางจึงยินดีเป็นที่ยิ่ง

สตรีที่ไร้สมองอย่างจวงหว่านอี้ หวงช่าง[1]ก็แค่ชิมรสแปลกใหม่ไม่นานก็ลืมไปจากกะหม่อม พระนางไม่จำเป็นต้องกดดันจนไร้หนทาง วังหลังผู้หญิงเยี่ยงนี้มากขึ้นมาคนหรือลดไปหนึ่งคนก็ไม่มีอะไรแตกต่าง

คิดถึงตอนนี้หวงโฮ่วก็มองหม่าเจี๋ยอยวี่ด้วยสายตาเย็นชา เห็นนางตัวสั่นขึ้นมาจึงให้นางกำนัลพยุงกลับเข้าตำหนักไป

เมื่อวรองค์ของหวงโฮ่วลับสายตาไป หม่าเจี๋ยอยวี่จึงกล้ายื่นมือมาซับเหงื่อเย็นที่หน้าผาก หันหน้าเห็นจวงหว่านอี้ทำสีหน้าไม่ยินดียินร้าย ไม่มีท่าทีอับอาย ก็ส่งเสียงหึไม่ยินยอมเบาๆแล้วจึงเดินส่ายร่างนำหน้าเหล่านางสนมของตนจากไป

“นายหญิง” นางกำนัลข้างกายจวงหว่านอี้เห็นหม่าเจี๋ยอยวี่จากไปแล้วจึงรีบพยุงนายหญิง สายตากังวลที่ส่งมาไม่เหมือนจะเป็นการหลอกลวง

จวงลั่วเหยียนมองนางกำนัลแล้วคิดว่าถ้าจำไม่ผิดคงชื่อว่าหยุนซี เป็นคนที่เจ้าของร่างนี้คนก่อนพาตัวมาจากบ้าน ก่อนเข้าวังตระกูลจวงตระเตรียมงานให้จวงลั่วเยียนหลายสิ่งอย่าง แต่ขาดดุลพินิจไปว่าจวงลั่วเหยียนนั้นนิสัยอุบายไม่เหมาะสำหรับการเข้าวัง จนทำให้ตกต่ำถึงเพียงนี้

 “กลับกันเถอะ”  เห็นท่าทีของหวงโฮ่ววันนี้ก็พอทราบได้ว่า คงไม่มีการทับถมซ้ำเติมอะไรอีก สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือพักฟื้นและวางแผน

ดูละครประวัติศาสตร์น้ำเน่าวังหลังมาก็มาก จวงลั่วเยียนรู้ดีว่าสำหรับจักรวรรดิแล้วผู้หญิงก็แค่เครื่องมือชิ้นหนึ่ง ดีใจก็ซ่อนไว้ในปราสาททอง เบื่อหน่ายก็เขี่ยทิ้งดังขยะ แต่ว่าถ้าเพียงไม่เป็นที่โปรดปรานเพียงน้อย ฐานะในวังแห่งนี้คงสู้นางกำนัลขันธีไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชีวิตที่สุขสบาย

ตอนนี้ได้ชีวิตเพิ่มมาหนึ่งชาติ ควรจะมีชีวิตที่สบายใจ ถ้าได้จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะนางสนมรักหรือสนมทรยศ ก็คงคุ้มค่าที่ต้องมาประสบเคราะห์กรรมครั้งนี้

จะให้พูดถึงว่าตอนนี้ยังมีอะไรที่เสียดายก็คือไม่ควรกังวลจะหางานไม่ได้จนไม่กล้าลาออกจากบริษัทผลิตนมแพะโบราณ ตอนนี้ต้องตกมาอยู่ในสถานะแข่งขันกับสาววังหลัง นี่มันกรรมตามสนองชัดๆ
 

 
 

เพราะความสำคัญของตระกูลจวงในราชสำนัก หอท้อหยกที่ทางวังจัดเตรียมให้จึงถือว่าอยู่ในตำแหน่งไม่เลวนัก ทั้งยังมีสวนป่าท้อ ตอนนี้ต้นเดือนสามแล้วดอกท้อกำลังจะบานสะพรั่ง รอเวลาดอกท้อบานหมดป่าไม่รู้จะมีบรรยากาศเยี่ยงไร

จวงลั่วเยียนนั่งเกียจคร้านลงบนเบาะนิ่มเอนตัวพิงพนักทันทีที่กลับถึงหอท้อหยก ปล่อยให้หยุนซีนวดเข่าให้ หยุนซีน้ำหนักมือไม่เลว จวงลั่วเยียนปรือตาลงช้าๆ

ผ่านไปครึ่งก้านธูป จวงลั่วเยียนถึงลืมตาอีกครั้ง มองกราดไปรอบห้อง “หยุนซี ลู่อี้ไปไหน”

หยุนซีลอบหยั่งสีหน้าไร้ความรู้สึกของนายหญิง ใจสั่นขึ้นมาเล็กน้อย “นู๋ปี้ไม่ทราบเจ้าค่ะ”

 “ช่างเถอะ ตอนนี้ข้าก็แค่หว่านอี้ที่ถูกละเลย รอนางกลับมาให้ไล่ไปอยู่โรงผ้าเป็นคนซักผ้าซะ หอท้อหยกคงจะเล็กเกินไป นางจึงอยู่ไม่ได้” พูดจบก็ไม่ได้สั่งอะไรอีก

หยุนซีลังเลเล็กน้อย “นายหญิง ถ้าตอนนี้ไล่ลู่อี้ไป เกรงว่าตำหนักเล็กอื่นๆจะ...”

จวงลั่วเยียนหัวเราะเยาะ “ก็ไม่มากน้อยไปกว่านี้แล้ว ข้างกายข้าไม่รับคนรับใช้เยี่ยงนาง”

หยุนซีตกใจจนหว่างคิ้วกระตุก ก้มหน้าลงไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก ในใจแอบสั่นไหว หลังจากเผชิญกับเรื่องร้ายดีขึ้นลงนายหญิงคล้ายจะไม่เหมือนเดิม

บางครั้งโหดเหี้ยมเด็ดขาดถึงจะสามารถมีชีวิตที่สบายในวังได้ คนที่จิตใจดีเกินไปแม้อยู่ในวังหลังได้ แต่ก็เหมือนกับตายทั้งเป็น คนที่ทำงานในวังมานานต่างรู้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้ประโยชน์ต่อตนเอง ล้วนไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาอีกต่อไป

ถึงเวลาอาหารกลางวัน โรงอาหารกว่าจะส่งสำรับมาก็เลยเวลาเที่ยงไปนานแล้ว อาหารสีสันไม่น่ารับประทานเท่าไหร่ จับก็ไม่ร้อน จวงลั่วเยียนมองสำรับด้วยสีหน้าไร้ความยินดียินร้าย คนรับใช้มองดูไม่ทราบว่ากำลังโกรธหรือเศร้าประการใด

รอจนตั้งสำรับเสร็จ กับข้าวมีแค่สี่อย่าง แกงจืดหนึ่งถ้วย ขนมหนึ่งจานเล็ก แกงเย็นชืด ขนมก็ไม่คล้ายพึ่งออกมาจากเตา ล้างมือเสร็จก็เริ่มทานหน่อไม้เขียวซอยชึ้นหนึ่ง ถึงแม้จะไม่สดใหม่ แต่รสชาติพอใช้ ชาติที่แล้วเวลางานยุ่งมาก ฟาสต์ฟู้ดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็กินไม่น้อย อาหารแค่นี้พอจะได้อยู่

เห็นนายหญิงไม่ได้ไม่พอใจอาหารที่โรงอาหารส่งมา ทั้งนางกำนัลและขันธีต่างพากันเบาใจไปเฮือกหนึ่ง

จวงลั่วเยียนรับประทานข้าวเสร็จแล้วลู่อี้ถึงจะกลับมาถึงหอท้อหยก จวงลั่วเยียนถือถ้วยชาไม่มองนางที่คุกเข่าด้านหน้าตน จนกระทั้งผ่านไปครึ่งก้านธูปจึงถอนหายใจคำรบหนึ่ง “ข้าเป็นนายไม่ชอบรังแกใคร วันนี้ลู่อี้เจ้าแม้จะหนีเวรโดยไม่ลา แต่ข้าก็เห็นใจที่เราเคยเป็นนายบ่าวกัน เจ้าไปทำงานที่โรงผ้าแล้วกัน ส่วนจะทำอะไรนั้นให้หยุนซีไปบอกคนที่นั่น คงไม่ขาดงานให้เจ้าแน่นอน”

“นายหญิง” ลู่อี้คิดไม่ถึงว่าจวงหว่านอี้จะกล้าทำเช่นนี้ในเวลาเช่นนี้ นึกไปว่านางคงโกรธมาก จึงโขกศีรษะร้องขอความเมตตา “ขอให้นายหญิงกรุณา ขอให้นายหญิงกรุณา ต่อไปนู๋ปี้ไม่กล้าแล้ว...”

“ฝูเป่า อุดปากนางซะ วันนี้ข้าเพลียแล้วไม่รักที่จะฟังพวกนี้” จวงลั่วเยียนลุกขึ้น ตัดสินใจจะเพลิดเพลินไปกับโอกาสที่นางสนมทุกคนได้รับให้นอนได้ตอนบ่าย

ดูจากสวัสดิการที่สามารถนอนอิ่มได้ เทียบกับงานประชาสัมพันธ์ชาติก่อนแล้วการทำงานเป็นสนมดีกว่าเยอะ

นี่ถือเป็นสวัสดิการทดแทนเล็กน้อยที่ต้องมารับกรรมข้ามภพหรือเปล่านะ

ชาติที่แล้วผู้หญิงโดนใช้งานเยี่ยงผู้ชาย ใช้งานผู้ชายเยี่ยงวัวเยี่ยงควาย นอนกลางวันเป็นแค่ตำนาน มีคนคอยปรนนิบัติกินข้าวนอนหลับนี่เป็นฝันกลางวันชัดๆ

ฉะนั้น จวงลั่วเยียนพอใจแล้ว เพราะนางเชื่อว่า เจ้านายของนางเกิดใหม่ต้องเผชิญชีวิตที่ยิ่งกว่าหมูหมา เพราะว่ารายนั้นถึงจะเป็นต้นต่อความชั่วร้าย มีคนมาเปรียบก็ได้ผลออกมา มีผลออกมาถึงเกิดความสมดุลในจิตใจ อีกอย่างพ่อแม่ของนางก็เสียไปแล้ว ถึงนางจากมาก็คงไม่มีคนทุกข์ระทมใจ นี่ถือเป็นค่าชดเชยของชีวิตแล้ว เพราะฉะนั้นนางจึงยอมรับชะตากรรม




 

 



[1] หวงตี้; หวงช่าง หมายถึง จักรพรรดิ; กษัตริย์; ราชา

[2] หวงโฮ่ว หมายถึง ราชินี; จักรพรรดินี

[3] เจี๋ยอยวี่; หว่านอี้; กุ้ยซี หมายถึง ตำแหน่งของสนม แบ่งเป็นเก้าระดับชั้น โดยชั้นที่หนึ่งตำแหน่งสูงสุด แต่ละระดับชั้นยังแบ่งเป็นหลัก รองและล่าง และยังมีชื่อเรียกแบ่งย่อยไปอีก เจี๋ยอยวี่คือสนมระดับชั้นสี่ล่าง; หว่านอี้คือสนมระดับชั้นห้ารอง; กุ้ยซีคือสนมระดับชั้นห้าล่าง

[4] นู๋ปี้ หมายถึง สรรพนามแทนตนเองของนางกำนัล ขันธี

[5] เหม่ยเหม่ย หมายถึง น้องสาว ในเรื่องนางสนมใช้เรียกแทนตัวเองกับนางสนมที่ยศสูงกว่า

[6] เปิ่นกง หมายถึง สรรพนามแทนตนเองของหวงโฮ่ว

[7] กุ้ยเฟย; กุ้ยผิน; เฟย; เจาหลง; ซูอี้; หลงหัว; เหลียงอี้ หมายถึง ตำแหน่งของสนม กุ้ยเฟยคือสนมระดับชั้นหนึ่งรอง; กุ้ยผินสนมระดับชั้นสามล่าง; เฟยสนมระดับชั้นหนึ่งล่าง; เจาหลงสนมระดับชั้นสองหลัก; ซูอี้สนมระดับชั้นสองรอง; หลงหัวสนมระดับชั้นห้าหลัก; เหลียงอี้สนมระดับชั้นหกหลัก


 

 


เพลงประกอบละคร金玉良缘 (บุพเพสันนิวาส)
http://www.youtube.com/watch?v=YcQ_HXkX6Ls


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4413 นักอ่าน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:00

    ซื้อมาอ่านจนจบ แต่พอจะอ่านรอบสองก็ยังต้องมาอ่านของแปลอันนี้ก่อน แล้วค่อยไปต่อในเล่ม อ่านอันนี้มันรู้สึกมันส์กว่า(ความเห็นส่วนตัว)

    #4,413
    1
  2. #4405 feonixsh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 21:48
    ชอบสำนวนแปลมากค่ะ
    #4,405
    0
  3. #4385 ข้าน้อย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 20:09
    กลับมาอ่านอีกหลายรอบชอบสำนวนนี้มาก
    #4,385
    0
  4. #4354 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 01:33
    นี่ถึงกับไปเปิดหาข้อมูลในกูเกิ้ล
    มึนชื่อตำแหน่งมากมาย T0T
    #4,354
    0
  5. #4338 Mew_Mew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 17:58
    เจอตำเเหน่งเข้าไป มึนมาก 555
    #4,338
    0
  6. #4313 โอตาคุผู้บ้าบอ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 20:32
    กลับมาอ่านอีกรอบด้วยเช่นกัน ชอบแบบเจิ้นมากกว่าอ่า ToT แต่จะรอซื้อมาเก็บไว้ กระซิกๆๆ
    #4,313
    0
  7. #4310 HaruE (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 17:27
    อ่านตัวอย่างหนังสือของแจ่มใสแล้วร้องไห้หนักมากค่ะ ไม่สนุก เพราะดูเป็นทางการเกินไปโดยเฉพาะตำแหน่งทำให้งงมาก แล้วการเรียกขานระหว่างกันทำไมรู้ชั่งเหิรห่างกันเหลือเกิน ไม่เหมือนที่อ่านในเด็กดี ฯลฯ
    #4,310
    0
  8. #4301 Riprim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 01:42
    กลับมาอ่านฉบับแปลดิบอีกรอบ น้ำตาแทบไหล ไหงมันสนุกกว่าฉบับขัดเกลาล่ะเพคะ สนมหัวใจสลาย สำนวนเจิ้นต้องกระชับเสียดสี ใช้ภาษาอ่านง่ายแต่สนุกแบบนี้สิ ถึงทำให้สนมหลงเสน่ห์เข้าวังหลังมาแบบไม่รู้ตัว แบบตีพิมพ์สำนวนยืดเยื้อมีกลิ่นน้ำเน่าโชยมาจางๆอีกตะหาก แบบสำนวนแจ่มใสเป๊ะ ซึ่งเบื่อมากก กระซิกๆ
    #4,301
    0
  9. #4296 แสนฤทัย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 21:59
    กลับมาอ่านที่เจิ้นแปลอีกรอบ
    จะเอาแบบนี้ๆๆๆ
    กระซิกๆๆ
    #4,296
    0
  10. #4285 tweeny (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 17:52
    รอหนังสือออกจนหลับมาอ่านใหม่อีกรอบแล้วค่ะ5555555
    #4,285
    1
  11. #4280 เงารัติกาล (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 07:10
    ชอบๆๆ หนังสือจะออกวันไหนหนอ
    #4,280
    0
  12. #4242 เมฆร่าเริง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 22:27
    เข้ามาอ่านอีกรอบ..รอหนังสือออกธันวานี้แล้ว
    #4,242
    0
  13. #4216 poonsuk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 09:24
    คิดถึงเลยมาอ่านซ้ำรอบสองค่ะ รื้อฟื้นความจำ รอสอยเล่มจร้า
    #4,216
    0
  14. #4096 เมมฟิส (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:10
    ชอบนางเอกจัง และในเมื่อหวงตี้มีสนมมากมาย ก็ไม่จำเป็นต้องรักให้ช้ำใจ
    #4,096
    0
  15. #4036 แมงป่อนน้อย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 15:08
    อ่านไปแล้ว 1 รอบ ตอนนี้มาอ่านรอบ 2 ในเวลาที่ต้องรอหนังสือ อยากถามผู้แปลจังว่าเรื่องนี้ถ้าแปลเสร็จแล้วจะมีกี่เล่มจบ
    #4,036
    0
  16. #3250 U И I Q U E (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 19:30
    ยังงงๆกับชื่อและตำแหน่ง สงสัยต้องอ่านอีกรอบ ฮาาา แต่ชอบฮะ ทั้งพล็อตและนางเอก :)
    #3,250
    0
  17. #2681 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 02:36
    น่าสนุกจัง รอติดตามนะค่ะ
    #2,681
    0
  18. #2522 alwayread (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 10:08
    ลืมไปจากกะหม่อม น่าจะเป็น ลืมไปจากสมอง รึเปล่า ??
    #2,522
    0
  19. #2313 ฝนธารา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 13:13
    น่าสนุกดี
    #2,313
    0
  20. #2159 bigbowka (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 12:54
    ฮา..นมไม่มีคุณภาพ แอบใส่เมลามีนไว้ใช่ป่าว 
    #2,159
    0
  21. #2054 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 11:17
    เป็นอาชีพที่ดีเนอะ  555+
    #2,054
    0
  22. #2046 Sel2aMOon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 07:01
    น่าสนใจๆ ชอบสำนวนบรรยายแบบนี้จัง =..= // คำผิดจ้า ปรับปรำ --> ปรักปรำ // กะหม่อม --> กระหม่อม
    #2,046
    0
  23. #1734 ผู้ส่งมอบความตาย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 16:49
    น่าสนใจ
    #1,734
    0
  24. #1697 RayGuard (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 14:33
    ว้าว แค่เริ่มเรื่องมาก็สุดยอดมาก ....แปลดีมากๆเลยค่ะ ^_^
    #1,697
    0
  25. #1556 ดาว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 13:01
    สนุกดีคะ ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ
    #1,556
    0