ไพลินอธิษฐาน e-book

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ธ.ค. 54

4

 

                กรุงเทพมหานครไม่ว่าเช้าสายบ่ายค่ำรถราเนืองแน่น จอดเป็นแพรวมถึงเบนต์สีเข้มคันหนึ่งติดไฟแดงที่สี่แยกแห่งหนึ่ง ชายวัยสี่สิบทำหน้าที่ขับรถให้เจ้านายมาหลายสิบปีไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่ ส่วนผู้เป็นนายที่นั่งด้านหลังคือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพลตำรวจเอกดัสกร ประพจน์พรมวัยห้าสิบตอนปลายอายุใกล้เกษียณเต็มที ชีวิตตำรวจเกือบสี่สิบปีผ่านร้อนผ่านหนาวพบเจอทั้งเรื่องดีและร้าย ชีวิตโลดโผนเป็นทั้งผู้ลงมือปฏิบัติและสั่งการมานักต่อนัก

                บิดาปูทางอาชีพนี้มาก่อนแต่เขาไม่คิดอาศัยชื่อเสียงเหล่านั้น ไต่เต้าจากนักเรียนนายร้อยโยกย้ายไปทั่วสารทิศ ลำบากตรากตรำแต่ยิ้มสู้ มีความสุขที่ได้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ กระทั่งวันนี้ได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชื่อเสียงและเกียรติยศได้มาเพราะฝีมือล้วนๆ ความภาคภูมิใจจึงเกิดแก่วงศ์ตระกูลสืบไป

                บุคคลที่สืบทอดความภาคภูมิใจนี้คือลูกสาวคนกลาง ลูกดำเนินรอยตามเขาทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งที่ลูกชายสมควรสานต่อเจตนารมณ์ หากลูกไม่นิยมชมชอบ และเขาเองไม่ใช้วิธีการบีบบังคับจิตใจ ให้ลูกแต่ละคนเลือกทางเดินอย่างอิสระ ทุกคนจึงเลือกชีวิตตามแต่ถนัด ลูกสาวคนกลางสมัครใจกับการเป็นตำรวจและสามารถทำได้ดีดั่งที่เขาตั้งใจไว้

                ขณะนี้พล.ต.อ.ดัสกรก้มอ่านเอกสารตั้งแต่ออกจากที่ทำงานจนใกล้ถึงบ้านจึงละสายตา มองด้านนอกภาพที่เห็นไม่แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา ถึงเบื่อหน่ายและเสียเวลาแต่ทำใจยอมรับสภาพการจราจรได้มานาน

                นาทีต่อมาไฟจราจรเปลี่ยนสีรถฟากฝังเบนต์ขับเคลื่อนไปได้ ผ่านพ้นสี่แยกใหญ่ไปการจราจรเริ่มคล่องตัว จวบจนมาถึงถนนอีกสายเพื่อมุ่งสู่ชานเมือง คนขับลดความเร็วและจอดรอให้รถอีกทางผ่านไปก่อน ครั้นได้จังหวะจึงออกรถเลี้ยวซ้าย วินาทีนั่นเองคนขับแตะเบรกกะทันหันทำให้รถกระชาก ผู้นั่งด้านหลังเกือบหล่นโชคยังดีที่คว้าประตูรถยึดไว้ทัน

                มีอะไรหรือชั้น

                ผมขอโทษครับคุณท่าน นายชั้นเอ่ยเสียงสั่นก่อนออกรถอีกครั้ง ดวงตาหวาดหวั่นเหลือบมองกระจกมองหลังหลายครั้งด้วยกัน พยายามกะพริบตาไล่ภาพที่เห็น แต่สุดท้ายภาพนั้นยังคงอยู่ จึงแน่ใจแล้วว่าขณะนี้มีบางสิ่งที่ไม่แน่ใจคืออะไรปรากฎขึ้น

                คงเห็นอาตมาน่ะโยม

                ดัสกรตกใจเหลียวมองหากจิตใจไม่แข็งพอคงช็อกแทบสิ้นสติดังเช่นคนขับ รถที่นั่งมาเพียงสองคน แต่เวลานี้กลับมีพระภิกษุรูปหนึ่งปรากฎข้างกายโดยไม่รู้ตัวมาก่อน ถามว่ารู้จักท่านหรือไม่ แน่นอนว่ารู้จักหลายเดือนที่ผ่านมา การมาของท่านครั้งกระนั้นเหมือนวันนี้ไม่ผิดเพี้ยน ถ้าไม่ทราบจากคนใกล้ชิดเกี่ยวกับการถอดจิตมาก่อน หัวใจคงวายตั้งแต่วันแรกที่พบ

                อาตมามีธุระกับโยม เสียงของหลวงพ่อคำใต้ดึงสติของดัสกรคืนมา

                ชั้นหาที่จอดรถให้ที แล้วเอ็งไม่ต้องกลัว หลวงพ่อไม่ใช่ผีสางที่ไหน ท่านเป็นพระมีชีวิตนี่แหละ ส่วนที่เอ็งเห็นตอนนี้เอาไว้ฉันจะเล่าให้ฟัง แต่ช่วยปิดปากอย่าบอกเรื่องนี้กับใคร

                ครับคุณท่าน แม้เจ้านายเอ่ยปากบอกอย่างนี้แต่หัวใจที่หวาดกลัวยังคงมี หากไม่ลืมทำหน้าที่ของตน เมื่อได้ที่หมายนายชั้นหลบเข้าจอดข้างทางและถูกสั่งให้ลงจากรถ ส่วนพล.ต.อ.ดัสกรลงนั่งพับเพียบบนพื้นรถแล้วพนมมือ

                หลวงพ่อมีธุระอะไรกับผมหรือครับ

                ธุระของอาตมาก็เรื่องเดิม ครั้งนี้สิ่งที่เคยบอกไว้กำลังจะเกิดขึ้น นับแต่นี้จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นตลอด อาตมาจึงอยากให้โยมช่วยเตือนให้มีสติอยู่เสมอ และขอให้พกสิ่งนั้นติดตัวตลอดเวลา

                ร้ายแรงแค่ไหนครับหลวงพ่อ พล.ต.อ.ดัสกรใจหายเมื่อได้ฟังคำเตือน

                จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเจ้าตัวมีสติแค่ไหน

                หลวงพ่อพูดแบบนี้ทำให้ผมไม่สบายใจ ลูกของผมเองกำลังจะได้รับอันตรายแต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้

                ถึงช่วยได้แต่เขาหลีกหนีบ่วงกรรมที่ทำมาไม่พ้นอยู่ดี โยมเคยเห็นเรื่องการชดใช้กรรมมาก่อนแล้วไม่ใช่หรือ แต่ถ้าโยมไม่สบายใจลองไปหาพระภิกษุรูปนั้นดู ท่านทราบเรื่องนี้เช่นกัน

                หลวงพ่อกุศลหรือครับ ตำรวจวัยใกล้เกษียณรจดจำพระภิกษุรูปนั้นได้ดี เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการรื้อฟื้นคดีการตายฆาตรกรรมสามีภรรยาคู่หนึ่ง พระภิกษุรูปนั้นช่วยคลี่คลายคดีให้จบลงด้วยดี

                ใช่ ท่านทราบเรื่องจากอาตมาเอง อาตมาต้องไปแล้ว สิ้นเสียง ร่างพระคำใต้หายลับ

                หัวใจของท่านเวลานี้หนักอึ้งกับคำเตือนเมื่อครู่ ปลายปีก่อนเพิ่งทราบเรื่องราวของลูกสาวคนกลาง ช่างเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากยิ่ง แต่บุคคลที่บอกกล่าวเป็นถึงผู้อยู่ในศีลในธรรมและเป็นพระที่หลายคนนับถือจึงเชื่อสนิทใจ ครั้งนี้ท่านมาเตือนจิตใจที่มีคำถามเกิดหนักกว่าเดิม คงต้องหาเวลาไปพบพระภิกษุอีกรูปที่จำพรรษาในวัดแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถ้าท่านยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง คราวนี้คงไม่มีข้อสงสัยให้เกิดตะขิดตะขวงใจต่อไป

 

                ถึงเวลาเลิกงานพลอยไพลินออกจากห้อง เป็นจังหวะเดียวที่รองผู้กำกับการออกมาเช่นกัน เธอทำความเคารพแล้วหันไปยิ้มแย้มทักทายตำรวจชั้นประทวนนายอื่นอย่างเป็นกันเอง ไวกูณฐ์แปลกใจ นับจากเกิดเรื่องในช่วงสายของวันครึ่งชั่วโมงต่อมากลับถึงสถานี พบเธอดูหมางเมิน อยากรู้สาเหตุเหลือเกินแต่กลัวลูกน้องทั้งหลายเข้าใจว่าเขาให้ความสนใจเธอเป็นพิเศษ

                ทั้งที่ตรงกับความจริงในใจหากไม่กล้ายอมรับข้อนี้ ไม่เข้าใจตนเองเช่นกันไฉนเลยถึงแคร์ความรู้สึกของผู้หญิงที่พบหน้าเพียงแค่วันสองวัน หัวใจที่ปิดกั้นให้กับความรักนับจากเธอที่รักปฏิเสธไมตรี แต่กลับมายินปรีดาอย่างควบคุมไม่ได้ อะไรทำให้คิดเช่นนี้ และอะไรทำให้หัวใจเต้นประหลาดตื่นเต้นระคนยินดีที่ได้พบ เป็นคำถามที่หาคำตอบไม่ได้

                ท่านรองครับ...ท่านรอง... หมวดเข้มเรียกผู้เป็นนายอยู่หลายครั้ง แต่ผู้บังคับบัญชายืนเหม่อราวกับไม่ได้ยิน ครั้นมองตามจุดหมายของดวงตาอยู่ที่สารวัตรคนสวย เขาอมยิ้มก่อนพยักพเยิดให้ดาบนวลที่หันมาสบตา ก่อนคนหลังสะกิดจ่าละมุนให้ร่วมวงอีกคนและเอ่ยแซวอย่างสนุกปาก

                สารวัตรบลูครับ ท่านรองต้องการพบทางโน่น

                พลอยไพลินเหลียวมอง พบดวงตาระยิบดั่งดวงดาวสบจ้องไม่วาง ความรู้สึกแรกที่เห็นหัวใจเกิดสั่นไหวและเขินอายต่อมาดีใจที่เขาให้ความสนใจเช่นกัน

                ท่านรองครับสารวัตรหันมาแล้วครับ หมวดเข้มแกล้งกระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่นดึงสติไวกูณฐ์กลับคืนผละห่าง

                หมวดเข้าใกล้ผมทำไม ความระแวงสงสัยของรองผู้กำกับหนุ่มเรียกเสียงหัวเราะจากลูกน้องได้ดี

                ท่าทางจะไม่รู้ตัวจริงๆ แฮะ ดาบว่ามั้ย จ่าละมุนหาพรรคพวก

                เห็นด้วย ท่านรองมองสารวัตรจนเพลิน พวกเราคิดว่าท่านรองสนใจสารวัตรบลูเข้าเต็มเปา

                คะ...ใครบอก ผะ...ผมแค่...

                แค่อะไรไม่ทราบคะท่านรอง ทำไมคะฉันไม่สวยไม่น่าสนใจเหมือนคุณอนิลวรรณคนสวยหรือไง หรือว่าท่านรองชอบผู้หญิงไร้หัวสมองและไร้ค่าอย่างนั้น ท่าทางจะชอบจริง ไม่ปฏิเสธสักคำ จริงมั้ยพวกเรา

                ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหลายพยักหน้านิดๆ แต่แล้วหยุดพร้อมกันราวกับนัดหมาย ด้วยกลัวสายตาเข้มของรองผู้กำกับหนุ่ม แล้วสายตาเข้มคู่นั้นตวัดมองผู้หญิงคนเดียวคล้ายค้อนนิดๆ ก่อนกลับออกไปเพียงลำพังโดยไม่ชักชวนเธอสักคำ พลอยไพลินเร่งรีบตามลง ครั้นเขาขึ้นรถประจำตำแหน่งเธอขึ้นตาม

                โกรธฉันเหรอคะ

                ทำไมผมต้องโกรธคุณด้วย

                ไม่รู้ซิคะ พอฉันพูดแบบนั้นท่านรองทำเป็นดุลูกน้องแล้วชิงหนีมาแบบนี้ พลอยไพลินยักไหล่และยิ้มน้อยๆ ว่าแต่ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหม ท่านรองมีคนรักยังคะ

                ช่างเป็นคำถามที่สะดุดหูคนฟังอย่างแรง เขาหันมองเธอเต็มตา เธอคิดอะไรในใจถึงถามเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดเขาเป็นผู้ชายสมควรถามมากกว่าเธอ

                คิดว่าฉันเป็นคนก๋ากั่นใช่มั้ย พลอยไพลินเอ่ยอย่างรู้ทัน เข้าใจผิดแล้ว ฉันเป็นคนจริงจังและจริงใจกับทุกเรื่อง มั่นคงและซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ต่อผู้อื่น การงานและความรัก ตั้งแต่โตมาฉันไม่เคยรักใคร มีผู้ชายเข้ามาให้เลือกเยอะแยะ แต่ละคนรวยหล่อและเก่งด้วย ฉันไม่สนใจใคร เพราะคนพวกนั้นไม่ใช่คนที่รอคอย จนวันหนึ่งฉันได้เห็นเขาผ่านรูปถ่าย แค่แวบแรกฉันมั่นใจทันทีว่าเขาผู้นี้คือคนที่ใช่

                ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร สุ้มเสียงไวกูณฐ์แผ่วเบาราวกระซิบ

                เขาคือ... สารวัตรคนสวยไม่ทันได้ตอบจู่ๆ เกิดความร้อนบริเวณลำคอบางอย่างกำลังเตือนสติ ฉุกคิดขึ้นได้จึงเหลียวมองรอบตัวเร็วพลันไม่พบสิ่งใดที่ผิดปกติ

                “มีอะไรหรือสารวัตร” ไวกูณฐ์จับผิดสังเกตได้ดี

                “เปล่าค่ะ นึกว่าถูกแอบมอง”

                ผู้เป็นนายมองค้อนคิดไปว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น “ถ้าไม่มีอะไรผมจะพาไปหาบ้านเช่า” จากนั้นขับเคลื่อนรถออกจากโรงพัก

                ทันทีที่รถตำรวจทั้งสองนายลับหายคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งในร้านอาหารเพิงไม้ข้างโรงพักลุกออกมา หนึ่งในนั้นถอดแว่นกันแดดจ้องรถคันดังกล่าวเขม็ง

                “นั่นคือเป้าหมายของเราใช่ไหม”

                “ใช่ครับ”

                “งั้นนับแต่วินาทีนี้สะกดรอยตามแล้วถ้ามีโอกาสจัดการได้ทันที จำไว้ว่ามันต้องตายสถานเดียว!

 

                กว่าหนึ่งชั่วโมงที่เจ้าของถิ่นพาสารวัตรหญิงตระเวนหาบ้านพักอาศัย มีบางแห่งน่าสนใจสำหรับผู้นำพาแต่ผู้อาศัยกลับไม่ถูกใจ ตินั่นนิดโน่นหน่อย ผู้นำพาคล้อยตามแต่ไม่ใช่ทุกที่ไป กระทั่งฟ้ามืดเขาจำต้องกลับบ้านโดยที่ไม่ได้สิ่งที่ตั้งใจ

                “สวัสดียามค่ำครับท่านรอง สารวัตร” จ่าละมุนออกมารับ “ได้เวลาทานเลี้ยงพอดีเลยครับ”

                “เลี้ยงอะไร ฉันไปด้วยได้ไหม” สารวัตรหญิงตื่นเต้น

                “เลี้ยงต้อนรับตำแหน่งใหม่ของท่านรอง และต้อนรับสารวัตรครับ” หมวดเข้มตอบ

                ดาบนวลเสริมต่อ “ป้าไม้ คำเอื้อยและพวกผมช่วยกันทำอาหาร โดยมีหมวดเข้มเป็นพ่อครัวใหญ่ครับ”

                “ไม่น่าเชื่อหมวดเข้มทำอาหารเป็นด้วย หน้าตาดีและเก่งแถมยังทำอาหารเป็น ใครได้หมวดเป็นแฟนโชคดีมาก”

                “ชมเกินไปแล้วครับสารวัตร” หมวดเข้มเก้อเขิน

                “งั้นไปทานกันเลย อยากชิมเร็วๆ”

                “เชิญครับผม” ดาบนาวลเปิดทางแล้วผายมือเชื้อเชิญ “เชิญท่านรองออกนำเลยครับ”

                “ยังไม่ไปจนกว่าสารวัตรจะบอกว่าเมื่อไรจะย้ายไปอยู่ที่อื่น”

                “ไล่กันเหรอคะ” สุ้มเสียงของสารวัตรหญิงขุ่นมัวไปตามอารมณ์

                “ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่อยากรู้เพราะการที่คุณอยู่ที่นี่นานคุณจะเสียหาย ยิ่งคุณเป็น...”

                “จะเป็นอะไรหรือไม่เป็นอะไรไม่สำคัญเท่ากับว่า ท่านรองรังเกียจฉันจึงหาทางไล่ ตอนหาบ้านก็พยายามยัดเยียดให้ฉันอยู่ที่นั่นที่นี่ทั้งที่ฉันไม่ชอบ ท่านรองคงไม่เคยได้ยินคำว่าปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ไม่ใช่ตามใจผู้อื่น ถ้าอยากไล่กันนักก็ได้ค่ะเอาเป็นว่าฉันจะไปให้เร็วที่สุด ไม่อยู่ให้รกลูกตาท่านรองหรอกค่ะ” ว่าจบมองตาขวางสะบัดหน้าเดินเข้าบ้าน

                “สารวัตรงอนได้น่ารักน่าหยิกจริงๆ” จ่าละมุนหัวเราะ “ว่าแต่งอนไปแบบนี้ใครจะไปง้อ หมวดกับดาบรู้ไหม”

                “คนที่ทำให้สารวัตรงอนซิถามได้”

                “ถูกของดาบนวล แต่ไม่รู้จะกล้าไปง้อหรือเปล่า” หมวดเข้มเหลือบตามองผู้บังคับบัญชาอีกคน

                “ผมผิดตรงไหน พวกคุณก็รู้ว่าสารวัตรอยู่ที่นี่ไม่ได้ บ้านเรามีแต่ผู้ชายเธอจะเสียหาย”

                “พวกเราบริสุทธิ์ใจใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง ดีเสียอีกมีผู้หญิงมาอยู่ด้วยจะได้ดูสดชื่นไม่เหี่ยวเฉา” ดาบนวลว่า

                “ให้ป้าไม้พักที่นี่ก็ได้นี่ครับจะได้ไม่มีคำครหานินทา” หมวดเข้มเสนอแล้วพูดต่อ “อีกอย่างการที่สารวัตรมาไกลบ้านอาจเหงา ได้อยู่ใกล้คนทำงานด้วยกันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ความเหงาไม่ถามหาแล้วครับ”

                ไวกูณฐ์พูดไม่ออกบอกไม่ถูกไม่ตั้งใจขับไล่ไสส่ง แต่ห่วงชื่อเสียงของเธอต่างหาก ที่สำคัญไปกว่านั้นบิดาของเธอเป็นคนมีชื่อเสียงไม่ต้องการทำให้ท่านเสียหาย ทว่าอดเห็นด้วยกับลูกน้องไม่ได้ เกิดสองจิตสองใจคิดหาทางออก ก่อนตัดสินใจก้าวเข้าบ้านตามหาเธอคนนั้นไม่พบ

                “คุณบลูกลับห้องไปแล้วค่ะ คุณกูณฐ์คะอย่าว่าป้ายุ่งเรื่องนี้เลย ให้ป้าอยู่ที่นี่ก็ได้คุณบลูจะได้อยู่ด้วย ถ้าไปอยู่ที่อื่นสงสารเธอค่ะ ผู้หญิงไม่เหมือนผู้ชายนะคะพอเหงาก็ออกเที่ยวกับเพื่อนทุกวัน”

                “ขอบคุณครับป้า” ความกลัดกลุ้มที่มีเหมือนพลันสลาย เพราะลูกน้องและป้าแม่บ้านที่รับใช้มาหลายปีโดยแท้

                ไวกูณฐ์ตรงไปยังห้องพักของเธอมาถึงไม่กล้าเรียกในทันที เกิดขัดเขินด้วยไม่เคยง้อผู้หญิงมาก่อน พยายามคิดหาวิธีแต่คิดไม่ออกได้แต่เดินวนเวียนไปมาหน้าห้องอย่างนั้น

                แต่แล้วประตูห้องดังกล่าวเปิดออกอย่างไม่มีปีมีขลุ่ย เจ้าของห้องตีหน้าขรึมหากใจกำลังลิงโลด สารวัตรครับท่านรองกำลังไปง้อ ตกลงสารวัตรอยู่ที่บ้านนี้ได้นะครับข่าวดีนี้มาจากผู้หวังดีอย่างจ่าที่โทรศัพท์รายงานความเคลื่อนไหว

                “มีอะไรเหรอคะ หรือว่าจะมาไล่กันอีก”

                “เปล่าครับ ผมจะมาขอโทษและจะบอกว่าคุณอยู่ที่นี่ได้” ไวกูณฐ์พูดออกไปอย่างรวดเร็วเสียงไม่สั่นเหมือนหัวใจยามนี้ และยิ่งสั่นไหวมากขึ้นเมื่อเห็นรอยแย้มยิ้มแต้มเต็มดวงหน้า ที่สำคัญเธอเอื้อมจับมือไว้

                “ฉันดีใจจังเลยค่ะ ไปทานข้าวกันนะคะฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว” พลอยไพลินดึงเขาให้เดินตาม

                เจ้าของยื้อกลับแต่ออกแรงมากเกินไปหน่อยทำให้ร่างที่เล็กกว่าซวนเซปะทะอก ดวงหน้าห่างกันเพียงลมหายใจกั้นทำเอาทั้งสองนิ่งงัน ความร้อนวูบวาบหวั่นไหวไปทั่วกายส่งผลต่อการเต้นของหัวใจ สั่นระรัวเร็วและแรงจะทะลุออกมาด้านนอกเสียให้ได้ วินาทีต่อมาทั้งสองได้สติผงะห่างแทบไม่ทัน ไวกูณฐ์ก้มหน้ากลบเกลื่อนความเขิน แต่เสียงหัวใจเต้นดังเหลือคณาหวั่นเกรงว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ตัดสินใจหันหลังกลับเข้าห้องของตนเป็นวิธีที่ดีที่สุดในเวลานี้

                “คุณเขินเพราะรู้สึกดีๆ กับฉันใช่ไหม” พลอยไพลินยิ้มน้อยๆ หน้าแดงก่ำไม่ต่างกัน หัวใจที่ไม่เคยสัมผัสกับคำว่ารักสักครากลับชุ่มฉ่ำมีชีวิตชีวา เพราะบัดนี้คำนั้นวิ่งพล่านไปทั่วหัวใจดวงน้อย

 

                บ้านพ่อเลี้ยงอนันต์ในเวลานี้เจ้าของบ้าน ลูกชายและลูกสาวอยู่พร้อมหน้า หน้าตาของบุคคลหลังบอกบุญไม่รับเพราะกำลังถูกบิดาและพี่ชายตำหนิติเตียน

                พ่อบอกกี่ครั้งแล้วไม่ให้ขับรถเร็วมันผิดกฎหมาย ยังทำให้คนอื่นเดือดร้อนอีก ที่สำคัญถ้าเกิดอุบัติเหตุเล็กอาจเจ็บหนักและถ้าตายพ่อทนไม่ได้

                โธ่พ่อคะ เล็กขับเก่งจะตายไป ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุสักครั้ง

                แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาเล่า เล็กจะรับผิดชอบได้ไหม อนลอารมณ์เสีย ทั้งที่ใจเย็นไม่วู่วามแต่กับน้องสาวที่ชอบก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวันชวนให้อารมณ์เสียหลายครั้ง โดยเฉพาะเรื่องขับรถเกือบห้าครั้งได้กระมั้งที่ถูกจับและปรับ ถ้าเป็นคนอื่นคงถูกยึดใบขับขี่เรียบร้อย แต่ตำรวจยังเห็นแก่หน้าบิดาและเขาซึ่งทำคุณประโยชน์ช่วยเหลือสาธารณะกุศล จึงไม่ทำเช่นนั้น

                พี่ใหญ่...เล็กโตแล้วนะ รับผิดชอบได้ทุกเรื่อง พี่ใหญ่ไม่ต้องยุ่งกับเล็กมากนักก็ได้ แล้วเลิกให้ลูกน้องติดตามเล็กเสียที ทำแบบนี้เหมือนเล็กเป็นเด็กๆ ไปได้

                ยังเด็กไม่ใช่หรือ แต่สมองที่เด็กเพราะพูดไม่รู้จักฟัง

                พี่ใหญ่!” อนิลวรรณโกรธจนหน้าแดงก่ำ พี่ชายต่อว่าเจ็บแสบเข้าถึงหัวใจฟังไม่ได้สักนิด

                พอได้แล้วทั้งสองคน พ่อเลี้ยงอนันต์ต้องปราบ ใหญ่ว่าน้องเกินไป ส่วนเล็กฟังพ่อกับพี่เตือนบ้างได้ไหมลูก ที่พ่อกับพี่เตือนเพราะรักและหวังดี เรามีกันแค่สามคนพ่อลูก ถ้าใครเป็นอะไรไป คนที่เหลือต้องเสียใจและทุกข์ใจมาก โดยเฉพาะพ่อทั้งรักและห่วงลูกทั้งสองยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง ถ้าวันไหนพ่อไม่อยู่ก็เหลือแค่สองคนพี่น้องเท่านั้น

                เล็กขอโทษค่ะ อนิลวรรณสำนึกได้เข้ามาสวมกอดบิดา ต่อไปเล็กจะระวังตัว ไม่ทำให้พ่อกับพี่ใหญ่เดือดร้อน

                ถ้าเล็กทำได้ พี่ก็ดีใจ ผู้เป็นพี่ชายยอมสงบลงเช่นกัน อีกเรื่องที่พี่อยากเตือน เราเป็นผู้หญิงอย่าแสดงกิริยาไม่งามต่อหน้าผู้ชาย ใครเขาจะว่าเอาได้

                ใครที่ว่าหมายถึงคุณกูณฐ์เหรอคะ เขาไม่ว่าหรอกค่ะ

                เล็กพูดถึงใคร

                รองผู้กำกับการไวกูณฐ์ไงคะพ่อ วันนี้เล็กเพิ่งเห็นตัวจริง ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าจะหล่อขนาดนี้ ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ได้ยินเขาพูดกันให้แซดว่าหล่อและรวย พอเห็นตัวจริงเล็กเชื่อสนิทเลยค่ะ พ่อขาถ้าเล็กจะบอกว่าเล็กชอบเขา พ่อคงไม่ว่าเล็กนะคะ

                จริงหรือลูก ก็ดีซิ พ่อเลี้ยงอนันต์สนับสนุนเต็มที่ ถ้าหากลูกสาวกับตำรวจหนุ่มนิสัยดีอนาคตไกลคนนั้นลงเอยด้วยดี เขาก็หมดห่วง

                แต่ว่า...

                ไม่มีแต่แล้วพี่ใหญ่ พ่ออนุญาตแล้ว ส่วนพี่ใหญ่ไม่คิดชอบยัยสารวัตรห้าวคนนั้นบ้างเหรอคะ ถึงนิสัยเสียแต่สวยไม่เบา รูปร่างเหมือนพวกนางแบบไม่ผิด ถ้าไม่บอกว่าเป็นตำรวจยังนึกว่าเป็นดารานางแบบ

                สวยขนาดนั้นเลยหรือเล็ก

                ค่ะพ่อ แต่อย่างไรเล็กสวยกว่าเยอะ จะว่าไปก็เหมาะสมกับพี่ใหญ่นะคะ อนิลวรรณยักคิ้วหลิ่วตาให้พี่ชายพร้อมยิ้มละไม ถ้าลองพูดแบบนี้บิดาไม่อยู่เฉยจับคู่ให้พี่ชายแน่แท้ เพราะท่านหวังให้พี่ชายแต่งงานมีครอบครัวเสียที

                แหมพ่อชักอยากจะเห็นเสียแล้ว

                ได้เลยค่ะพ่อ เอาเป็นว่าเชิญพวกเขามาทานอาหารค่ำที่รีสอร์ตดีไหมคะ

                ดีเลยลูก

                ผมขอตัวก่อนครับพ่อ อนลเอ่ยปากแล้วลุกจากไป ปล่อยให้น้องสาวและบิดาวางแผนจับคู่ตามลำพัง เขาไม่ขัดที่บิดาจะทำเช่นนี้แต่ไม่จำเป็นต้องทำตาม เรื่องของหัวใจเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและไม่มีใครรู้ดีเท่ากับเจ้าของ ที่สำคัญเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายคิดอย่างไรต่อกัน หากเธอผู้นั้นรู้สึกดีด้วยทว่าเขาไม่รู้สึกใดๆ ความสัมพันธ์ที่บิดาผลักดันมีอันต้องล้มลง ซึ่งเป็นเช่นนี้มาหลายครั้ง แต่ท่านยังไม่เข็ดคิดหาคู่ให้ร่ำไป

                สำหรับตำรวจหญิงคนนั้นยอมรับว่าเธอสวยสะดุดตา แต่มีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจเหตุไฉนเธอถึงแสดงกิริยาประหนึ่งว่าเกลียดนักหนาทั้งที่เพิ่งพบกันครั้งแรก อะไรทำให้เธอรู้สึกเช่นนั้น

                คุณใหญ่คะ... เสียงเลขาสาวทำให้ชายหนุ่มที่กำลังลงนั่งริมสระน้ำเงยมอง

                ว่าไงตา

                ตามีเรื่องงานจะปรึกษาค่ะ ไม่รบกวนคุณใหญ่นะคะ

                ไม่รบกวนเลย... อนลยิ้มให้ เรื่องงานสามารถลบเรื่องเมื่อครู่หมดสิ้น

3 ความคิดเห็น