แรงรักแรงใคร่ ตอน ภูไผท&ญาณิน

ตอนที่ 4 : 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.พ. 59

            เวลาผ่านไปกระทั่งใกล้จะเที่ยงวัน ภูไผทที่ออกจากห้องประชุมมาได้ครึ่งชั่วโมงก็เตรียมตัวที่จะขึ้นไปหาอีกคนที่นัดไว้ แต่ตอนนั้นเองผู้จัดการโรงแรมเข้ามาพบ


            “ขอโทษครับ คุณสมคิดขอพบครับ”


            “อาสมคิด...ใช่ เมื่อเช้าไม่ได้มาประชุม แต่ส่งตัวแทนมา”


            “ครับผม พอดีมีธุระ แต่ตอนนี้มาแล้วครับ เลยขอพบคุณภู”


            “ได้เดี๋ยวผมออกไป อ้อคุณสกล ไปจองโต๊ะที่ห้องบุริมระเบียงสั่งอาหารไว้ด้วยผมจะไปทานกับอาสมคิด แล้วให้ใครโทรไปบอกนินนี่ให้ลงมาทานด้วย”


            “ได้ครับ” เมื่อผู้จัดการโรงแรมออกไป

 

            ไม่กี่วินาทีต่อมาภูไผทก็ออกจากห้อง พบหุ้นส่วนของโรงแรมที่มีหุ้นมากรองจากเขา และแขกที่ว่านั่งรอบริเวณรับแขก


            “สวัสดีครับอาสมคิด”


            “สวัสดีหลานภู” สมคิดชายวัยห้าสิบตอนต้น รูปร่างออกจะท้วมลงพุงไปสักหน่อย แต่แต่งตัวดีดูภูมิฐาน เอ่ยทักและยิ้มให้


            “ไม่ได้เจอกันนานเลย ส่วนมากจะเห็นหลานต่อมาที่นี่บ่อยกว่า แล้วยังไงกัน สรุปว่าหลานภูจะมาดูแลบุริมสวนเต็มตัวถูกต้องไหม”


            “ถูกต้องครับ ต่อเขาอยากทำไร่ชา ผมเลยต้องมาดูแลทางนี้ ว่าแต่อาสมคิดมากับใครครับ” ภูไผทถามพลางมองไปด้านหลัง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนหันหลังไม่ยอมออกมา


            “อืมอาลืมไปเลยมัวแต่คุย ลูกขวัญ...” สมคิดเรียกพร้อมจับไหล่ดันลูกสาวคนเดียวมาตรงหน้า


            “หลานภูนี่ลูกขวัญ ขวัญกมลลูกสาวอาเอง หลานภูไม่เคยเห็นหรอกเพราะลูกขวัญไปเรียนที่กรุงเทพตั้งแต่เด็ก ไม่ได้กลับบ้านเลย ตอนนี้เรียนจบปอโทแล้ว และกลับมาพักผ่อน หลังจากนี้อากะว่าจะส่งไปเรียนที่ต่างประเทศต่อ ลูกขวัญรู้จักพี่ภูเขาเสียลูก”


            ขวัญกมลที่เอาแต่ก้มหน้าพอได้ยินอย่างนี้ก็เงยมอง แล้วค่อยๆ คลี่ยิ้ม ดวงหน้านั้นหวานล้ำ นัยน์ตาดำขลับมีแสงประกายดูสวยน่ามอง แต่สำหรับภูไผทแล้วไม่คิดอะไร หากก็ยิ้มตอบ


            “สวัสดีค่ะพี่ภู”


            “สวัสดีครับ”


            “ลูกขวัญอายุน้อยกว่าหลานภูสองปี คงรุ่นราวคราวเดียวกันกับหลานรอย เออใช่ อาจำได้แล้วลูกขวัญจบบริหารมา ยังไงให้ลูกขวัญลองฝึกงานที่โรงแรมดีมั้ยหลานภู ว่าไงลูกขวัญ”


            “ขวัญแล้วแต่พ่อคะ” ขวัญกมลเอ่ยเบาๆ “แต่ขวัญก็อยากจะลองทำงานดูบ้าง เพราะพ่อให้ขวัญเรียนอย่างเดียว ไม่ให้ทำอะไรเลย”


            “งั้นคุณจะทำตำแหน่งอะไรดีครับ”


            “เอาแบบนี้ดีกว่า ให้ลูกขวัญเป็นเลขาหลานภูไปก่อน จนกว่าหลานภูจะได้เลขาตัวจริง”


            “ดีเลยค่ะ” ขวัญกมลเอ่ยด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อเห็นสายตาของเขาจับจ้องก็เลยก้มหน้าหลบตา


            “ดีเหมือนกันครับ เป็นอันตกลงตามนี้ถ้าพร้อมก็เริ่มงานได้ทันที”


            “เอาเป็นว่าอาให้ลูกขวัญมาเริ่มพรุ่งนี้เลยนะ”

            “ครับ ตอนนี้ได้เวลาอาหารกลางวัน ผมขอเชิญอาสมคิดกับคุณขวัญไปทานด้วยกัน ผมให้เขาจองโต๊ะเตรียมอาหารไว้แล้วครับ”


            “ดีอาหิวพอดี ไปลูกขวัญ”


            สมคิดว่าแล้วก็ดันลูกสาวให้มายืนเคียงข้างชายหนุ่ม เกือบจะชนเขาด้วยซ้ำ ดีที่ภูไผทก้าวไปข้างหน้าเพียงนิด แต่สมคิดไม่ยอมปล่อยดันลูกสาวอีกครั้ง หากคราวนี้ไม่สำเร็จเหมือนเดิม ด้วยลูกถูกบางอย่างชนกระเด็นออกมาเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ด้วยความตกใจขวัญกมลจึงร้อง


            “ว้าย!” และถ้าบิดาไม่ช่วยรับไว้คงล้มเรียบร้อย


            “ฮัลโหลพี่ภู”


            เสียงนี้ดึงดูดให้สองพ่อลูกมองทันที ก็เห็นเด็กสาวผมสีน้ำตาลเข้มเข้าไปกอดแขนชายหนุ่มเจ้าของโรงแรม แถมใช้แก้มคลอเคลียต้นแขนแสดงความสนิทสนมจนออกนอกหน้า


            “เด็กฝรั่งคนนี้เป็นใครหรือหลานภู ทำไมถึงทำแบบนี้” สมคิดไม่พอใจและจ้องไม่ลดละ


            “ใช่ค่ะมาชนขวัญเกือบล้ม ว่าแต่เด็กฝรั่งคนนี้รู้จักพี่ภูเหรอคะ”


            เด็กคนนี้ที่ถูกกล่าวถึงทำหน้าบึ้ง ดูจะไม่พอใจเอามากๆ เลยส่งภาษาเร็วรัวแทบฟังไม่ทัน


            “เค้าโตเป็นสาวแล้วไม่ใช่เด็กแล้วยะ และเค้าก็เป็นแฟนและกำลังจะแต่งงานกับพี่ภูด้วย”


            สองพ่อลูกได้ยินถึงกับอึ้งและนิ่งงันไป แถมทำหน้าเหวอราวกับฟังไม่ออกสักคำ ผิดกับอีกคนที่ฟังชัดทุกถ้อยคำ และไม่ชอบใจเท่าไรที่ได้ยินอย่างนี้ จึงรีบปลดแขนก่อนกระซิบ


            “ห้ามพูดแบบนี้เข้าใจมั้ย”



            แล้วจับไหล่เด็กฝรั่งคนนี้ดันมายืนตรงหน้า


            “ญาณินหรือนินนี่ครับ น้องสาวเพื่อนนายต่อ เป็นลูกครึ่งครับ นินนี่พูดไทยได้ครับ อยากมาเที่ยวทะเลผมเลยพามา อีกอย่างนินนี่ไม่ใช่เด็กอายุยี่สิบแล้วครับ นินนี่...นี่อาสมคิดกับพี่ขวัญ รู้จักกันไว้”


            “พี่ภูลืมบอกไปอีกอย่างว่านินนี่เป็นแฟนพี่ภู”


            “นินนี่” ภูไผทเรียกเบาๆ แล้วขึงตา


            “นี่มันอะไรกันหลานภู เด็กคนนี้บอกว่า...”


            “เธอพูดเล่นครับอา”


            “ไม่เล่นนะ เค้าเป็นแฟนพี่ภูจริงนี่น่า”


            “นินนี่!” เสียงเขาดังกว่าเดิม ดึงดูดสายตาใครหลายคนให้หันมอง


            “เสียงดังทำไมเล่าพี่ภูก็ แด๊ดกับมัมสอนให้เค้าพูดความจริง ห้ามโกหก ก็เค้าเป็นแฟนพี่ภูทำไมถึงพูดไม่ได้ ถ้าไม่พูดซิเค้าต้องเสียพี่ภูชัวร์เลย เพราะมีคนคิดจะอ่อยเหยื่อ และมีบางคนคิดจับพี่ภูให้ลูกเอ๊ยให้ผู้หญิงคนอื่น เค้าเห็นแวบเดียวก็ดูออกเลย และเค้ากลัวพี่ภูจะหลงผิด”


            คำพูดนี้สะดุดหูสมคิดและขวัญกมลลูกสาวอย่างแรง ทั้งสองจึงชักสีหน้าออกอาการไม่พอใจกลายๆ โดยเฉพาะขวัญกมลเตรียมตั้งป้อมเห็นผู้หญิงตรงหน้าคือศัตรู ตั้งแต่วินาทีแรกที่เพิ่งรู้จัก ที่สำคัญเธอต้องชนะผู้หญิงคนนี้ จะไม่มีวันพ่ายแพ้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม


            “พูดจาอะไรแบบนั้นนินนี่ ห้ามพูดอีก ไป...เที่ยงแล้วไปทานข้าวด้วยกัน ไปครับอาสมคิด คุณขวัญ”


            “ไชโยเค้าหิวแล้ว ไปกันเลยค่ะพี่ภู”


            ญาณินดูจะร่าเริงเป็นพิเศษ พอได้ยินก็ส่งเสียงแล้วรีบมากอดแขนดึงเขาให้เดินไปพร้อมกัน


            ภาพนี้สร้างความไม่พอใจให้สมคิดไม่น้อยทีเดียว ไม่คิดว่าสิ่งที่คิดจะทำ จะมีอุปสรรคชิ้นโตมาขัดขวางจนได้ ซึ่งผิดคาดอย่างมาก ไม่คิดว่าสิ่งที่สืบทราบมาจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะเท่าที่รู้มาชายหนุ่มผู้นี้ยังโสด เป็นคนเก่งมีความสามารถ ฐานะดีอีกต่างหาก แน่นอนว่าผู้ชายแบบนี้ต้องมีผู้หญิงมาติดพัน


            หากไม่คิดว่าจะมีเป็นตัวเป็นตนและเกาะติดแน่นขนาดนี้ เมื่อเป็นอย่างนี้สิ่งที่คิดและหวังจะสำเร็จหรือไม่

0 ความคิดเห็น