แรงรักแรงใคร่ ตอน ภูไผท&ญาณิน

ตอนที่ 2 : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

            ครั้นฟ้าเปลี่ยนสีที่ห้องพัก เขาเตรียมที่จะนอน หลังจากพาเธอที่อยากเที่ยวตระเวนไปทั่วหาดรวมถึงเล่นน้ำจนฉ่ำปอด แต่สำหรับเธอยังไม่เพียงพอเพราะอยากเที่ยวต่อ


            “น่าพี่ภูไปเที่ยวกันก่อนนะ แล้วค่อยนอน”


            ญาณินนั่งบนเตียงพร้อมพูดเสียงอ้อนแถมทำตาปริบๆ อย่างที่ทำแล้วเขาต้องใจอ่อน แต่ครั้งนี้ไม่เป็นอย่างที่ผ่านมา


            “ไม่ พี่เหนื่อยจะนอน ส่วนเราก็ไปอาบน้ำแล้วมานอน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า พี่ต้องการไปถึงโรงแรมก่อนสองโมงเช้า ถ้าเรายังอยากเที่ยวงั้นก็อยู่ที่นี่คนเดียว ส่วนพี่จะไป อยากกลับเมื่อไรโทรไปบอกได้ทุกเวลา แล้วพี่จะให้คนพาไปส่งที่กรุงเทพ”


            “ไม่เอาเค้าจะอยู่กับพี่ภู งั้นเค้าเชื่อพี่ภูก็ได้ เค้าไปอาบน้ำก่อนนะ”


            เธอว่าแล้วก็รีบทำตาม เขาจึงผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก


            “คิดผิดแน่ที่พายายเด็กนี่มาด้วย”


            ทั้งดื้อและอ้อนเก่ง แล้วยังเข้าถึงเนื้อถึงตัว ไม่ทำตัวให้สมกับเป็นสุภาพสตรีสักนิด แบบนี้ต้องอยู่ห่างและคอยปรามบ่อยครั้งหรืออาจต้องทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นใครๆ จะมองเขาในแง่ไม่ดีได้ คิดแล้วก็ล้มตัวลงนอนแค่ไม่กี่นาทีก็หลับตาและหลับสนิทในไม่กี่วินาทีต่อมา


****************** 

            ช่วงเวลาแห่งการหลับฝันดี ต้องมาสะดุ้งตื่นด้วยรู้สึกว่ามีใครบางคนมานอนข้างกาย แถมกอดรัด ยิ่งไปกว่านั้นใช้ขาเกี่ยวขาเขาไว้ ทำราวว่าเขาเป็นหมอนข้าง ไม่ต้องลืมตาก็รู้ว่าใครที่ทำอย่างนี้


            “นินนี่มานอนที่นี่ได้ไง ไหนเราตกลงกันแล้วว่าจะนอนคนละเตียง ลุกออกไป” ร้องบอกพร้อมลุกขึ้นและดึงเธอให้ลุกตาม เมื่อเตรียมจะพูดต่อ หากต้องนิ่งงันหัวใจเต้นแรงทันใด ต้นเหตุมาจากการแต่งตัวของเธอ


            “ใครบอกให้ใส่เสื้อผ้าแบบนี้ฮะ ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเลย”


            “เค้าแต่งตัวไม่เรียบร้อยเหรอ เค้าว่าเรียบร้อยออกนะเพราะเค้าไม่ได้โป๊ซะหน่อย แค่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นเท่านั้นเอง”


            “ไม่เท่านั้น” เขาสวนกลับแล้วกระแอมกระไอ และหันไปทางอื่นเร็วพลัน เพราะเธอทำเป็นก้มๆ เงยๆ ส่งผลให้คอเสื้อกว้างเกือบจะเห็นเข้าไปถึงเนินเนื้อวับๆ แวมๆ ชวนให้จินตนาการไปไกล ถึงแม้เห็นไม่ชัดเจนแต่ขนาดที่ดูจากภายนอกมันใหญ่เหมาะมือนักหนา


            เพียงแค่นี้ก็ตื่นเต้นไม่น้อย อยากต่อว่าที่สุดทว่ากลัวเธอจะจับน้ำเสียงที่บ่งบอกความรู้สึกภายในได้ จำต้องข่มอาการนั้นไว้ชั่วขณะหนึ่ง แล้วค่อยพูด


            “ถ้าเราอยู่คนเดียวในห้องจะแต่งแบบไหนก็แต่งไป แต่นี่มีพี่อยู่ด้วยต้องให้เรียบร้อยกว่านี้ ถ้าไปอยู่กับผู้ชายคนอื่น เขาไม่มาเตือนแบบนี้หรอกนะ เราคงถูกทำมิดีมิร้ายไปแล้ว”


            “เค้าอยากให้พี่ภูทำแบบนั้น อุ๊ยไม่ใช่ เค้าแค่อยากใส่เสื้อผ้าสบายๆ” ญาณินหัวเราะคิกคักอย่างนึกสนุก แล้วค่อยๆ ย่องเข้ามานั่งซ้อนด้านหลัง ได้จังหวะก็กอดแนบอกคู่ใหญ่เบียดหลังกว้าง


            “อีกอย่างเค้าขอนอนด้วยคนนะ เค้ากลัวผี เค้ากลัวจริงๆ นะ นอนกอดพี่ภูแบบนี้ต้องนอนหลับฝันดีชัวร์

เลย”


            สัมผัสกายแนบกายแม้จะมีเสื้อผ้ากั้นกลาง แต่ก็ทำให้เขาตื่นเต้นระคนตกใจ แต่ยังไม่เท่ากับที่เธอลูบไล้อกพลางขยำราวกับเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งของเธอ เขาจึงอึ้งและนิ่งงันไป ทว่าได้ไม่นานจำต้องจับสองมือนั้นแล้วดันเธอก่อนจะลงจากเตียงไปยืนหายใจเข้าออกอย่างแรง พลางขึงตาและเอ่ยเสียงเข้มจัด


            “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มิดชิดกว่านี้ และห้ามทำแบบนี้อีก ถ้าไม่ฟังกันพี่จะส่งเรากลับไปหามาร์ค”


            ผิดกับอีกฝ่ายที่คงยิ้มและทำหน้าทะเล้น แต่ยอมทำตาม ทว่าพอลงจากเตียงก็ยืนนิ่ง เพียงครู่ก็ทำเป็นยืดแข้งยืดขา แล้วยกขาราวกับอยากออกกำลังกายเสียอย่างนั้น ส่งผลให้เสื้อเปิดวับๆ แวมๆ


            ที่สำคัญเลยหันไปทำตาหวานฉ่ำและทำปากจู๋ส่งจูบไม่หยุด เรียกว่ายั่วยวนเต็มที่ จนเขาต้องเบือนหน้าหนีด้วยรู้สึกขัดเขินเสียเอง จากนั้นก็ชิ่งหนีด้วยการล้มตัวลงนอนให้รู้แล้วรู้รอด


            โดยที่เขาไม่เห็นเธอยิ้มกริ่มและปิดปากหัวเราะด้วยความถูกใจ ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ทำหน้าเจ้าเล่ห์ แล้วค่อยๆ ย่องมานั่งที่เตียงจะลงนอนที่เดิม ขณะนั้นเองเขาชิงพูดตัดหน้า


            “ถ้าทำอีกครั้ง พี่จะไล่กลับทันที”


            “แหมนอนด้วยก็ไม่ได้ ไม่นอนก็ได้”


            น้ำเสียงบอกชัดว่าเกิดอาการแง่งอน แต่ถ้าเขาหันไปมองก็จะเห็นรอยยิ้มที่ทำเป็นเสแสร้ง เพราะเคยเห็นมาจนจำได้


            “งั้นกู๊ดไนท์คิสก็ได้” พูดจบก็โน้มหน้าจูบแก้มเขา แล้วกระโดดแผ่วเดียวกลับมาที่เตียง


            ภูไผทตกใจผุดลุกหันไปมองคิดจะสั่งสอน แต่พอเจอเธอนอนยิ้มพร้อมโบกมือหย่อยๆ ก็พูดไม่ออก จึงขึงตากลบเกลื่อนความเขิน และรีบนอนหันหลังให้ดังเดิม


            “เค้ารักพี่ภูจัง ห้ามพี่ภูรักใครนะ ต้องรักเค้าคนเดียวเข้าใจมั้ย”


            เด็กบ้าพูดจาน่าเกลียด เขาได้แต่ต่อว่าในใจและลอบผ่อนลมหายใจเบาๆ สงสัยจะคิดผิดเอามากๆ ที่พาเด็กคนนี้มาด้วย นับแต่นี้ต่อไปชีวิตคงไม่สงบอยู่อย่างมีความสุขแท้จริง

0 ความคิดเห็น