มนตราทรายร่ายรัก

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 พ.ย. 56

                เช้าวันใหม่มาเยือน แม้ฟ้ายังไม่สว่างดีแต่ความร้อนก็เริ่มแผ่ซ่าน กลบความเย็นยะเยือกในยามค่ำคืนให้เลือนหายไป เสียงบางอย่างคล้ายบทสวดปลุกผู้หลับไหลในห้องคับแคบที่สุดของบ้านให้รู้สึกตัวตื่น

                ญาริตาผุดลุกทันทีแต่แผลจากศีรษะที่ไร้การเหลียวแลส่งผลให้ต้องลงไปนอน ความปวดแผ่ซ่านจนต้องบีบศีรษะ แม้แต่ร่างกายก็เกิดปวดร้าวขบเมื่อยอย่างบอกไม่ถูก ขยับเขยื้อนไปทางใดมิได้


                “แม่ขาแด๊ดขาช่วยริต้าด้วย”


                เธอพึมพำพร้อมที่น้ำตาหยดแหมะ ความอ่อนแอเกาะกุม
หัวใจแน่นหนึบ นับแต่มาถึงก็เกิดเรื่องร้ายไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกคนชั่วรังแกเกือบถูกย่ำยีร่างกายชีวิตเกือบหาไม่ จะโชคดีหรือร้ายกันแน่ผู้ที่ช่วยเหลือกลับพามาพบผู้ชายใจร้ายอีกคน ต้นเหตุของเรื่องมาจากหญิงชราผู้นั้นใช่หรือไม่


                “ยายต้องการให้หนูถูกทำร้ายเหรอคะ ถึงพาหนูออกมาแล้วก็ทิ้งหนูไว้คนเดียว”


                นาทีนั้นรู้สึกเย็นวูบไปทั่วกาย ทำหัวใจเต้นแรง แต่แล้วรู้สึกได้ถึงอาการปวดร้าวที่เกิดก่อนหน้านี้หายไปฉับพลัน แม้แต่ความเจ็บบริเวณศีรษะก็หายไปด้วย น่าแปลกเกิดอะไรขึ้นหรือนี่ อาการต่างๆ ถึงหายราวปาฏิหาริย์ ไม่ทันไรคล้ายว่าได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังแว่ว


                “เจ้าต้องออกจากห้องเดี๋ยวนี้แม่หนู ออกจากห้องเดี๋ยวนี้”


                ญาริตาขยับตัวเหลียวมองแต่ไม่พบผู้ใด ทว่าเสียงพูดยังดังก้องในหูจึงตัดสินใจทำตามเสียงที่ได้ยิน ระหว่างนั้นเสียงกุญแจหลุดจากที่ควรอยู่หล่นลงพื้นแล้วเสียงประตูก็ดังแอดค่อยๆ เปิด เธอเลยก้าวออกแต่ต้องหยุดเพียงแค่นั้น

           ทางเดินสองทางทอดยาวและเงียบวังเวงน่ากลัว บวกกับเสียงคล้ายคนสวดมนต์ที่ไม่เคยยินมาก่อนส่งผลให้ใจเต้นแรง แล้วเสียงนั้นดังอีกหน ไปทางซ้าย จึงทำตามคำแนะนำ ไม่กี่ก้าวก็เลี้ยวขวา จังหวะนั้นเองชนเข้ากับใครคนหนึ่ง


                “อุ๊ย...” ดวงหน้าสวยชนอกแกร่งเต็มแรง พอเงยหน้าพบใบหน้าคมเข้มที่เกร็งและตึงเขม็ง ดวงตาดำขลับนั้นวาวโรจน์ฉายชัดถึงความโกรธเคืองที่มีสูง


                “กล้าดีอย่างไรถึงออกมาเดินอ่อยเหยื่อ!” อิบราฮิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ค่อนไปทางเกรี้ยวกราด


                “ฉะ...ฉันไม่ได้ทำ...อย่างที่คุณว่า...” ญาริตารู้สึกกลัวไม่น้อยจึงพูดเสียงสั่น แล้วค่อยๆ ถอยห่างผู้ชายใจร้ายอย่างเสือ

                 แต่ไม่พ้นเงื้อมมือเพราะเขาคว้าแขนกระชากดึงเข้าหาตัว ก่อนจะบีบแขนทั้งสองข้างเต็มแรง แขนเรียวเล็กแทบจะหักแหลกเหลวค้างมือ


                “ไม่อ่อย แล้วทำไมถึงแต่งตัวอย่างนี้”


                หญิงสาวมิรู้สึกตัว ครั้นก้มมองถึงได้รู้ว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่มิสมควรปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน เสื้อตัวยาวแขนยาวสีขาวนั้นบางพลิ้ว แทบจะปกปิดซ่อนเร้นรูปร่างมิได้เลย

                โดยเฉพาะทรวงอกอิ่มที่เต่งตึงเอ่อท้นชั้นในตัวเล็ก พอรู้ตัวก็เกิดอับอายดวงหน้าเริ่มแดงก่ำ หากปกป้องตัวเองไม่ได้ ทำได้แต่ก้มหน้าไม่สบนัยน์ตาเข้มจัดที่ดูน่ากลัว


                “มองหน้าผม!


                เสียงตวาดทำเธอสะดุ้งสุดตัวจนต้องเงยหน้าฉับพลัน แต่แล้วก็ต้องตกใจช็อกนิ่งงันไป เพราะเขาที่น่ากลัวทั้งหน้าตาและท่าทางประกบเรียวปากอมชมพูบดขยี้อย่างหนักหน่วง คล้ายว่าลงทัณฑ์ผู้หญิงที่นำความโมโหมาให้ จากนั้นก็ผลักไสไม่ไยดี


                “ที่จูบไม่ใช่เพราะนึกพิศวาส แต่สนองความต้องการของคุณต่างหาก และผมก็ให้คุณได้แค่จูบ ถ้าต้องการให้ผมสนองตัณหาก็ได้ ตรงนี้เดี๋ยวนี้เลยเป็นไง”


                เขาพูดพลางตรงไปกระชากเธอที่ยืนนิ่งด้วยความตกใจหน้าซีดปากสั่น เมื่อตกอยู่ในอุ้งมือมารสติญาริตากลับคืนฝืนสะบัดตัวพร้อมตวัดมือตบหน้าเขาฉากใหญ่ เสียงดังเผี๊ยะ! หยุดเขาได้เช่นกัน แต่กระตุ้นโทสะที่มีเป็นทุนเดิมให้ลุกโชนอย่างแรงกล้า


                “ฉันกับคุณไม่เคยรู้จักกัน แต่ทำไมถึงทำร้ายกันอย่างนี้ ฉันเคยคิดว่าคนประเทศนี้จะใจดีทำตัวเป็นเจ้าของบ้านที่ดี แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคนต่ำทรามอย่างคุณ!


                ด้วยแรงโกรธทำให้ญาริตาต่อว่ารุนแรงอย่างลืมตัว และลืมไปว่าตนนั้นเป็นเสมือนลูกไก่ที่พญาเหยี่ยวแห่งท้องทะเลทรายคิดทำร้ายได้ทุกเมื่อ


                “ต่ำทรามรึ!” อิบราฮิมถลึงตาที่ลุกวาวแล้วเค้นเสียงลอดผ่านไรฟัน “งั้นผมจะทำให้เห็นว่าคนต่ำทรามเขาทำผู้หญิงหน้าด้านอ่อยเหยื่อผู้ชายอย่างไร!


                สิ้นคำ เขาก็คว้าร่างเพรียวระหงเข้าหาตัวแล้วบดขยี้ริมฝีปากที่จัดจ้าน ผู้ถูกกระทำดิ้นรนสุดฤทธิ์และเมื่อหลุดพ้นตบหน้าเขาอีกครั้ง แล้วหุนหันหมุนตัววิ่งหนีพร้อมกรีดร้องสุดเสียง แต่เขาคว้าได้ทันท่วงทีแล้วปิดปากด้วยจุมพิตที่หนักหน่วงอีกหนพลางลากเธอกลับห้องได้ทันก่อนที่ใครคนหนึ่งจะมาถึง


                “เสียงผู้หญิงที่ไหนร้อง เจ้ารู้ไหม” อิบรามิลเดินมาหาต้นตอแห่งเสียง


                “คงพวกทำงานบ้านมั้งครับ” อามุสตอบเบาๆ แล้วพยายามแก้ไขสถานการณ์ “เมื่อคืนกลับดึกไม่ใช่หรือครับ งั้นนายรามิลกลับไปนอนต่อเถอะครับ”


                “นอนไม่ได้ ข้าจะไปตามหาคนสวยต่อ ป่านนี้กลับโรงแรมหรือยังไม่รู้”


                ว่าแล้วก็กลับไปทางเดิม อามุสจึงลอบถอนลมหายใจด้วยความโล่งอก แล้วเมียงมองประตูห้องที่ผู้หญิงแปลกหน้าอาศัยหลับนอน เสียงที่ได้ยินนั้นเงียบหายไปก่อนจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!?


======================
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ 
อ่านแล้วโพสคุยกันค่ะ คุยสั้นคุยยาวก็ได้ 
ราฮิมกับรามิลรอทุกคนอยู่นะคะ

คนที่รอทุกคนอยู่ก็คือ แม่ย่า! เจ้าลูกหลานเหลนโหลนของข้า!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

215 ความคิดเห็น

  1. #36 ศิรดาค่ะ (@sirada2555) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 / 15:43
    คุณยายเป็นใครคะ มาดีหรือร้ายคะ
    #36
    0
  2. #25 ตะบองเพชรจิ๋ว (@sayaung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 / 13:17
    ปากกับใจไม่ตรงกันเลยพระเอกเรา
    #25
    0