มนตราทรายร่ายรัก

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 พ.ย. 56

                เวลานั้นที่บ้านหลังใหญ่หลังคาทรงโดมสีขาวตั้งเด่นตระหง่าน บัดนี้เจ้าของบ้านเพิ่งมาถึงโดยมีลูกน้องคนสนิทรอรับที่หน้าบ้าน เมื่อลงจากรถชายร่างสูงเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ผู้คนที่ให้ดูแลรักษาความปลอดภัยภายบ้านในยามค่ำคืนซึ่งแต่ละคืนมีไม่ต่ำกว่าหกเจ็ดคน เหตุไฉนวันนี้น้อยเกินจนสังเกตได้


                “หายไปไหนกันหมด”


                “ไปทำงานให้นายรามิลครับ” อามุสตอบ


                “งานอะไร ทำไมถึงเรียกใช้ค่ำมืดดึกดื่นอย่างนี้ ไม่รู้หรือไง
ว่าคนพวกนั้นต้องดูแลบ้าน”


                อิบราฮิมท่าทางจะไม่พอใจน้องชายเอามากๆ เพราะคงไม่ใช่งานที่สลักสำคัญอะไรเป็นเรื่องที่ไร้สาระเสียมากกว่าซึ่งงานดังกล่าวคงหนีไม่พ้นเรื่องผู้หญิง


                “งานที่ว่าเกี่ยวกับผู้หญิงพวกนั้นอีกล่ะซินะ”


                “เอ่อได้ยินมาว่าอย่างนั้นครับ เหมือนว่าคนใดคนหนึ่งหายไป เลยระดมคนออกตามหา”


                “เจ้านั่นชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อไรจะเลิกบ้าผู้หญิงแล้วรับผิดชอบงานจริงจังสักที” ผู้เป็นพี่ชายบ่นพลางก้าวเข้าบ้าน และเปลี่ยนเรื่องพูด


                “พรุ่งนี้ช่วยปลุกข้าด้วย ข้ามีนัดตอนเช้ากับพ่อค้าเพชร”


                เพราะเหตุนี้ถึงต้องมานอนค้างอ้างแรม ณ บ้านใหญ่ในเมืองหลวงแทนที่จะนอนยังบ้านเกิดในเผ่ายาโฮบาห์


                “เอ่อนายครับ ผมมีเรื่องจะบอก...”


                ไม่ทันที่อามุสจะได้แจ้งข่าวบางเรื่อง เจ้านายหนุ่มก็ลับหายไปทางห้องส่วนตัว ลูกน้องคนสนิทต้องวิ่งตามมาเพื่อจะบอกข่าว แต่ไม่ทันดังเดิม จู่ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องเล็กแหลมดังเล็ดลอดออกจากห้องๆ หนึ่ง วินาทีต่อมาเจ้าของเสียงเปิดประตูผางวิ่งพรวดพราดออกมาชนเข้ากับผู้ชายร่างใหญ่ที่ขวางทาง ถ้าเขาไม่โอบกอดไว้คงล้มเจ็บตัวแน่แท้


                การปรากฏตัวของผู้หญิงแปลกหน้าในบ้านหลังนี้นับว่าเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง และไม่ใช่เรื่องที่ดีสักนิด อิบราฮิมดันร่างเพรียวระหงเพื่อดูหน้าตาให้ชัดเจน ทว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความหวาดกลัว ตัวสั่นไหวราวกับเหยื่อที่ตกอยู่ในอุ้งมือพญาเหยี่ยวแห่งท้องทะเลทราย แต่ไม่อาจกลบเกลื่อนดวงหน้าเนียนสวยที่ดูอ่อนหวาน


                ตาคู่สวยรวมถึงคิ้วคางจมูกและริมฝีปากน่าพิศไม่น้อยทีเดียว และที่เด่นชัดคือดวงหน้านี้บอกชัดว่าไม่ใช่ผู้หญิงในประเทศแต่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งเคยพบเจอวันนี้นี่เอง วินาทีนั้นตัดสินใจผลักไสอย่างแรง ส่งผลให้หญิงสาวล้มไม่เป็นท่าแล้วตวาด


                “กล้าดีอย่างไรถึงเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้!


                “นายครับ...” อามุสพยายามจะอธิบายแต่เจ้านายไม่ให้โอกาสกลับหันมาตวาด


                “เจ้าหุบปากไปเลยอามุส! ข้าถามนางไม่ใช่เจ้า!


                จากนั้นหันไปกระชากร่างเล็กที่เอาแต่ร่ำไห้ไม่ยอมปริปากจากพื้น จับแขนทั้งสองข้างบีบแน่นไม่อาทรว่าเธอจะเจ็บสักเพียงใด


                “เมื่อเช้าที่สนามบินคุณวิ่งมากลางถนนให้รถผมชน ตอนดึกกลับมาอยู่ที่บ้านผมอีกให้เจ้าไกด์เตือน แต่ไม่ฟังคิดจะอ่อยเหยื่อจริงๆ ใช่ไหมฮึ!


                “ฉะ...ฉัน...ไม่...”


                ญาริตาเอ่ยเสียงสั่นเครือพยายามจะบอกแต่พูดไม่ออก แรงบีบจากมือเขาทำเธอเจ็บเกินกว่าจะปฏิเสธที่ถูกใส่ความ และดูเหมือนเขาจะไม่ปรานีแม้แต่น้อยเพิ่มแรงพร้อมเขย่าจนเธอสั่นคลอน


                “จำใส่สมองคุณไว้ ว่าผมเกลียดผู้หญิงต่างชาติทุกคน!


                สิ้นน้ำคำที่บ่งบอกว่ารังเกียจชัดเจน เขาก็ฉุดกระชากลากถูไม่แม้แต่จะเห็นใจ ไม่นึกสงสารเวทนาให้เธอร่ำไห้ร้องครวญด้วยความเจ็บสักเพียงใดเขาก็ไม่ออมแรง ครั้นออกจากตัวบ้านได้ก็เหวี่ยงจนร่างเล็กๆ ลอยละลิ่วล้มใส่ต้นไม้โครมใหญ่ทำเอาศีรษะกระแทกอย่างแรง ร้อนถึงอามุสต้องเข้าไปช่วยประคองพร้อมเอ่ยปากกับเจ้านายหนุ่มอย่างร้อนรน


                “ฟังผมก่อนครับนาย ผมเป็นคนพาเธอมาที่นี่เองครับ”


                “เจ้าทำบ้าอะไรฮึอามุส” เจ้านายหนุ่มตะคอกดวงตาวาวโรจน์ความโมโหเกิดเดือดดาลเต็มที่


                “ผมเจอเธอถูกพวกโจรจะข่มขืนเลยเข้าไปช่วย แต่เธอสลบและผมไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร เลยต้องพามาที่นี่ครับ ผมจะบอกนายแต่
ว่าเกิด...”


                “งั้นเจ้าก็พาไปหาเจ้าไกด์ที่ชื่อซากี แล้วเจ้าจงจำไว้อย่าพามาที่บ้านข้าอีกเข้าใจไหม”


                “ครับผม แต่ผมว่าตอนนี้พาเธอไปโรงพยาบาลก่อนดีไหมครับ ที่นายผลักเธอทำให้หน้าผากเธอแตกครับ”


                อิบราฮิมจับจ้องร่างที่แน่นิ่งไปและสังเกตเห็นบาดแผลที่ว่า ดวงหน้าที่เห็นยามนี้ซีดเซียวไร้สีสันและมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนเห็นแล้วหัวใจที่แข็งกระด้างเกิดอ่อนยวบ ทว่าวินาทีต่อมากลับเป็นดังเดิมก่อนจะเอ่ยปากสั่งเสียงห้วนจัด


                “พาไปหาเจ้าซา...”


                ไม่ทันเอ่ยจบประโยคเสียงแตรรถคันหนึ่งดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้อิบราฮิมเปลี่ยนใจกะทันหัน ไปพาเธอกลับเข้าบ้านก่อนที่เจ้าของรถคันดังกล่าวจะเห็นสิ่งที่ไม่สมควรเห็นอย่างยิ่ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

215 ความคิดเห็น

  1. #24 ตะบองเพชรจิ๋ว (@sayaung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 / 13:13
    ใจร้ายจริงๆ เลย
    #24
    0