Boy in luv รักใสๆ ของหนุ่มหน้าโหด

ตอนที่ 7 : ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มิ.ย. 59

ตอนที่7 ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น

 

              เช้าวันจันทร์ ลำธารเด้งตัวตื่นเพราะเสียงปลุกที่ตั้งไว้ในมือถือ เจ้าตัวเดินงัวเงยเข้าห้องน้ำ เป็นแบบนี้ทุกๆ เช้า หากวันไหนเธอไม่ตั้งปลุกก็เป็นอันต้องตื่นสายแน่ๆ ถึงแม้ว่าจะต้องไปโรงเรียนเวลานี้ทุกวันแต่ร่างกายเธอก็ยังไม่ชินกับการตื่นเช้าเองโดยไม่ต้องมีเสียงปลุก

              และวันนี้เธอก็ตั้งปลุกสายกว่าทุกวัน

              เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอก็เดินลงมาชั้นล่าง มองหาพี่ชายแต่ไม่พบและรู้ได้ทันทีว่าคงออกไปทำงานแล้วตามที่บอกไว้เมื่อคืน ปกติแม้ว่าเธอจะตื่นสายแต่เธอมักจะตั้งเวลาให้ตื่นก่อนพี่ชายเสมอเพื่อทำกับข้าว เว้นแต่วันไหนพี่ของเธอไปทำงานเช้ามากๆ เธอจึงไม่ลุกมาทำให้ เพราะต้นน้ำไม่อยากให้น้องตัวเองต้องฝืนตัวเองขนาดนั้น

              เธอกำลังจะเข้าไปในครัวหาอะไรกินแบบง่ายๆ พอเดินผ่านโต๊ะอาหารกับเห็นแซนวิชพร้อมด้วยโน๊ตวางอยู่ตรงนั้น

              พี่รู้ว่าวันนี้เราต้องตื่นสายและขี้เกียจทำกับข้าวกินแน่ๆ เพราะงั้นกินนี่ให้อะไร ส่วนเรื่องร้านพี่จัดการให้เอง

              ลำธารอ่านแล้วยิ้มขำ พี่ชายเธอก็น่ารักแบบนี้แหละ ทั้งที่ตัวเองไปทำงานแต่เช้ายังมาทำแซนวิชให้เธออีก ลำธารหยิบแซนวิชมากัดคำนึง คว้าเอากระเป๋าเดินออกจากบ้านโดยไม่ลืมตรวจสอบว่าหน้าต่างปิดหมดแล้วหรือยัง ก่อนจะปิดรั้วบ้านและไปโรงเรียน

              ทั้งเธอและพี่ชายต่างเห็นดีว่าจะอยู่บ้านเดิมที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ดีกว่าย้ายไปชื้อบ้านใหม่ เพราะต่างก็คิดว่าบ้านนี้เป็นบ้านที่มีความทรงจำของทั้งสองเป็นบ้านที่อบอุ่นแล้ว อยู่กันแค่สองคนจะไปชื้อบ้านที่มันใหญ่เกินไปให้เงียบเหงาวังเวงทำไม

              เพราะโรงเรียนอยู่ไม่ไกลจากบ้าน นั่งรถไฟแค่ไม่กี่สถานีและเดินอีกนิดหน่อยก็ถึงแล้ว เธอเคยชินกับแบบนี้มากกว่ามีคนขับไปรับไปส่ง เพราะรถมันติดมากเดินไปแบบนี้ยังดีซะกว่า

              “อ้าว นี่มันลำธารนี่น่า”

              เสียงแหลมเล็กบาดแก้วหูเรียกให้ลำธารที่กำลังจะเดินผ่านไปหยุดลงได้ เธอถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ด้วยเสียงที่จำได้เป็นอย่างดีต่อให้ไม่หันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร เท้าที่หยุดลงจึงก้าวเดินต่ออย่างไม่สนใจ

              “นี่!! ฉันเรียกเธอไม่ได้ยินหรอไง”

              ลำธารหมุนตัวตามแรงกระชาก สีหน้าเธอแสดงออกว่าไม่พอใจกับการกระทำนี้ “ได้ยิน แต่ฉันรีบ” เธอสะบัดแขนออก กวาดตามองเด็กผู้หญิงวัยเดียวกับเธอสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนนึงเธอพบเจอได้หลายปีแล้ว ส่วนอีกสองคนก็เพิ่งคุ้นหน้าได้ไม่นาน

              “ต่อให้เธอรีบ เธอก็ควรทักทายฉัน”

              ลำธารมองคนตรงหน้าที่กอดอกเชิดหน้าวางท่าเหนือกว่าเธอ อย่างปลงในใจ ยิ่งมองใบหน้าของเด็กผู้หญิงคนนี้เธอก็ทั้งรู้สึกขำ สงสาร และเอือมระอา ทั้งที่ใบหน้าโดยรวมดูแล้วเป็นคนที่จัดได้ว่าน่ามอง แต่กลับแต่งหน้าจัดเกินวัยจนดูแก่กว่าอายุ หน้าก็ขาวโบ๊ะไม่เข้าหน้า เหมือนใช้แป้งคนละเบอร์

              เด็กสาวคนดั่งก่าวมองลำธารอย่างไม่ชอบใจ ทั้งที่เมื่อก่อนใบหน้าคนๆ นี้ดูไม่ได้ด้วยช้ำ แต่ดูตอนนี้สิมันกลับดูใสวิ้งเป็นธรรมชาติจนเธอหงุดหงิด เพื่อนสาวทั้งสองมองเพื่อนตัวเองที่มักทักทาย (หาเรื่อง) คนนี้ทุกครั้งหาได้เจออย่างไม่เข้าใจ แต่ใจก็รับรู้ได้ว่าเพื่อนตัวเองไม่ชอบขี้หน้ายัยคนนี้

              “ฟ้า เลิกยุ่งกับฉันดีกว่า ฉันรู้ว่าเธอชอบเป็นฉันแต่ว่า...” ลำธารกวาดตามองฟ้าขึ้นลงมุมปากยกยิ้ม “ฉันไม่เคยแต่งหน้าหนาขนาดนี้ ถามจริง ตอนล้างหน้าเคยถามคนในกระจกมั้ยว่าเป็นใคร”

              เพื่อนทั้งสองของฟ้าหัวเราะพรืด ฟ้าหันไปมองอย่างโกรธๆ ก่อนจะหันมาจ้องลำธารสายตาโกรธจัดเพราะโดนพูดจี้จุด

              “อ่อ แล้วอีกอย่าง ตอนออกจากบ้านไม่ได้ส่องกระจกหรอ” ลำธารยกมือวนใบหน้าตัวเอง “ไม่เห็นเหรอว่าหน้ามันลอย”

พูดจบก็ไม่อยู่ให้อีกฝ่ายตอบ เธอหันหลังเดินจากไปทันที ปล่อยให้อีกฝ่ายกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ หันไปต่อว่าเพื่อนทั้งสองที่ไม่ยอมบอกเธอและปล่อยให้เธอขายหน้า ทั้งสองคนก็พูดแต่ว่ากลัวเธอโกรธแต่ทั้งที่จริง ในใจของพวกเธอนั้นอยากให้ฟ้าเป็นตัวตลก

 

ลำธารเดินห่างออกมาไกลพอสมควรแล้ว ถอนหายใจ ถามว่าเธอกับฟ้ารู้จักกันมั้ยตอบได้ว่ารู้จัก แต่สนิทกันมั้ยตอบได้ว่าเกือบจะสนิท เธอกับฟ้ารู้จักกันที่โรงเรียนเก่าของเธอ ตอนนี้คงย้ายออกแล้วมาอยู่โรงเรียน H ที่อยู่ไม่ไกลจากนี่ละมั้ง ดูจากการแต่งตัว

 เพราะตอนนั้นเห็นว่าฟ้าเป็นเด็กใหม่แล้วไม่มีใครคุยด้วย ท่าทางก็ดูหงิมๆ เธอกลัวว่าจะไม่มีใครคุยด้วยจึงดึงเข้ามาร่วมกลุ่มแต่อยู่ไม่ได้นานเพราะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ นานไปเพื่อนในกลุ่มไม่ชอบฟ้าบอกว่าฟ้ากำลังเลียนแบบเป็นตัวเธอ ทั้งท่าทาง การแต่งตัว เวลาเธอหัวเราะ ตอนที่ได้ยินเธอก็ไม่รู้สึกอะไรมาก ถ้าเป็นการทำให้อีกฝ่ายมีเพื่อน อยากจะทำก็ให้ทำไป

ถ้าไม่เหนื่อยซะก่อน

เพราะการทำตัวเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองมันออกจะน่าอึดอัด

เธอจะไม่แสดงท่าทางไม่ชอบฟ้าเลย ถ้าไม่ใช่เพราะฟ้าคือคนที่เหยียบซ้ำเติมเธอในวันนั้น เป็นตัวการในการแกล้งเธอจนเธออดไม่ได้ตอกกลับ จนต้องย้ายโรงเรียนไงล่ะ

พอเดินมาถึงหน้าโรงเรียน S เธอก็เบิกตากว้างเมื่อพบว่ารั้วเหล็กสีดำปิดสนิทเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังมีผู้คุมกฏยืนจดรายชื่อคนมาสายและลงโทษยืนอยู่ตรงนั้น

เธอได้แต่โทษว่าเป็นเพราะเธอมัวแต่เสียเวลากับยัยคนนั้นจนต้องมาสาย

 

 

วันนี้เป็นเวรของบรรทัดที่ต้องอยู่หน้าโรงเรียนจดรายชื่อคนมาสายพร้อมกับมอบบทลงโทษให้ ดวงตาเรียวเล็กก้มจดรายชื่อไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่มักมองสำรวจเหมือนเขาเป็นคนบ้า หากใครจะมองแบบนั้นก็ไม่ผิด ทั้งที่ผู้ชายคนนี้จัดได้ว่าเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารัก แต่เรื่องราวความเพี้ยนของเขาเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ต่างก็ได้รับรู้ ยิ่งเห็นตรงแอวของบรรทัดมีดาบไม้เล่มยาวอยู่ คนดีๆ เขาไม่พกของแบบนี้กันหรอก

แต่บรรทัดเป็นคนดีๆ ทีชอบพกดาบไม้ เขาไม่สนใจว่าใครจะมองเขายังไงเพราะเขาคิดอยู่เสมอว่าความชอบส่วนตัวของเขา มันไม่ได้หนักบนหัวใคร

ดวงตาเรียวเล็กเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดดำ ปากก็บอกบทลงโทษ เมื่อนักเรียนที่มาสายไปจนหมดเขาก็ถอนหายใจ ก่อนจะเหลือบสายตามาเห็นใครบางคนที่ทำให้ตาเล็กๆ ของเขาขยายใหญ่ขึ้น

ซวยแล้ว

บรรทัดมองคนที่เดินมาหยุดตรงหน้า โดยไม่รู้ตัวว่าตอนนั้นเขากำลังกลั้นหายใจอยู่ วันนี้เป็นวันซวยของเขาโดยแท้ทำไมว่าที่นายหญิงของเขาถึงมาสายเอาวันนี้ แล้วเขาจะทำยังไงดี จะลงโทษก็กลัวท่านผู้นำมาลงโทษเขา แต่ถ้าไม่ทำตามกฎก็ไม่ได้เขาละอยากร้องไห้จริงๆ

ลำธารมองคนตรงหน้าที่หน้าตาแปลกเดี๋ยวก็เหมือนจะร้องไห้ อีกเดี๋ยวก็ทำหน้าตาจริงจังอย่างไม่เข้าใจ เธอมองสำรวจผู้ชายคนนี้และเห็นว่าเป็นคนที่สูงกว่าเธอค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่สูงเท่าดิน ตรงแอวข้างซ้ายห้อยของที่มีลักษณะยาวเหมือนดาบ เธอก็พอเดาได้ว่าคนๆ นี้คือ บรรทัด ที่เพื่อนๆ ต่างพูดถึงว่าเป็นคนคลั่งนิยายกำลังภายใน

“เอ่อ ว่าที่นายหญ...แฮ่ม ทำไมวันนี้ถึงมาสายเล่า จำมิได้หรือว่าสถานศึกษามีกฏไว้เช่นไร ผู้ใดมาสายย่อมต้องถูกลงโทษ” พูดออกไปแล้วบรรทัดก็อยากจะบ้าตาย ยิ่งเห็นว่าที่นายหญิงตัวเองทำหน้างง เขาก็อ้าปากเตรียมจะเปลี่ยนคำพูดให้เขาใจได้ง่ายๆ

“เราเข้าใจ ไม่ต้องอธิบายก็ได้” ลำธารส่งยิ้มให้ “บอกบทลงโทษเรามาเถอะ”

ได้ยินแบบนั้นบรรทัศก็ดีใจ ยิ่งว่าที่นายหญิงตัวเองไม่มองเขาแปลก ในใจก็ลำเอียงให้บทลงโทษง่ายๆ กับลำธารไป

 

 

ดินรู้ว่าลำธารมาสายหลังจากที่ลูกทีมคนนึงส่งสมุดดำมาให้เขาดู ตัวเขาก็ไม่ได้โกรธที่บรรทัดสั่งให้กวาดใบไม้บนดาดฟ้าเรียนตึกเอ ด้วยถ้าเป็นเขาก็ต้องสั่งให้ทำเพราะมันคือกฎ

เห็นแค่ชื่อใจเขายังกระตุก เขาอยากจะไปเจอแต่ตัวเขาเองกับไม่กล้าที่จะไปพบ คอยหลบเลี่ยงทั้งที่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายก็คงไม่ได้อยากพบเขาหรอก อาจจะว่าเขาคิดมาก็ได้ แต่ร้อยทั้งร้อยคนที่บอกว่าชอบเมฆ จะต้องมีสักวันหาโอกาสไปสารภาพรักแน่ๆ เพราะเขาเคยเห็นมาแล้ว เขาเคยเดินผ่านได้ยินคนนั้นบอกว่าชอบเมฆอย่างนั้นชอบเมฆอย่างนี้ แล้ววันต่อมาก็ไปสารภาพรัก และก็ต้องผิดหวัง ในตอนนั้นเขาคิดแค่ว่าใครต่อใครจะไปสารภาพรักกับเพื่อน่ขาเขาไม่ว่า แค่ขออย่าให้เป็นคนที่เขาแอบชอบก็พอแล้ว

แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดมันกำลังเกิดขึ้น คนที่เขาแอบชอบกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อนเขาพร้อมกับคุกกี้ที่เขาเคยได้ โดยที่เขาได้แค่แอบมองดูอยู่ห่างๆ

เขาไม่รู้ว่าลำธารพูดอะไรไปบ้างแต่ท่าทางเขินๆ ที่แสดงออกมันทำให้เขาปวดใจจริงๆ มองเพื่อนทีรับของไปด้วยท่าทีอึกอัก เขาก็เดินหันหลังจากตรงนั้นไปแล้ว

ประธานนักเรียนผู้หล่อเหลาได้แต่ส่งยิ้มการค้าให้ผู้หญิงที่เพื่อนชอบอย่างไม่รู้จะทำยังไง ฟังสิ่งที่เธอเล่าในใจเขากลับโกรธขึ้นมา แต่มันก็หายไปเมื่อเขานึกได้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รู้ว่าเพื่อนเขาแอบชอบตัวเองสักหน่อย     

“หมายความว่าเธอจะขอคบกับฉัน?” พูดออกไปแล้วเมฆก็ได้แต่ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ

ลำธารเบิกตากว้างก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ยกไม้ยกมือโบกไปมาเป็นพัลวัน “ไม่ใช่ๆ ทำไมใครต่อใครชอบตีความว่าเราอยากคบนายอยู่เรื่อยเลย เราแค่ชอบนายเหมือนแฟนคลับคนนึงเอง วันนั้นเราก็ตั้งใจจะเอาให้แล้วแต่ดันให้ผิด มันรู้สึกไม่สบายใจนะ”

“เฮ้อ โล่งใจหน่อย”

“อ้าว ทำไมทำท่าทางแบบนี้ล่ะ” ลำธารแกล้งโกรธอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นเขาทำหน้าลนๆ “สบายใจได้เราก็แค่ชอบคนหล่อเหมือนผู้หญิงทั่วไปนั่นแหละ”

“ถ้าเขาหน้าตาแย่เธอจะไม่ชอบงั้นเหรอ”

“หืม?” ลำธารทำหน้างง “อ่า มันก็ไม่แน่เสมอไป”

ก่อนจากกันลำธารยังไม่ลืมจะถามหาดิน เพราะตั้งแต่เช้ามาเธอไม่เจอเขาเลย ทั้งที่ทุกวันจะต้องมีอย่างหน้อยครั้งหรือสองครั้งที่เธอจะเจอดิน แต่วันนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาไม่ว่าจะไปหาที่ไหนก็ไม่เจอ เหมือนคาดกันตลอดเวลา

เมฆมองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินจากไป ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มกว้าง ด้วยท่าทางและแววตาตอนที่พูดถึงเพื่อนเขา ดูท่าว่าเพื่อนเขาจะสมหวังเข้าสะแล้ว

 

 

เมื่อกี้ตอนที่เมฆรู้ว่าเธอถามหาเพราะจะเอาขนมให้ เขาก็ยังกระซิบบอกว่าดินชอบกินของหวานมากจนถึงขั้นคลั่งไคล้ แค่ได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้สึกดีใจมากๆ ด้วยตอนแรกแค่คิดว่าดินพอทานของหวานได้บ้างแต่อาจจะได้ไม่เยอะ แต่ตัวเองดันทำคุกกี้เป็นโหลมาให้ ใจก็กังวนว่าเขาจะกินไม่หมด พอได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกทั้งโล่งใจและดีใจ

เดินมาจนถึงตึกดี เมฆบอกว่าดินชอบมาอยู่บนดาดฟ้าตึกนี้ เธอจึงเดินขึ้นไป ไม่รู้ว่าทำไมยิ่งใกล้ประตูดาดฟ้าเท่าไรใจเธอก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ตบตรงกระเป๋าที่ด้านในมีขวดโหลขนมอย่างเรียกกำลังใจ  มือก็จับคุกกี้รูปหน้าโกรธอย่างเบามือ
              มองเห็นแผ่นหลังกว้างที่อยู่ตรงหน้า ลำธารก็เดินเข้าไปใกล้ หอบหายใจเล็กน้อย “กว่าจะหาเจอเล่นเอาเราเหนื่อยเลยรู้หรือป่าวเนี่ย” ลำธารยิ้มให้กลับแผ่นหลังนั้นเพราะดินไม่ยอมหันมา

“เราหานายตั้งแต่เช้า ถ้าไม่ใช่เพราะเมฆบอกว่านายชอบอยู่ที่นี่เราก็คงหาไม่เจอ”

“ได้คุยกับเมฆแล้วเหรอ”

“อื้อ แล้วเรา..”

“ปล่อยผมอยู่คนเดียวเถอะ” ดินพูดด้วยน้ำเสียงอดกลั้น

“แต่เรามีของจะให้..” ลำธารเปิดปากถุงคุกกี้อยากให้เขาได้ชิมดู

“เอากลับไปเถอะครับ”

ลำธารมองดินอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่คุยกันแต่ดินกลับไม่ยอมหันมาคุยกับเธอตรงๆ เธอจึงคว้ามือของเขาขึ้นมาแล้ววางคุกกี้ชิ้นนั้นลงบนฝ่ามือ แต่ไมคาดว่าดินกลับสะบัดออกจนมันตกลงบนพื้น ส่วนตัวเธอเซถอยหลังเกือบจะล้ม ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ มองคุกกี้หลุดจากถุงเปื้อนดิน ทั้งยังแตกเป็นชิ้น ขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าว

ดินก็ตกใจเช่นกัน เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำรุนแรงจนลำธารจะล้มแบบนั้น เพราะเมื่อกี้เขากำลังนึกถึงตอนที่เธอกำลังอยู่กับเพื่อนของเขามันเลยรู้สึกหงุดหงิดควบคุมตัวเองไม่อยู่ ยิ่งเห็นใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาตัวเขายิ่งรู้สึกผิด

“ลำธาร...”

“ไม่เห็นต้องทำกันขนาดนี้เลย ทั้งที่เราตั้งใจทำมาให้แต่นายกับทำแบบนี้...ฮึก โกรธอะไรเราอ่ะถ้าไม่อยากได้ไม่เห็นต้องปัดทิ้งเลย” ยิ่งพูดน้ำตาของเธอก็ยิ่งไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอไม่คิดว่าตัวเองจะเสียใจขนาดนี้กับการแค่อีกฝ่ายปัดสิ่งที่เธอให้ทิ้ง

ดินก้มมองสิ่งที่เขาเพิ่งปัดทิ้งไป เป็นคุกกี้ชิ้นหนึ่งที่เขาพอมองออกมามันทำตาเฉียงปากโค้งลงแตกออกเป็นหลายชิ้น ความรู้สึกผิดยิ่งมากขึ้นในใจ ก้มหยิบมันวางไว้บนฝ่ามืออย่างทะนุทะหนอม ยิ่งเมื่อกี้ลำธารบอกว่าตั้งใจทำมาให้เขาก็ยิ่งรู้สึกโกรธตัวเอง

ดินหยิบคุกกี้เข้าปากกินโดยไม่สนใจว่ามันเปื้อนดินแล้ว ลำธารเห็นแบบนั้นน้ำตาก็เหมือนหยุดไหลเพราะความตกใจรีบห้ามด้วยการจะคว้าขนมออกจากมือเขา แต่มือกลับโดนมือข้างนึงของดินยึดไว้

“ทำบ้าอะไรนะ มันเลอะแล้วอย่ากินมันนะ”

ดินก็ยังไม่สนใจ เอาอีกชิ้นเข้าปาก “เธออุดส่าห์ทำมาให้เราต้องกิน”

ลำธารมองเขากินจนหมด น้ำตาก็ไหลออกมาแต่ไม่ใช่เพราะความรู้สึกเดิม แต่เธอก็ไม่สามารถอธิบายมันได้

ทั้งที่ดินกินไปจนหมดแล้ว ลำธารก็ยังไม่หยุดร้องไห้ มือหนายกขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างเบามือ “ขอโทที่ทำให้ร้องไห้ ขอโทษจริงๆ” เขาดึงเธอเขามากอดปลอบ เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใกล้เธอมากขนาดนี้แต่ความคิดนี้ไม่ได้อยู่ในหัวเพราะเขาแค่ต้องการให้เธอหยุดร้องไห้

“ทั้งที่เราคิดว่านายจะดีใจแต่นาย...” เสียงอู้อี้ยังพูดไม่จบประโยคดินก็ขัดขึ้นก่อน

“ไม่ ผมชอบ ชอบมากด้วย”<

/span>++++++++++++++++++++++++

ขอโทษค่าที่อัพช้า

6 ความคิดเห็น

  1. #3 minelady2 (@Minelady) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 02:28
    มาอัพอีกน้าาา รอนานมาก
    #3
    1