Who! วีไหน?(kookv,hopemin) #วีไหน

ตอนที่ 4 : วีไหน? - 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    20 ม.ค. 59

วีไหน? - 3

 

 

“งั้นลองวิ่งเลยมั้ย จะได้รู้ไม่รู้ว่าวิ่งไหวหรือเปล่า” พี่จองกุกเดินมากลางวงระหว่างผม จีมินแล้วก็โฮซอก ก่อนจะหยิบไม้ผลัดเหล็กในกระเป๋าเสื้อมาชู

 

“เอางั้นก็ได้ครับ”โฮซอกยิ้มรับหน้าระรื่นยื่นมือมาดึงมือผมให้เดินไปด้วยกันกลางสนามปล่อยให้จีมินเบะปากกลางอากาศกับท่าทางเห่อเพื่อนใหม่เยอะเกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จีมินไม้หนึ่ง

วีไหนไม้สอง

โฮซอกไม้สาม

พี่จองกุกไม้สี่

 

 

 

ทำไงดีผมไม่อยากเป็นไม้สองเลย ผมอยากเป็นไม้สามมากกว่าไม่ต้องสปีดตัวมากแล้วยังอยู่ใกล้พี่จองกุกอีกตั้งหาก

 

“จีมิน ไม้แรกเนี่ยต้องมีสติมากรู้มั้ย ประสาทหูตั้งดีที่สุดกรรมการยิงปืนเมื่อไรออกตัวเมื่อนั้นถ้าออกตัวก่อนจะโดนตัดคะแนนถ้าออกตัวช้าก็จะเสียเปรียบ น้องวีไหน ไม้สองไม่ต้องออกตัวอะไรมากแต่ถ้าคนข้างๆขนาบข้างเมื่อไรให้เปลี่ยนไปวิ่งเลนส์มันแทน โฮซอกไม้สามใช่มั้ย  ไม้สามต้องสปีดตัวให้มากที่สุดห้ามมองไปด้านหลังมองไปข้างหน้าอย่างเดียว”

พวกเราพยักหน้าพร้อมกันอย่างนัดหมาย ทุกคนตั้งใจกันมากโดยเฉพาะพี่จองกุก

ผมตัดใจเรื่องไม้สามล่ะ สปีดตัวอะไร แค่นี้ก็หอบจะตายแล้วไม่ไหวอ่ะ ส่วนไม้แรกนี่มัน อืม  มันต้องเอาคนที่ไม่ตกใจอะไรง่ายๆ แต่ที่สังเกตมาเนี่ยแค่รถขายผลไม้ตะโกนนอกรั้วจีมินมันก็วิ่งหลบใต้อัศจรรย์แล้วนิ  ยิ่งกับปืน?  ไม่ขุดหลุมฝังตัวเองเลยเหรอ

 

ส่วนไม้สอง?? โหย ไม่เห็นได้ทำอะไรเลย วิ่งไปเรื่อยใครแซงก็ข้ามไปวิ่งเลนส์เขา แล้วถ้าแซงหมดเลยจะให้ข้ามเลนส์ไหนอ่ะกางขาวิ่งสองเลนส์?  บ้าเถอะ

 

“จับไม้ให้จับปลายมือนะจับหลวมๆพอ”

โฮซอกกำชับผมก่อนจะแตะบ่าผมแล้ววิ่งเหยาะๆไปที่จุดของตัวเอง ตอนนี้เราทั้งสี่คนก็ประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว พี่จองกุกเดินไปยืนขนาบข้างกับจีมินแล้วทำมือโอเค ก่อนจะหยิบนกหวีดสีเหลืองแปร๊ดเข้าปาก

 

 

ปรี๊ดดดด!

 

 

 

จีมินเข้าสู่โหมดจริงจังคนจริง เพราะอะไรไม่แน่ใจอาจจะอยากให้สีเราชนะหรืออาจจะตกใจที่พี่จองกุกเป่านกหวีดข้างหู ดูจากขาสั้นที่ขยันซอยนั่นสิ น่ารักใช่เล่นเหมือนหมูตัวน้อยๆเลยเนาะ  น่ารักกกก

 

เลื่อนสายตาไปมองคนที่วิ่งตามจีมินมาข้างๆเหมือนกับจะดูทักษะของจีมินว่าวิ่งเป็นยังไง แต่ด้วยลมที่มาได้ถูกเวลาดันพัดเสื้อวอร์มทั้งสองคนเป็นว่าเล่น ซิกแพคนี่ก็ใช่เล่นนะ ทั้งสองคนเลย ตายละ

 

“ส่งให้เพื่อนเลยจีมิน!” ร่างเล็กของเพื่อนตัวเล็กหันมามองหน้าผมก่อนจะยื่นไม้มาแทบจะแทงคอหอยกัน นั่นทำให้ผมจับไม่ถนัดจนไม้เกือบลื่นลงพื้น แต่ผมไม่ยอมหรอก จับไม้ดันเข้ากลางมือแล้ววิ่งต่อโดยมีพี่จองกุกวิ่งมาขนาบข้างผมแทนจีมิน

 

“จับปลายไม้สิ! อย่างนี้ส่งให้เพื่อนไม่ได้นะ” ไม่พูดเปล่า อีกคนจับมือผมไปหาตัวทั้งๆที่ยังวิ่งอยู่ พี่จองกุกดันไม้ให้มาอยู่ปลายมือผมแล้วจึงปล่อยกลับ ผมคิดว่าพี่เค้าคงโมโหที่ผมทำผิดกติกาเลยหันหน้าไปมอง แต่ผลกลับตรงกันข้าม พี่จองกุกก็ยังคงเป็นพี่จองกุก อ่อนโยนยังไงยังงั้นไม่เคยเปลี่ยน ใบหน้าหล่อยิ้มหวานให้ก่อนจะวิ่งมาดักหน้าผมโดยที่ตัวเองหันหน้าเข้าหาผม เรียกง่ายๆว่าวิ่งกลับหลัง

 

“ท่าวิ่งสวยดีนะน้องวี”

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

 

 

ไม่ทนแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

 

ผมตัดสินใจโยนไม้ทิ้งกลางทางแล้ววิ่งออกนอกเลนส์ที่กำหนด นั่นทำให้พี่จองกุกต้องวิ่งตามผมมา  อย่าตามมาได้ม้าย 

 

“น้องวีไหน! จะไปไหน!

 

ไปสงบสติตัวเองครับ ตอนนี้ใจแตกT_T

 

 

ในหัวตอนนี้มีแค่เพลงรันครับ

 

 

ทาชิ รัน รัน รัน

 

กับใบหน้าจอนจองกุกวงบังทันสุดหล่อขวัญใจน้องวีไหนเอง คนอะไรน่ารักเหมือนพี่จองกุกเลย

 

 

รัน   รัน   รานนนนนนน

 

 

 

“จับได้แล้ว”

 

 

ยังไม่ทันจะรันไปถึงไหนเลย แขนผมก็โดนกระชากให้เข้าไปหาคนรั้งด้านหลังแบบระยะประชิดทันที งานนี้เอ็กซ์คลูซีฟมาก แต่ติดที่ว่าผมยังไม่พร้อม รอให้หัวใจผมกลับมาทำงานปกติก่อนได้มั้ยล่า  หึ 

 

 

 

 

“พี่. . .จ จองกุก”

เสียงของผมแผ่วเบาจนตัวผมเองแทบจะไม่ได้ยินเลย แต่พี่จองกุกกลับได้ยินนี่สิแย่จัง  ทำไงดี พี่เค้าต้องคิดว่าผมเป็นตัวปัญหาของคณะสีแน่ๆ แล้วก็จะไล่เราออกจากสีทองอร่าม โถ่. . . .

 

 

ต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบปลาวาฬที่โดดเดี่ยวเดียวดายอีกแล้วใช่มั้ย

โลนลี่ โลนลี่ โลนลี่ เวล

 

 

 

น้องวีคนจริงโฆษณาทุกเพลงครับ

 

“น้องวีไหนจะไปไหน ยังซ้อมไม่เสร็จเลย”

 

“ผมต้องรีบกลับ ขอโทษครับ” โค้งหัวให้อีกคนพอเป็นพิธีเพราะไม่อยากให้อีกคนมองผมเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ  ก็ผมไม่ไหวจริงๆนะ ให้ทนมองหน้าหล่อเหลาแบบนี้ตลอดเวลาไม่ได้หรอก แถมขามันก็พาวิ่งซะจนหยุดไม่ได้จริงๆ

 

 

พี่จองกุกครับ ผมขอโทษจริงๆ

 

 

 

 

“อ้าวเหรอ น่าจะบอกพี่ก่อนนะ แล้วนี่จะไปโดยไม่เอากระเป๋ากับเสื้อนอกกลับบ้านหรอ?”

 

“อ่ะ. . .อ่า นั่นสิเนอะ”

 

 

เนอะป๊าแกสิแทฮยอง . . . . .

 

 

 

“หืม? ว่าไง”พี่จองกุกเลิกคิ้วเป็นเชิงถามซ้ำ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ผมงงไปหมด ไม่รู้จะหาคำแก้ตัวไหนให้ตัวเองดูดี งั้นเอาวิธีที่ใช้ทำบ่อยๆล่ะกันเผื่อจะได้

 

“พ พอดีแม่ผมป่วย ผมเลยต้องรีบกลับ”

ถ้าแม่รู้นะ เองคอขาดแน่ๆวีไหนเอ้ย เล่นที่มารดาเชียว

 

พี่จองกุกเบิกตากว้างที่มันกว้างอยู่แล้วจนตอนนี้ถ้ามันทะลักออกมาได้คงกลิ้งออกมาทิ่มตาผมแล้วแหละ  คือพี่ครับ วีไหนขอโทษ แต่มันเป็นเพราะพี่ไม่ใช่เหรอที่ทำให้ผมเขินจนต้องโกหกออกไปน่ะ ยาส์

 

“งั้นเหรอ งั้นกลับบ้านได้เลยๆ พี่ขอโทษที่นัดไม่รู้เวลาเลยพี่ขอโทษน้องวีไหนด้วยนะ”

 

 

พูดจบก็ตะปบมือที่ไหล่ผมทั้งสองข้างแล้วบีบจนมันคลายออกแม้จะเจ็บนิดๆแต่ก็ยอมถ้าเป็นอีกคนล่ะก็

 

 

 

 

ส่งถึงเตียงเลยมั้ยถ้าจะขนาดนี้

 

 

 

หัวกลมส่ายไปมาแล้วก้มหน้างุดด้วยความเขิน ใบหน้าหวานร้อนฉ่าปฏิกิริยาแก้เขินโดยการบิดมือตัวเองไปมาจนมันแดงช้ำไปทั่ว  อยากจะวิ่งอีกแล้วสิทำยังไงดี สงสัยวันนี้ไม่ต้องขึ้นรถเมล์กลับบ้านแล้วล่ะ วิ่งท่าจะดี

 

 

“ผ ผม ขอ. . . .

 

“ขอ?”

 

 

 

 

 

 

 

ขอไปเอากระเป๋าแล้ววววววววว 

 

 

 

 

ถึงแม้จะเสียดายนิดๆที่ต้องลาจากวันอันแสนหวานอย่างนี้ แต่คนอย่างวีไหนพูดไม่คืนคำ จะกลับบ้านคือต้องกลับ ฉะนั้น ผมจึงสะบัดตัวออกจากอีกคนแล้ววิ่งแจ้นมาที่สแตนเชียร์ หยิบเสื้อนอกกับกระเป๋าตัวเองแล้วหันไปโค้งให้เพื่อนๆร่วมคณะซักครั้ง

 

แม้ทุกคนจะดูงงเหมือนไม่เคยเห็นหน้าผมก็ตาม แต่ไม่สนเพราะผมก็ไม่รู้จักเขาเหมือนกัน

 

 

 

 

 

แฮก  แฮก

 

 

 

 

 

 

“อ้าววีไหนนนน   จะกลับแล้วเหรอ!”ผมหันไปมองทางต้นเสียงที่มีโฮซอกยืนมองผมอยู่แล้วตะโกนโหวกเหวกโวยวายพร้อมเขย่งโบกมือไปมาเหมือนไม้จิ้มฟันมีชีวิตยังไงยังงั้น   ด้านข้างก็มีเพื่อนตัวเล็กเอามือปิดหูแล้วส่งยิ้มให้ผมเหมือนกัน

 

 

ผมโบกมือให้ทั้งสองคนก่อนจะหันหลังแล้ววิ่งไปที่พี่จองกุก

 

 

 

เห็นหน้าผมโง่ๆแบบนี้ผมก็มีมารยาทนะครับ  ยังไงก็ต้องเข้าไปขอบคุณพี่จองกุกก่อน

 

ขาเรียวพาตัวผมวิ่งไปดักหน้าพี่จองกุกที่กำลังเดินกลับมาซ้อมเด็กคนอื่นๆต่อ ด้วยความกล้าที่มีมาแต่ต้นทำให้ผมเข้าไปยื้อแขนอีกคนไว้ พี่จองกุกหันมามองแล้วพยักหน้าเป็นเชิงให้ผมพูด

 

 

“ขอบคุณนะครับ”

 

 

ผมโค้งให้พี่จองกุก 360 องศา ก่อนจะเงยขึ้นมาโดยไม่ลืมปิดหน้าผากอันกว้างใหญ่ของตัวเองเอาไว้ด้วย นั่นยิ่งทำให้พี่จองกุกขำกับกิริยาท่าทางผมเข้าไปใหญ่

 

 

 

 

“ฮะฮะ   ไม่เป็นไร  ถ้ายังไงว่างเมื่อไรก็มาบอกพี่แล้วกัน”

 

 

“ครับ”

“กลับบ้านดีๆด้วย”

“ครับ”

 

พี่จองกุกยิ้มแอคแทคมาให้แล้วหมุนตัวกลับไปที่สนามต่อ  ผมจึงหันหลังกลับเตรียมวิ่งกลับบ้านแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

บ๊ายบายครับพี่จองกุก-////-

 

 

 

 

 

วันนี้คุ้มแล้วล่ะวีไหน!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“กลับมาแล้วครับ”

 

 

 

 

 

 

เงียบ. . . .

 

 

 

 

 

กริบ. . . .

 

 

 

 

นี่บ้านหรือป่าช้า   นี่หรือบ้าน    นี่หรือแม่  นี่หรือพ่อ

 

 

 

ลูกกลับมาแล้วนะเออ

 

 

 

“อ้าว  แทฮยองนี่เองไม่เจอกันนานเลย”

แหม แม่เราพึ่งเจอกันเมื่อเช้านี้เองมั้ง

 

 

ผมพยักหน้าให้แม่ก่อนจะโค้งให้แล้วเดินขึ้นห้องไปอย่างเงียบเชียบ   บ้านก็เงียบ  ครอบครัวก็เงียบถึงแม้แม่จะเปิดร้านขายยาก็ตาม   ช่างเป็นเภสัชกรที่สงบปากสงบคำอะไรอย่างนี้

 

 

 

 

อ่อ

 

 

 

 

นี่ครอบครัวผมเองครับ   ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวย้ายมาใหม่หลังจากหมู่บ้านนี้สร้างมาแล้ว 30 กว่าปี  เราพึ่งย้ายมาประมาณสี่ปีกว่าๆ แต่ก็ถือว่ายังใหม่อยู่สำหรับหมู่บ้านนี้ที่ทุกบ้านหลังคาเรือนสนิทกันดี  แล้วยิ่งพ่อเป็นคนเครียดกับทุกเรื่องแม่เป็นคนเงียบ นั่นแหละ  ผมถึงไม่ค่อยอยากพูดไงครับ เดี๋ยวบ้านอื่นเค้าจะคิดว่าผมเป็นบ้าพูดคนเดียวเหมือนตอนประถมอีกไง

 

บ้านเราไม่ใช่ว่าไม่มีใครคบนะครับ  แต่พ่อกับแม่นั่นแหละที่ไม่ยอมเข้าไปคบค้าสมาคมด้วยทั้งที่ร้านคนเข้าก็เยอะ แต่แม่ไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเลย 

 

 

 

 

 

แต่ผมก็ชินแล้วครับ  อยู่เงียบๆแบบนี้ก็ดีเพราะผมค่อนข้างเบื่อความจู้จี้จุกจิกของผู้ใหญ่    ดีแล้วแหละ. . . .

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่บางทีมันก็เหงาเหมือนกัน. . . . .

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ช่างเหอะ   ตอนนี้ผมก็มีเพื่อนใหม่แล้วไง ทั้งจีมินแล้วก็โฮซอก  ตอนนี้ผมไม่เหงาแล้ว   อีกอย่างนะ  อย่างน้อยพี่จองกุกก็ยังรู้ว่าผมมีตัวตนอยู่ในโรงเรียนแค่นี้ก็ชื่นใจแล้วแหละเนอะ

ใช่มั้ย?

 

 

 

นึกแล้วก็พาลให้คิดถึงเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนี้ ตั้งแต่โดนผลักให้ไปซบอกพี่จองกุก ทั้งโดนโอบไปห้องพยาบาล ทั้งโดนชวนไปวิ่งด้วยกัน ทั้งที่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้เลย ในชีวิตนี้ไม่เคยมีใครชวนคุยตั้งแต่แรกเห็น(สำหรับเขา) นอกจากจะไปช่วยแม่จัดยาในวันหยุดแล้วมีลูกค้าทักมาก่อน  นอกนั้นก็โหลเหลครับ ชีวิตเคว้งคว้างมาก แต่ดูตอนนี้สิ ทั้งได้มีเพื่อนใหม่มาตั้งสองคนแล้วยังได้คุยกับคนที่แอบชอบมาเนิ่นนาน รู้สึกยังฝันไม่ตื่นเลยครับ

 

 

การไม่ได้ใส่มาร์กปิดปากมันก็ยังงี้นี่เอง. . .

 

 

 

ถ้าผมไม่ใช่คนขี้อายนะ ป่านนี้อาจจะมีเพื่อนเป็นโหล มีแฟนอีกเป็นล้านเลยล่ะมั้ง

 

เป็นล้านนี่ก็เวอร์ไปเนอะ เปลี่ยนเป็นป่านนี้คงเข้าไปคุยกับพี่จองกุกตั้งแต่เริ่มแอบมองแล้วมั้ง

 

 

 

 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก

 

 

 

 

หืม?

 

 

 

 

ใครอ่ะ?

 

 

 

แอ๊ดดดดด

 

หลังจากได้ยินเสียงประหลาดเพราะไม่ได้ยินมานานก็เริ่มฉุกคิดขึ้นมาต่างๆนานาว่าใครกันที่มาเคาะห้องรบกวนผมในเวลาที่กำลังนั่งเหม่อหน้าห้องน้ำแบบนี้  ขาเรียวยาวนำพาร่างไปที่ประตูห้องบานเล็ก แล้วค่อยๆเปิดออกเพื่อดูหน้าผู้มาใหม่

แต่ก็ต้องตกใจเมื่อร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือบิดาของตน  ร้อยวันพันปีไม่เคยพบเคยเจอพ่อเลย เห็นเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องทำงานอะไรของเขาอยู่ เพราะฉะนั้นการมาในครั้งนี้จึงสร้างความประหลาดใจแก่ผมเป็นอย่างมากเลยที่เดียว

 

เอ๊ะ! หรือว่านี่ไม่ใช่พ่อ

 

 

มนุษย์ไอรอนแมนแปลงกลายมาใช่มั้ยนะ

 

“แทฮยอง”

 

 

อืม  เสียงเย็นๆหน้านิ่งๆแบบนี้ พ่อตัวเป็นๆ

 

 

“ค ครับ”

ผมพยายามไม่ให้เสียงที่เปล่งออกไปสั่นมากนัก ถึงแม้เราจะเป็นพ่อลูกกันแต่เรายังไม่เคยไปเที่ยวหรือแม้แต่พูดคุยกันในเรื่องที่ลูกผู้ชายควรรับรู้จากพ่อตัวเองเลย มันจึงทำให้ผมค่อนข้างประหม่าในการต้องประเชิญหน้ากับพ่อตัวต่อตัวแบบนี้

 

 

“เอาเกรดมาดูหน่อย”

 

“ย ยัง. . . ไม่ออกเลยครับ”

พ่อทำตาดุใส่ผมก่อนจะดันผมออกจากหน้าประตูทันที  พ่อก้าวเข้ามาในห้องผมแล้วพุ่งตรงไปหากระเป๋าผมทันที  ผมรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปคว้ากระเป๋าตัวเองมาก่อนที่พ่อจะเค้นหาความจริงในตัวผม

 

“พ่อ! ม มันยังไม่ออกจริงๆ ต ต้องรอฝ่ายวิชาการก่อน”

 

“แล้วจะได้วันไหน!

 

เสียงตะคอกจากบุคคลตรงหน้าทำเอาผมสะดุ้งนิดหน่อย พ่อไม่เคยอารมณ์เสียขนาดนี้ กับแม่ก็ไม่เคย ยิ่งกับเพื่อนเก่าพ่อยังไม่เคยจะยุ่มย่ามขนาดนี้

 

 

 

ยกเว้นกับผม. . . .

 

 

 

ก็ว่าชินก็ไม่นะ ไม่เคยชิน เพราะนานๆทีพ่อถึงจะมาคุยด้วย ส่วนเรื่องที่เข้ามาคุยน่ะเหรอ  คะแนนสอบไงหรือไม่ก็เข้ามาตักเตือนเรื่องการอ่านหนังสือ

 

อ่านจนจะอ้วกแล้วไม่รู้รึไงนะ

 

 

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปถามให้ครับ”

 

เมื่อพูดออกไปพ่อจึงหันมาจ้องผมอย่างจับผิด แล้วถามคำถามที่ผมจำมันได้ขึ้นใจตั้งแต่ประถมยันตอนนี้คำถามนั้นก็ยังวนเวียนอยู่กับผมตลอดเวลา

 

“แล้ววันนี้มีสอบอะไรมั้ย เอาคะแนนมาดูซิ”

 

ผมพยักหน้าให้พ่อก่อนจะหยิบหนังสือวิชาภาษาญี่ปุ่นออกมาจากกระเป๋า หยิบเอากระดาษที่พับสอดเอาไว้ออกมาคลี่ออกแล้วยื่นให้พ่อทันที

 

“วิชาภาษาญี่ปุ่น อืม. . . เจ็ดสิบห้าเต็มร้อยคะแนน”

 

พ่อเลิกคิ้วขึ้นทันทีที่อ่านออกเสียงคะแนนของผม  นั่นยิ่งทำให้ผมลุ้นกับปฏิกิริยาของพ่อ พ่อจะดีใจมั้ยนะ จะถูกใจพ่อรึเปล่า?

 

“ได้แค่นี้เองหรอแทฮยอง”

 

หา. . .

 

“ต ตะ แต่ผมท็อปนะครับ”

 

ผมถลาเข้าไปดึงกระดาษตัวเองออกมาจากมือพ่อ เมื่อพ่อทำท่าจะขยำมันทิ้ง  คือพ่อครับเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดมั้ย  ผมท็อปๆๆๆ

 

“โรงเรียนแกมันก็สมองขี้เลื่อยกันทั้งนั้นน่ะแหละ แกมันโง่ที่สอบเข้าไปแล้วยังได้ห้องเอฟอีกแล้วแบบนี้แกจะเป็นเภสัชกรได้ยังไงห๊ะ”

 

ผมไม่ได้อยากเป็นซะหน่อย ทำไมล่ะถ้าพ่อเป็นเภสัชลูกก็ต้องเป็นเภสัชงั้นเหรอ ไม่เบื่อบ้างเหรอ ต้องคอยจัดยูกยาแบบนี้ทั้งวัน

 

“ถึงแกจะเก่งวิชาภาษาญี่ปุ่นจนท็อปมันก็แค่นั้น ในเมื่อคะแนนวิชาเลขแกยังตกอยู่”

 

ก็มันยากนิครับ  ได้คะแนนสิบเจ็ดเต็มร้อยมันก็มากที่สุดในรอบปีแล้วนะพ่อ

 

 

“ทำตัวให้ดีขึ้นซะ แล้ววันนั้นแกค่อยมาคุยกับฉัน!!

 

 

พูดจบพ่อก็หันหลังออกไปจากห้องทันทีแบบไม่หันกลับมามองผมเลยซักนิด

 

 

ก็เป็นแต่แบบนี้ไง  ลูกโง่ก็ไม่แปลก  เอาแต่บังคับให้คะแนนดีขึ้นๆ แต่ก็ไม่เคยจะส่งไปเรียนพิเศษ ถามการบ้านก็ไม่เคยว่างสอน แล้วยังมาดูถูกโรงเรียนผมอยู่นั่นแหละ

 

 

อย่างน้อยก็พี่จองกุกคนนึงนะที่ไม่สมองขี้เลื่อย

 

 

ส่วนผมน่ะ ยอมรับก็ได้ว่าโง่ แต่ก็ไม่ที่สุดหรอกนะเพราะคะแนนวิชาภาษาญี่ปุ่นผมน่ะท็อปเชียว ถึงจะได้ที่โหล่เวลาเอาคะแนนท็อปของแต่ล่ะห้องมาเทียบกันก็เถอะ  แต่ก็ถือว่าผ่านมั้ยล่ะ  แค่นี้ก็โอเคแล้วไม่ใช่เหรอ

 

สอบเก้าวิชา  ผ่านวิชาเดียว ตะลึงมั้ยล่ะ

 

 

 

จริงๆควรจะโทษพ่อนะ เพราะพ่อไม่เคยสนใจผมเลยไงแล้วยังจะยัดเยียดให้ลูกตัวเองเป็นเภสัชกรอยู่นั่นแหละ ผมโง่ก็รู้ไม่ใช่เหรอ

 

 

 

 

บ้านก็ขายยาแท้ๆ แค่น้ำมันตับปลาก็หวงไม่ให้ลูกกิน

 

 

 

 

ไปเป็นพนักงานสเวนเซนต์ยังสนุกกว่าเลย  หึ

 

 

 

 

โอ้ย  เซ็ง- -;

 

 

 

กลับไปใส่มาร์กไปปิดปากน่ะแหละดีแล้ว  จะได้ไม่มีใครจับสังเกตใบหน้าเวลาอารมณ์แปรปรวนได้

 

 

 

 

 

 

เชอะ

 

 

 

 

อ่อ แค่ไล่ยุงน่ะไม่ได้งอนนะจริงๆ เชื่อเถอะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                         100 per?

 

 

 

*ที่วีไหนเราเงียบไม่ใช่เพราะใครเนอะ เพราะครอบครัวนั่นแหละ ตอนนี้อาจสะท้อนสังคมนิดหน่อยพอให้มีสาระหลังจากไร้สาระมานานแล้ว

เจอกันตอนหน้านะคะจุ้บ

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

237 ความคิดเห็น

  1. #228 Iamtaohuyi (@Iamtaohuyi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 12:10
    เรื่องจริงมากอะ ฮื่อออ
    #228
    0
  2. #179 pakamook (@pakamook) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 20:35
    ฉงฉานแทถูกพ่อบังคับทุ้กกอย่าง
    #179
    0
  3. #172 Love All Kpop (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 02:31
    คือไม่ชอบพ่อแทเลยอ่ะ สงสารแท ลูกได้เท่านั้นก็เก่งแล้วมั้ยล่ะ เหอะๆ เอาแต่ทำตามใจตัวเอง บังคับลูก ตั้งกรอบไว้ให้ลูกโดยที่ไม่ได้ถามความสมัครใจของลูกตัวเอง เป็นพ่อประสาอะไรห๊ะะะ?! หมั่นจริงๆ คุณเป็นพ่อควรให้ความรักกับลูกมั่งเซ่!! #อิน
    #172
    0
  4. #166 1230Kimv (@bunnyspoy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 14:23
    พ่อดุมาก;-; เครียดแทน รู้สึกกดดัน
    #166
    0
  5. #111 Ukiro . (@ninenine11) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 14:24
    สงสารวีไหนนน ;-;
    รู้สึกเริ่มเครียดละหลังจากหัวเราะมาหลายตอน555555

    #111
    0
  6. #101 pemaii-pp (@pemaii-pp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 19:43
    สงสารวีไหนแท้?? แต่ยังดีที่วีไหนมีปลี้จองกุกกก
    #101
    0
  7. #100 CandyLemonade (@CandyLemonade) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 22:40
    พ่อดุจังง สงสารวีไหนเลย 555
    #100
    0
  8. #98 *Heineken* (@heineken007) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 10:31
    จริงๆสังคมแบบนี้มันมีพอสมควรเนอะ พฤติกรรมการเลี้ยงลูกที่...เรียกว่าไงดีอะ จะว่ามันดีไหมมันก็ไม่ใช่อะ มันควรจะอยู่ในระดับที่พอดีๆ ไม่มากไม่ล้นจนเกินไป ดูวีสิพ่อบังคับนู่นนี่นั่นแต่ตัวเองสนใจลูกไหม? ก็ไม่ ลูกกลายเป็นแบบนี้ก็ไม่แปลก วีทนมาตั้งนานได้ยังไง เราก็เป็นคนนึงนะที่เงียบแบบไม่ชอบคุยกับใครถ้าไม่สนิทจริงๆ แต่ครอบครัวเราก็ไม่ใช่แบบนี้อะไม่มีการบังคับนะแต่เรากลับเป็นฝ่ายยอมทุกอย่างที่แม่ขอเอง เออ 5555555(จริงจังมากด้วยความอิน555555) จองกุก เจโฮป จีมินคงเป็นกลุ่มแรกที่จะทำให้วีพูดมากขึ้น เริ่มเปิดตัวเองมากขึ้นอะเนอะ อย่างน้อยการไปโรงเรียนก็ทำให้วีมีความสุขมากกว่าจะอยู่บ้านแหละ พี่จองกุกทำให้น้องมีความสุขเยอะๆนะคะ ส่วนจีมินเจโฮปช่วยผีบ้าผีบอ(?)ให้วีพูดเยอะๆด้วยค่ะ ฝาก 5555555
    สุดท้ายขอบคุณสำหรับฟิคดีๆอีกเรื่องนะคะ ^-^
    #98
    0
  9. #97 banz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 01:43
    สู้ต่อไปสิวีรอไร555555555
    #97
    0
  10. #96 valentineloza (@zattlecaramel) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 22:20
    เอาที่ขุ่นพ่อขุ่นแม่สบายใจเลยค่ะแหม่- -
    #96
    0
  11. #95 Mirage of Darkness (@blissdestiny) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 21:22
    พ่อไม่เข้าใจวี วีน่าสงสาร TTUTT พี่จองกุกมาปลอบด่วนนนนน
    #95
    0
  12. #93 rainnie1tuan (@rainnie1tuan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 11:22
    อ่านปุ๊ปแล้วนึกถึงตัวเองเลย เราอาจจะเป็นเรนไหน(?) ก็ได้เหมือนมาก แต่ไม่ใช่พ่อแต่เป็นแม่สะมากกว่า ;-;
    #93
    0
  13. #92 uustaetae (@uustaetae) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 11:16
    โหยพ่อจะดุไปไหนอยากให้ลูกเก่งแต่ไม่สนใจดูสนใจสอนเลยอ่ะ
    #92
    0
  14. #91 c h i m (@zariana) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 05:05
    อ่านแล้วสงสารวีเลยอ่ะ
    ให้เลยนิยามนี่ พ่อแม่รังแกฉัน ฮือสงสาร
    แทฮยองหนีออกจากบ้านเลยย ไปอยู่กับพี่กุก อิอิ5555555 ทำไมดูเลวววว

    ติดตามนะไรต์ เค้ารอฟิคเรื่องนี่ทุกวันเลยนะะะ
    #91
    0