นางร้ายอันดับหนึ่ง (สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 5 : ทดสอบพลัง I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,645 ครั้ง
    28 พ.ย. 62

หลังจากที่อันซูเม่ยได้ฝากตนเป็นศิษย์กับผู้อาวุโสหวังฮุ่ย


ซูเหวินที่รับรู้ถึงวรยุทธ์ของท่านหมอผู้เฒ่าจึงพลันรู้สึกวางใจลงไม่น้อย ที่จะปล่อยให้อันซูเม่ยอยู่ที่นี้สักพักโดยไม่มีเขา  


เขามีธุระที่ต้องไปสะสางเล็กน้อยกับพวกที่เคยทำร้ายน้องสาวของเขาเอาไว้ ใจจริงเขาแทบอยากจะไปสังหารพวกมันให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดตรงที่น้องสาวของเขาเหมือนจะอยากจัดการกับพวกมันด้วยตัวนางเองมากกว่า  ดังนั้นเขาจะยอมปล่อยให้พวกมันได้หายใจต่อไปอีกสักพักหนึ่งก็แล้วกัน 


แม้ซูเหวินจะยอมปล่อยให้คนเหล่านั้นได้มีลมหายใจต่อไปอีก  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถที่จะใจดีปล่อยให้พวกชั่วที่เคยทำร้ายน้องสาวของเขา ได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายเกินไป  ด้วยเหตุนี้ซูเหวินจึงจำเป็นต้องจากลากับอันซูเม่ยเป็นการชั่วคราว  เพื่อไปสร้างความสนุกสนานเล็กน้อยให้กับคนเหล่านั้นก่อน



วันแรกของการฝึกวิชาของอันซูเม่ย


ผู้อาวุโสหวังฮุ่ยได้หอบเอาตำราสมุนไพรทั้งหมด 38 เล่มมาให้ซูเม่ยท่องจำ  พลางเอ่ยกำชับกับนางว่าเจ็ดวันให้หลังเขาจะมาทดสอบความรู้กับนาง 


ถ้าเป็นผู้อื่นเจอแบบนี้เข้าไป  คงต้องร้องไห้ขึ้นมาเป็นแน่  แต่สำหรับซูเม่ยนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งสำหรับนาง


เพราะอันซูเม่ยคนปัจจุบันนี้มีความสามารถพิเศษตั้งแต่ภพก่อนคือ “ความทรงจำชั่วพริบตา” ความสามารถนี้ของอันซูเม่ยคือการบันทึกสิ่งที่มองเห็นเป็นภาพถ่าย ขอแค่อันซูเม่ยเคยเห็นมาก่อน ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจมองก็ตาม ความทรงจำนี้ของนางก็จะถูกบันทึกและคงอยู่ตลอดไปในหัวของนาง



หลังจากที่ผู้อาวุโสหวังฮุ่ยนำตำรามามอบให้อันซูเม่ย   นางก็รีบเปิดอ่านทันทีด้วยความกระตือรือร้น  อันซูเม่ยใช้เวลาเกือบๆหนึ่งชั่วยามเท่านั้นสำหรับการจดจำตำรา 38 เล่ม 


ถ้าคนอื่นรู้เข้ามีหวังคงกระอักเลือดตายเป็นแน่  เมื่อนางอ่านตำราทั้งหมดเสร็จสิ้นลงแล้ว  นางก็รีบเดินไปหาผู้อาวุโสหวังฮุ่ยทันที เพื่อที่จะได้รีบศึกษาสิ่งอื่นต่อไป เพราะสำหรับอันซูเม่ยแล้ว  นางไม่สามารถที่จะปล่อยให้เวลาเสียเปล่าสักลมหายใจเดียว นางจะต้องรีบเก่งขึ้น เพราะมีผู้ติดหนี้แค้นนางเอาไว้อยู่   


นางต้องรีบไปชำระบัญชีแค้นครั้งเก่า   สิ่งนี้ถือเป็นแรกผลักดันที่ยิ่งใหญ่สำหรับอันซูเม่ย





ในขณะที่ผู้อาวุโสหวังฮุ่ยกำลังเดินเล่นอย่างอารมณ์ดีเพราะได้สอนลูกศิษย์เหมือนกับคนอื่นเขาสักทีอยู่นั้น ก็พลันได้ยินเสียงของอันซูเม่ยเรียกเขาขึ้นมาจากด้านหลัง


 ผู้อาวุโสหวังฮุ่ยนึกกังวลใจว่าอันซูเม่ยจะมาขอลดหย่อนการทดสอบ  ถ้าเป็นเรื่องนี้จริงเขาคงรู้สึกหนักใจยิ่งนัก   แต่ถ้าเขาไม่ยอมรับปากนาง  เขาก็กลัวว่านางจะเสียใจ 


ไม่ทันได้ปล่อยให้ผู้อาวุโสหวังฮุ่ยรู้สึกกังวลใจอยู่นาน   เขาก็ต้องเปลี่ยนมารู้สึกตกใจราวกับสายฟ้าผ่าแทน



“อาจารย์ศิษย์พร้อมรับการทดสอบแล้วเจ้าค่ะ” 


ตอนแรกเมื่อผู้อาวุโสหวังฮุ่ยได้ยินเช่นนั้น  เขานึกว่านางจะต้องล้อเขาเล่นเป็นแน่   แต่เมื่อเขาเห็นอันซูเม่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสกังวาลที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ   ดวงตาของนางก็ฉายสะท้อนประกายแห่งความมุ่งมั่น 


ดังนั้นผู้อาวุโสหวังฮุ่ยจึงไม่กล้าที่จะคิดว่านางล้อเล่นอีก   แต่เขากลับไม่กล้าที่จะคิดยิ่งกว่า  ว่าอันซูเม่ยสามารถจำตำราได้ทั้งหมดโดยใช้เวลาไม่ถึง 1 วัน   


อย่าเรียกว่า 1 วันเลย  ยังไม่เกินหนึ่งชั่วยามเลยด้วยซ้ำ !!


แม้แต่เขาที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะของยุคในสมัยนั้น  ก็ยังต้องใช้เวลาตั้ง 7 วันในการท่องจำรายชื่อสมุนไพรทั้งหมด


“เจ้าแน่ใจแล้วรึ”  ผู้อาวุโสหวังฮุ่ยเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก   เขาไม่รู้ว่าตนเองคาดหวังให้อีกฝ่ายตอบว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” กันแน่



“ใช่เจ้าค่ะ”

 

“ศิษย์จำได้ทุกอย่างแล้วเจ้าค่ะอาจารย์ เชิญท่านถามมาได้เลยเจ้าค่ะ”   อันซูเม่ยเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ   นางพอจะเข้าใจความรู้สึกของผู้อาวุโสหวังฮุ่ย   เรื่องแบบนี้คงยากที่จะเชื่อจริงๆ


ทางด้านหวังฮุ่ยเมื่อเห็นถึงความมุ่งมั่นของอีกฝ่ายก็ไม่กล้าสงสัยอะไรอีก  เพราะกลัวจะไปทำร้ายความตั้งใจของศิษย์ตัวน้อยของตนเข้า


เอาล่ะในเมื่อนางมั่นใจขนาดนี้   ก็ลองทดสอบนางดูหน่อยก็แล้วกัน


“หญ้าวารี สามารถพบเห็นได้ที่ไหน แล้วมีคุณสมบัติอะไร” ผู้อาวุโสหวังฮุ่ยเริ่มทดสอบอีกฝ่ายด้วยคำถามที่ไม่ยากไม่ง่ายจนเกินไป



“หญ้าวารีสามารถพบเห็นได้ในเขตที่มีความชื้นสูง เช่น ป่าต้าหยี่ที่อยู่ทางทิศทะวันตกของแคว้นหลี่ เพราะที่นั้นมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ทำให้อากาศมีความชื้นสูง คุณสมบัติของหญ้าวารีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือช่วยเพิ่มกำลังภายใน ช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ...........”   อันซูเม่ยตอบคำถามของผู้อาวุโสหวังฮุ่ยตามที่เขียนเอาไว้ในตำราทุกอย่าง  ชนิดที่แทบจะไม่มีข้อความใดๆตกหล่นเลย 


ไม่ว่าผู้อาวุโสหวังฮุ่ยจะถามอะไรขึ้นมา  อันซูเม่ยก็สามารถตอบทุกอย่างได้หมด


เรื่องนี้ทำให้ผู้อาวุโสหวังฮุ่ยรู้สึกอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก   และยิ่งทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวอันซูเม่ยเพิ่มขึ้นไปอีก  จากที่แต่เดิมก็มากมายอยู่แล้ว



เมื่อผู้อาวุโสหวังฮุ่ยรู้ว่าอันซูเม่ยมีความจำเป็นเลิศ   เขาจึงมอบตำราทั้งหมดที่อยู่ในแหวนมิติของเขาออกมา มีทั้งตำราการวินิจฉัยโรค ตำราการจำแนกสมุนไพร ตำราการปรุงยา ซึ่งตำราบางเล่มนั้นมีค่าครองแคว้นครองเมืองเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น เคล็ดวิชาการปรุงยาในตำนาน ซึ่งตอนนี้เขากำลังศึกษาและทดลองเล่มนี้อยู่ 


ถ้าหากมีใครรู้เข้าว่าตำราการแพทย์ที่เป็นสมบัติของโลกหลายๆเล่มมาอยู่กับผู้อาวุโสหวังฮุ่ย   เกรงว่าจะมีคนไล่ล่าตามตัวเขาไม่จบไม่สิ้น 


แต่อนิจจาเจ้าตัวกลับไม่ได้รู้สึกกังวลใจใดๆเลย  มิหนำซ้ำเขากลับนำมันมามอบให้อันซูเม่ยทั้งหมด



อันซูเม่ยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนำตำราเกือบจะครบหนึ่งพันเล่มมากองไว้ในห้องตนเอง ก็รู้สึกละเหี่ยใจยิ่งนัก ท่านอาจารย์หนอท่านอาจารย์ 


นางจะไม่ว่าเลยหากอีกฝ่ายต้องการจะให้นางอ่านตำรากี่ร้อยกี่พันเล่ม   แต่ที่น่าหนักใจนั้น คือทำไมอีกฝ่ายต้องเอามากองไว้ในห้องพักของนางเยอะแยะขนาดนี้   เยอะจนนางไม่สามารถที่จะก้าวเข้าประตูห้องได้อยู่แล้วเนี้ย 


ตาแก่สติเฟื่องเอ้ย!!





อันซูเม่ยใช้ระยะเวลาในการจดจำตำราทั้งหมดใน 5 วัน หากเป็นสถานการณ์ปกตินางคงใช้เวลาเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น แต่เนื่องจากตำราส่วนใหญ่ที่หวังฮุ่ยนำมาให้นางอ่านนั้นมีสภาพค่อนข้างเก่าและฉีกขาดได้ง่าย ทำให้ซูเม่ยต้องใช้ระยะเวลาในการเปิดอ่านทีละแผ่นอย่างช้าๆ 


ตอนนี้ความรู้ในเชิงทฤษฎีของนางนั้นนับว่าเป็นที่หนึ่งในแคว้นอย่างแน่นอน เพราะคงไม่มีใครสามารถจดจำตำราทุกอย่างได้  แม้กระทั่งผู้อาวุโสหวังฮุ่ย อาจารย์ผู้สอนของนางเองก็ตาม


จึงนับได้ว่าอันซูเม่ยในตอนนี้ได้กลายเป็นตำราการแพทย์เคลื่อนที่นั่นเอง



หลังจากที่ผู้อาวุโสหวังฮุ่ยเคยผ่านประสบการณ์ที่ทำให้ตกอกตกใจมาแล้วหลายครั้งแล้วจากความสามารถในการจดจำของอันซูเม่ย 


เมื่อผู้อาวุโสหวังฮุ่ยทราบว่าอันซูเม่ยอ่านตำราทั้งหมดที่เขาให้จบภายในห้าวัน  เขาจึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่นัก  


ตอนนี้คงถึงเวลาที่เขาต้องสอนการปรุงยาเชิงปฏิบัติให้แก่นางแล้ว   


แต่ก่อนอื่นเขาต้องทดสอบระดับพลังปราณของนางเสียก่อน ถึงแม้ว่าการปรุงยาจะไม่เน้นว่าต้องมีระดับพลังขั้นไหน  แต่หากพื้นฐานมีระดับพลังที่สูงก็จะส่งผลให้ยาที่หลอมออกมามีความบริสุทธิ์สูงขึ้นตาม และที่สำคัญเขาต้องการตรวจให้แน่ใจว่านางมีพลังแฝงสายอะไร 


หากมีพลังแฝงเป็นสายวารีหรือพฤษภาก็นับว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว  เพราะพลังแฝงทั้งสองธาตุนี้ใช้สำหรับการหลอมโอสถ  แต่หากนางมีพลังแฝงเป็นธาตุอื่น เขาก็จะไปหาหม้อยาดีๆสักใบมาไว้ให้นางใช้หลอมเม็ดยาแทน



“ซูเม่ย วันพรุ่งนี้อาจารย์จะพาเจ้าไปตรวจวัดระดับพลังที่เมืองหลวง เจ้าก็เตรียมตัวเอาไว้เล่า”

“เจ้าค่ะท่านอาจารย์” หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากซูเหวินว่าตนเองถูกพิษผนึกกำลัง ไม่น่าแปลกใจนักที่ความทรงจำของอันซูเม่ยคนก่อนไม่ว่านางจะฝึกฝนตนเองเท่าไหร่ก็ไม่สามารถก้าวพ้นระดับพลังสีเหลืองได้เลย ทำให้ท่านพ่อของนางมองว่านางไร้ค่ายิ่งนักเมื่อเปรียบเทียบกับซูฮวาที่ตอนนั้นมีระดับพลังถึงสีเขียว 


พลังของนางในตอนนั้นคือสีเหลือง ทำให้นางยังไม่สามารถตรวจได้ว่าพลังแฝงของนางคือสายไหน เพราะการจะตรวจสอบพลังแฝงได้นั้นต้องเป็นผู้มีระดับพลังปราณตั้งแต่สีแดงเป็นต้อนไป  เรื่องนี้ทำให้อันซูเม่ย

อยากรู้ยิ่งนักว่าแท้จริงแล้วระดับพลังปราณของนางคือขั้นใด แล้วพลังแฝงของนางคือสายไหนกันแน่




เช้าตรู่ของวันถัดมาอันซูเม่ยและผู้อาวุโสหวังฮุ่ยจึงออกเดินทางจากโรงหมอมาที่เมืองหลวง โดยการเช่ารถม้า 


เมื่อมาถึงที่หมายแล้ว ทั้งสองก็ก้าวลงจากรถม้าและพากันเดินเข้าไปที่ตึกซิ่นหลิง   ซึ่งเป็นตึกที่เอาไว้สำหรับการทดสอบระดับพลัง 


ตามหลักการแล้วตึกนี้จะเปิดให้ผู้คนเข้ามาด้านในเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น   ซึ่งในปีนี้ก็ได้เปิดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ดังนั้นจึงไม่พบเห็นผู้ใดมาเยือนที่ตึกซิ่นหลิงเลยสักคน








นิยายเรื่องนี้ใช้พลังธาตุน้ำแทนธาตุไฟในการหลอมเม็ดยานะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.645K ครั้ง

1,587 ความคิดเห็น

  1. #1340 Poonchanit (@poonchanit) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 23:25
    ธาตุวารีหรือพฤษภา ควรแก้เป็นวารีหรือพฤกษา
    พฤษภ คือวัว
    พฤกษา คือต้นไม้
    #1340
    0
  2. #1187 Melis (@melikbaykara2121) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 13:41

    อายุเท่าไรกันล่ะนี่

    #1187
    0
  3. #1184 BB8888 (@BB8888) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 11:38
    ในความรู้สึกเรา คิดว่าไม่ว่าธาตุอะไรก็สามารถหลอมยาได้ แต่วิธีการทำต่างกัน เช่นธาตุลม=บีบอัด
    ธาตุดิน=ดึงแร่ธาตุ
    เป็นต้น
    #1184
    1
  4. #1135 -แรบบิท- (@sweetdy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 15:23
    แก้ไขค่า ซึ่งขณะนี้ก็ได้ปิดเป็นที่เรียบร้อยรึเปล่าคะ
    #1135
    2
  5. #898 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 10:39

    ช่วงเก็บรายละเอียด อ่านทั้งหมดอีกรอบ

    อยากกระโดดถีบอิพ่อแย่ อิแม่เลี้ยงชั่ว

    และอิน้องเลว

    #898
    1
    • #898-1 เสี่ยวม่าว (@nisa10) (จากตอนที่ 5)
      23 พฤศจิกายน 2562 / 17:48
      ขอบคุณมากๆนะคะรีดด ดีใจจังเลยมีคนตามเก็บรายละเอียดด้วย
      #898-1
  6. #480 Tai_93 (@Tai_93) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 16:33
    เก่งเกิ้นนน5555
    #480
    0
  7. #132 olahe (@olahe) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 20:17
    ความเห็นส่วนตัวนะคะ แล้วแต่ไรท์จะเห็นสมควร

    หนึ่งก้านธูปกับหนังสือ 38 เล่ม นี่ขั้นอภินิหารแล้วค่ะ แค่พลิกหน้ากระดาษอย่างเดียวยังไม่ทันเลย ถ้าเพิ่มเวลาอีกนิด เป็นสักครึ่งชั่วยาม ให้พอหน้ากระดาษผ่านสายตาสักหน่อย น่าจะดูเหมือนอ่านหนังสือจริง ไม่ใช่เวทมนต์คาถา
    #132
    1
    • #132-1 เสี่ยวม่าว (@nisa10) (จากตอนที่ 5)
      20 ตุลาคม 2562 / 20:57
      ได้ค่าา พอมาคิดดูแล้วก็น่าจะจริงค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
      #132-1
  8. #14 Aonbam (@Aonbam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 13:49

    รรอออออ่านค่ะ

    #14
    0
  9. #11 Angel-Deva (@Angel-Deva) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 11:38

    สนุกค่ะ
    #11
    0
  10. #8 Saminmime (@Saminmime) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 07:20
    รอนะคะ
    #8
    0
  11. #7 pstpbp (@pstpbp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 21:20

    สนุกมากเลยย^^
    เเอบสะดุ้งตรง ตาแก่สติเฝื่อง55
    #7
    0