นางร้ายอันดับหนึ่ง (สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 21 : แผนร้ายของอันซูฮวา I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,140 ครั้ง
    21 พ.ย. 62

มู่หรงหลันและสตรีอีกสี่นางที่เคยหาเรื่องอันซูเม่ยที่โรงอาหารเมื่อคราวก่อน หลังจากที่พวกนางถูกน้ำแกงลวกใส่ในครั้งนั้น  ก็รีบพากันไปรักษาที่โรงหมอของสำนักทันที


เนื่องจากน้ำแกงในถ้วยนั้นเป็นน้ำแกงร้อนๆที่เพิ่งจะถูกตักออกมาจากหม้อ  หากพวกนางเผลอชักช้าปล่อยทิ้งเอาไว้นาน แผลจากการถูกน้ำร้อนลวกในครั้งนี้ คงได้ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้แน่



แม้ว่าตอนแรกท่านหมอจากสำนักจะยืนยันหนักแน่นแล้วว่าแผลของพวกนางสามารถรักษาให้หายไปได้  แต่ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่  แผลก็กลับเริ่มแย่ลงเท่านั้น  พวกนางห้าคนจึงรีบไปหาหมอที่สำนักตรวจดูอาการอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อท่านหมอในสำนักเห็นรอยแผลของพวกนางในคราวนี้  ก็พลันขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความงุนงง 


ตอนแรกที่เขาเห็นรอยแผลของพวกนาง  สภาพของมันยังดีกว่านี้อยู่เลย  หากได้ทายาสมานแผลที่เขามอบให้  รอยแผลเหล่านี้ก็น่าจะต้องดีขึ้นไม่ใช่หรือ  แต่นี้กลับแย่ลงไปค่อนข้างมากเสียนี้


ท่านหมอตรวจดูรอยแผลของพวกนางแต่ละคน  พลางส่ายหน้าด้วยความหนักใจ  


“รอยแผลของพวกเจ้าคงไม่สามารถรักษาให้หายได้อีกแล้ว”  ท่านหมอเอ่ยขึ้นมาด้วยความจนใจ


“ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ !!” มู่หรงหลันได้ยินดังนั้น  ก็พลันตะคอกขึ้นมาเสียงดังด้วยความโมโห  หากรอยแผลนี้รักษาไม่หาย  นางก็จะกลายเป็นสตรีมีตำหนิตลอดชีวิตน่ะสิ  ด้วยฐานะอันสูงส่งของนาง  จะให้นางรับความอัปยศอดสู่ในครั้งนี้ได้อย่างไรกัน  ไม่มีทาง !!!  


“ท่านเป็นถึงหมอจากสำนักห้าขุนเขากระบี่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง  เพียงรอยแผลเป็นจากน้ำร้อนลวกเพียงแค่นี้  ท่านจะไม่มีปัญญารักษาเชียวรึ”  น้ำเสียงของมู่หรงหลันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว


“บังอาจ !!   หากไม่เชื่อถือในฝีมือของข้า  ก็ไปให้คนอื่นรักษาพวกเจ้าก็แล้วกัน”  หมอวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโมโห  ท่านหมอผู้นี้ถือได้ว่าเป็นผู้มีฝีมือดีที่สุดคนหนึ่งของสำนัก  เมื่อเขาได้ยินถ้อยคำลบหลู่ของมู่หรงหลัน  ก็เกิดโทสะขึ้นมาอย่างมาก  พลางหันหลังเดินออกจากห้องไปทันทีด้วยความโกรธ  พลางคิดกับตนเองในใจว่าหากคนพวกนี้มาให้เขารักษาอีก  เขาจะไม่มีทางช่วยเหลือโดยเด็ดขาด !!



ตอนแรกเขายังนึกจะบอกข้อสงสัยเกี่ยวกับรอยแผลที่แย่ลงให้พวกนางได้ฟัง  แต่เมื่อเห็นพวกนางดูหมิ่นเขาเช่นนี้  ก็ปล่อยให้พวกทางหาทางรักษาเอาก็แล้วกัน



เมื่อท่านหมอเดินออกจากห้องรักษาไปแล้ว  ศิษย์หญิงอีกสี่นางก็พลันรู้สึกหวาดกลัวกันขึ้นมา  คำพูดของมู่หรงหลันไม่ร้ายแรงเกินไปหรือ  นั้นเป็นถึงท่านหมอของสำนักห้าขุนเขากระบี่เชียว  หากฝ่ายนั้นเกิดไม่พอใจพวกนางขึ้นมา  แล้วไปฟ้องร้องต่อผู้อาวุโสในสำนัก  พวกนางจะไม่แย่ไปกว่าเดิมงั้นรึ


“หรงหลัน  เจ้าพูดจาเช่นนั้นได้อย่างไรกัน  หากพวกเราเดือดร้อนขึ้นมาจะทำยังไง”  สตรีร่างบางในชุดอาภรณ์สีแดงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเจือแววไม่พอใจ


“เอาน่าๆ พวกเราอย่าทะเลาะกันเลย”  สตรีในชุดอาภรณ์สีม่วงเอ่ยขึ้นห้ามปราม  เมื่อนางสังเกตเห็นถึงบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดขึ้นมา


“ใช่ๆ ข้าว่าเราลองไปให้หมอท่านอื่นในสำนักช่วยรักษาดีกว่า” สตรีอีกนางหนึ่งรีบกล่าวเสริมขึ้นมาทันที



ดังนั้นพวกนางทั้งห้าคนจึงลองให้ท่านหมอคนอื่นๆลองรักษารอยแผลของพวกตนดู  แต่ไม่ว่าจะให้ผู้ใดตรวจรักษาก็ตาม  คำตอบที่ได้มานั้นล้วนเป็นไปในทิศทางเดียวกันหมด  คือแผลของพวกนางไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  



เรื่องนี้ทำให้พวกนางทั้งห้าคนรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก  การที่สตรีมีรอยแผลเป็นนั้น  ก็ไม่ต่างอะไรกับของมีตำหนิเลยสักนิด  แล้วเช่นนี้ในภายภาคหน้าพวกนางยังจะสามารถแต่งงานเข้าตระกูลสูงศักดิ์ได้อย่างไรกัน  









ตัดฉากมาที่อันซูฮวา เมื่อนางทราบข่าวว่าอันซูเม่ยกลับมาอยู่สำนักแล้ว ก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก นางกลัวว่าข่าวลือที่ตนเองกุขึ้นมานั้นจะถูกเปิดโปง อันซูฮวากระวนกระวายใจอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งนางคิดแผนการดีๆขึ้นมาได้ เพียงแค่นางทำให้ข่าวลือกลายเป็นข่าวจริง ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว 


อันซูฮวาที่คิดแผนการขึ้นมาในใจได้ ก็รีบมุ่งหน้ามาปรึกษากับมู่หรงหลันทันที นางพอจะทราบข่าวมาบ้างว่าเมื่อเร็วๆนี้ มู่หรงหลันกับอันซูเม่ยเพิ่งจะมีเรื่องกันไป ด้วยนิสัยของมู่หรงหลัน ตอนนี้อีกฝ่ายคงจะต้องเคียดแค้นอันซูเม่ยอย่างแน่นอน


ด้านมู่หรงหลันนั้น  ตอนนี้นางกำลังอาละวาดขว้างปาข้าวของภายในห้องไม่ยอมหยุด  พลางคิดคับแค้นอันซูเม่ยอยู่ในใจ เพราะมันเพียงคนเดียวที่ทำให้นางต้องมีสภาพเป็นแบบนี้ นังอันซูเม่ย ข้าจะฆ่าเจ้า !!

“หรงหลัน ข้าเข้าไปได้หรือไม่”
“เข้ามา” มู่หรงหลันที่กำลังอาละวาดด้วยความคับแค้นใจอยู่นั้น เมื่อเห็นว่าอันซูฮวามาหา ก็รีบเอ่ยปากอนุญาตให้นางเข้ามาทันที  

อันซูฮวาเปิดประตูเข้ามาด้านใน เมื่อนางมองสำรวจสภาพด้านในห้องที่พังเละเทะไม่เป็นท่า  ก็รู้สึกตกใจไม่น้อย แต่เมื่อมาคิดดูแล้วว่านี้อาจเป็นผลดีสำหรับตน ก็รีบปั้นสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยอย่าง พลางเดินเข้าไปปลอบโยนมู่หรงหลันทันที


“หรงหลันเกิดอันใดขึ้นกับเจ้ากัน”
“ก็นังพี่สาวตัวดีของเจ้าน่ะสิ  นึกถึงมันแล้ว ข้าก็อยากจะกรีดหน้ามันออกมาเป็นชิ้นๆนัก” มู่หรงหลันก่นด่าอันซูเม่ยเป็นการใหญ่ให้อันซูฮวาฟัง พลางคิดหาร้อยแปดวิธีที่จะจัดการอันซูเม่ย  

“ซูฮวา เจ้าต้องช่วยข้านะ”  มู่หรงหลันเขย่าแขนอันซูฮวาด้วยความร้อนใจ
“เจ้าจะให้ข้าช่วยเรื่องอันใดกัน”
“ข้าอยากให้เจ้าช่วยคิดวิธีที่จะจัดการกับนังแพศยาอันซูเม่ย”
“แต่ว่านางเป็นพี่สาวของข้านะ ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร” อันซูฮวาแกล้งทำท่าทางหนักใจ แต่ในใจนั้นกลับแอบลอบยิ้มสมใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของตน
“ซูฮวา นังนั่นมันรังแกเจ้าสารพัด เจ้ายังจะไปใจดีกับมันอยู่อีกทำไม ไม่รู้แหละ ยังไงเจ้าก็ต้องช่วยข้า หากเจ้าไม่ยอมช่วยข้า  เช่นนั้นพวกเราก็ตัดขาดความสัมพันธ์กันไปเลย” มู่หรงหลันแต่ไหนแต่ไรก็มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองอยู่แล้ว  ดังนั้นนางจึงไม่สนใจหรือให้ความสำคัญความสัมพันธ์พี่น้องของอันซูเม่ยและอันซูฮวาแม้แต่น้อย  

อันซูฮวาคิดหนักอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยปากออกมา
“ก็ได้ๆ ข้าจะช่วยเจ้าเอง”

มู่หรงหลันได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก พลางคิดในใจว่าอันซูฮวาช่างเป็นสหายที่ดีกับนางจริงๆ
“เจ้ามีความคิดอะไรดีๆ บอกข้ามาเร็วๆเข้า”

อันซูฮวาเล่าแผนการที่อยู่ในใจของตนตั้งแต่แรกให้มู่หรงหลันฟัง คือการวางยาปลุกกำหนัดกับอันซูเม่ย มู่หรงหลันได้ยินแผนการของอันซูฮวาก็รู้สึกถูกใจเป็นอย่างมาก
“หรงหลัน แต่ข้าไม่มียาปลุกกำหนัดที่ว่าหรอกนะ” ที่นางเอาเรื่องนี้มาปรึกษากับมู่หรงหลันก็เพราะว่าตอนนี้นางไม่สามารถหายาปลุกกำหนัดมาได้ ไม่เช่นนั้นนางคงลงมือทำคนเดียวไปแล้ว
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ให้ข้าจัดการเอง”

อันซูฮวาและมู่หรงหลันนัดแนะวางแผนกันอยู่นานถึงหนึ่งชั่วยาม เมื่อพวกนางตกลงหน้าที่กันเสร็จเรียบร้อย อันซูฮวาและมู่หรงหลันก็ต่างพากันแยกย้ายไปเตรียมการตามแผนที่วางไว้ทันที

มู่หรงหลันนั้นมุ่งหน้าไปหาจางอวี้เฟิง เพราะจางอวี้เฟิงนั้นถือเป็นเจ้าแห่งโอสถรุ่นใหม่ เพียงแค่การปรุงยาปลุกกำหนัด อีกฝ่ายต้องทำให้นางได้อย่างแน่นอน มู่หรงหลันเดินไปสอบถามคนอื่นๆว่ามีใครพบเห็นจางอวี้เฟิงหรือไม่ นางไม่ได้สนิทสนมกับอีกฝ่ายจึงทำให้ไม่รู้ว่าห้องพักของจางอวี้เฟิงนั้นอยู่ที่ใด เมื่อได้รับคำตอบว่าจางอวี้เฟิงน่าจะอยู่ในห้องพักของตนที่ชั้นล่าง นางก็รีบมุ่งหน้าไปที่นั่นทันที
“อวี้เฟิง เจ้าอยู่ด้านในหรือไม่”
จางอวี้เฟิงที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในห้องนั้น เมื่อได้ยินว่ามู่หรงหลันมาหาตน ก็พลันขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย นางกับมู่หรงหลันนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์ถึงระดับขั้นที่จะไปมาหาสู่กันได้ ถึงแม้นางจะสงสัยกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่ก็เดินไปเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามา
“เจ้ามาหาข้ามีธุระอะไรรึ” จางอวี้เฟิงเดินนำมู่หรงหลันเข้ามานั่งภายในห้อง จากนั้นนางก็รินน้ำชาใส่จอกและยื่นไปวางไว้ด้านหน้าของมู่หรงหลัน และเอ่ยปากถามทันที

มู่หรงหลันที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถามตนเองตรงๆเช่นนี้ ก็รู้สึกแปลกใจกับท่าทีของจางอวี้เฟิงไม่น้อย จางอวี้เฟิงในสายตาของคนทั้งสำนัก นางล้วนเป็นสตรีงดงามอ่อนหวาน ดูไม่ทันคน แต่มู่หรงหลันก็ไม่ได้สงสัยอะไรต่อ เพราะนางก็ขี้เกียจจะหาข้ออ้างเหมือนกัน

“เข้าเรื่องเลยก็ดีเหมือนกัน ข้าต้องการให้เจ้าปรุงยาปลุกกำหนัด”

จางอวี้เฟิงที่ได้ยินความต้องการของมู่หรงหลัน ก็รู้สึกตกใจไม่น้อย ยาปลุกกำหนัดนั้นถือเป็นยาชั้นต่ำ มู่หรงหลันจะเอามันไปทำอะไรกัน

“เจ้าจะเอาไปทำอะไรกัน” จางอวี้เฟิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เจ้าแค่ตอบมาว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยเท่านั้นก็พอ เรื่องอื่นไม่จำเป็นต้องยุ่ง”

จางอวี้เฟิงนั่งนิ่งอยู่เป็นนาน จนมู่หรงหลันทนรอไม่ไหว ด้วยฐานะของมู่หรงหลันนั้น นางอยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยต้องมานั่งรอคอยใครเช่นนี้ หากจางอวี้เฟิงไม่ช่วย นางไปให้คนอื่นทำแทนก็ได้ ที่นางมาหาจางอวี้เฟิงในทีแรกนั้นเป็นเพราะว่าเห็นอีกฝ่ายเชี่ยวชาญเรื่องการปรุงโอสถ หากได้นางปรุงยาปลุกกำหนัดให้แล้วล่ะก็ คุณภาพยาคงจะออกมาดีไม่น้อย ในขณะที่มู่หรงหลันเริ่มหงุดหงิดและกำลังจะลุกขึ้นเดินหนีออกไปนั้น จางอวี้เฟิงก็ตอบตกลงออกมา

“ข้าจะช่วยเจ้าก็ได้”
“เจ้าพูดจริงๆรึ”
“อืม”
“เจ้าอยากได้อะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยนเล่า”
“ไม่มีหรอก เพียงแต่หวังว่าต่อไปนี้  เราคงเป็นสหายกันได้”
“ย่อมได้ ข้าจะจดจำความช่วยเหลือของเจ้าครั้งนี้เอาไว้ หากว่าเจ้ามีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ” มู่หรงหลันตอบตกลงด้วยความยินดี หากได้จางอวี้เฟิงมาเป็นสหาย นางก็มีแต่ได้กับได้ทั้งนั้น ข้อแลกเปลี่ยนของจางอวี้เฟิงนี้นับว่าถูกใจมู่หรงหลันไม่น้อย

เมื่อจางอวี้เฟิงกับมู่หรงหลันได้ตกลงกันเป็นสหายแล้วนั้น การพูดคุยข้อตกลงต่างๆเกี่ยวกับเรื่องยาก็ง่ายขึ้นมาทันที
“ข้าอยากได้ฤทธิ์ยาแบบแรงที่สุด เจ้าทำได้หรือไม่”
“ได้ ข้าจะทำให้”
“เจ้าต้องใช้เวลากี่วันในการปรุงยา”
“พรุ่งนี้ยามซื่อ เจ้ามารับได้เลย”
“ตกลง”

หลังจากมู่หรงหลันจากไปแล้ว จางอวี้เฟิงก็ยกยิ้มขึ้นมา นางไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปจัดการนังแพศยานั่น ก็มีคนเสนอตัวมาจัดการแทนนางเอง เรื่องนี้ช่างทำให้นางอารมณ์ดีอย่างยิ่ง



อีกด้านหนึ่งในสวนไผ่หลังสำนัก 

“จัดการกับตัวยาสมานแผลของแม่นางพวกนั้นเรียบร้อยแล้วขอรับ”  ชายชุดดำคนหนึ่งกำลังนั่งคุกเข่ารายงานภารกิจที่ตนได้รับมอบหมายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


“อืม  แล้วเรื่องที่ให้ไปสืบมา ? ”  บุรุษในอาภรณ์สีขาวที่ยืนด้วยท่าทางสบายๆ  เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ  เหมือนกับว่าเรื่องที่คุยอยู่นั้นไม่ได้มีความสำคัญเพียงใด



“เป็นฝีมือของอันซูฮวาไม่ผิดขอรับ”


บุรุษในอาภรณ์สีขาวได้ฟังดังนั้น นัยน์ตาของเขาก็พลันมืดครึ้มลง ดูราวกับดวงตาของปิศาจที่สามารถคร่าชีวิตของผู้ที่สบตาอย่างไรอย่างนั้น อันซูฮวา เจ้าช่างกล้านักที่บังอาจคิดร้ายต่อนาง เขาสั่งงานบางอย่างกับชายชุดดำที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้า และหมุนตัวเดินจากไป






เช้าวันถัดมา มู่หรงหลันก็ไปรับยากับจางอวี้เฟิงทันที ส่วนอันซูฮวานั้นก็มุ่งหน้าไปหาอันซูเม่ย อันซูเม่ยนับตั้งแต่กลับมา นางก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนสักเท่าไหร่ นอกจากออกไปทานข้าว หรือไปเดินเล่นกับไป๋เลี่ยงจิน นอกเหนือจากนั้นนางแทบจะหมกตัวอยู่ในห้องเพื่อฝึกใช้พลังแห่งมิติ

“พี่สาว ข้ามีเรื่องอยากจะพูดคุยกับท่านเจ้าค่ะ” อันซูฮวาเดินมาหยุดที่หน้าห้องของอันซูเม่ย

อันซูเม่ยที่ไม่ได้พบเงาของอันซูฮวาเลยนับตั้งแต่วันที่นางกลับมาสำนัก ก็พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่อยู่ๆอีกฝ่ายก็มาหานางยามนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่อันซูเม่ยแน่ใจก็คือการมาของอันซูฮวานั้นต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับนางแน่นอน นางเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าน้องสาวสุดที่รักผู้นี้จะเล่นลูกไม้อันใดอีก

อันซูเม่ยเดินออกไปหาอันซูฮวาที่ด้านนอก เพราะนางไม่ไว้ใจที่จะให้อีกฝ่ายเข้ามาในห้องพักของตน
“เจ้ามีธุระอะไรรึ”
“พี่สาว ข้าลองกลับไปคิดทบทวนดูแล้ว ที่ผ่านมาเป็นข้าที่ผิดต่อพี่ ข้าอยากจะมาขอโทษท่าน” อันซูฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ใบหน้าของนางเจือไปด้วยน้ำตา ท่าทางของนางในยามนี้ชวนให้ผู้คนรู้สึกเห็นใจยิ่งนัก

อันซูเม่ยที่เห็นทักษะการแสดงละครอันยอดเยี่ยมของอีกฝ่าย ก็เบ้ปากขึ้นในใจ มิน่าเล่าองค์ชายรองผู้นั้นถึงได้หลงรักน้องสาวผู้นี้หัวปักหัวปำ กิริยาท่าทางที่ดูเปราะบางดูน่าทะนุถนอมเช่นนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่กระตุ้นสัญชาตญาณของบุรุษ

“หากเจ้าคิดได้เช่นนั้นก็ดี” อันซูเม่ยตอบรับอีกฝ่ายอย่างส่งๆ
“พี่สาว พี่ให้โอกาสข้าได้หรือไม่เจ้าคะ” อันซูฮวายื่นมือมาจับแขนอันซูเม่ยเบาๆ พลางจ้องมองนางด้วยความคาดหวัง
“ได้สิ”
“จริงๆหรือเจ้าคะ”
“อืม”
“ถ้าเช่นนั้น ตอนบ่ายนี้พี่สาวจะให้เกียรติมาร่วมงานน้ำชากับข้าที่ศาลาริมน้ำได้ไหมเจ้าคะ”
“ฮวาเอ๋อร์เชิญทั้งที พี่สาวต้องไปแน่อยู่แล้ว”
“ดียิ่งเจ้าค่ะ ข้าจะรอท่านนะเจ้าคะ”

อันซูเม่ยเฝ้ามองอีกฝ่ายเดินจากไปด้วยสายตาเย็นชา นางรู้ว่างานเลี้ยงน้ำชาในครั้งนี้ต้องเป็นกับดักที่อีกฝ่ายวางแผนเอาไว้เล่นงานนางอย่างแน่นอน อยากหาเรื่องนางอย่างนั้นหรือ ได้ !!!

“หากอยากเล่นงานข้า ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถแค่ไหน ไม่เช่นนั้นแล้วหากข้าเล่นงานเจ้าคืน ก็อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน” อันซูเม่ยพึมพำกับตัวเองในใจ




พอถึงยามเว่ย อันซูเม่ยเดินไปที่ศาลาริมน้ำซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายของอันซูฮวา ที่นั่นมีเพียงอันซูฮวาที่กำลังนั่งชงชาด้วยความตั้งใจอยู่คนเดียว
“พี่สาว เชิญนั่งลงก่อนเจ้าค่ะ”

อันซูฮวารินน้ำชาที่เพิ่งชงเสร็จให้อันซูเม่ย กลิ่นใบชาหอมกรุ่นออกมา บ่งบอกถึงคุณภาพของชาชั้นดี และฝีมือของผู้ที่ชง
“ข้าตั้งใจชงสุดฝีมือเลยนะเจ้าคะ หวังว่าพี่สาวจะไม่รังเกียจ” อันซูฮวาเอ่ยด้วยความถ่อมตน
“ขอบใจเจ้า” อันซูเม่ยยกจอกชาขึ้นมาจิบไปคำหนึ่ง

อันซูฮวาเมื่อเห็นทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของตน ก็ลอบยิ้มร้ายด้วยความสมใจ นางก้มหน้าลงเพื่อปิดบังรอยยิ้มของตน จึงไม่ทันสังเกตเห็นสายตาเย็นชาของอันซูเม่ยที่มองมา

“เจ้าเองก็ดื่มบ้างสิ”
“เจ้าค่ะ” อันซูฮวายกจอกน้ำชาของตนเองขึ้นมาดื่ม และพูดคุยสนทนาเรื่องทั่วๆไปกับอันซูเม่ยอยู่หนึ่งเค่อ อยู่ๆอันซูเม่ยก็เกิดอาการลุกลี้ลุกลนขึ้นมา ใบหน้าของนางก็แดงระเรื่อ

“พี่สาว ท่านไม่สบายหรือเจ้าคะ” อันซูฮวาที่เห็นอาการผิดปกติของอันซูเม่ยก็ถามขึ้นมาด้วยความตกใจ
“อยู่ๆข้าก็รู้สึกร้อนขึ้นมาทั้งตัว เกิดอะไรขึ้นกัน” อันซูเม่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ใบหน้างามของนางมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมา
“พี่สาว ท่านรอข้าตรงนี้ก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะรีบไปตามท่านหมอมาให้” อันซูฮวากล่าวขึ้นด้วยความร้อนรน พลางรีบวิ่งออกไปด้านนอกศาลา หลังนางวิ่งออกมาพ้นระยะสายตาของอันซูเม่ยแล้ว นางก็พลันหยุดฝีเท้าลง
“ข้าจะรีบไปตามบุรุษมาช่วยนะเจ้าคะพี่สาว” นางแสยะยิ้มขึ้นมาด้วยความสะใจ พลางเดินไปตรงบริเวณต้นไม้ใหญ่ที่มีบุรุษสี่คนกำลังยืนสนทนากันอยู่ นางจะเลือกผู้ใดไปให้นังแพศยาอันซูเม่ยดีกันนะ เอาคนที่หน้าตาอัปลักษณ์ที่สุดก็แล้วกัน

ขณะที่นางกำลังจะก้าวเท้าไปทักอีกฝ่าย อยู่ๆร่างกายของนางก็พลันร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ พร้อมกับรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว นางเดินเข้าไปใกล้บุรุษเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว พลางฉีกทึ้งเสื้อผ้าของตนเองออกมา บุรุษหนุ่มเมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักยั่วยวนเช่นนี้ ก็พากันมองด้วยความตกตะลึง

“ข้าขอแล้วกัน” ชายร่างสูงบางผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก สายตาก็จ้องมองร่างบางที่กำลังเปลื้องผ้าตนเอง
“ได้อย่างไรกัน แบ่งกันสิ” ชายร่างอ้วนเอ่ยขึ้นมาด้วยความไม่ยอม
“ได้ ได้ ข้าขอก่อนแล้วกัน” ชายร่างสูงบางกล่าวขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้

ขณะที่พวกเขากำลังถกเถียงกันอยู่นั้น อันซูฮวาที่ทนไม่ไหวจากพิษของยาปลุกกำหนัด ก็ดึงแขนชายที่อยู่ใกล้ที่สุดขึ้นมาจูบอย่างดูดดื่ม



อันซูเม่ยที่รู้สึกร่างกายร้อนราวกับถูกไฟแผดเผาเมื่อครู่นี้ เมื่ออันซูฮวาเดินจากไปไกลแล้ว อาการผิดปกติก่อนหน้านี้ก็พลันหายไปทันที

นางรู้ตัวตั้งแต่ได้กลิ่นยาปลุกกำหนัดที่โชยออกมาจากจอกน้ำชาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังดื่มน้ำชาเข้าไปเพื่อแลกกับการแสดงที่สมจริง แต่ว่านางเองก็ได้ใส่ยาปลุกกำหนัดที่มีพิษร้ายแรงกว่าของนางถึงสามเท่าลงไปในจอกน้ำชาของอันซูฮวาเพื่อเป็นการตอบแทนเช่นกัน

อันซูเม่ยปล่อยให้ตัวเองแสดงอาการจากการโดนพิษให้อันซูฮวาเห็นก่อน จากนั้นนางถึงได้กินยาถอนพิษเข้าไปทีหลัง ตั้งแต่ที่นางฝึกฝนพลังมิตินางก็สามารถสร้างมิติหนึ่งขึ้นมาเพื่อเก็บข้าวของลงไปในนั้นได้ แต่พื้นที่ในมิติของนางนั้นยังมีขนาดเพียงแค่ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆเท่านั้น เวลานางว่างๆนางก็มักจะปรุงยาชนิดต่างๆออกมา แล้วเก็บเอาไว้ในมิติที่นางสร้างขึ้น หากนางอยากใช้ของที่เก็บเอาไว้เมื่อไหร่ เพียงแค่หลับตานึกเท่านั้น ของที่นางอยากได้ก็จะปรากฏออกมา


มู่หรงหลันที่นัดแนะเวลากับอันซูฮวาเอาไว้ในทีแรก โดยคำนวณเวลาการออกฤทธิ์ของยาที่จางอวี้เฟิงได้บอกเอาไว้ เมื่อถึงเวลาที่พวกนางสองคนตกลงกันเอาไว้ มู่หรงหลันก็เดินนำพาศิษย์ในสำนักมากมายไปที่บริเวณศาลาริมน้ำ หึ นังอันซูเม่ย ครั้งนี้ชีวิตแกจบสิ้นแน่

เมื่อถึงศาลาริมน้ำ ขณะที่มู่หรงหลันกำลังจะกรีดร้องขึ้นมาเสียงดัง พลันสายตาของนางก็หันไปเห็นอันซูเม่ยนั่งอยู่ด้านในเพียงคนเดียว

“อันซูเม่ย นั่นเจ้ากำลังทำอะไร” มู่หรงหลันเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนของนาง
“เจ้ามองไม่เห็นหรือ” อันซูเม่ยเลิกคิ้วถามอีกฝ่ายด้วยความยียวน


ขณะที่ทั้งสองคนปะทะคารมกันอยู่นั้น พลันก็ได้ยินเสียงสตรีดังมาจากทางต้นไม้ใหญ่ ฉับพลันคนที่ยืนอยู่รอบๆบริเวณศาลาก็พากันเงียบเสียงลง เพื่อตั้งใจฟังเสียงที่ดังขึ้นมานั้น
“นั้นเสียงอะไรนะ” ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“เหมือนจะดังมาจากทางนั้นนะ”
“ไปดูกันเถอะ”


จากนั้นผู้คนทั้งหมดก็พากันเดินไปทางต้นไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดเสียงประหลาดดังขึ้นมา ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นส่งผลให้พวกผู้หญิงพากันเบือนหน้าหนีด้วยความกระอักกระอ่วน ส่วนพวกผู้ชายนั้นบางคนก็พากันมองด้วยความสนใจ

มู่หรงหลันที่เดินตามมาทีหลัง ก็รู้สึกสงสัยกับท่าทางแปลกๆของศิษย์คนอื่นที่เดินมาถึงก่อนนาง นางมองไปยังบริเวณต้นไม้ใหญ่ซึ่งเป็นที่มาของเสียงดังกล่าว สิ่งที่นางเห็นคือบุรุษสี่คนกำลังร่วมรักอยู่กับสตรีนางหนึ่ง ที่บริเวณพื้นก็มีเสื้อผ้าของสตรีวางกองระเกะระกะอยู่ พวกเขาทั้งห้าคนต่างพากันเสพสุข โดยไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีใครเข้ามาพบเห็นหรือไม่ เสียงครางอย่างสุขสมของหญิงนางนั้นที่กำลังร่วมรักกับบุรุษทั้งสี่คนดังก้องไปทั่วบริเวณ

มู่หรงหลันมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ ทำไมคนที่อยู่ตรงนั้นถึงกลายเป็นอันซูฮวาได้กัน ทำไมไม่ใช่นังอันซูเม่ย นี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น


“พวกเจ้าทำอะไรกัน!!” องค์ชายรองเฉินหมิงลู่ตวาดขึ้นมาเสียงดัง ก่อนหน้านี้เขากำลังฝึกฝนพลังยุทธอยู่ที่ลานประลอง เมื่อเขาเห็นมู่หรงหลันชักชวนพาบรรดาศิษย์หลายๆคนเดินมาทางนี้ เขาจึงลองเดินตามมาดูด้วยความสงสัย

องค์ชายรองแทบอยากจะพุ่งเข้าไปสังหารบุรุษเหล่านั้นให้รู้แล้วรู้รอด

อันซูฮวาที่กำลังเสพสุขอยู่ในทีแรก เมื่อได้ยินเสียงตวาดขององค์ชายรอง นางก็ชะงักขึ้นมาทันที เมื่อนางหันไปมองสายตาที่เจือไปด้วยไอสังหารของเขาก็พลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ขณะที่นางกำลังงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่นั้น ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่นางได้กระทำไปก่อนหน้านี้ก็ฉายชัดขึ้นมาในสมอง

“กรี๊ดดดดดดดด” อันซูฮวากรีดร้องขึ้นมาเสียงดัง นางสะลัดชายเหล่านั้นออกจากตัวนาง พลางรีบวิ่งไปเก็บเสื้อผ้ามาคลุมตัวเอาไว้ทันที นี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้ไปได้

เหล่าพวกผู้ชายที่อยู่ๆก็ถูกอันซูฮวาผลักออก ก็พากันงุนงงด้วยความไม่เข้าใจ พวกเขากำลังสนุกด้วยกันอยู่แท้ๆ นางเป็นอะไรไปกัน เมื่อพวกเขาหันไปเห็นบรรดาคนอื่นๆที่มองมาทางนี้ก็รู้พลันรู้สึกตกใจปนกระดากอายขึ้นมา


“องค์ชายเพคะ ช่วยหม่อมฉันด้วยนะเพคะ หม่อมฉันถูกใส่ร้าย” หลังจากกลับมาได้สติ อันซูฮวารีบเอ่ยขึ้นมาเสียงสะอื้น ใบหน้าใสของนางเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา หากเป็นเมื่อก่อนองค์ชายรองคงยอมโอนอ่อนให้นาง แต่เรื่องในวันนี้เขาไม่อาจรับได้จริงๆ สตรีของเขาถูกบุรุษหลายคนย่ำยีไปแล้ว มิหนำซ้ำยังมีผู้คนมากมายพบเห็นอีก

อันซูฮวาที่เห็นองค์ชายรองไม่มีท่าทีว่าจะสนใจนาง ก็รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก หากเป็นเมื่อก่อนถ้าเขาเห็นน้ำตาของนาง ไม่ว่าเรื่องอะไร เขาก็พร้อมที่จะให้อภัยนางเสมอ นางพยายามอ้อนวอนขอร้องอีกฝ่าย แต่สิ่งที่นางได้กลับมามีเพียงสายตาเย็นชาปนรังเกียจเท่านั้น สายตาแบบนี้เหมือนกับที่เขาเคยใช้มองนังอันซูเม่ยในครั้งสุดท้ายก่อนที่นางจะหายตัวไป


“เกิดเรื่องวุ่นวายอะไรกัน” ผู้อาวุโสกวงหมิงเอ่ยขึ้นมาจากทางด้านหลังด้วยเสียงทรงอำนาจ ส่งผลให้ผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่ในตอนแรกต่างพากันรีบหลีกทางให้ผู้อาวุโสกวงหมิงและผู้อาวุโสท่านอื่นๆเดินเข้ามาด้านหน้า

ผู้อาวุโสกวงหมิงที่กำลังนั่งประชุมกับผู้อาวุโสท่านอื่นๆอยู่ในห้องประชุม อยู่ๆเจ้าหน้าที่ที่อารักขาอยู่ด้านหน้าก็ได้รับแจ้งมาว่าเกิดเรื่องชู้สาวขึ้นในสำนัก เขาจึงรีบมารายงานผู้อาวุโสกวงหมิงในห้องประชุมทันที

ผู้อาวุโสกวงหมิงที่กำลังหาลือกับที่ประชุมเรื่องจะปลดอันซูฮวาออกจากการเป็นศิษย์ เพราะนางได้สร้างเรื่องโกหกที่ทำให้อันซูเม่ยเสื่อมเสียชื่อเสียง ทีแรกเขาคิดจะประกาศความจริงตั้งแต่วันที่อันซูเม่ยมาแจ้งเขาแล้ว แต่อยู่ๆแม่หนูนั้นก็มาบอกเขาใหม่ว่า อย่าเพิ่งประกาศความจริงออกไป นางขอให้เขารอก่อนสักสี่ห้าวัน

ในทีแรกนั้นผู้อาวุโสกวงหมิงไม่คิดจะทำตามที่อันซูเม่ยบอก เพราะเขามองว่าเป็นเรื่องวุ่นวาย แต่เมื่ออันซูเม่ยเดินออกจากห้องไปแล้ว พลันองครักษ์ของนายน้อยก็ปรากฏตัวขึ้นมา บอกให้ทำตามที่นางบอก เพราะเป็นคำสั่งของนายน้อย ผู้อาวุโสกวงหมิงจึงได้แต่ต้องยอมทำตามคำขอของอันซูเม่ยอย่างช่วยไม่ได้ จนกระทั่งผ่านมาแล้วถึงสี่วัน เขาจึงเรียกผู้อาวุโสท่านอื่นๆมาร่วมประชุมเพื่อชี้แจ้งสถานการณ์ต่างๆในสำนักให้ได้รับรู้ รวมทั้งเหตุผลในการไล่อันซูฮวาออกจากสำนัก อันซูฮวานั้นแม้ว่าอายุยังน้อยแต่สามารถครอบครองพลังปราณถึงระดับสีน้ำเงินได้ ถือว่าเป็นศิษย์ที่มีความสามารถไม่ธรรมดาคนหนึ่งเลยทีเดียว หากไล่นางออกโดยไม่ชี้แจงให้ตาแก่พวกนี้ทราบ เขาอาจจะโดนโจมตีได้ง่ายๆ แต่ยังไม่ทันที่ผู้อาวุโสกวงหมิงจะยกเรื่องอันซูฮวาขึ้นมาพูด ก็ดันมาเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนี้ขึ้นมาเสียได้

ยังไม่ทันที่เขาจะได้แก้ปัญหาเรื่องเก่า ก็ดันมีปัญหาเรื่องใหม่เกิดขึ้นมาอีก ดังนั้นตอนที่ผู้อาวุโสกวงหมิงเดินมา ใบหน้าของเขาจึงมืดครึ้มลง ดูน่าหวาดเกรงเป็นอย่างมาก








~~~~ชี้แจงการอัพนิยาย~~-

ช่วงนี้ไรท์อาจจะไม่ได้มาอัพถี่เท่าไหร่นะคะ  เนื่องจากไรท์แต่งขึ้นมาสดๆเลย

อาจจะมาอัพอาทิตย์ละครั้งประมาณนี้  ไม่หายไปนานกว่านี้แน่นอนค่ะ

แต่ถ้ารีดกดดันไรท์เยอะๆก็อาจจะได้สัปดาห์ละสองตอนหรือสามตอน  ขึ้นอยู่กับแรงกดดันของรีดค่ะ 55555


ถ้าชอบนิยายเรื่องนี้  ฝากคอมเมนท์ให้กำลังด้วยนะคะ ❤️


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.14K ครั้ง

1,652 ความคิดเห็น

  1. #1166 Mina1991 (@Mina1991) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 22:01

    สนุกและค้างมากเลยคะ
    #1166
    0
  2. #835 Ma-i (@vryinsoul) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 07:58
    สะดุดว่าน้ำร้อนเดือดจัดลวกรักษาไม่หาย อยู่ในสำนักที่มีแต่คนเก่งๆ โอสถดีๆ คิดว่าน่าจะแค่รักษาหายช้ามากกว่าจะรักษาไม่หาย
    #835
    1
    • #835-1 (@nisa10) (จากตอนที่ 21)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 12:48
      เดี๋ยวไรท์ลองไปปรับเนื้อเรื่องดูนะคะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากค่ะรีดด ^^
      #835-1
  3. #646 chanath (@chanath) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 20:07
    รอคะ กดกดดดดดดดด
    #646
    0
  4. #645 Bunnada (@ou-bunnada) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 19:37
    สนุกมากๆๆเลยค่ะ
    #645
    0
  5. #644 YuwadeeYupapan (@YuwadeeYupapan) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 14:01
    รอค่ะไรท์
    #644
    0
  6. #643 Pung010203 (@Pung010203) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 07:27

    กำลังสนุกเลยขอเพิ่มคร๊า
    #643
    0
  7. #642 หลงเหยา (@CarelyPaweena) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 19:32
    รอต่อค่ะ อยากสะใจ
    #642
    0
  8. #640 JikkoHza Xuounoy (@jikkoh-sanrio) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 15:26
    ต้องใช้คำว่า รีดโคตร..อดทน รออ่านเลยค่ะไรท์ รีบมาลงต่อนะค่ะ
    #640
    0
  9. #639 lls๑18Plus (@NungFar9539) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 13:17

    สนุกมาก ลุ้นๆจ่ะ มาต่อไวๆนะคะ
    #639
    0
  10. #638 n1122334455 (@n1122334455) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 01:37
    รอๆๆๆชอบมาก
    #638
    0
  11. #637 chonnikan_neay (@chonnikan_neay) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 00:55
    หนุกจร้ารอๆ
    #637
    0
  12. #636 chemo2 (@chemo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 00:11
    รอคอยคร่า
    #636
    0
  13. #635 yupa_paph (@yupa_paph) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 21:11
    รอๆๆๆๆๆๆมาเร็วๆนะ
    #635
    0
  14. #634 YoYoSu (@N-NICOTINE) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 21:07
    ชอบแบบนี้ ชอบที่เป็นแบบนี้~~~~~
    #634
    0
  15. #633 Luciferrock (@luciferrock) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 15:29
    ติดตามจ้า
    #633
    0
  16. #632 noree_zaaaa (@noreeka) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 13:29
    มาช่วยกดดันอีกเสียงค่ะ มาบ่อยๆนะคะ
    #632
    0
  17. #631 Rxoiiiii._ (@0808694151) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 13:26
    พึ่งเข้ามาอ่านนง่า ติดงอมแงมอ่านรวดเดียวเลย ค้างมากกกก ไรท์จ๋าาาา มาต่อทีน้าาาา รอๆๆๆๆๆๆ
    #631
    0
  18. #630 oilcaesar (@oilcaesar) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 12:56
    เรามาช่วยกันกดดันค่ะ อาทิตย์ละตอนก็ยังดี
    #630
    1
    • #630-1 Rxoiiiii._ (@0808694151) (จากตอนที่ 21)
      13 พฤศจิกายน 2562 / 13:26
      ไม่พอๆ อาทิตย์ละ3ตอนเลย คิกๆ กดดันเยอะๆเลย~
      #630-1
  19. #629 hana (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 11:48

    ซูฮวาคนคิดแผนเลยได้ใช้กับตนเองซะเลย แต่ยังเหลืออีกสองคนนะ ยิ่งอีกคนเป็นนักปรุงโอสถแต่ใช้ในทางร้ายๆนี่ทางสำนักน่าจะจัดการนะ

    #629
    0
  20. #628 Sai (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 10:42

    ทำไมจะเลิกอัพอ่ะกำลังสนุก

    #628
    0
  21. #627 cbcn (@cbcn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 10:01

    จงอัพ จงอัพ จงอัพ เพี้ยง55555
    #627
    0
  22. #626 0722lh (@dao-nicha) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 00:05
    รอค่าา อยากให้ไรท์มาอัพบ่อยๆๆๆ
    #626
    0
  23. #624 kanokporntana (@kanokporntana) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 23:51
    รอ รอ อยู่นะไรท์ กำลังได้ใจเลย หุหุ
    #624
    0
  24. #622 Night9445 (@Night9445) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 22:58
    บางทีก็โง่เกินไปนะคนที่เชื่ออันซูฮวาอ่ะ เเล้วก็2คนนั่นอีกเม่ยน้อยยังไม่ทำอะไรให้ก็โทษว่าเป็นความผิดของเม่ยน้อยซะงั้น บางทีก็สมควรไปหาหมอบางนะ -_-
    #622
    3
    • #622-1 Night9445 (@Night9445) (จากตอนที่ 21)
      12 พฤศจิกายน 2562 / 22:58
      บางทีก็สมควรไปหาหมอบ้างนะ
      #622-1
    • #622-2 เสี่ยวม่าว (@nisa10) (จากตอนที่ 21)
      12 พฤศจิกายน 2562 / 23:03
      อารมณ์เหมือนไว้ใจพวกพ้องตัวเองน่ะค่ะ ก็เลยเชื่อสนิทใจ ไม่ได้สงสัยคำพูดเพื่อนตัวเอง
      #622-2
  25. #621 Aavadano (@Aavadano) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 22:19

    รอคร้าบ
    #621
    0