ภาสกรอ้อนรัก

ตอนที่ 6 : บทที่ ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63

 

 

 

 

 

 

รอบบริเวณบึงขนาดใหญ่มีต้นไม้มากมายให้ร่มเงา มีผู้คนมาจับจองพื้นที่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ภาสกรเองแม้จะมาด้วยรถบิ๊กไบค์แต่ก็มีอุปกรณ์เตรียมเอาไว้ไม่เคยขาด

“น้องแคทรอเดี๋ยว พี่ปูผ้าก่อนค่อยนั่ง” พูดจบเขาก็ปูผ้าลงบนพื้นหญ้าริมบึง ลมพัดโชยมาเย็นสบาย หากเป็นไปได้แคทรียาก็อยากจะหลับเสียเดี๋ยวนั้น

“ที่นี่อากาศเย็นจังเลยนะคะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับส่งหมวกกันน็อกคืนให้ชายหนุ่ม ภาสกรรับไปแขวนเอาไว้ที่รถแล้วนั่งลงข้างๆ หญิงสาวที่กำลังรื้อเอาอุปกรณ์วาดภาพออกมาจากกระเป๋าใบโตที่เขาเห็นหล่อนสะพายมาด้วย “โชคดีที่แคทเอาติดมาด้วย ไม่งั้นคงจะต้องเสียดายมากแน่ๆ”

หญิงสาวยิ้มหวานให้เขา ทำเอาคนมองตาพร่าไปชั่วขณะ แต่พอได้สติชายหนุ่มก็เอ่ยถาม

“น้องแคทหิวไหม เดี๋ยวพี่จะเดินไปซื้อของกินมาให้” เขาบุ้ยปากไปทางร้านจำหน่ายอาหาร

แคทรียาชะงักมือที่กำลังจัดแจงตั้งขาวาดภาพ แล้วมองตามสายตาของชายหนุ่มตัวโต จากนั้น ดวงตาคู่งามก็ส่งแสงระยิบระยับ

“แคทอยากกินส้มตำปลาร้าค่ะ ตอนที่แม่ยังอยู่แม่ทำให้แคทกินบ่อยมากๆ” น้ำเสียงตอนท้ายแผ่วเบาลง ทำให้คนที่ตั้งใจชวนกินข้าวรู้สึกเห็นใจไม่น้อย เพราะพอรับรู้เรื่องราวของหญิงสาวจากปากของตระการตามาบ้าง

“ได้สิ เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้ แคทรออยู่ที่นี่ได้ไหม” เขาเอ่ยถาม ดวงตาที่เคยกรุ้มกริ่มเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและอบอุ่นจนคนมองรู้สึกได้ พลันหัวใจดวงน้อยก็อุ่นวาบตามไป และเต้นเป็นจังหวะของคนที่กำลังมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

“ขอข้าวเหนียวไก่ย่างด้วยนะคะ แชร์กันค่ะ” บอกพลางส่งยิ้มหวานให้คนตัวโต ภาสกรนิ่งอึ้งไปเกือบวินาทีก่อนจะหัวเราะออกมา ที่เคยคิดว่าพวกฝรั่งคงไม่ค่อยกินส้มตำปลาร้านั้นเป็นความคิดของเขาแค่คนเดียวกระมัง เพราะคนตรงหน้าบอกให้รู้ชัดเลยว่าไม่ใช่แค่กินได้ แต่ชอบกินมากเสียด้วย

“จัดไป แต่มื้อนี้พี่ขอเลี้ยงนะ ถือเสียว่าเป็นการต้อนรับกลับมาบ้านนาดอนอีกครั้งก็แล้วกัน” เขาบอกพร้อมด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและจริงใจ ทำให้แคทรียาจำต้องยอมรับน้ำใจของเขา

“ตกลงคะ แต่คราวหน้าต้องให้แคทเป็นเจ้ามือบ้างนะคะ” สาวสวยมองเขาตาโต บอกให้รู้ว่าหากเขาไม่รับปากหล่อนก็ไม่ยอมเช่นกัน

“ได้สิ ตกลงตามนี้”

พอได้ฟังดังนั้นแคทรียาก็ถอนหายใจออกมาอย่างพอใจยิ่ง หญิงสาวมองตามร่างสูงที่ดูเท่จนสาวๆ มองตามกันเป็นแถวด้วยความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อภาสกรกลับมาพร้อมกับส้มตำ ข้าวเหนียวไก่ย่างและเครื่องดื่ม แคทรียาก็ร่างภาพไปได้พอสมควรแล้ว ชายหนุ่มมองภาพที่หญิงสาวกำลังไล่สีอย่างสนใจ พอดีกับที่อีกฝ่ายหันมายิ้มให้เขา

“เร็วจังเลยนะคะ แคทยังวาดไม่ถึงไหนเลย” ร่างบางหันมาคุยกับเขา พลางหลุบตามองส้มตำไก่ย่างในถ้วยกระดาษที่ทำจากชานอ้อย กลิ่นที่โชยออกมาเรียกน้ำย่อยได้ในทันที

“หอมจังค่ะ น่ากินจัง” คนตัวบางหันกลับมาทั้งตัวเมื่อชายหนุ่มวางจานส้มตำไก่ยางลงตรงหน้า ท่าทางของหญิงสาวเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากชายหนุ่มได้ในทันทีเช่นกัน

“กินได้เลยครับ อันนี้ช้อน” ชายหนุ่มส่งช้อนให้หญิงสาว ส่วนเขาก็วางช้อนของตัวเองเอาไว้ แล้วหยิบไก่ขึ้นมากินก่อนเป็นอันดับแรก “เป็นไง อร่อยไหม”

เขาเลิกคิ้วขึ้น มองคนที่ตักส้มตำปลาร้าใส่ปาก เขาสั่งแม่ค้าว่าไม่ต้องเผ็ดมาก ใส่พริกสามเม็ด

แคทรียาพยักหน้ายิ้ม ริมฝีปากที่แดงเรื่ออยู่แล้วทำท่าว่าจะแดงขึ้นไปอีกเมื่อเจอกับรสชาติร้อนแรง

“เผ็ดไหม น้ำ” เขาส่งแก้วน้ำให้หญิงสาว อีกฝ่ายรับไปดื่มทันที แล้วบอก

“ขอบคุณค่ะ เผ็ดนิดหน่อยค่ะ แต่แคทกินได้” พูดจบก็ตักส้มตำใส่ปากอีกคำ แล้วปั้นข้าวเหนียวใส่ปากตาม ภาสกรมองตามยิ้มๆ แล้วตักส้มตำกินบ้าง สำหรับเขาพริกสามเม็ดถือว่าไม่เผ็ดเลยสักนิด อย่างหนาตราช้างอย่างเขาต้องมีถึงเจ็ดเม็ดถึงจะกระตุ้นต่อมร้อนแรงในตัวให้ตื่นขึ้นมารับรสได้

“มีน้ำแข็งใสด้วยนะ พี่ไม่รู้ว่าแคทชอบน้ำสีอะไร เลยให้แม่ค้าใส่สีแดงมาให้” เขาเลื่อนถ้วยน้ำแข็งใสไปตรงหน้าหญิงสาว คนปากแดงแก้มแดงเพราะกินเผ็ดไม่เก่งละมือจากช้อนส้มตำหันมาจับช้อนน้ำแข็งใสแล้วตักใส่ปากจิ้มลิ้มทันที

“อร่อยค่ะ แคทชอบ อุ๊ย มีลูกชิดด้วย ขอบคุณนะคะ พี่ภาสใจดีจัง” หญิงสาวกล่าวชมชายหนุ่ม แล้วตักน้ำแข็งใสใส่ปากอีกครั้ง ภาสกรหัวเราะเบาๆ พร้อมกับผ่อนลมหายใจอย่างมีความสุข กลายเป็นเขาหยุดกินแล้วมองหล่อนด้วยความเพลิดเพลิน เวลากินแคทรียาไม่ได้ห่วงสวย แม้หล่อนจะกินเหมือนไม่มีเขาอยู่ตรงหน้า แต่กลับเป็นธรรมชาติและไม่มูมมามเลยสักนิด

“พี่ภาสเอาแต่มองแคทแบบนี้แคทก็กินไม่ลงกันพอดี”

คนถูกเตือนรู้สึกตัว แต่พอมองจานอาหารตรงหน้าที่พร่องไปพอสมควรเขาถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ทำเอาหญิงสาวเม้มปากแก้มแดงด้วยความอาย

“อย่าหัวเราะแคทสิ แคทกินไปครึ่งเดียวเท่านั้นเอง ก็คนมันหิวนี่นา” หญิงสาวยอมรับเสียงอ่อย แต่กลับยิ่งทำให้ภาสกรรู้สึกเอ็นดูหญิงสาวเป็นนักหนา

“หิวก็กินให้หมดนี่เลย อันที่จริงพี่ไม่หิว แต่พอได้กลิ่นส้มตำก็อดชิมนิดหนึ่งไม่ได้ อย่างว่าแหละ ของมันเคยกิน พอได้กลิ่นก็เลยน้ำลายสอ” เขากระเส้า ทำเอาคนตัวบางแก้มแดงอีกครั้ง

“งั้นแคทไม่แกรงใจแล้วนะคะ”

ภาสกรหัวเราะเบาๆ พยักหน้าให้แล้วบอก

“เอาเลย” เขาบอกต่ออีกว่าแค่นั่งมองหล่อนกินเขาก็อิ่มอกอิ่มใจแล้ว แต่คราวนี้ดูเหมือนหญิงสาวจะสงวนท่าทีขึ้น เพราะรับรู้ว่ามีเขาคอยมองตาแทบไม่กะพริบ หากเป็นผู้หญิงอื่นคงเลิกกินไปแล้วเพราะขัดเขินสายตาที่จ้องมอง แต่สำหรับแคทรียาหล่อนยังคงกินต่อได้เรื่อยๆ เพียงแต่รับรู้ว่ามีเขามองอยู่เท่านั้น

พอกินอิ่ม เจ้าของร่างบางก็หันไปวาดภาพของตนเองอีกครั้ง คราวนี้หล่อนทำเหมือนกับว่าไม่มีเขาอยู่ด้วย เพราะดูตั้งอกตั้งใจวาด เขามองหล่อน มองเพลิน จนเผลอหลับไปในที่สุด

แคทรียากำลังจะหันมาบอกกับเขาว่าเสร็จแล้ว เหลือรายละเอียดเพียงเล็กน้อยหล่อนจะกลับไปเติมที่บ้าน แต่เมื่อหันมาพบว่าคนตัวโตใจดีหลับไปเสียแล้ว หญิงสาวจึงเกิดความคิดใหม่ขึ้น...

 

 

 

ผลงานอีบุ๊ก ตามไปโหลดได้ที่เมพนะคะ วางลิงก์ที่นี่ไม่ได้ค่ะ เพราะเด็กดีบล็อกไม่ให้วางลิงก์ไปที่หน้านิยายของนักเขียนโดยตรง

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #6 maimunah08126 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 17:54
    คนไหนนางเอก
    #6
    0