ภาสกรอ้อนรัก

ตอนที่ 3 : บทที่ ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    8 มิ.ย. 63

 

 

 

ภาสกรขับรถกระบะคันเก่าพาแม่ไปเยี่ยมนายโอ่งทันทีที่กลับจากบ้านของแคทรียา ที่นั่นเขาได้พบครอบครัวของนายโอ่งพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งพ่อแม่ลูก รวมทั้งหลานๆ ของนายโอ่งและนางชะเอม

เจ้าของบ้านรวมทั้งลูกๆ หลานๆ นั่งมองด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใคร สองสามีภรรยาก็ยิ้มออกทันที นางแย้มยิ้มแป้นพร้อมกับถือข้าวของพะรุงพะรัง ตามด้วยเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่มีผิวคล้ำเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นตามมาติดๆ

“นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่แย้มกับลูกชายนั่นเอง”

“ฉันมาเยี่ยมตาโอ่ง” นางแย้มบอกกับเพื่อนแล้วมองเลยไปยังหญิงสาวใบหน้าแฉล้มที่ยกน้ำยกท่าออกมาให้

“สวัสดีจ้ะป้าแย้ม” ยุวดีไหว้นางแย้มก่อนหันไปมองเจ้าของร่างสูงใหญ่คุ้นตา “สวัสดีค่ะพี่ภาส”

ภาสกรรับไหว้ เขายิ้มกว้างให้หญิงสาวรุ่นน้องพร้อมกับหันไปไหว้สองสามีภรรยา และพยักหน้าให้กับตติยะ

“สวัสดีครับลุงโอ่งป้าเอม เป็นไงบ้างลุงโอ่ง ดีขึ้นเยอะเลยนะ อีกเดี๋ยวก็หายแล้ว” ร่างสูงก้าวไปนั่งลงบนแคร่ ที่มีนายโอ่งนั่งอยู่บนนั้น ชายวัยกลางคนหัวเราะชอบใจ

“ข้าก็ว่าอย่างงั้นแหละ อีกวันสองวันข้าก็วิ่งได้ปร๋อ แม่อีหนูสิมันห่วงไม่เข้าเรื่อง ไม่ยอมให้ข้าลงจากแคร่เลย”

คนป่วยบ่นภรรยาคู่ชีวิตอุบ ทำให้ชะเอมหันไปค้อนขวับทันควัน

“เกิดล้มขึ้นมาจะทำยังไง คราวก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว ดีนะที่ไอ้หนูมันมาเห็น ไม่งั้นคราวนี้แกได้นอนเป็นผักเป็นอัมพาตสมใจแกล่ะ”

นางชะเอมบ่นยาว เพราะนายโอ่งนั้นเส้นเลือดในสมองแตกมาแล้วคราวหนึ่ง ทำให้การรับรู้ซีกขวามีปัญหา การเดินเหินจึงไม่ใคร่สะดวกนัก ทำให้ต้องนั่งๆ นอนๆ จะมีก็ช่วงเช้าๆ เย็นๆ ที่ลูกสาวกับลูกชายผลัดกันช่วยดูแลให้พ่อฝึกเดินเพื่อทำกายภาพบำบัด แต่คนเป็นพ่อนั้นดื้อรั้นนักหนา พอพ้นสายตาคนในบ้านก็มักจะลุกจากเตียงลงไปทำอะไรต่อมิอะไรจนเกือบได้เรื่องมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

“ก็นั่งๆ นอนๆ มันน่าเบื่อนี่นาแม่”

“ก็เอาไว้ให้ดีกว่านี้อีกหน่อยค่อยซ่าก็ยังไหว”

สองสามีภรรยาโต้เถียงกันไปมา ทำให้คนฟังอย่างภาสกรอดหัวเราะออกมาไม่ได้ นางแย้มก็พลอยยิ้มและส่ายหน้าตามไปอีกคน ส่วนยุวดีได้แต่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ มารดา

“ขอบใจมากนะที่มาเยี่ยม ข้าดีขึ้นเยอะแล้ว ได้อีหนูมันมาดูแลก็ยิ่งดีขึ้น” นายโอ่งหันไปมองลูกสาวด้วยรอยยิ้ม ทำให้สองแม่ลูกมองตามสายตาเจ้าของบ้านไปทันที นางแย้มหมายตาเอาไว้แล้วจึงเกริ่นถาม

“ได้ข่าวว่ากลับมาอยู่บ้านเลยใช่ไหมคราวนี้”

“จ้ะป้า จะปล่อยแม่เอาไว้คนเดียวก็เป็นห่วง เลยตัดสินใจลาออกจากงานแล้วกลับมาช่วยแม่ดูแลพ่อ”

“แล้วจะทำอะไรล่ะ งานการที่นี่ก็หายากเหลือเกิน บ้านนอกเราก็แบบนี้ จะหางานทำทีหนึ่งมันยากลำบาก”

ยุวดียิ้มให้อีกฝ่าย

“หนูจะช่วยแม่ทำนาจ้ะ อีกอย่างคุยกับแม่กับพ่อแล้ว ว่าจะปลูกผักเลี้ยงปลาไปด้วย”

นางแย้มยิ้มกว้าง นึกนิยมชมชอบสาวตรงหน้ามากขึ้น เพราะไม่นิ่งดูดาย แม้จะเคยทำงานสบายแต่เมื่อต้องมีเหตุจำเป็นให้ลาออกก็ไม่คิดเลือกงาน และไม่ลืมรากฐานของตนเอง

“เรื่องทำนาทำไร่ถ้าเหลือบ่ากว่าแรงก็บอกพี่ภาสได้เลยนะ พี่เขาเก่งเรื่องนาไร่ ส่วนเรื่องเรือกสวนคงต้องให้พี่เขามาเรียนรู้กับเราเสียคราวนี้”

คนถูกยัดเยียดงานเพิ่มทำหน้าเหลอหลา แต่พอสบนัยน์ตาคมดุของมารดาที่มองมาราวกับบังคับก็หันไปยิ้มให้กับพ่อแม่ลูก แล้วพยักหน้าหงึกหงัก

“ได้ๆ ถ้าอยากให้ช่วยอะไรก็บอกกันได้เลย เรื่องตีไร่ไถ่นานี่ขอให้บอก พี่พอจะถนัดอยู่ ลูกน้องก็มีอีกหลายคน แต่ถ้าเกิดพี่ไม่ว่างก็จะให้ลูกน้องมาช่วยทำให้” เขารีบขันอาสา ทำให้นางแย้มมองลูกชายอย่างพอใจ

ยุวดียิ้มให้สองแม่ลูกพลางเอ่ยขอบคุณ ขณะที่นายโอ่งกับนางชะเอมก็เริ่มมองภาสกรอย่างสังเกต เพราะภรรยาเล่าเรื่องที่นางแย้มทาบทามลูกสาวของตนให้กับลูกชาย จึงต้องสำรวจตรวจตรากันอย่างละเอียดเสียหน่อย

“เมื่อไรจะแต่งงานล่ะภาส อายุก็ปาไปสามสิบกว่าไม่ใช่เหรอ ได้ข่าวว่าแฟนเยอะนี่เรา”

คำถามของนายโอ่งทำเอาภาสกรหัวเราะร่วน เขาไม่ได้เดือดร้อนต่อสายตาใครเลยสักนิดที่มองว่าเขาเจ้าชู้ แม้แต่สายตาคู่หมายที่มารดาหมายมั้นเอาไว้ให้ไม่ใช่เขาต้องการเองก็ตาม ส่วนนางแย้มถึงกับค้อนลูกชายทันที เพราะเมื่อนายโอ่งถามขึ้นมาเช่นนั้น ลูกสาวอย่างยุวดีมีหรือจะไม่หันมามองลูกชายของนางอย่างมีอัคติและเกิดความลังเล

“โธ่ลุง อย่าเรียกแฟนเลย เรียกคนรู้จักพอ ก็ผมโสด ใครมาคุยกับผม ผมก็คุยได้หมด แต่หลังๆ มานี้ทำแต่งานก็ยิ่งไม่ได้เจอหน้าใครเลย เจอแต่พวกเดียวกันทุกวัน เบื่อขี้หน้าพวกมันจะแย่”

นายโอ่งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะร่วน พลางหันไปมองลูกสาวของตนที่เสมองไปทางอื่น ขณะที่ลูกชายอย่างตติยะได้แต่ฟังยิ้มๆ ก่อนพาลูกเดินเลี่ยงไปอีกทาง คุยกันไปนานๆ สองสามีภรรรยาเริ่มถูกชะตาภาสกร เพราะเขาคุยเก่ง รู้จักสรรหาเรื่องมาเล่าให้คนแก่ที่อยู่บ้านเหงาๆ ฟัง จึงพลอยทำให้ยุวดีนั่งฟังอย่างสนใจไปอีกคน ส่วนนางชะเอมชวนนางแย้มออกไปเก็บสมุนไพรหลังบ้าน อันที่จริงต้องการปลีกตัวออกไปคุยกันตามลำพังนั่นเอง

“นี่ฉันพูดจริงนะ ถ้าลูกสาวแกยังไม่มีใครฉันขอจองเอาไว้ให้ไอ้หนูของฉัน ภาสน่ะ มันอาจจะดูกะล่อนไปสักหน่อย แต่อันที่จริงมันขยันขันแข็ง ยิ่งหลังๆ มานี้เรื่องสาวๆ เพลาลงไปเยอะ ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ไอ้ฉันก็นึกว่ามันจะรีบทำงานใช้หนี้แล้วเก็บเงินไปขอลูกสาวบ้านไหน แต่ถามทีไรก็บอกไม่มีๆ ฉันก็ว่ามันอายุเยอะแล้ว ปีนี้ก็ตกสามสิบห้าเข้าไปแล้ว เลยตั้งใจจะหาเมียให้มันเสียเอง เจ้าภาสมันก็คงจะไม่ขัดใจแม่หรอก” นางแย้มพูดไปยิ้มไป ขณะที่นางชะเอมเองก็ยอมรับว่าเริ่มถูกชะตาภาสกรแต่ติดที่ว่าอีกฝ่ายนั้นเจ้าชู้เหลือเกิน

“ฉันเองไม่มีปัญหาหรอก แต่เรื่องนี้คงต้องแล้วแต่เด็กๆ นะฉันว่า ลองให้สองคนนี้ได้เจอกันบ่อยๆ ถ้ารักชอบกันเมื่อไรเราค่อยมาพูดคุยเรื่องนี้กันอีกที”

ได้ฟังดังนั้นนางแย้มถึงกับยิ้มกว้างด้วยความพอใจ

“ตกลงตามนั้น”

พอสองแม่ลูกกลับไป นางชะเอมก็หันมาถามลูกสาวทันที

“เอ็งว่าลูกชายป้าแย้มเป็นยังไงมั่ง พอเข้าท่าเข้าทางไหม”

คำถามตรงๆ ของมารดาทำให้คนฟังนิ่งงัน เมื่อหันไปมองบิดาแก้มขาวๆ ก็ร้อนผ่าว เพราะหล่อนพอจะดูออกว่าพ่อกับแม่พอใจภาสกร แต่ลึกๆ ดูเหมือนทั้งสองยังไม่แน่ใจนัก

“ถามทำไมล่ะ”

นางชะเอมสะบัดสายตาใส่ลูก ก่อนจะเอ่ยยิ้มๆ

“ก็ต้องถามน่ะสิ เมื่อสองสามวันก่อนป้าแย้มถามถึงเอ็ง พอแม่บอกว่าเอ็งยังไม่มีแฟนป้าแย้มก็ทาบทามเอ็งกับแม่เอาไว้ให้เจ้าภาสทันที แต่แม่แบ่งรับแบ่งสู้ ขอให้เอ็งกับเจ้าภาสดูๆ กันไปก่อน”

ยุวดีฟังอย่างนิ่งงัน นึกถึงรูปร่างหน้าตาและบุคคลิกของภาสกร เขาเป็นผู้ชายจัดว่ารูปร่างหน้าตาดี แม้ไม่หล่อเหลาขนาดพระเอกละครแต่จัดว่าน่าตาดีมากคนหนึ่ง จึงไม่แปลกใจที่มักจะได้ข่าวสาวๆ ตบตีแย่งเขาหลายครั้งหลายหนตั้งแต่สมัยเรียน กระทั่งเติบโตจนมีการงานทำเป็นหลักแหล่ง หล่อนยังได้ยินกิตติศัพท์เรื่องความเจ้าชู้ของอีกฝ่ายโจษจันไปไกลหลายคุ้งน้ำ

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยคิดสนใจเขาอย่างจริงจัง เพราะช่วงเวลานั้นหล่อนเองก็มีคนรักแล้ว แต่เมื่อแยกย้ายกันทำงาน คนรักของหล่อนก็มีคนอื่นไปพร้อมๆ กับหล่อน เมื่อจับได้คาหนังคาเขา หญิงสาวจึงบอกเลิกทันทีไม่มีฟูมฟายให้เห็น แต่ลึกลงไป เจ็บปวดจนไม่คิดอยากมีใครใหม่ เมื่อถูกแม่ถามถึงภาสกรในทำนองคู่หมาย หญิงสาวจึงไม่อาจปลงใจได้ง่ายๆ เงยสักนิด

“หนูไม่ชอบคนเจ้าชู้แม่ก็รู้ พี่ภาสมีชื่อเสียงเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยดีนัก อีกอย่างหนูเชื่อเสมอว่าคนเจ้าชู้ไม่มีทางเลิกเจ้าชู้ นอกเสียจากว่าเขาจะหยุดเจ้าชู้เพื่อใครสักคนหนึ่งเท่านั้น แต่จะหยุดได้นานสักแค่ไหน หรือไม่ก็คงจะต้องมีผู้หญิงสักคนที่อดทนอยู่กับคนเจ้าชู้อย่างเขาได้จริงๆ”

คำตอบของลูกสาวทำเอาพ่อและแม่ต่างถอนหายใจพร้อมเพรียงกัน เพราะเห็นด้วยโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ แต่ก็นึกเสียดายภาสกรไม่ได้ เพราะหากตัดเรื่องความเจ้าชู้ประตูดินของอีกฝ่ายทิ้ง ภาสกรถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้เลยทีเดียว

“เรื่องนี้แม่ก็แล้วแต่เอ็ง ถ้าชอบแม่ก็ไม่ขัด ถ้าไม่ชอบแม่ก็ไม่บังคับ แต่ก็อย่าเพิ่งตัดรอน ลองๆ คบหากันดูสักระยะ ดีไม่ดียังไงก็ค่อยว่ากัน ไม่ดีก็ถอย ดีก็ค่อยไปต่อ”

ยุวดียิ้มให้มารดา หล่อนเองเห็นด้วยกับท่าน จะตัดรอนเสียทีเดียวก็น่าเสียดาย ภาสกรไม่ได้เลวร้ายเขาแค่เจ้าชู้ เพียงแต่เรื่องนี้กลับเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับหล่อน อย่างน้อยๆ ถ้าคบหากันฉันคนรักไม่ได้ ก็คบหากันฉันเพื่อนก็ยังดี

หญิงสาวบอกกับตนเองเช่นนั้น โดยไม่คิดเลยว่าอนาคตนั้นยังคงเป็นเรื่องของอนาคต หลายสิ่งหลายอย่างอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องของจิตใจ...

 

 

 

ภาสกรอ้อนรัก เป็นภาคต่อ เรื่อง ตระการตายาใจนะคะ เป็นนิยายเบาสมองค่ะ เขียนจบแล้ว ส่งพิสูจน์อักษรอยู่ค่ะ ฝากด้วยนะคะ 3

อีบุ๊ก ตระการตายาใจ พร้อมโหลดค่ะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetailsdata=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTM2MjQ4IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNzE4NDIiO30

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #3 IDFOUR (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 19:42
    -0- นางเอกคือใคร

    แคท

    หรือ ยุ

    อ่ะ
    #3
    0