ภาสกรอ้อนรัก

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

 

 

 

 

เจ็ดโมงเช้า ภาสกรเตรียมตัวออกจากบ้าน ขณะที่เขากำลังคร่อมรถเครื่องอยู่นั้นนางแย้มก็โผล่หน้าออกมาจากช่องหน้าต่างแล้วร้องถามก่อนจะช้าเกินไป

“จะไปไหน”

ภาสกรเงยหน้าจากรถเครื่องหันไปมองมารดา

“ไปแถวนี้แหละแม่” เขาตอบกลับ ดวงหน้าดูแจ่มใสผิดหูผิดตา คนเป็นแม่ยกมือขึ้นเท้าเอวฉับ

“ก็แม่บอกแล้วไงว่าจะไปเยี่ยมลุงโอ่ง ให้เอ็งขับรถไปให้ รับปากแม่แล้วนะ” นางทวงถาม ภาสกรนึกถึงคำพูดของแม่เมื่อวันก่อนเกี่ยวกับลูกสาวของนางชะเอม ใบหน้าของใครบางคนที่เขาเคยเห็นมาตั้งแต่เด็กก็ลอยมา ทำให้ต้องถอนหายใจยาว ‘ยายสี่ตา’ คือคำที่เขาแอบเรียกหล่อน

“รู้แล้วแม่ ไปเดี๋ยวเดียว” เขาตอบพร้อมกับเบิ้ลเครื่องสองครั้ง

“เออ! อย่าช้าล่ะ”

“รู้แล้วจ้ะแม่” ภาสกรลากเสียงพลางลอยหน้าลอยตาก่อนจะบิดคันเร่งขับรถออกจากบ้าน ปล่อยให้แม่ค้อนตาแทบกลับตามหลัง

“ไอ้ลูกคนนี้ อยู่บ้านไม่เคยติด” นางแย้มบ่นด้วยความระอาใจ วันไหนไม่มีงานเกี่ยวข้าวภาสกรไม่เคยอยู่บ้าน มักตะลอนๆ ไปเรื่อย ไม่บ้านเพื่อนก็บ้านกิ๊ก!

นางแย้มทอดถอนหายใจ มองท้ายรถเครื่องลูกชายที่เห็นลิบๆ ยังโค้งหน้าพลางส่ายหัว แต่ไม่ว่าอย่างไร นางก็หมายตาลูกสาวของชะเอมเอาไว้ให้ลูกชายเรียบร้อย นางเห็นยุวดีมาแต่เล็กแต่น้อย นิสัยใจคอนั้นถือว่าใช้ได้ จะห่างเหินกันไปก็ช่วงที่เด็กคนนั้นเข้าไปเรียนต่อและทำงานในเมืองหลวง ได้ข่าวว่ามีแฟนแต่ไม่ค่อยได้สนใจนัก กระทั่งกลับมาเห็นกันอีกครั้งและรู้ว่าอีกฝ่ายเลิกรากับคนรักไปแล้วจึงหมายตาไว้ให้ลูกชายของตนทันที

ภาสกรขับรถเครื่องมาจอดที่หน้าบ้านของตระการตา เขาบีบแตรสองทีคนในบ้านจึงโผล่หน้าออกมา พอได้เห็นหน้างามๆ ชายหนุ่มบ้านนอกคอกนาก็ยิ้มอวดฟันขาวจั๊วะทันที

แคทรียาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนคลายออกมาเมื่อเห็นชัดเต็มตา ใบหน้างามที่ปราศจากเรื่องสำอางทุกชนิดจึงเจือยิ้ม หล่อนจำเขาได้ไม่เคยลืม

“สวัสดีค่ะ” แคทรียากล่าวทักทาย มือเรียวสวยเปิดรั้วให้คนตัวโตผิวคล้ำตรงหน้า “พี่ตรันกลับอเมริกาแล้วนะคะ”

ภาสกรยิ้มกริ่ม ดวงตาคมกริบที่ติดจะดุนั้นพราวระยิบระยับทันทีที่หญิงสาวบอกกับเขาเช่นนั้น

“พี่รู้แล้ว เมื่องานทำบุญบ้านคุยกัน แต่วันนี้พี่มาหาแคท” ไม่พูดเปล่า แต่คนตัวโตเสียงเหนื่อๆ กวาดตามองหล่อนด้วยสายตาชื่นชม คนที่เคยชินกับสายตาชนิดนี้จากชายหนุ่มมากหน้าหลายตาควรจะไม่รู้สึกอะไร แต่กับภาสกรกลับทำให้หล่อนเขินอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“มาหาแคทมีธุระอะไรหรือคะ” เอ่ยถาม พลางลอบสังเกตเขาเช่นเดียวกัน เมื่อสี่ห้าปีก่อนภาสกรเป็นเช่นไร มาปีนี้ยังคงเป็นเช่นเดิม ผิวของเขาไม่ได้คล้ำลงไปกว่าเดิม แววตาคมเข้มที่มักชอบส่งสายตาหวานๆ เวลานี้ดูสุขุมขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากไม่สังเกตอย่างจริงจังจะไม่รู้ว่าเคยมีความเปลี่ยนแปลง

เพราะชายหนุ่ม ยังคงดูเหมือนเดิมแทบไม่ผิดเพี้ยน และสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับกับตนเองคือ ภาสกรเป็นผู้ชายที่ดูดีมากคนหนึ่ง แม้จะดูทะเล้นไปสักนิด แต่ทว่าแววตาจริงใจที่มองมาทำให้หญิงสาวเกิดความไว้วางใจเขาได้อย่างประหลาด

เช่นเดียวกับภาสกร ที่ยังคงชื่นชมสาวน้อยตรงหน้าไม่เปลี่ยน แม้เขาและหล่อนจะห่างไกลกัน แต่คอยฟังข่าวคราวของหล่อนอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ตระการตากลับมาบ้าน เขามักจะเอ่ยถามถึงหญิงสาว และรับรู้ความเป็นไปของหล่อนอยู่เงียบๆ จึงได้รู้ว่าแคทรียาไม่เคยคบหาใครจริงจัง ตระการตาเองย้ำเสมอว่าแคทรียาเป็นเด็กดี เขารู้ดีว่าเพื่อนเป็นห่วงน้องสาวคนนี้ไม่น้อย จึงวาดหวังว่าสักวันจะได้พบหล่อนอีก และวันนี้หญิงสาวก็กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

“น้องแคทสบายดีไหมครับ” เขาพูดจาสุภาพเหมือนกับที่พูดกับสาวๆ ทุกคน แตกต่างตรงที่แววตา เพราะเขามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเคยมองผู้หญิงคนอื่น

และดูเหมือนผู้หญิงฉลาดอย่างแคทรียาจะดูออก แม้จะไม่เคยคบหาใครจริงจัง แต่หญิงสาวรับรู้โดยสัญชาตญาณว่าคนตรงหน้ารู้สึกเช่นไรกับตนเอง ผิวแก้มสีขาวผ่องจึงค่อยๆ กลายเป็นสีชมพูอ่อน

“สบายดีค่ะ พี่ภาสสบายดีนะคะ อุ๊ยตายจริง! คุยเสียเพลิน เชิญเข้าบ้านก่อนนะคะ”

พ่อคนตัวโตยิ้มกว้างอวดฟันสวยทันที เขารีบจูงรถเครื่องเข้าไปจอดด้านในรั้วบ้าน แล้วเดินตามสาวสวยต้อยๆ เข้าไปพร้อมกับถุงผลไม้ที่แวะซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้านนั่นเอง

“พี่ซื้อมาฝากแคท มีมังคุดกับทุเรียน” เขาวางลงบนโต๊ะที่ริมระเบียง แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว แคทรียาหลบสายตาอ่อนหวานของอีกฝ่ายลงมองแก้วน้ำที่ตนเองกำลังรินให้เขา หัวใจของสาวสวยเต้นแรงขึ้นจนต้องปรามตัวเอง ไม่เข้าใจว่าเดินทางผ่านมาก็หลายประเทศ พบเจอคนที่ดีพร้อมมาไม่น้อย แต่เหตุใดจึงถึงต้องใจเต้นแรงกับเขาแค่คนเดียวเมื่อถูกอีกฝ่ายจ้องมองมา

“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่รู้ได้ยังไงว่าแคทชอบกินมังคุดกับทุเรียนคะ” หญิงสาวเลื่อนแก้วน้ำส่งให้อีกฝ่าย ภาสกรยิ้มกริ่มพร้อมกับยื่นมือคล้ำๆ แต่ได้รูปและดูแข็งแกร่งมารับแก้วน้ำขึ้นดื่มไปครึ่งแก้วก่อนจะวางลงและสบตาหล่อนอีกครั้ง

“ตรันบอกน่ะ”

แคทรียาหลุบสายตาลงมองผลไม้ในถุงที่อีกฝ่ายซื้อมาฝาก พอดีกับลมพัดกรูเข้ามาจนเส้นผมยาวสลวยปลิวตามลม ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยเข้าจมูกโด่งๆ ของคนมองอย่างภาสกรทันที แล้วเขาก็สูดดมอย่างลืมตัว

จำได้ว่าแคทรียามักมีกลิ่นกายหอมอ่อนๆ อยู่เสมอ จนเขาอยากรู้ว่าหล่อนใช้สบู่หรือน้ำหอมยี่ห้ออะไร เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมีกลิ่นกายหอมสดชื่นเช่นนี้

ท่าทางยิ้มกริ่มของภาสกรทำให้แคทรียารู้สึกอึดอัด แต่เวลาเดียวกันเขาก็ทำให้หล่อนรู้สึกปั่นป่วนอยู่ในใจ

“วันนี้พี่ภาสไม่ทำงานเหรอคะ” พยายามหาเรื่องมาพูดคุย เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าแล้วยิ้มกริ่ม

“วันนี้พี่ว่าง ก็เลยแวะมาทักทายน้องแคท แต่อีกสักเดี๋ยวพี่ต้องกลับแล้ว พอดีแม่พี่ชวนไปเยี่ยมคนรู้จักน่ะ ว่าแต่มาอยู่คนเดียวแบบนี้ไม่เหงาเหรอ ถ้าเหงาพี่พาเที่ยวได้นะ น้องแคทอยากไปที่ไหนก็บอกมาได้เลย พี่จะพาเที่ยวให้ทั่ว” เขาสาดรอยยิ้มใส่หญิงสาวอีกรอบ ทำให้อากาศที่ค่อนข้างอบอ้าวคล้ายจะคลายความอบอ้าวลงเล็กน้อย

“แคทก็ยังไม่รู้เลยค่ะ” ดวงหน้างดงามเจือรอยยิ้ม ริมฝีปากอิ่มรูปกระจับเผยอแย้ม สีชมพูสดราวกลีบดอกไม้งามคงจะหอมหวานน่าดู ความคิดลึกซึ้งทำให้คนมองหลุบตาลงลอบกลืนน้ำลาย เขารู้ตัวว่ากำลังคิดลึก จนกลัวว่ามันจะชัดเจนจนทำให้แคทรียาตกใจจนถอยหนี

“งั้นให้พี่พาไป พี่มีที่เที่ยวที่รู้จักเยอะ” เขาเงยหน้าขึ้นมองหล่อนอีกครั้งพร้อมขันอาสา แววตาเร่าร้อนจางหายเหลือเพียงแววตาคมเข้มจริงจัง

แคทรียานิ่งคิดก่อนจะพยักหน้ายิ้ม

“ขอบคุณค่ะ” คำตอบจากน้ำเสียงอ่อนหวานของแคทรียาทำให้ภาสกรหัวใจเต้นรัว ดวงหน้าคมคายแต้มรอยยิ้ม จากนั้นเขาจึงเอ่ยขอตัว หญิงสาวเดินไปส่งชายหนุ่มที่รั้วบ้าน

“น้องแคทครับ พี่ขอเบอร์โทรศัพท์ได้ไหม” เขาหันกลับมามองหญิงสาวขณะที่จูงรถเครื่องหันหัวกลับ

“ได้สิคะ” แคทรียาตอบรับพร้อมรอยยิ้ม ทำให้คนฟังหัวใจพองโตรีบบันทึกหมายเลขที่หญิงสาวบอกลงโทรศัพท์ส่วนตัวทันที จากนั้นเขาก็กดโทร.ออก หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นดู

“เบอร์พี่ น้องแคทบันทึกเอาไว้นะ เวลามีสายนี้เข้า จะได้รู้ว่าพี่โทร.มา” เขายิ้มจนดวงตาคมเข็มหรี่เล็ก ทำให้แคทรียายิ้มตอบอย่างง่ายดาย

“เรียบร้อยค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ”

น้ำคำอวยพรของหญิงสาวทำให้คนที่เร่งเครื่องหันมายิ้มกว้างให้คนงาม ดวงตาเจิดจ้าราวกับเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นถูกใจ

“ขอบคุณครับ”

น้ำเสียงนุ่มทุ้มของภาสกรทำให้คนฟังอดยิ้มขันเสียไม่ได้ จากนั้นอีกฝ่ายจึงขับรถออกไป หญิงสาวมองตามจนลับตาจึงปิดรั้วแล้วเดินกลับเข้าบ้าน

ดวงหน้างามพริ้มมีรอยยิ้มแต้มไม่หาย หัวใจของหล่อนคล้ายจะเบิกบานตามรอยยิ้มของภาสกรไปด้วย

 

 

 

ภาสกรอ้อนรัก เป็นภาคต่อ เรื่อง ตระการตายาใจนะคะ เป็นนิยายเบาสมองค่ะ เขียนจบแล้ว ส่งพิสูจน์อักษรอยู่ค่ะ ฝากด้วยนะคะ 3

อีบุ๊ก ตระการตายาใจ พร้อมโหลดค่ะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetailsdata=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTM2MjQ4IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNzE4NDIiO30

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #2 AijaSolothurn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 20:36
    อยากอ่านในmebเร์วๆจังรอค่ะ
    #2
    0