ภาสกรอ้อนรัก

ตอนที่ 10 : บทที่ ๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 มิ.ย. 63

 

 

 

 

 

เสียงเคาะโป๊กๆ ที่รถเกี่ยว กับอุปกรณ์เปื้อนคราบน้ำมันกองอยู่ไม่ห่าง นางแย้มเดินไปดูแล้วยกมือขึ้นเท้าเอวเมื่อมองหาลูกชายไม่เจอ

“เอก เห็นพี่ภาสไหม”

เอกลูกมือของภาสกรหันมามองอีกฝ่าย

“อยู่ข้างหลังแม่”

“ขอบใจ” นางแย้มพยักหน้ากับเอก แล้วเดินไปที่ด้านหลัง จึงเห็นว่าลูกชายกำลังขะมักเขม้นกับการทำบางอย่างที่ด้านข้างรถเกี่ยว

“ภาส”

เสียงแม่เรียกทำให้ภาสกรหันกลับมามอง

“ใกล้เสร็จหรือยัง แม่ว่าจะชวนไปบ้านป้าเอมสักหน่อย เก็บผักเอาไว้เต็มตะกร้า”

ภาสกรเหลือบตามองผลงานของตัวเองแล้วหันมาที่แม่

“อีกนิดนะแม่ สักครึ่งชั่วโมง”

นางแย้มพยักหน้า

“ได้ แม่รอแล้วกัน”

“จ้ะ” เขารับคำมารดาแล้วหันกลับไปจดจ่อกับรถอีกครั้ง

ครึ่งชั่วโมงให้หลัง ภาสกรอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย จึงพามารดาซ้อนรถเครื่องไปที่บ้านของนางชะเอม ยุวดีกำลังทำกับข้าว เมื่อสองแม่ลูกมาถึง ทั้งคู่นั่งคุยกับชะเอมและนายโอ่ง เสียงพูดคุยเสียงหัวเราะดังขึ้นไปถึงบนเรือน หญิงสาวเงี่ยหูฟัง พอได้ยินว่าเป็นใครก็อดจะคิดถึงเรื่องที่คุยกับแคทรียาเสียไม่ได้

นางแย้มหันไปมองทางบันไดเมื่อได้ยินเสียง จึงเห็นยุวดีก้าวลงมาจากบนเรือน

“ไปไหนมาจ๊ะป้าแย้ม” ยุวดีนั่งลงข้างๆ บิดา ตรงข้ามหล่อนจึงเป็นภาสกร เขายิ้มให้แล้วหันไปมองนายโอ่ง ยุวดีถอนหายใจยาว เพราะยังไม่เคยมีโอกาสได้พูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว ไม่มีโอกาสได้อยู่ตามลำพังพอให้ได้เรียนรู้นิสัยใจคอจริงๆ เสียที เพราะรู้จักกันเพียงผิวเผิน ไม่มีทางทำให้นึกอยากร่วมชีวิตได้ และการได้รับรู้นิสัยใจคออีกมุมหนึ่งของภาสกรจากบุคคลที่สาม ทำให้หล่อนเกิดความรู้สึกอยากเรียนรู้นิสัยใจคอของเขาขึ้นมาอย่างจริงจังสักครั้ง

“มาที่นี่แหละลูก ป้าเก็บผักเอาไว้เยอะ เลยแบ่งมาให้” นางแย้มเลื่อนตะกร้าผักส่งให้อีกฝ่าย ยุวดียิ้มให้นางแล้วกล่าวขอบคุณก่อนจะมองไปที่ภาสกร

นางแย้มและนางชะเอมสบตากันแวบหนึ่ง เป็นฝ่ายผู้มาเยือนที่เอ่ยขึ้น

“เห็นว่าพรุ่งนี้ยุจะเข้าเมืองใช่ไหม”

ยุวดียิ้มให้คนถาม

“ใช่จ้ะ จะไปซื้อของเข้าบ้านเสียหน่อย”

“แล้วไปกับใครล่ะ”

“ก็ไปคนเดียวนี่แหละจ้ะป้า แม่ต้องอยู่กับพ่อ” หญิงสาวตอบ นางแย้มหันไปมองลูกชาย อีกฝ่ายพยายามทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่แล้วก็ต้องลอบผ่อนลมหายใจเมื่อมารดากล่าวออกมาว่า

“ของที่บ้านป้าก็หมดหลายอย่าง เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้เอ็งว่างไม่ใช่เหรอภาส ไปเป็นเพื่อนน้องหน่อยสิ”

ภาสกรมองหน้าแม่ เขานึกในใจว่าพรุ่งนี้จะไปหาแคทรียา แต่เมื่อถูกสายตาบังคับของมารดามองมาจึงต้องพยักหน้ารับ แล้วยิ้มให้ยุวดี

“ได้สิ กี่โมงล่ะ” เขาสบตายุวดี หญิงสาวจึงหันไปมองมารดา รับรู้ได้ถึงความอึดอัดใจของเขา

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ยุไปเองดีกว่า เกรงใจพี่ภาส”

คำปฏิเสธของยุวดีทำให้นางแย้มรีบค้าน

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก เพราะถึงยังไงป้าก็ต้องใช้พี่ภาสไปอยู่ดี แล้วตกลงจะไปกี่โมงล่ะ”

หญิงสาวลอบผ่อนลมหายใจ ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นสบตาคมเข้มแวบหนึ่ง

“สักเก้าโมงก็ได้”

ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ

“ตกลง พรุ่งนี้จะมารับตอนเก้าโมงแล้วกัน”

คำตอบของชายหนุ่มเรียกรอยยิ้มจากนางแย้มได้มากที่สุด เขานึกอยากจะค้อนแม่สักที แต่ที่ทำได้คือยิ้มตามมารยาท

พอออกมาจากบ้านของยุวดี ชายหนุ่มก็หันไปมองคนที่นั่งอารมณ์ดีข้างๆ ทันที

“ทำไมแม่ต้องให้หนูไปกับยุด้วย ยุมันเก่งจะตาย ไปคนเดียวได้สบายบรื๋อ ที่ทำแบบนี้เพราะอยากให้หนูกับยุอยู่ด้วยกันใช่ไหม หนูรู้หรอก” เขาค้อนแม่เบาๆ ทีหนึ่งอย่างที่ตั้งใจ แต่คนเป็นแม่ทำหน้าไม่สนใจ แต่มีรอยยิ้มแต้ม

“รู้แล้วก็ดี เอ็งกับยุยังไม่เคยใกล้ชิดกัน แบบนี้เมื่อไรจะรู้จักกันจริงๆ สักที แค่เดินผ่าน พูดคุยกันไม่กี่คำก็แยกไปคนละทาง ลองศึกษานิสัยใจคอกันจริงๆ จังๆ สักทีเถอะ ดีไม่ดีไงค่อยว่ากัน”

สิ้นเสียงของมารดา ภาสกรถอนหายใจยาว เขาคิดถึงแคทรียา บอกตนเองว่าเขาชอบหล่อน ชอบมาก และชอบมานานแล้ว แต่สำหรับยุวดี เขารู้สึกเฉยๆ แค่คนรู้จัก ไม่ได้มีสิ่งใดพิเศษ มองตาแล้วเขาไม่รู้สึกหวั่นไหว แม้จะยอมรับว่าอีกฝ่ายนิสัยใจคอใช้ได้คนหนึ่ง แต่นอกเหนือจากนิสัยดี ขยันขันแข็ง ความรู้สึกก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่หรือไงกัน

ชายหนุ่มได้แต่นิ่งคิด เขามองท่าทางอารมณ์ดีของมารดาแล้วนิ่งเงียบ ปรึกษากับตัวเอง เขาควรทำตามที่แม่บอกดีหรือไม่ แล้วแคทรียาล่ะ คบอีกคน แต่รู้สึกดีกับอีกคนอย่างนี้เหรอ โอ๊ย อยากจะบ้า...

 

 

 

 

 

อีบุ๊ก พี่ภาส มาแล้วนะคะ ไปโหลดกันได้เลยจ้า ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและอุดหนุนนะคะ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น