กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 9 : บทที่ ๔ ไก่ได้พลอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    6 ก.พ. 63







ปกติแล้วพิิมพ์พิลาศจะอยู่กับพราวนภา แต่เมื่อเด็กสาวต้องไปโรงเรียนตามปกติ ทำให้หญิงสาวขอตามคมน์ไปช่วยงานในไร่แทนที่จะอยู่กับมารดาที่บ้าน

“จะไหวเหรอพิมพ์ แดดแรงนะ เดี๋ยวก็ตัวดำหมดหรอกอยู่ที่บ้านกับแม่ไม่ดีกว่าหรือ” ภารดากระซิบถามลูกสาวที่แต่งตัวทะมัดทะแมงเตรียมตามคมน์ออกไปทำงานกลางแจ้งแบบนั้น 

“ได้ยังไงล่ะแม่ พี่คมน์เขาชอบคนขยัน” ลูกสาวกระซิบกระซาบตอบมารดา เพราะอยู่ร่วมบ้านกันมาเกือบครึ่งเดือนจึงพอจะรู้ว่าคมน์เป็นผู้ชายเอาการเอางาน และเขามักชื่นชมคนขยันเป็นพิเศษ 

ระหว่างนั้นฉวีที่ก้าวออกมาจากข้างในมีอันต้องชะงัก มองพิมพ์พิลาศด้วยสายตาเป็นคำถาม สองแม่ลูกเห็นเข้าก็หันมายิ้มให้นางทันที

“จะไปไหนหรือพิมพ์” ฉวีกวาดตามองลูกสาวของภารดา พลางหันไปมองลูกชายที่เดินตามหลังนางออกมาแล้วยิ้มให้เขา

“คมน์ ขาไปแม่ฝากแวะเอาเมล็ดพันธุ์น้ำเต้ากับฟักหอมไปให้แม่จำปีด้วย สองวันก่อนเจอกันที่ตลาด เห็นบ่นว่าอยากได้” 

คมน์สบตาแม่แล้วยิ้มกริ่มทันทีที่ได้ยินชื่อของจำปีขึ้นมา ขณะที่สองแม่ลูกมองตากันอย่างอยากรู้ว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงทำท่ายินดีปรีดาเสียขนาดนั้น

“ได้แม่ ผมไปก่อนนะ” ว่าแล้วเขาก็รีบก้าวตรงไปยังรถกระบะ พิมพ์พิลาศรีบก้าวตามชายหนุ่มพร้อมกับร้องบอกเขาท่ามกลางสายตางุงงนปนตกใจของฉวี

“พี่คมน์พิมพ์ไปด้วยค่ะ”

คมน์ชะงักกึกที่ประตูรถด้านคนขับ เขามองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จนฝ่ายนั้นหน้าแดง ขณะที่ชายหนุ่มแล้วขมวดคิ้วมุ่น

“พิมพ์จะไปไหน” 

พิมพ์พิลาศหันไปมองฉวีและมารดาที่รอฟังคำตอบเช่นกัน ก่อนหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง

“พิมพ์อยากไปช่วยพี่คมน์ที่ไร่ค่ะ ให้พิมพ์ไปด้วยนะคะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง ฉายความสดใสกระตือรือร้น ทำให้คมน์นิ่งเงียบไป เพราะภาพลักษณ์ของหญิงสาวตั้งแต่อยู่ร่วมบ้านกันมาหลายวัน ทำให้เขาพอดูออกว่าพิมพ์พิลาศไม่ใช่ผู้หญิงที่ทนแดดทนฝนสักเท่าใดเลย แต่การที่จู่ๆ หล่อนก็ลุกขึ้นมาแต่งตัวมิดชิดแล้วบอกกับเขาว่าจะไปช่วยงานในไร่ ทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจอย่างยิ่ง

“ไม่ใช่ว่าพี่จะดูถูกหรืออะไรหรอกนะ แต่งานในไร่หนักนะ ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย พิมพ์ไม่กลัวหน้าเป็นฝ้าหรือว่าตัวดำเป็นหนี่ยงหรอกเหรอ ดูอย่างพี่นี่สิ” พูดจบเขาก็ถลกแขนเสื้อให้หญิงสาวเปรียบเทียบ นอกร่มผ้าดูดำคล้ำ หยาบกร้าน แต่ภายในกลับขาวใสกว่ามาก ทำให้คนมองแก้มแดงเรื่อ ส่วนคนให้มองนิ่วหน้า เขามองตาแม่ที่ค้อนขวับมายังเขา นึกขำทั้งตัวเองและหญิงสาว หล่อนคิดไปไกลถึงไหนกัน

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พิมพ์ทาครีมกันแดดแล้ว” หญิงสาวยืนยันหนักแน่น แต่คมน์ส่ายหัว

“ต่อให้เป็นครีมกระปุกละหมื่นก็เอาไม่อยู่หรอกพิมพ์ แต่ถ้าอยากจะไปก็ไป แล้วอย่าหาว่าพี่ไม่เตือนก็แล้วกัน”

พูดจบเขาก็เปิดประตูเข้าประจำที่คนขับ พิมพ์พิลาศหันรีหันขวางอย่างลังเล แต่สุดท้ายหญิงสาวก็รีบเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งคู่กับชายหนุ่มจนได้ ฉวีมองตามแล้วถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปมองภารดาที่ยิ้มเจื่อนพร้อมกล่าวออกมาว่า

“เจ้าพิมพ์นี่ดื้อเหมือนกันนะ คอยดูเถอะกลับมาเธอจะจำลูกสาวตัวเองไม่ได้ แดดกลางไร่แรงจะตาย ขนาดฉันเป็นชาวไร่แท้ๆ เดี๋ยวนี้ยังสู้แดดแทบไม่ไหว แดดเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนนะ บอกไม่ถูก แต่ฉันรู้สึกได้ มันร้อนผ่าวเหมือนจะเผาเราเลยละ ยิ่งคนผิวบางไม่เคยตากแดดแบบเจ้าพิมพ์ยิ่งอันตราย”

ฉวีส่ายหัว ไม่ได้คิดจะข่มขู่แต่พูดเรื่องจริงทั้งหมด จากนั้นก็หมุนตัวกลับเข้าบ้าน ทิ้งให้ภารดามองตามท้ายรถที่พาลูกสาวคนสวยของนางออกไปด้วยความเป็นห่วงแกมกังวล

หลังจากยอมให้พิมพ์พิลาศตามมาด้วยคมน์ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาชับรถตรงไปยังบ้านของจำปีเป็นอันดับแรก ส่วนคนที่ตามมาด้วยชำเลืองมองเขาเป็นระยะ พอเห็นหน้าเข้มๆ ไม่พูดไม่จาหญิงสาวก็ใจแป้ว กว่าจะรวบรวมความกล้าได้ก็ผานไประยะหนึ่ง

“พี่คมน์จะไปบ้านใครก่อนหรือคะ”

คมน์ตวัดสายตามองคนถามแวบหนึ่ง แล้วผ่อนลมหายใจ

“ไปบ้านคนรู้จักนี่แหละ” พูดจบอึดใจเดียวเขาก็ชะลอรถที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ยังไม่ทันทั้งคู่จะลงจากรถ ร่างอ้อนแอ้นของสาวสวยคนหนึ่งก็หันมาทางทั้งสอง พิมพ์พิลาศขมวดคิ้วนิ่วหน้า รีบมองคมน์ทันที พอได้เห็นสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหวหญิงสาวก็ขบริมฝีปากแน่น เกิดความอยากรู้จักผู้หญิงที่กำลังมองมาทันที

“พิมพ์รออยู่ในรถนี่ก่อนนะ พี่ไปแป๊บเดียว” เขาสั่งแล้วเปิดประตูรถกระบะออกไปทันที แต่คนอย่างพิมพ์พิลาศไม่เคยทำตามคำสั่งของใครอยู่แล้ว ต่อให้คมน์คือคนที่หล่อนหมายตาก็ตาม เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาหล่อนเลือกทำตามความต้องการของตัวเองอยู่เสมอๆ  

นิลินขมวดคิ้วนิ่วหน้า หยุดมือที่กำลังกวาดลานหน้าบ้าน มองคนตัวโตที่มาหาแต่เช้าด้วยความรู้สึกแปลกใจ

“แม่ไม่อยู่ ออกไปไร่เมื่อเช้า อีกพักใหญ่คงกลับมาค่ะ” 

คำตอบของหญิงสาวทำให้คมที่เปิดประตูรั้วเข้าไปราวกับเขานั้นเป็นเจ้าของบ้านเสียเองยิ้มเหนือยๆ เพราะกลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้เมื่อเขามาที่นี่หล่อนจะคิดว่าเขามาหาแม่หล่อนทันที ผู้หญิงบ้าอะไร น่าจับมาตีก้นชะมัด

เขานึกอย่างหมั่นไส้แกมมันเขี้ยว ก่อนจะไปหยุดตรงหน้าคนตัวบางที่ชอบคิดอะไรไม่เข้าท่า แล้วส่งเมล็ดพันธ์ุให้หล่อน

“แม่พี่ฝากมาให้แม่ลิน” 

หญิงสาวหลุบตามองห่อเมล็ดพันธ์ุในมือใหญ่หยาบของคนตรงหน้า ก่อนจะรับห่อเมล็ดพันธ์ุเอาไปถือไว้ ใบหน้าแจ่มใสภายใต้กรอบผมยาวสลวยถูกมัดเอาไว้เป็นหางม้าเงยหน้าขึ้นมองเขา แต่นิลินทนสู้แสงนัยน์ตาคมเข้มของคมน์ได้ไม่นาน จึงรีบเอ่ยขอบคุณ เพื่อจะให้เขากลับออกไปเร็วๆ

“ขอบคุณค่ะ ลินจะบอกแม่ให้”

คมน์พยักหน้าเบาๆ เขามองดวงหน้าหวานแล้วทอดถอนหายใจ อยากพูดอยากคุย อยากชวนหล่อนไปเดินเล่นที่ท้ายไร่เหมือนวันวาน แต่...

“พี่คมน์คะ เราจะไปกันหรือยัง”

เสียงหวานใสที่ร้องถามมาจากด้านหลังพร้อมกับร่างระหงที่ก้าวมาหยุดยืนประจันหน้ากับนิลินพังความคิดนึกของคมน์จนหมดสิ้น  ขณะเดียวกันเจ้าของบ้านสาวก็ได้แต่นิ่งงันงุนงง มองสาวสวยแปลกหน้าที่จู่ๆ ก็โผล่มาราวกับผีเป็นนาน ก่อนจะหันมามองคมน์ที่ยืนนิ่งจากนั้นจึงหลุบตามองพิมพ์พิลาศด้วยสายตาที่ผู้หญิงสองคนไม่ทันเห็น หรือหากเห็นคงจะใจกระตุกเพราะความหวาดหวั่นเพราะมันทั้งหงุดหงิดและรำคาญเต็มพิกัด

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อพิมพ์ พิมพ์พิลาศ เป็นญาติพี่คมน์ค่ะ” 

พิมพ์พิลาศฉีกยิ้มใหวานให้นิลิน แต่แววตากลับเชือดเฉือนจนหญิงสาวเจ้าของบ้านต้องฉุกใจ รับรู้สึกกระแสร้อนแรงและไม่เป็นมิตรแผ่กระจายออกมารอบกาย แต่ถึงอย่างนั้นนิลินก็ไม่คิดใส่ใจจึงฉีกยิ้มกลับไปเช่นกัน

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ...”

“พี่คมน์ต้องรีบไปไม่ใช่เหรอคะ สายแล้วแดดแรงนะคะ” 

พิมพ์พิลาสตัดบทด้วยการหันไปยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม ทำเอาคนที่พยายามไม่ใส่ใจและกำลังแนะนำตัวเองขยับปากค้าง ก่อนจะค่อยๆ หุบปากลงอย่างงุนงง หน้าเหวอเหลอหลาน่าตลก ท่าทางนั้นไม่ได้หลุดพ้นจากสายตาของคมน์ เขาทั้งรู้สึกเห็นใจแต่ก็นึกขบขันหญิงสาวไปพร้อมๆ กัน คงเป็นครั้งแรกที่นิลินหน้าแตก เหตุการณ์นี้ทำให้เขาต้องหันมามองพิมพ์พิลาศใหม่ รับรู้อยู่เงียบๆ ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกายเขานั้นไม่ธรรมดาเลยสักนิด เขาต้องระวังตัวเพิ่มขึ้นตามที่แม่เคยบอกเสียแล้วกระมัง

ดวงตาคมกริบเคลื่อนกลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง แต่ใบหน้าอ่อนหวานที่แต้มยิ้มเมื่อครู่เริ่มตึงขึ้นเล็กน้อย คงเพราะถูกหักหน้า ถึงอย่างนั้นเจ้าหล่อนก็ยังคงพยายามทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ความจริงคงกำลังเดือดปุดๆ จนแทบระเบิด

“พี่ไปก่อนนะ อย่าลืมบอกแม่ล่ะ”

นิลินตวัดสายตาขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง แต่สายตาที่ใช้มองนั้นมีอาการขุ่นเคืองแถมมาด้วย ท

“ค่ะ จะบอกให้” พูดจบก็ถอนหายใจยาวอย่างหงุดหงิด ชายหนุ่มยิ้มให้หล่อน ก่อนหันไปพยักหน้ากับคนข้างกายแล้วเดินนำอีกฝ่ายไปที่รถกระบะ พิมพ์พิลาศหันไปสบตานิลินอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มหวานฉ่ำ ก็คงไม่มีอะไรมากกว่านั้น ถ้าสายตาที่มองมาจะไม่กวาดขึ้นลงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า บ่งบอกถึงอะไรบางอย่างผ่านสายตาเยาะเย้ย

นิลินกำด้ามไม้กวาดแน่น พยายามบังคับจิตบังคับใจและบังคับมือไม่ให้ยกมันขึ้นไปฟาดหน้าใครแทนที่จะกวาดพื้นเช่นทุกวัน!

“หน็อย พาแฟนใหม่มาหยามกันถึงนี่เลยเหรอ คอยดูนะ ฉันมีแฟนเมื่อไร จะพาไปเย้ยให้ถึงไร่เลย!!”

นิลินก่นด่าตามท้ายรถกระบะที่เคลื่อนจากไป ทำให้มารดาที่เพิ่งก้าวเข้ามาถอนหายใจยาว 

“ไก่ได้พลอยนะเราน่ะ จะหาใครดีกว่านี้ได้อีกเรอะ”

นิลินหันขวับไปมองข้างหลัง พอเห็นแม่ก็ทำปากบึน

“แม่ว่าหนูเหรอ”

จำปีมองลูกสาวแล้วค้อนขวับ

“ว่าไอ้ขาวมั้ง” นางว่าไปนั่น ยิ่งทำให้นิลินทำท่ากระเง้ากระงอด

“แม่อย่าพูดอย่างนี้นะ เขาต่างหากไก่ได้พลอยของจริง เพราะอะไรรู้ไหมแม่ เพราะหนูอะ เพชร! ส่วนแม่นั่นอะ เป็นแค่พลอย มีดีแค่สีสวย แต่ไม่มีทางสะท้อนแสงเจิดจรัสได้เหมือนหนูแน่นอน”

คนพูดเชิดหน้าทำท่าโอ้อวดตัว

“ฮึ!” จำปีร้องฮึออกมาด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะคว้าเมล็ดพันธ์ุจากมือลูกสาวเดินหนีเข้าข้างใน ทิ้งให้คนตัวเล็กหมุนไปหมุนมาอยู่ที่ลานหน้าบ้าน 

หญิงสาวเม้มปากแน่น อยู่ๆ หัวใจดวงน้อยก็เกิดความรู้สึกอ้างว้างเดียวดาย ร่างบางถอยไปนั่งบนเก้าอี้ นึกถึงผู้หญิงสวยคนเมื่อครู่กับอดีตคนรักแล้วปวดหนึบ โดยเฉพาะคำมารดาที่ดังก้องในหูไม่จางไปง่ายๆ รบกวนจิตใจสิ้นดี

‘ไก่ได้พลอย’ 

หญิงสาวหน้าเง้า หล่อนเนี่ยนะไก่ได้พลอย ทำไมแม่ชอบว่าหล่อนอยู่เรื่อย การที่หล่อนเป็นคนบอกเลิกกับเขาก่อน มันทำให้หล่อนกลายเป็นคนไม่รู้ค่าของใครอีกคนขนาดนั้นเลยเหรอ อยากรู้จัง ระหว่างที่หล่อนไม่อยู่บ้าน ผู้ชายคนนั้นทำอะไรให้แม่ประทับใจนักหนาเชียว 

“ไม่เห็นเกี่ยวกันสักหน่อย ของแบบนี้มันมีเหตุผลในตัวของมัน คนเราเลิกกันไม่เกี่ยวกับคนคนนั้นจะดีหรือเลวหรอกนะแม่ แต่มันเกี่ยวตรงที่เขาไม่ซื่อสัตย์กับลูกแม่ต่างหาก แล้วถ้าจะมีใครที่ถูกเปรียบเปรยให้เป็น ‘ไก่ได้พลอย’ มันก็ต้องไม่ใช่หนูแน่ๆ” 





ขอโทษที่วันนี้มาช้านะคะ พอดีติดธุระจ้าาา 
คำเตือนเป็นฉบับที่ผ่านการรีไรต์คร่าวๆ เท่านั้น อาจทำให้มีคำผิดตกหล่นหรือสับสนบ้าง ต้องขออภัยค่ะ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

113 ความคิดเห็น