กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 8 : บทที่ ๔ ไก่ได้พลอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    4 ก.พ. 63







ไก่ได้พลอย







เสียงมีดกระทบเขียงดังรัว นิลินสับไก่ย่างพลางตวัดตาค้อนหมาที่เลี้ยงเอาไว้ไปทีหนึ่ง 

“แกนี่ภาระล้วนๆ เลย” บ่นหมาพึมพำ ส่วนไอ้ตัวต้นเหตุก็มานั่งรอทำหน้าแป้นแล้น กระดิกหางดิ๊กๆ น้ำลายหยดติ๊งๆ “ยัง ยังจะมายิ้มอีก เฮ้อ เวรกรรมของฉันจริงๆ”

เสียงบ่นพึมพำทำให้จำปีที่ก้าวเข้าไปในครัวหัวเราะขัน คนบ่นหันไปทำหน้าเมื่อยใส่แม่แล้วบอก

“ต้องซื้ออาหารเม็ดมาปนบ้างแล้วนะแม่ ให้มันกินแต่ข้าวกับไก่สับหมูรวนแบบนี้สักวันมันจะอ้วนเป็นหมู เสียหมาหมด”

จำปีหัวเราะลั่น แล้วส่ายหน้าเบาๆ

“มันคงกินหรอก แม่เคยซื้อมาให้มันกิน แต่มันทำท่าดมๆ แล้วก็เดินหนีไปเลย อาหารเม็ดราคาถูกน่ะ พอลองซื้อของมียี่ห้อมาให้ มันกินเรียบ ฉลาดเกินหมา”

นิลินอดหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อมารดากล่าวออกมาเช่นนั้น หญิงสาวเหลือบตามองหมาสีขาวที่แม่เลี้ยงเอาไว้เป็นเพื่อน พอได้สายสายตาไร้เดียงสาคู่นั้น จึงเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆ แล้วยิ้มออกมา

“แต่ยังไงก็ต้องขอบใจแกนะ ที่อยู่เป็นเพื่อนแม่มานาน เอาเป็นว่าวันนี้ฉันจะสับไก่ให้แกกินดีๆ เลย แล้วถ้าสไปตลาด จะซื้ออาหารยี้้อดังๆ มาให้กินเป็นการขอบใจก็แล้วกันนะขาว” 

‘ขาว’ ส่งเสียงครวญครางออดอ้อนอย่างรู้งาน ทำเอาสองแม่ลูกหัวเราะออกมาพร้อมกันด้วยความเอ็นดูปนหมั่นไส้...

เวลาเดียวกัน คมน์พาพราวนภาและพิมพ์พิลาศไปเที่ยวตลาดนัดในตัวเมือง ทั้งคู่เดินดูของอย่างสนุกสนาน และได้ของกินของใช้ติดไม้ติดมือมากันคนละอย่างสองอย่างโดยมีเจ้ามือเป็นคมน์

“พี่คมน์จะซื้ออะไรคะ” พิมพ์พิลาศเอ่ยถาม เมื่อชายหนุ่มก้าวนำไปข้างหน้า คนถูกถามหันไปมองอีก่ายแวบหนึ่งแล้วตอบ

“ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นน่ะ” สิ้นเสียงทุ้มๆ ของชายหนุ่มทั้งหมดก็เดินมาหยุดที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นพอดี

แม่ค้าวันกลางคนเงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มให้

“อ้าวคุณ วันนี้กินอะไรดีคะ” 

คำถามของแม่ค้าทำให้พิมพ์พิลาศและพราวนภามองหน้ากัน เพราดูแล้วทั้งสองคนจะรู้จักมักคุ้นเป็นอย่าวงดี

“เหมือนเดิมสามถุงครับ”

แม่ค้าสาวใหญ่พยักหน้ายิ้มหว่นพร้อมกับรับเงินจากลูกค้าสาวก่อนหน้านี้แล้วทอนเงินให้

“รอเดี๋ยวนะจ๊ะ ไม่นานจ้ะ” 

คมน์ยิ้มตอบแม่ค้าแล้วหันไปยังสองสาว พอเห็นสายตาแปลกใจชายหนุ่มก็บอก

“ซื้อไปฝากคนรู้จักน่ะ” 

คำตอบของชายหนุ่มทำให้พราวนภาคลายความอยากรู้ลงไปได้ แต่ไม่ใช่กับพิมพ์พิลาศที่อยากรู้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

“พี่คมน์หนูอยากกินลอดช่องทับทิมกรอบ” พราวนภาชี้มือไปที่ร้านค้าข้างหน้า ชายหนุ่มยิ้มให้น้องแล้วแล้วดึงธนบัตรแบงค์ร้อยส่งให้อีกฝ่าย เด็กสาวยิ้มแป้นพลางส่ายหน้า

“ขอบคุณค่ะ แต่ที่พี่คมน์ให้ยังเหลืออยู่เลย” พราวนภาแบมือให้เขาดู ชายหนุ่มจึงยิ้มกับหล่อนแล้วเก็บเงิน ส่วนอีกฝ่ายหันไปทางพี่สาว “พี่พิมพ์เอาด้วยไหม”

พิมพ์พิลาศส่ายหน้าเบาๆ

“ไม่เอา”

พราวนภาจึงพยักหน้าแล้วหันไปยิ้มให้คมน์ 

“เดี๋ยวหนูซื้อมาเผื่อพี่คมน์แก้วหนึ่งนะ”

“ขอบใจ” คมน์เอ่ยเบาๆ ก่อนจะหันไปตอบคำถามแม่ค้าคนเดิม พักใหญ่สามคนพี่น้องก็เดินกลับไปที่รถกระบะ แล้วขับออกจากตลาดแห่งนั้น 

ชายหนุ่มพาสองสาวมาส่งถึงบ้าน ช่วยหิ้วถุงของกินของใช้ไปเก็บเอาไว้ข้างใน พอดีกับที่มารดาออกมารับของ

“ซื้ออะไรมาอีกล่ะ” นางเอ่ยถาม ส่ายตามองข้าวของที่วางเต็มหน้าท่า

“ของกินทั้งนั้นแม่ เดี๋ยวผมมานะ” เขาบอกพลางยกถุงก๋วยเดี๋ยวขึ้นอวดมารดา “จะเอาไปฝากน้าจำปีกับลิน”

ฉวีถอนหายใจยาว มองลูกชายด้วยสายตาแกมระอา แต่ก็พยักหน้าอนุญาต

“รีบไปรีบมาก็แล้วกัน แม่รอกินข้าว” นางกำชับลูกชาย ขณะที่พิมพ์พิลาศหูผึ่งอยากรู้ว่าคนที่คมน์ซื้อของมาให้นั้นเป็นใคร 

“ให้พิมพ์ไปเป็นเพื่อนไหมคะ” 

สองคนแม่ลูกหันไปมองคนพูดเป็นตาเดียว ขณะที่พราวนภาพอได้ยินก็ชะงักกึก หันไปมองพี่สาวอย่างนึกไม่ชอบใจนัก

“พี่พิมพ์จะไปทำไมอะ มาช่วยหนูเอาของไปเก็บก่อนเลย” เด็กสาวที่ไม่ค่อยลงรอยกับพี่สาวสักเท่าไรเอ่ยขึ้น ทำให้พิมพ์พิลาศตวัดสายตาค้อนขวับ แต่กลับขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่มแทน

“เดี๋ยวพิมพ์ไปเป็นเพื่อนพี่คมน์นะคะป้าหวี” 

จำนงค์ที่ก้าวออกมาพร้อมวิรุณทำหน้างง คมน์หันไปเห็นทั้ง

สองจึงยิ้มให้ ก่อนหันมายังพิมพ์พิลาศ

“ไม่เป็นไร พี่ไปไม่นาน” เขาปฏิเสธหญิงสาว แล้วหมุนตัวเดินตรงไปยังรถกระบะ ขับออกไปทันทีอย่างต้องการตัดบท ฉวีมองตามลูกชายไปด้วยสายตาพอใจ ก่อนจะปรายมองพิมพ์พิลาศที่มองตามท้ายรถไปด้วยความผิดหวัง นางแอบยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

“เข้าบ้านกันเถอะ อยู่ตรงนีี้ยุงมันชุม” ฉวีบอกยิ้มๆ แล้วหมุนตัวกลับเข้าบ้าน ตามด้วยจำนงค์ ส่วนวิรุณมองลูกเลี้ยงนิ่ง เมื่ออีกฝ่ายหันมาเขาก็บังคับด้วยสายตาแทนคำพูด

“เข้าบ้านเถอะ” ว่าแล้ววิรุณก็หมุนตัวเข้าไปข้างใน ทิ้งให้พิมพ์พิลาศถอนหายใจยาวเพียงลำพัง

คมน์ขับรถมาถึงหน้าบ้านของจำปี เขาจอดรถแล้วเปิดประตูเข้าไปอย่างคนคุ้นเคยกันดี นิลินกำลังนั่งเล่นกับหมาเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องนิ่งขึงราวกับถูกตรึงอยู่เช่นนั้น กระทั่งร่างสูงของคมน์ก้าวมาหยุดตรงหน้า 

“แม่อยู่ไหม” เขาเอ่ยถามถึงนางจำปี ทว่าสายตามองหล่อนสลับเจ้าขาวที่รีบวิ่งมาหาเขาพร้อมส่ายห่างดิ๊กๆ “ไงขาว”

นิลินมองค้อนหมาด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะตอบคำถาม

“แม่ออกไปบ้านป้า เดี๋ยวก็คงกลับมาค่ะ” ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไร้เยื่อไย แต่คมน์ไม่คิดใส่ใจ เขาก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมวางถุงก๋วยเตี๋ยวลงบนโต๊ะ

“แวะตลาด เลยซื้อมาฝาก” เขาบอกเรียบๆ ทว่าแววตามีร่องรอยของความหลังครั้งเก่า ทำให้หญิงสาวเสหลุบสายตามองแต่ยังไม่ยอมหยิบขึ้นดูง่ายๆ 

“ขอบคุณค่ะ จะบอกแม่ให้” 

น้ำเสียงเย็นชาของหญิงสาวทำให้คมน์ต้องถอนหายใจออกมาดังๆ คนถูกถอนหายใจใส่ตวัดสายตามองแวบหนึ่ง

“ก็ซื้อมาฝากทั้งสองคนนั้นแหละ รีบกินล่ะ กำลังร้อนๆ เลย พี่กลับก่อนแล้วกัน”

พอเขาหันหลังให้ เจ้าขาวก็วิ่งตามไปส่งเหมือนเช่นทุกที ชายหนุ่มไปหยุดที่รถของเขาแล้วก้มลงลูบหัวของมันสองครั้งก่อนยืดลำตัวตรง ชายหนุ่มมองมาที่หญิงสาวอีกครั้งก่อนขับรถออกไปเงียบๆ เช่นเดียวกับขามา 

พอรถของเขาพ้นสายตาไปแล้วนิลินก็หยิบถุงก๋วยเตี๋ยวที่ส่งกลิ่นโชยหอมกรุ่นขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นของชอบหญิงสาวก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เช่นเดียวกับที่จู่ๆ น้ำตามันก็รื้นออกมาเต็มสองหน่วยตาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“เลิกทำแบบนี้สักทีจะได้ไหม ทำไมจะต้องทำให้ลินหวั่นไหวอยู่เรื่อย”

คมน์มองกระจกส่องหลังบนเรียวปากได้รูปมีรอยยิ้มจางๆ เขารู้ว่านิลินไม่ใช่คนใจร้ายอะไร หล่อนอาจจะทำเป็นเย่อหยิ่งไปอย่างนั้น แต่สุดท้ายเขาคนนี้จะทำให้หล่อนกลับมาเป็นนิลินเด็กผู้หญิงที่น่ารักสำหรับเขาคนเดียวอีกครั้งอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มยิ้มให้ตัวเอง กลิ่นก๋วยเตี๋ยวยังอบอวลอยู่ภายในตัวรถ ต่อให้หล่อนตั้งแง่ทำใจแข็งใส่เขาสักแค่ไหน แต่เขามั่นใจว่าหล่อนจะทำให้หล่อนใจอ่อนลงได้ในไม่ช้า 
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #17 tutue (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:20

    มาอัพต่ออีกนะ

    #17
    0