กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 7 : บทที่ ๓ หมายตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    2 ก.พ. 63







กลางคืนฝนตกแต่กลางวันแดดกลับร้อนเปรี้ยง ทำให้คนงานในไร่ของคมน์ออ่นละโหยโรงแรงไปตามๆ กัน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่าค่ำนี้คงไม่แคล้วฝนตกหนักอีกครา ชายหนุ่มแหงนหน้าขึ้นมองฟ้าแล้วถอนหายใจอย่างเห็นพ้องต้องกัน

“แดดร้อนจัดแบบนี้เข้ามาพักกันก่อนนะครับ ใครไม่ไหวอย่าฝืนนะ เดี๋ยวจะล้มหมอนนอนเสื่อไปเสียก่อน” พูดจบชายหนุ่มก็ก้าวผ่านหน้าคนงานที่ก้มๆ เงยๆ ตรงไปยังรถกระบะ แต่แล้วเขาต้องขมวดคิ้วมุ่นพร้อมหรี่ตามองไปข้างหน้า 

รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของเขามีร่างของพิมพ์พิลาสเป็นคนขับและมีพราวนภาเป็นคนซ้อน เด็กหญิงถือปิ่นโตขาววับที่เขาจำได้ว่าเป็นของที่บ้าน

“ไปไงมาไงกัน” เขาเอ่ยถาม เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ของเขาเข้ามาจอดตรงหน้า พิมพ์พิลาศยิ้มหวานวห้เขาพร้อมกับหันไปมองน้องสาวที่ก่าวลงจากรถ ยกปิ่นโตในมืออวดเขา

“หนูเอาข้าวกลางวันมาส่งให้พี่คมน์ค่ะ”

คมน์ยิ้มให้น้องสาว แล้วรับปิ่นโตมาถือเอาไว้ ขณะที่พิมพ์พิลาศก้าวลงมายืนข้างน้องสาวแล้วส่งยิ้มให้เขา

“ตอนแรกป้าหวีจะมาเอง พิมพ์เห็นว่่าแดดร้อนเลยอาสาเอามาให้ค่ะ” รอยยิ้มอ่อนหวานเกินปกติของคนตรงหน้าทำให้คมน์รู้สึกแปลกๆ เขามองไปรอบๆ จึงเห็นว่าคนงานต่างจับจ้องมองมายังตนและคนทั้งสองแล้วหันไปซุบซิบ ชายหนุ่มจึงเริ่มระมัดระวังตัวเพิ่มพลางตอบ

“ขอบใจมาก อันที่จริงไม่ต้องลำบากเอามาให้ก็ได้ พี่ว่าจะเข้าไปที่บ้านพอดี”

พิมพ์พิลาศยิ้มหวาน ขยับเข้าไปใกล้เขาโดยเบียดน้องสาวเสียจนฝ่ายนั้นค้อนขวับ 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ลำบากเลย อีกอย่างพิมพ์กับพราวก็อยากเห็นแถวๆ นี้ด้วยค่ะ”

พราวนภาที่ยืนอยู่ข้างหลังพี่สาวเลิกคิ้วสูง ก่อนจะส่ายหน้าหวือกับพี่ชายพร้อมทั้งยกมือทั้งสองขึ้นทำท่าไขว้กันแล้วทำปากขมุบขมิบบอกใบ้ให้ชายหนุ่มรู้ว่าหล่อนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำพูดของพิมพ์พิลาศแต่อย่างใด

คมน์เห็นท่าทางเช่นนั้นก็อิมยิ้มอย่างขบขัน ก่อนจะยิ้มให้พิมพ์พิลาศพร้อมพยักหน้าเบาๆ 

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบใจมาก แต่จะมาดูอะไรๆ แถวนี้ตอนนี้ไม่น่าจะดีเท่าไร เพราะแดดแรงมาก ระวังจะพากันไม่สบายไปทั้งคู่นะ” เขาเตือนกลายๆ ทำให้ทั้งสองคนยิ้มออกมาทันที พราวนภาก้าวมาหยุดเสมอกับพี่สาวแล้วบอก

“อันที่จริงหนูอยากมาตอนเย็นๆ มากกว่า แต่พี่พมิพ์น่ะสิชวนหนูยิกๆ เลยต้องมาด้วย” คนพูดยิ้มแป้น แต่ไม่วายปรายตามองไปทางพี่สาวที่ยิ้มเจืิ่อน เปลือกตาหลุบนัยน์ตาถลึงใส่น้องสาว แต่อีกฝ่ายยิ้มสู้แล้วก้าวเข้าไปหาพี่ชายพร้อมเขย่่าแขนเขาพลางเอ่ย “เย็นนี้ถ้าพี่คมน์ว่าง ขับรถพาหนูเที่ยวแถวๆ นี้หน่อยนะคะ หนูอยากเห็น”

คมน์มองลูกพี่ลูกน้องสาวน้อยด่้วยแววตาอ่อนโยน เกิดความเอ็นดูขึ้นในใจ จึงพยักหน้ายิ้มให้ทันที

“ได้สิ พราวกลับไปรอที่บ้าน พอเลิกงานพี่จะพาไปขับรถเล่น”

“เย่” พราวนภาร้องขึ้นด้วยความดีใจ ขณะที่พิมพ์พิลาศเองก็ยิ้มกริ่มเช่นกัน เพราะหากเขาไปไหน หล่อนก็จะไปด้วย

“พิมพ์ขอไปด้วยคนนะคะ อยากเห็นที่นี่ให้ชัดเต็มตา”

คมน์เงยหน้าขึ้นจากใบหน้าของน้องสาว แล้วยิ้มตอบอีกฝ่าย

“ได้สิ ไปพร้อมกันนี่แหละ”

จากนั้นทั้งหมดจึงแยกย้าย ชายหนุ่มกลับมาถึงบ้านช่วงสี่โมงเย็นแล้วพบว่าทั้งพราวนภาและพิมพ์พิลาศเตรียมตัวพร้อมแล้ว

“พี่คมน์มาแล้ว” พราวนภายิ้มกว้าง พร้อมกับก้าวออกมาหาเจ้าของร่างสูงใบหน้าคล้ำแดด เขายิ้มให้น้องสาวแล้วหันไปยิ้มให้พิมพ์พิลาศที่ก้าวมาหาอีกคน

“รอพี่เดี๋ยวนะ ขอล้างหน้าก่อน” ชายหนุ่มบอกน้องแล้วหันไปเจมารดาที่ก้าวออกมาจากใสนครัวพอดี

“มาแล้วเหรอ เห็นเจ้าพราวบอกว่าคมน์จะพาไปขับรถเล่น”

“ครับ” เขารับคำแล้วก้าวเข้าไปในห้องน้ำ

“จะไปแถวไหนล่ะ” ฉงวีเอ่ยถามเมื่อลูกชายออกมาจากห้องน้ำ ใบหน้าสดชื่นขึ้น 

“ก็แถวๆ นี้แหละครับ ว่าจะเลยไปตลาดนัดด้วย แม่ไปด้วยกันไหมครับ”

ฉวีส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วบอก

“ไม่ล่ะ ของที่ซื้อมาวันก่อนยังอยู่เต็มตู้ คมน์พาน้องไปเที่ยวเถอะ”

“งานผมไปก่อนนะแม่” คมน์บอกมารดาแล้วพยักหน้ากับน้องสาว ก่อนจะก้าวนำไปที่รถกระบะสี่ประตู

พราวนภาก้าวฉับๆ ไปนั่งหน้าคู่พี่ชาย ทำเป็นไม่เห็นสายตาค้อนขวับของพี่สาวต่างบิดา แล้วแอบยิ้มกับตัวเองเมื่ออีกฝ่ายเข้าไปนั่งด้านหลัง

“ไปที่ไหนก่อนคะพี่คมน์” พราวนภาเอ่ยถามพี่ชาย สาวน้อยส่ายตามองไปยังสองข้างทางด้วยความตื่นเต้น 

คมน์หันมายิ้มให้อีกฝ่ายแล้วบอก

“พี่จะพาขับรถผ่านหมู่บ้าน แล้วเลาะไปตามคลองชลประทาน ข้างทางวิวสวย ยิ่งเย็นๆ แบบนี้อากาศดี จากนั้นจะพาเข้าเมืองไปเที่ยวตลาด ของกินของใช้เยอะ เป็นตลาดในตัวอำเภอ”

“โห ดีจังเลย ขอบคุณนะคะพี่คมน์ พราวไม่ได้เที่ยวตลาดมานานแล้ว พ่อไม่ค่อยมีตังค์ เลยต้องประหยัดหน่อย” สาวน้อยเอ่ยเสียงใส แต่น้ำเสียงไม่บ่งบอกถึงความอัตคัดขาดแคลนหรือน้อยใจในวาสนาของตนเอง ยิ่งทำให้คมน์นึกส่งสารและเห็นใจ ขณะที่พิมพ์พิลาศเม้มปากมองตาเขียว เพราะมันทำให้หล่อนดูจ๊นจนลงในทันที ช่างน่าอายในความคิดของอีกฝ่าย

“ไปกับพี่ไม่ต้องควักสักแดง วันนี้พี่เลี้ยงเอง ถือเสียว่าเป็นการต้อนรับกลับมาอยู่บ้านเราของพราวยังไงล่ะ” 

พราวนะภาหันไปยิ้มหวานให้พี่ชาย ดวงตาคู่สวยของเด็กสาวมีหยาดน้ำเอ่อรื้นขึ้นชั่ววูบก่อนจางหายรวดเร็ว 

“ขอบคุณมากค่า งั้นพราวไม่เกรงใจนะคะ แล้วก็ห้ามบ่นทีหลังว่าพราวท้องยุ้งพุงกระสอบด้วยล่ะ”

คมน์หัวเราะขันออกมาทันทีที่น้องสาวกล่าวเช่นนั้น สาวน้อยก็หัวเราะไปกับเขาด้วย รู้สึกอุ่นใจที่ได้รู้ว่ามีพี่ชายเช่นคมน์ เพราะอีกฝ่ายดูใจดีและคงจะเป็นคนที่หล่อนพึ่งพาได้ในอนาคต 

“เต็มทีเลยพราว น้องสาวตัวแค่นี้ พี่เลี้ยงไหว สบายมาก” เขาขยิบตาใส่น้องสาว ยิ่งทำให้พราวนภาหัวใจพองโต ดวงหน้าของสาวน้อยเบิกบานใจยิ่งนัก

“งั้นระหว่างทาง พราวจะนึกไปพลางๆ ว่าจะกินอะไรดีก็แล้วกันนะพี่คมน์”

ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ พร้อมพยักหน้าให้น้องสาว 

ขณะที่ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองหัวเราะดังลั่นรถ พิมพ์พิลาศก็ลอบสังเกตคมน์ด้วยความพอใจ บอกตัวเองว่าคงจะดีไม่น้อย หากหล่อนจะทำให้เขาหันมามองด้วยสายตาชื่นชม





เรื่องนี้เขียนได้เยอะแล้วนะคะ นิราอรจะลงอีบุ๊กก่อนออกเล่มค่ะ ท่านใดรออีบุ๊กหากเสร็จทัน จะลงช่วงปลลายเดือนกุมภาฯนี้นะคะ แต่ถ้าไม่ทันก็เป็นต้นเดือนมีนาคมค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

113 ความคิดเห็น

  1. #15 wiline (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:10

    ขอบคุณนะคะ รออยู่จ้า

    #15
    0