กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 5 : บทที่ ๒ ก็แค่แฟนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    25 ส.ค. 62
















เมื่อหมดเวลาทำงาน คมน์จึงขับรถกระบะตรงไปยังบ้านของจำปี ชายหนุ่มเหลือบตามองของฝากที่แวะซื้อมาจากตลาดเมื่อช่วงบ่ายแล้วนึกไปถึงเจ้าของใบหน้านวลก่อนยิ้มออกมาเล็กน้อย พร้อมเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอีกนิด

โฮ่ง! โฮ่ง!

เสียงหมาเห่าที่หน้าบ้านทำให้นิลินโผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างห้องครัว ทันทีที่เห็นร่างสูงใหญ่ก้าวลงมาพร้อมสิ่งของในมือหญิงสาวก็ถอนหายใจพรืด เกิดความรู้สึกไม่สบอารมณ์ก่อนหันไปมองมารดาที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วจากหน้าบ้าน

อี๊ด อี๊ด...

“ไอ้ขาวน้อยๆ หน่อยนะมึง” จำปีส่งเสียงเอ็ดหมาที่ส่ายห่างแทบหลุด ส่งเสียงออดอ้อนดีใจที่ได้เจอคมน์ เพราะทุกครั้งที่เขามาเยือน นอกจากของฝากคนแล้ว ยังมีของฝากหมาติดมือมาด้วยทุกคราว

คมน์หัวเราะเบาๆ พร้อมลูบหัวไอ้ขาวสองสามทีก่อนยืดลำตัวตรงแล้วส่งถุงผลไม้ให้จำปี

“ผลไม้ครับ พ่อค้าเพิ่งรับมาจากสวนใหม่ๆ” 

“ขอให้เจริญๆ นะคมน์ ขออย่าได้ต่ำกว่าคน อย่าได้จนกว่าใคร”

คมน์น้อมศีรษะพนมมือไหว้รับพรจากจำปีด้วยท่าทางนอบน้อม ใบหน้าคมคายเจือยิ้ม ก่อนจะยอบตัวลงส่งเนื้อไก่ทอดที่ซื้อมาฝากเจ้าขาวให้มันกิน

“เอ้า นี่ของฝากเอ็ง”

เจ้าขาวแปะเท้าหน้ากับมือใหญ่อย่างขอบคุณคนใจดี แล้วคาบไก่ทอดวิ่งเหยาะๆ ไปยังที่ของมัน คมน์มองตามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูก่อนจะหันไปทางจำปี แล้วเลยไปทางด้านหลัง เพราะมีร่างระหงของนิลินยืนอิงไหล่กับขอบประตูมองมายังเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย จำปีจึงหันไปมองตาม เมื่อเห็นว่าเป็นลูกสาวจึงร้องเรียก

“มาเอาผลไม้ไปล้าง แล้วใส่จานออกมาด้วยนะ”

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พอดีกับร่างบางก้าวตรงมาหาแม่ รับถุงผลไม้หมุนตัวกลับเข้าในบ้าน ไม่พูดจาทักทาย ทำสีหน้าเรียบๆ ทำคนมองนึกหมั่นไส้เล็กน้อย ก่อนจะยิ้มให้กับจำปีอีกครั้ง

“นั่งก่อนคมน์” 

ชายหนุ่มยิ้มให้เจ้าบ้านแล้วเดินตามไปนั่งบนเก้าอี้ที่ระเบียงตามคำเชื้อเชิญของอีกฝ่าย

“ไหนๆ ก็มาแล้ว อยู่กินข้าวด้วยกันสักมื้อนะลูก”

มือที่กำลังล้างผลไม้ชะงักเมื่อได้ยินคำชวนจากมารดา จึงถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ใช่ว่าใจคอคับแคบหวงกิน แต่แท้จริงคือความอึดอัด ก็คนเลิกรากันไปแล้ว แต่ต้องมานั่งกินข้าวด้วยกัน ใกล้ชิดกันอีก มันทำให้หล่อนรู้สึกแปลกๆ ในใจอย่างประหลาด แต่ก็บอกไม่ถูกว่าคืออะไรกันแน่

“ขอบคุณครับ แต่วันนี้ผมคงอยู่ด้วยไม่ได้ พอดีมีญาติมาหา เลยต้องกลับไปต้อนรับครับ”

คำตอบของคมน์ทำให้คนที่กำลังยกถาดผลไม้ออกมาชะงักลง หัวใจที่เนือยๆ กลับไหววูบลงเมื่อได้ฟังคำตอบจากเขา แทนที่จะดีใจ แต่นิลินกลับรู้สึกผิดหวังแปลกๆ ก่อนเม้มปากแน่น บังคับตัวเองไม่ให้มีความรู้สึกใดไม่ว่าเขาจะทำอะไร ที่ไหน หรือกับใคร...

“เหรอ เสียดายจัง วันนี้แม่กับลินทำกับข้าวตั้งสามอย่าง มีลาบหมูอย่างที่คมน์ชอบด้วยนะ” 

นางรู้ว่าอดีตว่าที่ลูกเขยคนนี้ชอบกินลาบหมูรสชาติจัดจ้าน จึงจัดแจงทำเอาไว้รอ เพราะเขาบอกว่าจะแวะมาหา ตั้งใจชวนกินข้าวเย็นด้วยกัน แต่อีกฝ่ายกลับติดธุระเสียนี่ น่าเสียดายจริง

คมน์ได้ยินช่นนั้นก็ให้รู้สึกผิด แต่เขาอยู่ไม่ได้จริงๆ เพราะญาติของเขาคนนี้หนีร้อนมาพึ่งเย็น ทั้งพ่อและแม่จึงอยากให้เขากลับไปทันทีที่เลิกงาน แต่เขาก็ยังแวบมาที่นี่เสียก่อน

“ผมต้องขอโทษด้วยครับ แต่เย็นนี้อยู่ไม่ได้จริงๆ” ดวงตาสีเข้มสบนัยน์ตาของคนตรงหน้าอย่างขอลุแก่โทษ จำปีจึงส่ายหน้ายิ้มๆ

“ไม่เป็นไร เอาไว้คราวหน้าเราค่อยมากินข้าวด้วยกันก็ได้นี่นะ” 

นางบอกอีกฝ่ายแล้วหันไปทางเสียงยำ่เท้า ทั้งคู่หันไปมองหญิงสาวที่ก้าวมาถึงพร้อมผลไม้ด้วยสายตาคนละแบบ ขณะที่นิลินแสร้งทำเป็นไม่สนใจ

“ลิน ไปตักลาบใส่ถุงให้คมน์ที”

นิลินขยับตัวเหลือบตาขึ้นสบนัยน์ตามารดาแล้วทำท่าหมุนกายกลับเข้าครัว คมน์เห็นดังนั้นก็รีบปฏิเสธ เพราะไม่ต้องการให้ยุ่งยาก

“อย่าเลยครับ เอาไว้คราวหน้าอย่างที่แม่บอกดีกว่า” 

ทว่าจำปีกลับส่ายหัว  

“คราวหน้าก็คราวหน้า แต่คราวนี้เอาลาบไปกินด้วย ไปลิน ตักลาบให้พี่เขาถุงหนึ่ง”

ชายหนุ่มจำต้องเงียบเสียง แล้วมองตามร่างเล็กที่ก้าวเข้าครัว ไม่นานนักหญิงสาวก็กลับออกมาพร้อมถุงลาบหมู มีผักแกล้มแถมมาด้วย เขารับถุงลาบจากมือหญิงสาว ริมฝีปากได้รูปหักโค้งขึ้นเล็กน้อย และแววตาที่เหลือบมองหญิงสาวมีแววหวานแซมแทรกจนคนที่สบตาด้วยต้องกะพริบตา แต่พอมองชัดๆ อีกครั้งสิ่งที่คิดว่าเห็นก่อนหน้านั้นก็หายไปพร้อมกับคำเอ่ยลา

“ผมกลับก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับ” เขาบอกกับจำปี แต่ไม่ลืมมองไปยังหญิงสาว นิลินสบตาเขาแวบเดียว แล้วแสร้งก้าวอ้อมด้านหลังมารดาไปนั่งลงบนเก้าอี้ ขณะที่ร่างสูงหมุนตัวออกจากบ้านของทั้งสอง เจ้าขาวส่ายหางวิ่งไปส่งเขาจนถึงประตูรถกระบะ ชายหนุ่มยื่นมือออกมาลูบหัวมันสองครั้งแล้วปิดประตู ก่อนจะขับออกไป

จำปีเหล่ตามองลูกสาวที่มองตามรถกระบะของคมน์นิ่ง กระทั่งนิลินหันมาทางแม่แล้วชะงักนางจึงเลิกคิ้วสูง ทำให้หญิงสาวหน้าร้อน รีบหลุบตาลงเสหยิบเงาะมาปอกเปลือกกลบเกลื่อนอาการเขินอายที่เผลอทำให้มารดาเห็นว่าแอบมองตามอดีตคนรู้ใจไปจนลับตา

จำปีส่ายหัวอย่างนึกขัน แล้วเอื้อมคว้าลองกองมาปอกเปลือกใส่ปากเคี้ยว

“อืม หวานกำลังดี เงาะหวานดีไหม”

คนที่กำลังเคี้ยวเนื้อเงาะหวานกรอบแน่นค่อยๆ ลดมือลงบนโต๊ะ เหลือบตามองแม่แล้วตอบเสียงอ้อมแอ้ม

“ก็พอได้...” คำตอบของลูกสาวทำให้คนเป็นแม่ส่ายหัวอีกครา ก่อนจะหยิบมาลองกินบ้าง แล้วยิ้ม 

“เงาะอร่อยดีนะ ของสด เนื้อแน่นดี คมน์มันเข้าใจเลือก แถมจำได้อีกว่าลินชอบกินเงาะ ดูเถอะ ซื้อมาเสียเยอะเลย คงกลัวจะไม่พอกิน”

กล่าวพลางกวาดสายตามองผลไม้ในถาด นางเห็นแต่แรกว่าเงาะคือผลไม้ที่คมน์ซื้อมามากกว่าชนิดอื่น เพราะต่างรู้ดีว่านิลินชอบกินเงาะเป็นชีวิตจิตใจ ซื้อมาทีไรต้องไม่ต่ำกว่าสองกิโลกรัม

นิลินนั้นได้แต่นิ่งอึ้ง ดวงตาคู่งามหลุบมองเงาะสีแดงสด เปลือกยังแข็ง เนื้อยังแน่น บ่งบอกถึงความสดใหม่ พลางคิดย้อนไปในอดีตอันยาวนาน หล่อนชอบกินอะไรคมน์รู้ดี เขาชอบกินอะไร หล่อนเองไม่เคยลืม แม้หลายครั้งแสร้งทำเป็นลืม ทั้งที่อาหารหลายอย่างหล่อนและเขาชอบเหมือนกัน ไปไหนไกลๆ เมื่อพบเจอสิ่งที่ชอบหรือเคยทำร่วมกันจึงอดคิดถึงวันคืนเก่าๆ ที่เคยมีร่วมกันเสียไม่ได้ แต่สุดท้าย หล่อนต้องย้ำกับตนเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ก็แค่อดีตที่ผ่านไปแล้ว ก็แค่สายน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ ก็แค่แฟนเก่าเท่านั้นเอง...








และฝากผลงานเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

113 ความคิดเห็น