กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 32 : บทที่ ๑๒ ตัวแปร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    4 เม.ย. 63






มาโนชและยุดาวรรณต่างชะงักเท้าเมื่อพบว่ามีใครหลายคนนั่งอยู่เต็มห้องโถง แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งเครียดและยิ่งเครียดเมื่อยุดาวรรณมายืนอยู่ตรงนี้โดยไม่มีใครเชิญ พวกเขามองหญิงสาวกับมาโนชอย่างไม่เข้าใจ 

“เอ่อ สวัสดีครับ” 

ทั้งสองยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งหลาย

“สวัสดีค่ะ พอดียุเจอกับโนชที่ตลาด คุยกันถึงได้รู้ว่าจะมาหาลินที่นี่ ก็เลยขอติดรถมาด้วย” 

มาโนชที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของคนทั้งสองมากนักเพราะต้องจากบ้านไปนาน รู้สึกอึดอัดเมื่อถูกมองจากคนอื่นๆ ด้วยสายตาคล้ายตำหนิ

“พอดีว่าตอนเข้ามาผมไม่เห็นใคร ก็เลยถือวิสาสะเข้ามาในบ้าน แต่ดูเหมือนว่ากำลังยุ่งๆ กันเลยนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมกับยุขอตัวกลับก่อนดีกว่า แล้ววันหลังจะมาใหม่” เขาทำท่าจะลากลับขณะที่ยุดาวรรณหน้าตึง ทว่าถูกจำปีเรียกเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวที่มาด้วยจึงยิ้มออกมาได้

“เดี๋ยวโนช อยู่ก่อนเถอะ พอดีแม่คุยกันใกล้จะเสร็จแล้ว”

มาโนชมองจำปีแล้วหันไปสบตาหมองๆ ของนิลิน รู้สึกใจหายแปลกๆ ก่อนจะมองไปยังคมน์ ฝ่ายนั้นมีสีหน้าเรียบเฉย ติดจะบึ้งตึงด้วยซ้ำยามมองมาทางเขา 

“ถ้าอย่างนั้นผมไปรอข้างนอกนะครับ” พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวออกไปนั่งรอที่ระเบียงบ้าน เขาผ่อนลมหายใจอย่างกระสับกระส่าย เพราะสายตาของคมน์และนิลินสื่ออะไรบางอย่างออกมา จนเขาสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล 

เกิดอะไรขึ้นกับลินกันแน่

“ว่ายังไงลูก ตกลงหรือไม่ตกลง”

นิลินสบตาคมน์เกือบนาที จากที่ยังลังเลก็ตัดสินใจได้ตอนที่เห็นหน้ายุดาวรรณนี่เอง

“ลินยังไม่พร้อมค่ะ แล้วก็คิดว่ายังอยู่ในระยะปลอดภัย” 

คำตอบของหญิงสาวย้ำชัดในสิ่งที่ทุกคนคิด ว่าหญิงสาวนั้นตกเป็นของคมน์ไปแล้วจริงๆ 

แต่คำตอบนั้นทำให้ใบหน้าของคมน์เข้มขึ้น เขามองหญิงสาวด้วยสายตาวาววับ หญิงสาวมองตอบกลับอย่างท้าทาย 

“ลินทำแบบนี้ไม่ได้ ไม่เห็นแก่พี่ไม่เป็นไร แต่ควรเห็นแก่หน้าแม่บ้าง”

“ถ้าพี่คมน์คิดแบบนั้นจริง ก็คงไม่ทำกับลินแบบนี้เหมือนกัน” 

คำตอบของหญิงสาวทำให้ฉวีและประภาสสะอึกไปตามๆ กัน ส่วนจำปียกมือขึ้นกอดลูกสาวแล้วลูบไหล่เล็กเบาๆ 

“ไม่ว่าลินจะตัดสินใจยังไง แม่ก็ไม่ว่า” นางย้ำให้ลูกรู้ ไม่ว่าอย่างไรนางพร้อมจะเข้าใจและอยู่เคียงข้างลูกเสมอ 

หญิงสาวยิ้มให้มารดาก่อนหันไปสบสายตาสีเข้ม ต่อให้หล่อนต้องเสียตัว ต่อให้ต้องถูกนินทา แต่ใช่ว่าจะต้องยอมตกกระไดพลอยโจน เสียตัวแค่ครั้งสองครั้ง คงไม่สึกหรอสักเท่าไร เพราะคนที่หล่อนแคร์มากที่สุดในเวลานี้คือมารดา ตราบใดที่ท่านไม่ถือสา หญิงสาวจึงขอทำตามใจตนเอง คมน์ต้องได้รู้จักกับความผิดหวังเสียบ้าง แม้เขาจะเสียใจไม่ถึงครึ่งที่หล่อนเคยเสียใจก็ตาม

“ลินตัดสินใจแล้ว ลินไม่ต้องการแต่งงานกับพี่คมน์ค่ะ เรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันแล้วไป สิ่งที่ลินเสียไปคงเทียบไม่ได้ถ้าจะต้องอยู่กันโดยมีแต่ความรู้สึกหวาดระแวงไม่สิ้นสุด ขอให้ป้าหวีกับลุงภาสเข้าใจลินด้วยนะจ๊ะ”

คนทั้งคู่ถอนหายใจยาว ต่างหันไปมองลูกชายที่มีสีหน้าเรียบจัดด้วยความเห็นใจ เขามองคนรักด้วยความรู้สึกที่ผิดหวังและเสียใจอย่างบอกไม่ถูก สิ่งที่คิดว่าอยู่เพียงแค่เอื้อม ความสุขที่คิดว่าคว้าไว้ได้ แต่เอาเข้าจริงก็แค่ภาพลวงตา เป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ 

สุดท้าย เขาไขว่คว้าได้เพียงเงา นิลินหมดรักเขาแล้วจริงๆ 

ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทำให้คนทั้งหมดมองเขาเป็นตาเดียว ขณะที่เขามองนิลินด้วยความรู้สึกเสียใจและหมดหวังเป็นครั้งแรก เขายิ้มให้หล่อน แล้วก้าวเข้าไปหาจำปี ยอบตัวลงนั่งกับพื้น พนมมือขึ้นจนอีกฝ่ายนิ่งงัน 

“ผมกราบขอโทษแม่ด้วยนะครับ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังในตัวผม ผมเข้าใจแล้วว่าที่นี่ไม่มีใครต้องการผม” จำปีนิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าจะอีกฝ่ายจะเสียใจมากขนาดนี้ “แต่ถึงอย่างนั้น ผมต้องขอรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำลงไป พรุ่งนี้ผมจะนำเงินค่าสินสอดที่เราเคยตกลงกันเอาไว้มาให้แม่กับลิน คิดเสียว่าคือสิ่งทดแทนที่ผมพอจะมอบให้ได้ แล้วจากนี้ไปผมจะไม่มาวุ่นวายกับลินอีก” 

ชายหนุ่มก้มกราบจำปี ทำให้นางนิ่งงัน นั่งเงียบอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่นิลินใจหายวาบเมื่อสบสายตาคมเข้มที่มองมาด้วยความเจ็บปวดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ฉวีและประภาสลุกตามลูก ประภาสก้าวออกไปก่อน ฉวีละล้าละลังอยู่กับที่ มองจำปีและนิลิน ขยับปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ หมุนตัวจากไปในที่สุด

นิลินมองตามคนทั้งสามด้วยสายตาหม่นแสง หยาดน้ำเอ่อคลอจับขอบตา ก่อนจะไหลออกมาในที่สุด

“เมื่อตัดสินใจแบบนี้ ก็ต้องทำใจให้ได้เร็วที่สุดนะลูก” 

จำปีบีบมือลูกสาวเอาไว้ ทำให้หญิงสาวหันมาหาแล้วโผกอดมารดาแน่น

ยุดาวรรณเห็นร่างสูงของคมน์ก้าวผ่านหน้าก็คิดจะวิ่งตามไป ทว่ามาโนชคว้าข้อมือของเพื่อนเอาไว้ได้เสียก่อน

“เอ๊ะ มาจับไว้ทำไม” เหวี่ยงสายตาค้อนขวับ ชายหนุ่มจึงบุ้ยปากไปยังคนทั้งสามที่ก้าวตามกันออกไปด้วยสีหน้าตึงๆ และไม่ยอมหันมามองพวกตนเลยสักแวบเดียว

“เหตุการณ์ไม่ปกติ เอาไว้คราวหน้าเธอค่อยเข้าไปทักเขาก็ได้ ตอนนี้เราว่าอยู่เฉยๆ น่าจะดีกว่านะ”

คำตอบของมาโนชน่าคิด ยุดาวรรณมองตามแล้วขมวดคิ้วมุ่น

“เขามีเรื่องอะไรกัน ทำไมยกมาทั้งครอบครัวแบบนี้ หรือว่า...” 

หญิงสาวนัยน์ตาเบิกกว้าง ก่อนจะหุนหันก้าวไวๆ เข้าไปภายในบ้านโดยที่มาโนชเรียกเอาไว้ไม่ทัน

“ยุ! โธ่เว้ย เป็นบ้าอะไรวะ” 

ชายหนุ่มบ่นอุบ ก่อนจะรีบก้าวตามเพื่อนเข้าไปอีกคน













กลิ่นไอรักร้าย โปรฯลดราคาวันนี้วันสุดท้ายแล้วนะคะ ท่านใดยังจดจ้องอยู่ ต้องรีบแล้วค่ะ เพราะหมดโปร 199 ปรับราคา 260 บาทค่ะ  

ส่วนรูปเล่มนิราอรของโรงพิมพ์ก่อนนะคะ 

เนื่องจากสถานการณ์ของไวรัสโควิด 19 ยังไม่สงบ จึงยังไม่พิมพ์เล่มค่ะ 

ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้


โหลดอีบุ๊กได้เลยนะคะ



เว็บไฮเทคส์ https://www.hytexts.com/ebook/B024293-กลิ่นไอรักร้าย
 




อีบุ๊กเรื่องอื่นๆ 












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

113 ความคิดเห็น

  1. #113 PPich_ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:54
    พระเอกทําตัวทุเรศอะพอไม่สมหวังก็ทําเป็นตัดพ้อเหมือนตัวเองน่าสงสารนัก ส่วนพ่อแม่พระเอกตามใจลูกเกินไปปะไปทํากับลูกสาวเค้าขนาดนั้นไม่คิดจะด่าจะสอนมันเลย
    #113
    0
  2. #102 25142551 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 13:41

    พอเถอะคม ในเมื่อเขาไม่ยอมก็พอเถอะ พอแค่นี้เถอะ

    #102
    0
  3. #101 bunmatong276 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 10:54
    ลินอย่าไปเอาคมน์มาทำผัวเลยผู้ชายโลเลเอาได้กระทั้งเพื่อนเราทำเมียอย่างนี้มันไม่มีศลีธรรมในหัวใจหรอก
    #101
    0