กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 27 : บทที่ ๑๑ บังคับรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    30 มี.ค. 63









๑๑

บังคับรัก


ตลอดคืนที่ผ่านมาจำปีร้องไห้จนเป็นลมไปหลายรอบ เพราะไม่ว่าจะตามหาลูกสาวอย่างไรก็หาไม่พบ มิหนำซ้ำยังไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใดๆ ปรากฏ แต่นิลินกลับหายตัวอย่างไร้ร่องรอย!

ขณะเดียวกันบิดาและมารดาของคมน์รับรู้ว่าลูกชายเดินทางไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนในอีกจังหวัดหนึ่งตั้งแต่ช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ แต่เมื่อได้รับรู้ว่านิลินหายตัวออกจากบ้านอย่างไร้ร่องรอยก็ให้คิดถึงลูกชายขึ้นมาทันที

“ฉันโทร.ไปบอกกับคมน์ดีกว่า” ฉวีบอกสามี ฝ่ายนั้นก็เห็นด้วยจึงพยักหน้ากลับไป

ตื๊ด...ตื๊ด...

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ที่วางบนหัวเตียงภายในห้องนอนของบ้านพักแห่งหนึ่งดังขึ้น ทำให้คนที่นอนหลับสบายขยับตัวตื่น แล้วกะพริบตาไล่ความมัวซัว เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์เลื่อนรับสายมารดา

“แม่เหรอ โทร.มาแต่เช้าเลย”

ฉวีสบตาสามีแวบหนึ่งแล้วตอบบุตรชายที่ตอบกลับมาด้วยเสียงอ้อแอ้นิดๆ 

“แม่ก็ต้องโทร.สิ เกิดไม่โทร.แล้วแกมารู้ทีหลังก็จะหาว่าแม่ไม่บอก”

คำตอบจากมารดาทำให้เจ้าของแผงอกเปลือยขยับตัวลุกขึ้นนั่ง อิงแผ่นหลังกับหัวเตียง แล้วหลุบสายตามองคนตัวบางภายใต้ผ้าห่มสีขาวสะอาดด้วยสายตาอ่อนแสง พร้อมกับเอื้อมมือลงเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มนวลของคนที่หลับอุตุ

“ตกลงแม่มีเรื่องอะไรหรือครับ ถึงโทร.มาแต่เช้า”

คนต้นสายค้อนขวับ เพราะแต่เช้าของลูกชายเวลานี้คือเก้าโมงตรง ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว เพราะวิตกว่าเรื่องที่กำลังจะบอกลูกชายอาจทำให้เขาใจร้อนหุนหันขับรถกลับบ้าน 

“คมน์ต้องตั้งสติ เวลาแม่บอกนะ”

เสียงแม่ลอยมาตามสาย เขาหลุบตามองคนข้างกาย คิดในใจว่าคงไม่พ้นเรื่องของนิลิน 

“มีอะไรหรือเปล่า เสียงแม่เครียดจัง” 

เขาเดาไม่ผิดเมื่อมารดาเอ่ยออกมาว่า

“เจ้าลินน่ะสิ หายตัวไปจากบ้านตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เห็นจำปีบอกว่าออกมาปิดรั้ว พอเห็นว่านานผิดปกติเลยออกไปดูลูก แต่หาตัวเท่าไรก็ไม่เจอ เกณฑ์เพื่อนบ้านออกตามหาก็ยังไม่เจอ โถ... ร้องห่มร้องไห้จนเป็นลมเป็นแล้งไปหลายพัก แม่เห็นแล้วสงสารเหลือเกิน”

ความเงียบของคมน์ทำให้คนเป็นแม่นึกสังหรณ์ใจประหลาด เพราะโดยปกติไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับนิลิน ต่อให้เล็กน้อยแค่ไหน คมน์เป็นต้องกระตือรือร้นทันที แต่กับเรื่องใหญ่ที่เรียกได้ว่าคอขาดบาดตายเช่นนี้ คมน์กลับเงียบกริบ และนั่นทำให้ฉวีใจหายวาบเมื่อคิดอะไรขึ้นได้

นางมองหน้าสามีแล้วเอ่ยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเรียบขรึมเมื่อคิดว่าลางสังหรณ์ของนางไม่มีวันผิดพลาด แม้จะภาวนาขอให้มันผิดก็ตามที

“คมน์รู้ใช่ไหม ว่าน้องอยู่ที่ไหน” 

เป็นอีกครั้งที่คมน์หลุบสายตามองคนตัวบางร่างเปล่าเปลือยภายใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่ม แล้วก็เป็นเวลาเดียวกับที่หญิงสาวลืมตาขึ้นจากนิทราแสนวุ่นวาย และเมื่อสบนัยน์ตาคมกริบเจ้าของใบหน้าค่อนข้างรกครึ้ม คนที่หลับสนิทมาตลอดคืนก็ถึงกับใจกระตุก ดวงตาที่ปรือเปิดเมื่อครู่ค่อยๆ เบิกกว้างเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวเสร็จจึงขยับตัวลุกนั่ง แล้วก็ต้องตะครุบผ้าห่มเอาไว้แทบไม่ทันเมื่อรับรู้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงผ้าห่มผืนเดียวปกปิดเอาไว้ วินาทีนั้นเสียงหวานก็หวีดร้องจนคนปลายสายสะดุ้งเฮือก ใจหายวับ 

“กรี๊ดด!! พี่คมน์ทำอะไรลิน!”

เป็นอันได้ข้อสรุปโดยที่คมน์ไม่จำเป็นต้องเปิดปากบอกแม้แต่คำเดียว และเป็นฉวีที่ลมจับตามจำปีไปติดๆ

“แม่!!” ประภาสถลาเข้าไปรับร่างภรรยาที่ทรุดฮวบลงแทบไม่ทัน ก่อนพยุงอีกฝ่ายลงนั่งที่เก้าอี้ ฉวีเงยหน้าซีดเผือดมองคู่ชีวิตแล้วบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่าออกมาว่า

“พ่อเอ๊ย! งานเข้าเราแล้ว งานช้างเลยด้วย” 

ใบหน้าซีดๆ เสียงสั่นๆ ทำให้ประภาสขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจสิ่งที่ภรรยาบอกออกมาเลยสักนิด

“งานอะไร บอกมาให้ชัดๆ สิแม่”

ฉวีควานหายาดมขึ้นมาสูดแรงๆ สองที แล้วนั่งนิ่งรอให้ใจสงบ ก่อนจะสบตาสามีอีกครั้ง

“เจ้าลินไม่ได้หายไปที่ไหนหรอก แต่เป็นเจ้าคมน์ลูกเราที่ไปลักตัวลูกสาวแม่จำปีไปเมื่อคืนนี้น่ะสิ! คราวนี้เข้าใจหรือยัง ว่างานเข้าเรายังไง”

  ได้ฟังดังนั้นจึงเป็นประภาสที่อ้าปากค้างทรุดร่างนั่งลงบนเก้าอี้ข้างภรรยาอย่างหมดแรง 

โธ่! ลูกหนอลูก โตจนหมาเลียตูดไม่ถึง แก่จนมีลูกได้ แต่ทำไมถึงทำอะไรไม่คิดอย่างนี้ 

“พ่อเข้าใจแล้วแม่ สงสัยคราวนี้เราต้องเตรียมงานรอเอาไว้เลย มันกลับมาเมื่อไร พ่อจะเอาเลือดหัวมันออกเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยทำพิธีขอขมาแม่จำปี แล้วจับมันใส่พานยกให้เจ้าลินก็แล้วกัน”

คนฟังขมวดคิ้ว เพราะคำพูดสามีฟังทะแม่งๆ พิกล ก่อนจะถอนหายใจยาว เพราะไม่ใช่เรื่องสนุกหรือตลกเลยสักนิด แล้วจำปีจะยอมหรือไม่ ดีไม่ดี อาจแจ้งตำรวจจับลูกชายนางเสียด้วยซ้ำไป เพราะแม้อีกฝ่ายจะมีนิสัยโอภาปราศรัย แต่เมื่อไรที่โดนรังแก จำปีไม่เคยยอมใครเหมือนกัน ยิ่งลูกสาวถูกหยามเกียรติจากผู้ชายคนเดิมซ้ำสองแบบนี้ มีหรือที่จำปีจะยอม

“ถ้าจำปียอมก็ดีสิพ่อ แม่กลัวแต่ว่ายังไม่ทันที่พ่อจะเอาเลือดหัวมันออก มันจะโดนจำปีเอาเลือดหัวออกก่อน จากงานแต่งจะกลายเป็นงานศพไปน่ะสิ”

สิ้นเสียงภรรยา ทั้งคู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

“เฮ้อ!”




เบสเซลเลอร์แล้วจ้าาา ขอบคุณทุกท่านที่อุดหนุนน้าาาาาา นิยายที่มีกระแสเงียบมากกกก นึกว่าจะแป้กซะแล้ว แต่ยังเดินไปได้ต่อในทิศทางของมัน กราบแทบอกทุกท่านเลยนะคะ ที่เอ็นดูพี่คมน์และหนูลิน


กลิ่นไอรักร้ายโหลดได้แล้วนะคะ มีโปรลดราคาด้วยค่ะ ส่วนรูปเล่ม นิราอรของโรงพิมพ์ก่อนนะคะ เนื่อจากสถานการณ์ของไวรัสโควิด 19 ยังไม่สงบ จึงยังไม่พิมพ์เล่มค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้


โหลดอีบุ๊กได้เลยนะคะ


 





โปรโมชั่นเรื่องเก่าจ้า ไปกดโหลดโลด ราคาถูกๆ ไม่บ่อยที่จะลดนะคะ รีบโหลดกันก่อนหมดโปรค่ะ หมดโปรลดราคาแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้นนะคะ 









อีบุ๊กเรื่องอื่นๆ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

113 ความคิดเห็น

  1. #92 fsn (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 10:52

    ตายแน่นาย

    #92
    0
  2. #91 Papa24579 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 10:47
    อิพี่นี่หาเรื่องให้พ่อแม่ถูกถอนหงอกง่ะ
    #91
    0