กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 25 : บทที่ ๑๐ ยอมเป็นคนเลว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    27 มี.ค. 63








“หัวเราะอะไรกันฮึ แล้วมาถึงนานหรือยังล่ะโนช”

เสียงถามของมารดาทำให้ทั้งสองหันไปยังที่มาของเสียงนั้น มาโนชยกมือไหว้จำปีทันทีพร้อมยิ้มกว้าง เช่นเดียวกับ      นิลินที่มีรอยยิ้มแต้มดวงหน้าจนกระจ่างสดใส ทำให้คนเป็นแม่รู้สึกพอใจและบอกตนเองว่าคิดไม่ผิดที่ชวนมาโนชมาเที่ยวที่บ้านในวันนี้

“สวัสดีครับแม่ มาถึงสักพักใหญ่แล้วครับ”

นิลินมองชายหนุ่มยิ้มๆ แล้วหันไปบอกกับแม่

“โนชซื้อของมาฝากด้วยนะแม่” หญิงสาวบุ้ยปากบอกมารดา จำปีมองตามแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ

“ซื้อมาเยอะแยะอีกแล้วโนช แม่บอกแล้วไงว่าถ้าจะมาก็ไม่ต้องซื้อหาอะไรมาฝากหรอก แค่มาเยี่ยมมาเยือนกันบ้างก็ดีใจแล้ว” 

“พอดีผ่านร้านขายขาหมูพะโล้ จำได้ว่าลินเคยชอบกิน เลยอดไม่ได้ต้องซื้อมาฝากครับ” ไม่ตอบเพียงอย่างเดียว แต่เขายังเลื่อนสายตามองไปยังเพื่อนรักด้วยสายตาที่เปิดเผยความนัยจนหมดเปลือก ทำเอาหญิงสาวต้องกระแอมออกมาเบาๆ ขณะที่มารดามองตามแล้วอมยิ้ม ก่อนจะเอ่ยอย่างเปิดทางให้ชายหนุ่มเต็มที่

“ลินพาเพื่อนไปคุยกันข้างนอกเถอะ ข้างในนี้เดี๋ยวแม่จัดการเอง เอาผลมงผลไม้กับน้ำออกไปด้วย นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว แม่จะอุ่นกับข้าวที่โนชซื้อมา เจียวไข่อีกสักสามฟองเสร็จแล้วก็กินข้าวกันได้เลย ว่าแต่โนชอยากกินอะไรอีกไหม แม่จะได้ทำให้กิน” 

มาโนชยิ้มกว้างรู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่ได้รับการต้อนรับจากจำปีและนิลินอย่างดีจนทำให้ดวงหน้าเข้มๆ ดูสว่างขึ้นเป็นพะเรอเกวียน นิลินมองแล้วก็อดเปรียบเทียบกับใครอีกคนหนึ่งเสียไม่ได้ ทว่าเวลานี้คนคนนั้นดูหมองลงอย่างน่าใจหาย พอคิดถึงเขาคนนั้นดวงหน้าอ่อนหวานที่เจือยิ้มสดชื่นพลันหมองหม่นลงไปเช่นเดียวกัน 

“แค่นี้ก็พอครับแม่” เขาตอบนางด้วยน้ำเสียงสดใส แล้วหันเลยไปทางนิลิน หญิงสาวจึงยิ้มให้ชายหนุ่มแล้วบอกว่า

“โนชหยิบขวดน้ำในตู้เย็นออกมาที เดี๋ยวเราจะเอาผลไม้ใส่ถาด” บอกแล้วก็ก้าวตรงไปหยิบผลไม้ ส่วนมาโนชรีบทำตามอย่างกระตือรือร้น ราวกับว่าเขาพร้อมทุกคำสั่งที่ออกมาจากปากของนิลิน จากนั้นทั้งคู่ก็เดินตามกันออกไปด้านนอก โดยมี นิลินเดินนำและมาโนชเดินตาม จำปีมองตามคนทั้งคู่ด้วยสายตาอ่อนแสงแล้วทอดถอนหายใจ หวังว่ามาโนชจะทำให้ลูกสาวของตนลืมความเจ็บปวดที่คมน์เคยทิ้งเอาไว้ในใจ ยอมเปิดรับใครสักคนอีกครั้ง ไม่จมกับความเจ็บช้ำและหวาดหวั่นการมีคนรักอีกหน...

ขณะที่คนในบ้านกำลังนั่งรับประทานอาหารกลางวันอย่างเอร็ดอร่อย มีเสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะ คมน์จอดรถกระบะของตัวเองไว้ตรงพุ่มไม้นอกรั้ว เยื้องเลยบ้านของนิลิน ออกไปเล็กน้อย ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อมาดูให้แน่ใจ ว่าที่ได้ยินลูกน้องพูดกันว่าเห็นมาโนชอยู่ที่บ้านของหญิงสาวนั้นเป็นเรื่องจริง

ดวงตาสีเข้มเวลานี้จึงคมกริบประดุจมีดโกน เขาแอบมองคนที่ตัดสัมพันธ์ตนกำลังยิ้มแย้มแจ่มใสกับผู้ชายคนอื่น ต่างกับเวลาที่อยู่กับเขาราวฟ้ากับเหว หัวใจของคมน์ยามนี้ร้อนรุ่ม ส่วนหนึ่งเต็มไปด้วยความน้อยใจ ส่วนหนึ่งยอมรับว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาเป็นต้นเหตุ

  มือใหญ่กำพวงมาลัยแน่น กรามแกร่งบดเข้าหากันตามแรงกัดฟันจนเป็นสัน ดวงตาวาววับยามเสียงหัวเราะหวานประสานเสียงนุ่มทุ้มบอกชัดถึงความสุขใจของคนเหล่านั้น 

อิจฉา ใช่...เวลานี้เขารู้สึกเช่นนั้น ยิ่งชัดแจ้งก็ตอนที่นิลินเห็นคนอื่นดีกว่า และเขี่ยเขาออกจากสายตาอย่างไม่ไยดี แล้วเขาจะยอมให้เป็นแบบนี้ต่อไปหรือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่เขาไม่ยอมทำอะไรและปล่อยให้เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ใช่ว่าเขาไม่เคยสนใจหล่อน ใช่ว่าทอดทิ้ง ใช่ว่าเขาลืมหล่อน ตรงกันข้าม เขาไม่เคยลืมและยังสอดส่องความเป็นไปของนิลินเสมอ แม้หล่อนจะหนีหน้าเขาไปทำงานถึงเมืองหลวง แต่เพราะหล่อนเองก็ไม่เคยให้ความสนใจใครเป็นพิเศษ เขาจึงวางใจมาโดยตลอด จนกระทั่งวันนี้ วันที่มาโนชกลับเข้ามาในชีวิตของสองแม่ลูกอีกครั้ง ทั้งคำพูด แววตาและท่าทางที่มีต่อนิลิน เปิดเผยชัดเจนว่าหนุ่มรุ่นน้องคนนั้นต้องการสิ่งใด จากที่ไม่เคยย่อท้อต่อการรอคอย คมน์กลับทนไม่ได้อีกต่อไป

เสียงเครื่องยนต์สตาร์ตที่นอกรั้ว ทำให้คนที่กำลังนั่งกินข้าวเงยหน้ามอง แม้เห็นเพียงกระบะท้ายของรถยนต์คันนั้น     นิลินก็จำได้ทันที หัวใจสาวกระตุกวูบ ชะงักนิ่งมองตาม

“บ่ายนี้ไปเที่ยวน้ำตกกันไหมครับ” มาโนชเอ่ยถามจำปี

“ก็ดีน่ะสิ อากาศร้อนๆ แบบนี้น่าไปแช่น้ำเล่น ว่ายังไง ไปไหมลิน” 

นางหันไปถามความเห็นจากลูกสาว แต่อีกฝ่ายมองออกไปนอกบ้านไม่หือไม่อือ ทำให้มาโนชต้องถามซ้ำอีกครั้ง

“ว่าไงลิน ไปด้วยกันนะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้วนิ่วหน้า หันไปสบตาจำปี แล้วเรียกหญิงสาวอีกหน “ลิน”

นิลินหันมามองแล้วทำหน้าเหลอ 

“ว่าไงนะ”

คำถามของหญิงสาวทำให้มารดาขมวดคิ้ว มองลูกด้วยสายตาตำหนิ ส่วนมาโนชยิ้มให้แล้วบอก

“บอกว่าบ่ายนี้ไปเที่ยวน้ำตกกัน แม่ตกลงไปแล้วนะ ลินก็ควรไปด้วยกัน”  

นิลินยิ้มตอบ สบตาแม่แล้วพยักหน้าเบาๆ 

“ไปก็ไป”

เพียงแค่นั้นมาโนชก็ยิ้มกว้าง ตักขาหมูพะโล้ใส่จานของหญิงสาวพร้อมส่งยิ้ม ก่อนหันไปเอาใจจำปีด้วยการตักแกงคั่วซี่โครงหมูให้นาง สองแม่ลูกสบตากันแล้วยิ้มอ่อนเมื่ออีกฝ่ายดูกระตือรือร้นเหมือนเด็กชายกำลังถูกพาไปเที่ยวสวนสนุกอย่างไรอย่างนั้น

บริเวณน้ำตกมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก แต่มาโนชก็ยังหาที่ที่พอจะเป็นส่วนตัวให้สองแม่ลูกเล่นน้ำจนได้ ทั้งจำปีและ  นิลินยิ้มแป้นเมื่อได้เล่นน้ำใสเย็นฉ่ำ นานครั้งได้ปลดปล่อยอารมณ์ก็ให้รู้สึกสนุกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง มาโนชแหวกว่ายพุ่งตรงไปหาสองแม่ลูก แล้วหยุดข้างๆ นิลิน เขามองหล่อนยิ้มๆ ก่อนจะกระซิบเบาๆ

“ลินอยากไปเที่ยวที่ไหนอีกไหม ถ้าอยากไปไหนบอกเราได้นะ เราจะพาไป” 

หญิงสาวที่แกว่งแขนวาดไปบนผิวน้ำด้วยความสดชื่นยิ้มตอบคนเอ่ยอาสา

“ตอนนี้ยังหรอก ที่บ้านเริ่มทำไร่ คงอีกนานกว่าจะได้ออกไปไหนอีก”

มาโนชมองหญิงสาวแล้วเอ่ยถาม

“กลับมาทำไร่แบบนี้ ลินกับแม่คงเหนื่อยแย่ มีแต่ผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่ ถ้ามีอะไรให้เราช่วยลินรีบบอกเราเลยนะ เราจะรีบมาทันที” เขากล่าวด้วยความเป็นห่วง ทำให้หญิงสาวรู้สึกชุ่มฉ่ำในใจ รู้สึกดีที่มีคนเป็นห่วง ทำให้นึกถึงใครอีกคนที่ก่อนหน้านี้ก็ลุยงานช่วยหล่อนและมารดา เหน็ดเหนื่อยมานักต่อนัก 

“ขอบใจโนชมากจริงๆ แต่ลินกับแม่ยังไหว ลูกจ้างยังพอหาได้ ไม่ได้เหนื่อยเหน็ดสักเท่าไรหรอก” ตอบพร้อมรอยยิ้มจางๆ  

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังไงเราก็เป็นห่วงลินอยู่ดี” น้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยนทำให้หญิงสาวต้องสบตาเขา จึงได้เห็นแววตาอ่อนโยนเจือความอ่อนหวานมองหล่อนไม่คลาด ดวงตาคู่นี้เปิดเปลือยความรู้สึกโดยไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูด คนมองจึงรับรู้ได้โดยไม่ต้องค้นคว้าให้เสียเวลา นิลินลอบผ่อนลมหายใจ แต่ดวงหน้าเจือยิ้มระรื่น ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า

“ขอบใจ แต่เรากับแม่ไหวอยู่แล้ว ไปตรงนั้นกันดีกว่า” 

พูดจบร่างบางก็แหวกว่ายสายน้ำตรงไปยังมารดาที่นั่งอิงรากไม้ที่ชายน้ำด้านหนึ่ง มาโนชมองตามด้วยสายตาเปี่ยมสุข แม้วันนี้นิลินยังไม่แสดงออกว่าคิดเช่นไร แต่การที่หล่อนไม่ปฏิเสธหรือหาเรื่องตีตัวออกห่าง บอกได้กลายๆ ว่าหล่อนไม่รังเกียจเขา และอนาคตก็อาจจะมีสิทธิ์ใกล้ชิดหล่อนมากกว่านี้

ท่ามกลางสายน้ำเย็นฉ่ำ ยังมีอยู่อีกคนที่มองมาด้วยสายตาร้อนรุ่ม เขายกเบียร์กระป๋องขึ้นดื่ม ดวงตาเริ่มแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ ยามมองสองหนุ่มสาวหัวเราะคิกคัก แม้แต่จำปีก็เห็นดีเห็นงาม มองข้ามเขาคนนี้ไปจนหมดสิ้น

เขาไม่เคยมีความหมายต่อสองแม่ลูกคู่นี้เลยใช่ไหม ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกหล่อนเห็นเขาเป็นอะไร หมาหรือว่าควาย...

กระป๋องเบียร์ถูกโยนทิ้งลงถังขยะ ก่อนจะเดินกลับไปยังรถกระบะที่จอดเอาไว้






สวัสดีวันศุกร​์ค่ะ นิราอรเขียนพี่คมน์ น้องลินและเพื่อนโนชจบแล้วนะคะ ตอนนี้ส่งพิสูจน์ได้ประมาณ 70% แล้วค่ะ เรามาลุ้นว่าจะได้ลงอีบุ๊กกันวันไหน ขออภัยที่ให้รอนานนะคะ 

และในช่วงวิกฤติไวรัสโควิด19 นี้ นิราอรขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำงานกันอย่างหนัก เพื่อนๆ รวมทั้งตัวเองด้วย ขอให้รักษาสุขภาพกันอย่างสุดความสามารถนะคะ เราจะผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปด้วยกันค่ะ <3



ปล.ตอนนี้มีโปรโมชั่นจ้า ไปกดโหลดโลด ราคาถูกๆ ไม่บ่อยที่จะลดนะคะ รีบโหลดกันก่อนหมดโปรค่ะ หมดโปรลดราคาแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้นนะคะ 









อีบุ๊กเรื่องอื่นๆ 










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

113 ความคิดเห็น

  1. #84 IDFOUR (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 17:00
    อีบุ๊คจ๋าๆ มาไวๆ
    #84
    0
  2. #83 nansiriporn16 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 16:59
    พี่คมส์จะทำอะไรอีกนร้อออ ทั้งรักทั้งแค้นขนาดนี้
    #83
    0
  3. #82 fsn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 22:06

    อู้ย ตัดพ้ออย่างแรงเลยนะพี่ ได้ข่าวว่าทำตัวเองนะคะ

    #82
    0
  4. #81 Cheeryblue (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 21:25
    มองย้อนไปนะพี่คมน์

    สมควรไหมที่ลินจะไม่สนใจ
    #81
    0
  5. #80 tutue (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 19:40

    พี่คมน์จะไม่ทนแล้ว ก็ทำเค้าไว้เยอะอ่

    #80
    0