กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ ฝนฟ้าคะนองเป็นบางแห่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    18 ส.ค. 62











ฝนฟ้าคะนองเป็นบางแห่ง






ประโยคที่ว่า ‘มีฝนฟ้าคะนองเป็นบางแห่ง’ คงคุ้นหูใครหลายคน เช่นเดียวกับเจ้าของร่างเล็กในชุดนักเรียนที่เปียกม่อลอกม่อแลกนั่งตัวสั่นอยู่ในเพิ่งพักใกล้ชายถนน รถจักรยานสีน้ำเงินจอดใกล้กัน 

สาวน้อยวัยสิบเจ็ดนั่งชันเขาอยู่บนแคร่เล็กๆ ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบๆ เพื่อนนักเรียนบางคนปั่นรถจักรยานผ่าฝนกลับบ้านราวกับเห็นเป็นเรื่องสนุก

“อ้าวลิน!” มาโนชเบรกรถเอี๊ยด เนื้อตัวเปียกปอนไม่แพ้กัน

นิลินพนักหน้าเรียกเพื่อน

“เข้ามาหลบฝนด้วยกันสิโนช”

มาโนชยิ้มแป้นพลางส่ายหน้า บ้านของเขาอยู่ถัดไปแค่อีกโค้งเดียวเท่านั้น 

“ไม่ดีกว่า อีกนิดก็ถึงบ้านเราแล้ว ลินไปหลบฝนบ้านเราไหม”

นิลินส่ายหน้ายิ้มๆ ไม่ค่อยอยากเข้าไปที่บ้านของมาโนชนัก หล่อนไม่ได้รังเกียจ แต่กลัวพ่อของมาโนชที่มักเมาเหล้าและอาละวาดเป็นประจำ ดูเหมือนมาโนชเองจะเข้าใจ ก่อนมองไปรอบๆ จึงตัดสินใจจูงรถจักยานเข้าไปจอดเอาไว้ข้างรถจักรยานของเพื่อน แล้วเข้าไปนั่งที่แคร่เดียวกัน รอให้ฝนหยุดตกเพราะนึกเป็นห่วงหญิงสาว

“งั้นเรานั่งเป็นเพื่อนลินแล้วกัน”

นิลินใจชื้นขึ้นมาทันที เพราะแม้เส้นทางนี้จะมีบ้านคนเป็นระยะ แต่ก็เปลี่ยวยามที่ฝนฟ้าคะนอง ป่านนี้แม่ก็คงเป็นห่วงหล่อนเช่นกัน

“ขอบใจนะโนช”

มาโนชพยักหน้าเบาๆ เขาปรายตามองเพื่อน ขณะที่นิลินกำลังมองไปทางอื่น หนุ่มน้อยแอบรักเพื่อนคนนี้มานาน แต่เขาไม่มีโอกาสได้บอกความในใจและไม่กล้าที่จะบอก อาจเพราะปัจจัยหลายอย่าง ทำให้มาโนชต้องเจียมตัวเจียมใจ จึงทำได้เพียงแค่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน 

“เรียนจบแล้วโนชเรียนต่อที่ไหน” นิลินหันมามองคนที่นั่งถัดออกไป มาโนชสบตาเพื่อนก่อนหลุบตาลงมองเท้าในรองเท้านักเรียนที่เก่าซอมซ่อมีรอยขาดเป็นรู

“เราตั้งใจเข้างานโรงงานน่ะ” มาโนชเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เพื่อน นิลินสบตาอีกฝ่ายแล้วทำได้เพียงแค่ยิ้มตอบ รู้สึกเสียดายอนาคต แม้มาโนชจะเรียนแค่ปานกลาง แต่เขาก็ขยัน ไม่เกเร ควรจะได้รับการศึกษาที่สูงกว่านี้ แต่เมื่อคิดถึงครอบครัวของมาโนช สาวน้อยจึงได้แต่ถอนใจ

“ก็ดีนะโนช ทำงานเร็ว ก็มีเงินเก็บเร็วขึ้น” นิลินกล่าวกับเพื่อนอย่างให้กำลังใจ มาโนชมองรอยยิ้มสดใสของนิลินแล้วรู้สึกใจพอง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมารถกระบะคุ้นตาก็เคลื่อนมาจอด แล้วกระจกรถก็เลื่อนลงพร้อมกับใบหน้าของเจ้าของรถ

เพื่อนสาวน้อยของมาโนชยิ้มออกมาทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร ขณะที่เจ้าของรถก้าวลงมาพร้อมร่มอีกหนึ่งคันในมือ

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ลิน” เสียงทุ้มๆ ที่เอ่ยถามนั้นติดจะดุ ดวงตาคมปลาบมองไปทางมาโนช เด็กหนุ่มจึงยกมือไหว้เจ้าของร่างสูงด้วยสีหน้าเจื่อนลง นิลินเห็นดังนั้นก็รีบแก้ต่างให้เพื่อน

“ฝนตกหนักเลยค่ะ ลินกลับบ้านไม่ไหว เลยมาจอดรอฝนหยุดตก พอดีโนชผ่านมาเห็นลินนั่งอยู่คนเดียวก็เลยนั่งเป็นเพื่อนจนกว่าฝนจะหยุดตก”

คำอธิบายที่ออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มทำให้คมน์ตวัดสายตามองสาวน้อย อีกฝ่ายก็รีบยิ้มประจบพร้อมกับผุดลุกจากแคร่ตรงไปหาคนตัวโตหน้าเข้มในชุดนักศึกษาท่อนบนสวมเสื้อช็อปมีตราสัญลักษณ์ของสถาบันแห่งหนึ่งอยู่บนหน้าอก 

“ขึ้นรถเถอะ พี่ไปส่ง” เขาบอกแม่สาวน้อย มีรอยยิ้มแต้ม แล้วหันไปมองมาโนชแต่รอยยิ้มเลือนหายไป “ขอบใจมากนะที่นั่งเป็นเพื่อนลิน”

มาโนชพยักหน้าให้คนตัวโตรูปหล่อ ที่หันไปทันทีที่เอ่ยขอบใจพร้อมยกรถจักรยานของนิลินขึ้นไปไว้ที่กระบะหลัง ก่อนจะขึ้นประจำคนขับขณะที่นิลินนั่งเรียบร้อยที่ด้านข้างหล่อนส่งยิ้มให้เพื่อน ก่อนจะหันไปมองเจ้าของรถที่ทำหน้าเข้มคลายบ่นอะไรหญิงสาว นิลินเองก็ดื้อ ยังหันมาส่งยิ้มและโบกไม้โบกมือให้เขาก่อนที่กระจะรถนะเลื่อนปิดพร้อมกับรถคันสีดำจะเคลื่อนเลยไป

มาโนชก้าวไปหยุดที่รถจักรยานคันเก่าของตน ดวงตาเรียวมองตามท้ายกระบะด้วยสายตาหม่นแสง แต่วูบเดียวดวงตาคู่เดิมเจิดจ้า เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา สักวันเขาจะต้องมีเหมือนกับที่คมน์มีให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อยหรือใช้เวลานานสักเพียงใด เขาจะต้องไปให้ถึงวันนั้น

นิลินเหลือบตามองคนที่ทำหน้าขรึมข้างๆ แล้วทำปากยื่น คมน์อายุมากกว่าหล่อนแค่ห้าปี  แต่นับวันยิ่งทำตัวเป็นพ่อแก่ ขี้บ่นแถมชอบทำหน้ายักษ์ ยิ่งเห็นอยู่กับเพื่อนผู้ชาย เขายิ่งทำเหมือนกับว่าหล่อนทำเรื่องร้ายแรง

“คราวหน้าถ้าฝนตกรีบโทร.บอกพี่เลยนะ อยู่กับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้อันตรายไม่รู้หรือไง”

หญิงสาวกลอกตาไปมา พร้อมถอนหายใจเฮือก ทำให้คมน์ตวัดตามองทันที

“พูดแค่นี้ทำไมต้องถอนหายใจ”

นิลินถอนหายใจอีกรอบ แล้วหันไปมองเขา

“โธ่ นั่นโนชเพื่อนลินนะพี่คมน์ เขาอุตส่าห์มีนำ้ใจนั่งเป็นเพืิ่อน อันที่จริงโนชชวนลินไปพักหลบฝนที่บ้านเขา ตรงหัวโค้งก่อนนั่นไง แต่ลินไม่อยากไปเพราะไม่อยากไปเจอพ่อโนชเมาอาละวาด โนชเลยอาสาอยู่เป็นเพื่อน อันที่จริงพี่คมน์ต้องขอบใจเขามากๆ ด้วยซ้ำไปนะ ไม่งั้นลินต้องนั่งคนเดียว น่ากลัวกว่าอีก” 

คราวนี้เป็นคมน์ที่ถอนหายใจยาวบ้าง เขาตวัดตามองเจ้าของแก้มป่องข้างๆ อย่างนึกมันเขี้ยว จึงหยิกแก้มนุ่มนั่นเสียทีหนึ่งจนหญิงสาวร้องลั่น

“โฮ๊ย พี่คมน์น่ะ!” หันไปตีแขนเขาทันทีที่ถูกแกล้ง คนได้แกล้งสาวคนรักจึงอารมณ์ดีขึ้นมานิดหนึ่ง เขายอมรับว่าหวงนิลิน นับวันยิ่งหวง เพราะยิ่งโตเป็นสาว นิลินก็ยิ่งสวย ใครเห็นต้องมองตามทุกราย ที่สำคัญกว่าความสวย คือหล่อนน่ารักเหลือเกิน นิลินอาจจะเอาแต่ใจและดื้อรั้นบ้าง แต่หล่อนก็ช่างอ้อนจนเขาใจอ่อนไปเสียทุกครั้ง

นิลินแก้มแดงเพราะแรงบีบ แม้ไม่หนักหนาอะไรแต่ผิวใสๆ ของหล่อนก็แดงเถือกขึ้นทันตา

“ถ้าพี่คมน์แกล้งลินอีกลินจะฟ้องแม่ด้วย”

คำขู่ของสาวน้อยทำให้คมน์หัวเราะขัน จึงถูกคนตัวเล็กข้างกายค้อนขวับ

“ยังจะมาหัวเราะอีก ลินเจ็บนะ เนี่ยแก้มต้องช้ำแน่ๆ เลย” พูดพลางคลำแก้มป้อย ก่อนหันมามองคนข้างกายอย่างงงงัน เมื่อเขาเบนหน้ารถเข้าข้างทางหน้าตาเฉย “หยุดทำไม”

คมน์หันมามองสาวน้อยของเขา ดวงตาสีเข้มกวาดตามองไปทั่วดวงหน้าอ่อนใส ทำเอาคนที่ยกมือขึ้นกุมแก้มข้างหนึ่งหัวใจเต้นแรง เริ่มอึกอักและหลบตาของเขา

“ไหนดูสิ แก้มช้ำจริงหรือเปล่า” ไม่พูดเปล่าแต่คมน์เอื้อมมือไปเชยคางมนของสาวน้อย ขยับตัวเข้าใกล้จนคนตัวเล็กตกใจ 

“อะไร ไม่เป็นไรหรอก ถอยไปเลย” แม่คนขี้บนผละมือจากแก้มลงมาผลักอกกว้างของแฟนหนุ่ม ดวงตาสีเข้มนั้นไหวระริก ริมฝีปากได้รูปยกยิ้ม

“ก็บอกแก้มช้ำ เดี๋ยวพี่เป่าให้” พูดจบเขาก็ยื่นใบหน้าเข้าไปหาพร้อมทำท่าเป่าแก้มใสๆ ข้างนั้น แต่แทนที่จะเป่าเขากลับจูบลงไปหนักๆ จนคนที่กำลังจะเอียงหน้าหนีนั่งอึ้ง ร้อนวาบไปทั้งแถบ แก้มแดงเถือกขึ้นเสมอกันทั้งสองข้าง ทำเอาคนที่ฉวยโอกาสจูบหัวเราะขบขัน 

“ว้า แทนที่จะหาย กลับแดงเพ่ิมเป็นสองข้าง งั้นพี่ต้องเป่าทั้งสองข้างใช่ไหมเนี่ย”

นิลินทำตาโต พร้อมกับยกมือขึ้นผลักหน้าคมๆ ของคนรักออกห่างทันที

“อี๋! ถอยออกไปเลยนะคนบ้า” คมน์หัวเราะลั่น พร้อมขยับไปนั่งที่เดิม แต่ดวงตาคมยังมองมานัยน์ตาพราว ส่วนคนถูกขโมยจูบแก้มร้อนผ่าวไม่เลิก ยกมือถูแก้มข้างที่ถูกจูบแรงๆ ริมฝีปากขบเม้มอย่างขัดเขินแกมโมโห

“คนบ้า ห้ามเข้าใกล้เขาอีกนะ ห้าม!” ขยับหนีเมื่อชายหนุ่มทำท่ายื่นหน้าเข้ามาหาอย่างกลั่นแกล้ง แถมยังหัวเราะราวกับสนุกสนานแล้วถอนหายใจเอือกเมื่อถูกคนตัวเล็กทำตาขวางใส่

“โธ่ แค่จูบเดียวเอง ทำเป็นหวงไปได้”

นิลินค้อนไปอีกที ก่อนทำหน้าตูมแม้ในใจจะเต้นรัวก็ตาม

“ไม่ได้หรอก มันไม่ดีนะ ลินยังเด็กอยู่เลย พี่คมน์มาทำแบบนี้ได้ยังไง ถ้าแม่รู้ลินต้องถูกดุแน่ๆ” บอกพลางทำปากยื่น ทำเอาหนุ่มหล่อชำเลืองมองยิ้มๆ อันที่จริงเขารู้จักนิลินมาหลายปีแล้ว เรียกว่ารู้จักมาตั้งแต่หล่อนเกิด รู้จักเรื่อยมา พออายุสักสิบห้าสิบหก หล่อนก็เริ่มสะดุดตาสะดุดใจเขาขึ้นใน จนเมื่อปีก่อน เขาจึงตัดสินใจเข้าไปจีบหล่อนเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป  แม่ของหล่อนและแม่ของเขาต่างรับรู้ จึงอนุญาตให้คบหากันแต่ต้องอยู่ในขอบเขต ในสายตาของผู้ใหญ่ เขาจึงมีสิทธิ์ได้รับส่งหล่อนบ้างเป็นครั้งคราว

“จ้ะ แม่คนหัวโบราณ” คมน์กระเซ้าคนรักด้วยใบหน้าเกลื่อนยิ้ม จึงถูกนิลินค้อนคมหนึ่งทีก่อนเบือนหน้าหนีไปข้างทางแล้วแอบยิ้มเขิน ขณะที่คนตัวโตก็ยิ้มไม่หุบ หัวใจพองคับอกด้วยความสุขซ่านใจ ก่อนจะเคลื่อนรถกระบะออกไปตามเส้นทาง พาหล่อนกลับไปส่งบ้านอย่างปลอดภัย








และฝากผลงานเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

113 ความคิดเห็น

  1. #35 fsn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:39

    ให้ทางที่เลือกเป็นทางที่ดีนะคะ มาโนช เชียร์คะ

    #35
    0