กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 16 : บทที่ ๗ มารผจญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    19 ก.พ. 63






คมน์เตรียมออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ เพราะต้องไปยกร่องมันให้กับจำปีและนิลิน แต่เขาต้องชะงักเมื่อพิมพ์พิลาศนั่งรออยู่ที่หน้าบ้าน แต่งตัวท่าทางคล้ายจะออกไปทำงานกลางแจ้ง

“จะไปไหนเหรอพิมพ์” เขาเอ่ยถาม พลางหิ้วปิ่นโตกับข้าวที่มารดาเตรียมเอาไว้ให้ตรงไปที่รถกระบะคู่ใจ ฝ่ายหญิงสาวเดินตามไปติดๆ พลางบอก

“พิมพ์ขอป้าหวีแล้วว่าจะไปไร่กับพี่คมน์”

คมวางปิ่นโตไว้ท้ายรถ ผูกเชือกแน่นกันหกเลอะเทอะ ก่อนหันมายังหญิงสาว

“พิมพ์จะไปช่วยอะไรพี่ พี่ไปขับรถไถ อีกอย่างวันนี้พี่ไม่ได้ไปทำที่ไร่ตัวเอง”

พิมพ์พิลาศเม้มปาก แต่เมื่อเขามองมาตรงๆ หญิงสาวก็ยิ้มให้

“ก็ไปเป็นเพื่อน พิมพ์แค่อยากรู้ว่าวันๆ พี่คมน์ทำอะไรบ้าง”

พิมพ์พิลาศโปรยยิ้มหวาน อันที่จริงหญิงสาวตั้งใจไปกันท่าเขากับนิลินต่างหาก เพราะคมน์คือคนที่หล่อนหมายตาเอาไว้ จึงไม่คิดจะยอมให้ใครมาแย่เขาไปได้ง่ายๆ 

“อย่าไปเลย คราวก่อนไม่เข็ดเหรอ” เขามองคนตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง ทำให้หญิงสาวยิ้มเจื่อน เพราะฤทธิ์ของแสงแดงทำเอาคนผิวบางเช่นพิมพ์พิลาศถึงกับผิวไหม้ ต้องหยุดอยู่บ้านทาครีมบำรุงยกใหญ่ เมื่อคราวนี้ต้องออกไปกับเขาอีกครั้ง หญิงสาวจึงประโคมครีมกันแดดราคาแพงเต็มที่

“หายแล้วค่ะ อีกอย่างคราวนี้พิมพ์ใช้ครีมกันแดดดีกว่าคราวก่อน รับรองไม่เป็นไรแน่ค่ะ” ยิ้มอาใจคนตัวโตรูปหล่อ แต่ชายหนุ่มกลับมีสีหน้าเคร่งขรึม เขาไม่อยากให้หล่อนไปด้วย เพราะไม่ต้องการให้    นิลินมองเขาด้วยสายตาดูแคลน ถึงแม้เขาจะเทียวไปเทียวมาบ้านของหล่อนติดๆ กันทุกวัน แต่ใช่ว่าหญิงสาวจะยอมญาติดีกับเขาง่ายๆ หล่อนยังคงไว้ตัวไม่เปลี่ยนแปลง

“ไม่ได้หรอก อย่าไปเลย พี่ไม่มีเวลามาคุยกับพิมพ์หรอกนะ ต้องเร่งทำงานให้เสร็จเร็วๆ” พูดจบเขาก็เดินอ้อมไปยังด้านคนขับ ทำให้พิมพ์พิลาศที่รอจังหวะรีบเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งข้างคนขับอย่างรวดเร็ว 

คมน์ถอนหายใจเฮือกเมื่อหญิงสาวเข้ามานั่งในรถ แต่แล้วก็คิดอะไรได้บางอย่าง จึงลงจากรถอย่างรวดเร็ว ทำให้พิมพ์พิลาศมองตามด้วยอาการงุนงง แต่ครู่เดียวเขาก็แบกเสียมแบกจอบไปไว้ในกระบะหลังแล้วกลับขึ้นรถ

“แน่ใจนะว่าจะไป” เขามองคนข้างๆ ด้วยสายตาคมกริบ พิมพ์พิลาศยิ่งประทับใจ คมน์เป็นผู้ชายที่ยิ่งทำท่าเข้มก็ยิ่งดูดี

“แน่ใจค่ะ”

รอยยิ้มอ่อนหวานที่โปรยมาไม่ทำให้คมน์เคลิ้ม เขาพยักหน้าแล้วหันไปสตาร์ตรถออกจากบ้านทันที

ฉวีหันไปมองภารดาที่อยู่ในบ้าน แล้วถอนหายใจยาว เพราะดูเหมือนอีกฝ่ายไม่เคยห้ามปรามบุตรสาวของตนได้เลยสักครั้ง ตรงกันข้ามอาจจะกำลังส่งเสริมให้พิมพ์พิลาศทำเช่นนั้นด้วยซ้ำไป คิดแล้วไม่สบายใจเลยสักนิด เพราะคมน์กำลังจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับนิลิน แต่ถ้าต้องมีพิมพ์พิลาศมาเกาะแกะเปนก้างขวาวคอแบบนี้เห็นทีจะยากเสียแล้ว ฉวีถอนหายใจพร่างพรูออกมา คิดแล้วเหนื่อยใจแทนบุตรชายเสียจริง

เมื่อไปถึงไร่ของจำปี ลูกน้องของคมน์สองคนที่ทำหน้าที่ขับรถไถเป็นหลักก็ไปรออยู่แล้ว เช่นเดียวกับลินินและมารดาที่มาถึงพร้อมเสบียงทั้งข้าวปลาอาหารและเครื่องดื่มชูกำลัง ทั้งน้ำขวดน้ำแข็งพร้อมสรรพ

“มากินข้าวกันก่อนมา แม่ทำกับข้าวมาเยอะแยะ” จำปีปูเสื่อ วางตะกร้าและปิ่นโตข้าว ขณะที่นิลินมองคมน์และพิมพ์พิลาศก่อนเมินสายตามาที่มารดาอย่างไม่อยากสนใจ แต่ลึกๆ ลงไปนั้นหญิงสาวรู้สึกไม่พอใจที่อีกฝ่ายอยู่มากที่พาผู้หญิงคนนั้นมาด้วย เพราะที่นี่มันเป็นที่ของหล่อน เขามีสิทธิ์อะไรถึงได้พาคนอื่นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต!

“ผมก็มีมาเหมือนกันครับ แม่ทำมาให้” เขาวางปิ่นโตลงบนเสื่อ แล้วยิ้มให้นิลิน หญิงสาวยิ้มตอบไปเช่นกัน แต่เป็นยิ้มเย็นชาสายตายังมองไปที่พิมพ์พิลาศชายหนุ่มมองตามแล้วถอนหายใจยาว เขาหาเหาใส่หัวตัวเองแท้ๆ หากยืนกรานไม่ยอมให้อีกฝ่ายตามมา คงไม่ต้องเจอสายตาพิฆาตของนิลินเป็นแน่ 

ทั้งหมดรวมลูกน้องที่เป็นคนงานของชายหนุ่มก็นั่งล้อมวงกินข้าวเช้า สักพักคมน์ก็ขึ้นรถไถทิ้งให้พิมพ์พิลาศนั่งอยู่ที่เสื่อกับนิลินไปพลางๆ ขณะที่มารดาของหญิงสาวเดินไปสำรวจรอบๆ พื้นที่

“ได้ยินว่าลินเคยคบหากับพี่คมน์มาก่อนใช่ไหม” 

นิลินที่เด็ดดอกหญ้ามาพันเล่นชะงักมือ หันไปมองคนถามอย่างนึกแปลกใจ แต่แล้วก็ยิ้มอย่างไม่ยี่หระแล้วมองไปยังไร่เบื้องหน้า ซึ่งมีรถไถสองคันที่กำลังตีคู่ขนาบกันไป

“ใช่ แต่ก็นานมาแล้วแหละ ใครเล่าให้ฟังหรือไง” หันไปถามอีกฝ่ายยิ้มๆ พิมพ์พิลาศที่มองคนข้างๆ อย่างประเมินไหวไหล่เบาๆ 

“ก็ฟังๆ เขาพูดกันมา บอกได้ไหมว่าทำไมถึงเลิกกัน” เอ่ยถามพลางกวาดตามองดวงหน้าหวานของนิลิน ยอมรับอยู่ในใจว่าคนตรงหน้ามีความงามที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเหนือไปกว่าหล่อนเสียเมื่อไร 

นิลินเมินหน้าจากคนถาม มองตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง ใครบางคนอยู่บนรถไถและกำลังตั้งใจทำงาน

“เรื่องนี้มันไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอกนะ แต่ขอไม่พูดถึงจะดีกว่า เพราะเรื่องมันผ่านมานานแล้ว ไม่อยากรื้อฟื้นน่ะ” หันไปยิ้มให้อีกฝ่าย นึกในใจว่าเรื่องอะไรจะต้องเล่าให้ฟังด้วย เพราะแค่มองตากันตั้งแต่วันแรก ก็รู้แล้วว่าต่างฝ่ายก็ต่างไม่ชอบใจกันอยู่ลึกๆ 

เมื่อนิลินหันไปทางอื่น พิมพ์พิลาศก็เบ้ปาก ดวงตาคู่สวยกวาดมองคนข้างๆ อย่างหมั่นไส้ 

“ถ้าอย่างนั้นก็คงจะไม่หันกลับมาดีกันอีกแล้วใช่ไหม”

คำถามของอีกฝ่ายทำให้นิลินสะดุดหู หญิงสาวหันมาสบตาคนข้างๆ ที่มีสีหน้ายิ้มๆ คิ้วเรียวโก่งจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนคลายออกแล้วยิ้มตอบ

“ก็คงจะเป็นอย่างนั้น” นิลินตัดบท ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะเอ่ยอะไรออกมา เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของนิลินก็ดังขึ้น หญิงสาวดึงออกมาจากระเป๋ากางเกงแล้วขมวดคิ้วนิ่วหน้า พอเห็นชื่อก็ยิ้มออกมาพร้อมกับรีบรับสาย

“ว่าไงโนช”

  พิมพ์พิลาศเกือบจะไม่ใส่ใจ หากไม่เห็นท่่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของนิลินเข้า จึงเปลี่ยนเป็นนั่งนิ่งแสร้งมองนกชมไม้ ทว่าหูผึ่ง พยายามจับใจความสำคัญอย่างไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

“จะมาหาลินเหรอ ตอนนี้ลินไม่อยู่บ้านหรอก”

เสียงคนในสายกล่าวอะไรแว่วๆ แต่พิมพ์พิลาศได้ยินไม่ถนัด 

“อยู่ที่ไร่น่ะ จะมาเหรอ มาถูกหรือเปล่า ได้ๆ เดี๋ยวบอกทางให้”

พิมพ์พิลาศเหยียดริมฝีปากเบาๆ เมื่ออีกฝ่ายบอกทางแก่ใครสักคนในสาย จากนั้นนิลินก็เก็บโทรศัพท์ ทิ้งสายตามองไปที่กลางไร่ ซึ่งมีรถไถสองคันกำลังยกร่อง คันหนึ่งมีลูกจ้างบังคับ อีกคันคมน์ขับด้วยตัวของเขาเอง

จำปีก้าวเข้ามานั่งบนเสื่อในเวลาต่อมา นางยิ้มให้พิมพ์พิลาศแล้วเอ่ยถาม

“ได้ข่าวว่าหนูเคยทำงานเป็นพนักงานขายมาก่อน มาอยู่ที่นี่คงจะเหงาใช่ไหม”

เพราะฉวีเล่าให้ฟัง จำปีจึงรู้ว่าอีกฝ่ายเคยทำงานอะไรมา 

“ก็ค่อนข้างเหงาค่ะ อยู่บ้านพี่คมน์พิมพ์ไม่ค่อยมีอะไรทำ หลังๆ ก็เลยขอตามพี่คมน์ออกมาช่วยงานในไร่เป็นครั้งคราวค่ะ แต่พี่คมน์ไม่ค่อยอยากให้พิมพ์มาด้วยเท่าไร บอกว่ากลัวผิวพิมพ์จะเสีย เพราะแดดที่นี่แรงมาก ดูสิคะ พี่คมน์เนี่ยนอกจากจะทำงานเก่ง ยังน่ารักอีกด้วยนะคะ เป็รห่วงใครต่อใครไปทั่ว”

นิลินนิ่งเงียบแล้วลอบผ่อนลมหายใจแผ่วเบา ส่วนจำปีมองพิมพ์พิลาศด้วยสายตาเพ่งพินิจ เห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายมีอาการชื่นชมคมน์อย่างออกนอกหน้า บอกให้รู้ว่าคิดเช่นไรกับชายหนุ่ม ก่อนจะหันไปมองลูกสาวที่หันไปอีกทาง เวลาเดียวกันก็ต้องหรี่ตาลง 

“รถใครมา” จำปีเปรยขึ้น นิลินจำได้ทันทีที่เห็น จึงหันมายิ้มกับมารดาแล้วบอก

“รถโนชจ้ะ โทร.มาเมื่อกี้บอกว่าจะมาหาที่บ้าน หนูเลยบอกว่าอยู่ที่ไร่ โนชเลยขับรถตามมาที่นี่แทน”

“อ้าว นี่ยังไม่กลับไปอีกเหรอ แม่นึกว่ากลับไปแล้วเสียอีกนะ” 

จำปีกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแกมแปลกใจ

นิลินลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเข้าไปหามาโนชทันทีที่รถจี๊ปของฝ่ายนั้นจอดสนิท

เมื่อร่างสูงใหญ่ของมาโนชลงมาจากรถ พิมพ์พิลาศก็ต้องเลิกคิ้วสูงอย่างนึกทึ่ง มองอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที







อันนี้คือปกจริงค่ะ

ช้าตรงตอนที่มานั่งรีไรต์ตรวจคำผิดนี่แหละค่ะ บางทีก็ทำให้ขี้เกียจอัป 55 แต่อัปแล้วนะคะ หายไปวันสองวันเพราะไม่สบายค่ะ วันนี้ดีขึ้น ทำท่าจะป่วยเลยรีดอัดยาแก้แพ้กับยาลดไข้ไปอย่างละสองเม็ด เออ ดีขึ้นทันตาเลย ไม่ค่อยอยากกินยานะ ถ้าไม่เป็นเยอะจริงจะไม่แตะเลย 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

113 ความคิดเห็น

  1. #42 Penne (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:56

    เป้นเรา กะไม่เอาน่ะคนจิตใจโลเล ไม่มีจุดยืนน่ะเราว่า

    #42
    0
  2. #40 bunmatong276 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:09
    อย่ากลับไปหาเลยตัวผู้ที่ไม่มีจุดยืนให้ได้กับนางพิมนั้นแหละสมกันดีคนหนึ่งหน้าด้านคนหนึ่งก็ไม่เข้มแข็งขนาดยังไม่ได้กันยังตามใจนางทุกอย่างทั้งที่พึ่งรู้จักกันตัวผู้ที่ประติเสธผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นอะไรกับเราไม่เป็นอนาคตถ้ามาเป็นผัวซ้ำใจตาย
    #40
    1
    • #40-1 bunmatong276(จากตอนที่ 16)
      19 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:07
      ประฏิเสธ
      #40-1
  3. #39 Nong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:07

    Ebookออกเมื่อไหร่ค่ะ

    #39
    0
  4. #34 tutue (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:50

    สมน้ำหน้าคมน์ ใก้พิมพ์ตามมาดีนัก มาโนชตามมาติดๆๆ

    #34
    0