กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 15 : บทที่ ๗ มารผจญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    16 ก.พ. 63






มารผจญ






แม้คมน์จะมั่นใจว่าสามารถงอนง้อนิลินได้สำเร็จเข้าสักวันหนึ่ง แต่การปรากฏตัวของมาโนชกลับทำให้คมน์ไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป ผู้ชายด้วยกัน มองตาปราดเดียวก็รู้ว่าต่างคิดเช่นไร เขาจึงเทียวไปเทียวมาบ้านของนิลินทุกวัน จนมารดาของเขาถึงกับออกปาก เพราะมืดค่ำก็ยังไม่ยอมจะกลับไปกินข้าวที่บ้าน ทำตัวผิดปกติมากขึ้นทุกที และได้ยินมากับหูว่าเห็นชายหนุ่มป้วนเปี้ยนอยู่ที่บ้านของลินินไม่เว้นวัน ทำท่าว่าจะกลับมาดีกันอีกครั้ง

“นี่ถ้าไม่บอกให้กลับมากินข้าวที่บ้าน ก็คงจะยังไม่ยอมกลับมามาใช่ไหม” คนเป็นแม่ค้อนคม ทำให้ลูกชายตัวโตที่ก้าวเข้ามาในบ้านรีบยิ้มอย่างเอาใจ

“โธ่แม่ ช่วงนี้ผมยุ่งๆ หน่อยเท่านั้นเอง”

ร่างสูงมาหยุดข้างๆ แม่ที่อยู่ในครัว กำลังลำเลียงอาหารไปตั้งโต๊ะ มีพราวนภาและพิมพ์พิลาศเป็นลูกมืออยู่ใกล้ๆ ส่วนคนอื่นๆ นั่งรออยู่ที่โต๊ะเรียบร้อย

“ที่บ้านแม่จำปีมีอะไรยุ่งนักหนาล่ะ” ฉวีหันมามองลูกชายพลางยกมือขึ้นเท้าเอวอย่างหมั่นไส้ คมน์ยิ้มกริ่ม หันไปมองที่โต๊ะอาหารซึ่งทุกคนก็มองมายังเขาด้วยสีหน้ายิ้มๆ มีเพียงพิมพ์พิลาศเท่านั้นที่ไม่ได้มีรอยยิ้มเหมือนคนอื่น

“เอาน่าแม่ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง” เขากระซิบบอกแม่ นางฉวีค้อนขวับ แล้วหันไปหยิบถ้วยกับข้าวส่งให้ลูกชาย อีกฝ่ายรับเอาไปถือ ริมฝีปากเปิดยิ้ม ดวงตาพราวระยับยามมองท่าทางงอนๆ ของมารดา ก่อนจะก้าวตามท่านออกไปที่โต๊ะอาหาร

“ยังไงล่ะเรา คิดจะไปง้อเจ้าลินมันอีกหรือไง” ประภาสเอ่ยถามพร้อมสีหน้าเจือยิ้มขัน ไม่ได้อยากจะวุ่นว่ายกับชีวิตของลูกชายแต่ก็อดจะแซวไม่ได้ คมน์เหลือบตามองมารดาแวบหนึ่ง แต่แววตาและสีหน้าดูมีความสุขดี

“ลินนี่ลูกใครเหรอ อารู้จักไหม” วิรุณกล่าวถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พราวนภาก็เป็นไปด้วย เด็กสาวมองพี่ชายนัยน์ตาวาว อยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที

“ลูกสาวน้าจำปีครับ อารุณจำได้ไหม” การตอบคำถามของคมน์ ก็เหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าเขากำลังกลับไปสานสัมพันธ์กับนิลินอีกครั้ง ทำให้ภารดาและพิมพ์พิลาศสบตากันแวบหนึ่ง ขณะที่พราวนภายิ้มแป้น

“ใครอะพี่คมน์ พาหนูไปรู้จักหน่อยสิ หนูอยากเห็นหน้าว่าที่พี่สะใภ้” เด็กสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ทำให้ฉวีต้องส่ายหัว ทว่าสีหน้าเจือยิ้มขบขัน

“สวยสิ อายุอานามน่าจะราวๆ พิมพ์นี่แหละมั้ง” ฉวีหันไปมองยังสองแม่ลูก 

วิรุณเองนึกขึ้นได้ จึงยิ้มกว้าง

“อ๋อ อาจำได้แล้ว” เขายิ้มให้หลานชาย ส่วนประภาสหัวเราะเบาๆ แล้วบอก

“มากินข้าวกันเถอะ”

จากนั้น ทั้งหมดลงมือรับประทานอาหาร คมน์ตอบคำถามเรื่องนิลินกับวิรุณอีกหลายคำถาม ขณะที่พิมพ์พิลาศได้แต่นั่งฟังอย่างเจ็บใจ ยามคิดถึงผู้หญิงร่างระหงนามว่านิลิน คนที่หล่อนได้เจอกันเมื่อหลายวันก่อน

รับประทานอาหารเรียบร้อย ต่างแยกย้ายเข้าห้องพัก คมน์ที่กลับเข้าห้องส่วนตัวไม่ถึงนาทีต้องหันไปมองประตูเมื่อมันถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างอวบของมารดา

“มีอะไรเหรอแม่” เขายิ้มให้นางพลางแกะกระดุมเสื้อออก ฉวีถอนหายใจยาว ก้าวเข้าไปนั่งลงบนเตียงลูกชาย มองคนตัวโตกำยำตรงหน้าด้วยสายตารักใคร่และภาคภูมิใจยิ่ง

“คมน์คิดจะกลับไปคืนดีกับเจ้าลินจรงิๆ น่ะเหรอ” นางเอ่ยถาม ใจหนึ่งก็ยินดี แต่อีกใจยังเป็นห่วง แม้นางจะเคยเอ็นดูนิลินมากมาก่อน แต่เมื่อหญิงสาวเป็นฝ่ายทอดทิ้งลูกชายของตนไป นางก็เกิดความรู้สึกตะขิดตะขวงใจไม่น้อย เพราะเมื่อมีครั้งแรก ใช่ว่าอาจจะไม่มีครั้งที่สองที่คมน์จะถูกทิ้งอีก และคราวนี้เขาอาจจะเจ็บเสียยิ่งกว่าครั้งก่อนร้อยเท่าพันเท่า

ชายหนุ่มยิ้มให้มารดา แล้วก้าวเข้าไปนั่งลงบนเตียงข้างมารดา เขากอดเอวแม่แล้วยิ้มให้ท่านอย่างคนมั่นใจตนในตัวเอง ที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เขาพร้อมยอมรับ

“ผมรู้ว่าลินยังรู้วสึกดีๆ กับผมอยู่”

ฉวีนิ่วหน้า มองตาลูกนิ่ง

“แต่ลินเป็นคนทิ้งลูกไปนะ”

ชายหนุ่มคิดถึงสาเหตุที่นิลินทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดี แต่เขาไม่คิดโกรธหรือโทษหล่อนเลยสักนิด เพราะคนผิดคือเขาไม่ใช่นิลิน

“ผมผิดนะแม่” เขามองตามารดา คลายอ้อมแขนที่กอดท่านมาวางข้างลำตัว ทอดถอนหายใจเสียงดัง

ฉวีเองก็พลอยถอนหายใจตามไปด้วย นางมองบุตรชายอย่างเห็นใจไม่น้อย เพราะรู้ว่าชายหนุ่มรักนิลินจริง เพียงแต่เขาก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ที่ย่อมทำผิดพลาดได้ทุกเมื่อ และความผิดพลาดครั้งนั้นจะเป็นบทเรียนให้กับลูกชายของนางได้เป็นอย่างดี เพราะเขาคงรู้แล้วว่านิลินก็เป็นคนจริงคนหนึ่ง ที่ไม่ยอมให้คนที่รักหักหลังหรือทำให้เจ็บอยู่เพียงฝ่ายเดียว เด็กคนนั้นสามารถตัดคนที่รักออกจากชีวิตได้ในทันทีที่รู้ว่าเขากำลังนอกใจ...

“เอาเถอะ จะยังไงก็ตาม แม่เอาใจช่วย” 

คมน์ยิ้มให้แม่ ดวงตาของเขากระจ่าง และมั่นใจว่าเขาจะต้องทำสำเร็จ อาจจะไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอก แต่ต้องมีสักวันแน่ๆ ที่นิลินยอมยกโทษให้เขา

“แม่เตรียมตัดชุดสวยๆ ได้เลย เพราะคราวนี้ผมไม่รออีกแล้ว  คืนดีกันเมื่อไร ผมจะแต่งเลย”

เขาบอกแม่อย่่างหมายมั่นปั้นมือ ทำให้คนฟังค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้

“ไปง้อเขาให้สำเร็จก่อนเถอะ แล้วค่อยมาพูดเรื่องนี้กับแม่”

สิ้นเสียงของมารดา เสียงห้าวทุ้มน์ก็หัวเราะดังลั่น ดวงตาเป็นประกายสดใส หมายมั่นว่าสักวันเตียงหลังนี้จะมีคนที่เขารักมาช่วยทำให้มันอุ่นขึ้น
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

113 ความคิดเห็น

  1. #111 PPich_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:40
    คือลูกตัวเองเป็นคนนอกใจแล้วผู้หญิงทิ้งไปเนี่ยแม่ไม่คิดโทษลูกหน่อยเหรอ
    #111
    0
  2. #106 tom247 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 08:32
    555เดี๋ยวนะแม่ใครทิ้งใครก่อนไม่สำคัญเท่าสาเหตุที่ทิ้งหรอกมั๊งแม่
    #106
    0
  3. #33 bunmatong276 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:00
    มันเป็นข้อแก้ตัวของตัวผู้เวลามันอยาก
    #33
    0
  4. #32 Papa24579 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:22
    เอ๊าาา​ เราก้อรอเผือกว่าทำมั้ยเค้าเลิก
    โถ่ถถถอิพี่ชั้นว่าคงยากล่ะนะแกร
    ทำใจเอาไว้บ้างนะอิพี่นะ
    #32
    0
  5. #31 Cheeryblue (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:45
    อ่าววว อิพี่คมน์ เลิกกันเพราะ นอกใจหรอ

    แบบนี้ไม่น่าจะคืนดีด้วยหรอก ข้อหาร้ายแรงสำหรับผญ.
    #31
    0
  6. #30 tutue (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:03

    ง้อให้สำเร็จนะพี่คมน์ คนมั่นหน้า

    #30
    0
  7. #29 NisaSirisambhand (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:33
    ออกอีบุ้คเมื่อไหร่คะ
    #29
    0