กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 12 : บทที่ ๖ เพื่อนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    13 ก.พ. 63







เพื่อนเก่า






ร่างสูงใหญ่ซ้ำยังกำยำของชายผิวเข้มก้าวลงจากรถจี๊ปสีดำที่หน้าบ้านของนิลิน ทำให้คนที่อยู่ในบ้านต้องก้าวออกมาดูพลางหรี่ตามอง กระทั่งชายร่างสูงมาหยุดอยู่ด้านนอกรั้ว ความคลับคล้ายคลับคลาทำให้หญิงสาวพยายามนึก และเมื่อคนที่อยู่นอกรั้วส่งยิ้มให้ หญิงสาวจึงจำได้ในวินาทีนั้น

“โนช!”

เสียงร้องทักออกมาด้วยความดีใจเรียกมารดาให้ก้าวตามออกมาจากภายในบ้าน ส่วนหญิงสาวเดินแกมวิ่งออกไปเปิดประตูรั้วให้เพื่อนเก่าทันที

“โนชเหรอ โอ๊ย หายไปไหนมาตั้งนาน เข้ามาก่อนนะ ลินเปิดรั้วให้”

มาโนชยิ้มให้หญิงสาวอย่างยินดีไม่แพ้กัน ดวงตาคู่คมลอบมองเพื่อนรักในอดีตไม่คลาด

“ดีใจที่เจอลินเหมือนกัน ยังคิดอยู่ว่าลินจะอยู่บ้านไหม” ชายหนุ่มกวาดตามองอดีตเพื่อนด้วยแววตาชื่นชม นิลินยังคงน่ารักเช่นเดิม และสวยมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว 

สายตาชื่นชมที่มาโนชมองมาอย่างไม่คิดปิดบังความรู้สึกทำให้นิลินแก้มร้อน 

“เข้าบ้านก่อนเถอะ” หญิงสาวรีบเปิดรั้วให้เพื่อนนำรถเข้ามาจอดเอาไว้ภายในบริเวณบ้าน มาโนชยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วรีบขยับรถเข้ามาทันที หญิงสาวรอจนอีกฝ่ายลงมาจากรจี๊ปแล้วเดินนำเข้าไปด้านในซึ่งมีมารดายืนรออยู่ นางกำลังคิดว่าคนตัวโตหน้าตาดีที่เดินตามหลังบุตรสาวมานั้นเป็นใคร

“สวัสดีครับแม่ ผมมาโนชเองครับ” เขาทำความเคารพจำปีพร้อมกับแนะนำตัวเองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจำเขาไม่ได้ 

จำปีนิ่งคิด แล้วก็เบิกตาโตก่อนจะยิ้มกว้างแล้วก้าวเข้าไปหา ยกมือขึ้นลูกไหล่ลูบแขนอีกฝ่ายอย่างดีใจแกมแปลกใจและชื่นกับความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจนไม่อยากจะเชื่อสายตาของมาโนช 

จากเด็กหนุ่มยากจน หยุดเรียนเพียงแค่มอหกแล้วเดินทางตามบิดาออกจากหมู่บ้านไปทำงานก่อสร้าง วันนี้มาโนชกลับมาพร้อมความสมบูรณ์พรั่งพร้อมกลายเป็นชายหนุ่มกำยำ มีสง่าราศีจนจำไม่ได้

“ตายแล้ว นี่โนชเองเรอะ โตเป็นหนุ่มใหญ่ หล่อเสียจนแม่จำไม่ได้เลย แล้วนี่กลับมาเยี่ยมบ้านใช่ไหม พ่อเราล่ะ มาด้วยหรือเปล่า”

จำปีไต่ถามถึงคนเคยรู้จัก ยินดียิ่งนักที่ได้พบหน้ากันอีกครั้ง เพราะจากไปนานจนแทบลืมเลือน

“พ่อก็มาครับ ตอนนี้อยู่ที่บ้านป้า ผมเลยขอตัวมาหาแม่กับ    ลินที่นี่” มาโนชบอกเล่า สายตาคมเข้มมองเพื่อนรักที่เขาไม่เคยลืมเลือนเป็นระยะ ทำให้จำปีปรายตามองลูกสาวแล้วยิ้มจาง

“เอ้าๆ มานั่งก่อนมาลูก แล้วนี่ถืออะไรมาเยอะแยะ” นางหลุบสายตามองของพะรุงพะรังในมือของชายหนุ่ม มาโนชนึกได้จึงรีบยกของฝากส่งให้กับสองแม่ลูก

“ก็พวกของฝากน่ะครับ ผมหิ้วมาฝากแม่กับลิน ช่วยรับไปด้วยนะครับ ผมตั้งใจซื้อมาฝากจริงๆ”

ทั้งสีหน้าแววตาและน้ำเสียงจริงใจของชายหนุ่มรุ่นลูกทำให้คนเป็นแม่รับไปด้วยความตื้นตันใจ

“ขอบใจมากนะโนช”

“ครับแม่” 

“นั่งคุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่มา” จำปีเปิดทางให้สองหนุ่มสาวได้พูดคุยกันอย่างสะดวก ระหว่างนั้นนางก็หายเข้าไปใสครัว เตรียมผลไม้และเครื่องดื่มต้อนรับแขก

มาโนชกวาดตามองเพื่อนรักด้่วยสายตาชื่นชมไม่หยุดหย่อน มองนานเสียจนคนถูกมองรู้สึกเขินนิดๆ 

“มองอะไรนักหนาโนช” นิลินเอ่ยทักท้วงพลางยิ้มให้ มาโนชกะพริบตาที่จ้องมองเพื่อนรักซึ่งอยู่ในใจของเขาไม่เคยจางพร้อมรอยยิ้มกว้าง ดีใจเหลือเกินที่ได้พบหล่อนในวันนี้

“ก็มองลินน่ะสิ รู้ไหม ตอนที่เราขับรถมาบ้านลิน เราลุ้นแทบตายว่าจะได้เจอลินหรือเปล่า ใจหนึ่งก็กลัวไม่เจอ ถึงกับขนาดภาวนาของให้ลินอยู่บ้านเลยนะ” เขาบอกพลางหัวเราะขันตัวเอง ทำให้่นิลินต้องหัวเราะตามไปด้วย เวลานั้นหญิงสาวได้มีโอกาสสำรวจเพื่อนในอดีตคนนี้ชัดๆ เป็นครั้งแรก

มาโนชมีร่างกายสูงใหญ่กว่าแต่ก่อนมาก ใบหน้าแม้ไม่ถึงกับหล่อเหล่าแต่ก็คมคายเรียกสายตาสาวๆ ได้ไม่ยาก หล่อนเคยรับรู้มาจากแม่ว่าอีกชายหนุ่มติดตามบิดาขี้เหล้าออกจากหมู่บ้านไปทำงานก่อสร้างกับญาติ ทำให้นึกเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้เรียนอย่างที่เขาต้องการ แต่ก็เข้าใจดีว่าเป็นเพราะฐานะที่ยากจนข้นแค้น ทำให้มาโนชจำต้องหันเหไปทำงานแทน

“แม่เคยบอกว่าโนชตามพ่อไปทำงานก่อสร้าง ตอนนี้โนชยังทำอยู่หรือเปล่า”

มาโนชยิ้มให้เพื่อนรัก เขาไม่เคยอายที่จะบอกกับใครว่าตนนั้นเคยทำงานอะไรมาก่อน หลายคนอาจมองว่าเขานั้นต่ำต้อย แต่เพราะงานต่ำต้อยนี้นี่แหละที่ทำให้เขามีวันนี้

“ใช่ ตอนที่เรียนจบมอหกเรากะจะไปสมัครงานโรงงาน แต่พอดีลุงของเราที่เป็นช่างรับเหมาก่อสร้างมาหาและชวนให้พ่อเราไปทำงานด้วย เราก็เลยตัดสินใจไปกับพ่อ ไม่ได้ไปทำงานโรงงานเหมือนที่คิดเอาไว้ในตอนแรกหรอก”

เขาเล่าด้วยสีหน้าเจือยิ้ม ไม่ได้มีอาการอึดอัดหรืออับอายใดๆ ตรงกันข้ามเขาดูภาคภูมิใจกับเส้นทางชีวิตเส้นนี้เสียด้วยซ้ำไป 

นิลินมองเพื่อนที่แตกต่างออกไปจากเดิม แตกต่างไปในทางที่ดี แล้วคิดว่าเขาคงประสบความสำเร็จกับชีวิตและอาชีพที่เลือกนี้ไม่น้อย รับรู้ได้จากความสมบูรณ์พูลสุขที่ปรากฏชัดในยามนี้

“แล้วเป็นไงบ้าง โนชคงเหนื่อยมากใช่ไหม” 

น้ำเสียงอาทรที่ไม่เคยต่างไปจากวันวานของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มตื้นตันใจ เขามองคนตัวบางใบหน้างามตรงหน้าแล้วหัวใจวิบวับพราวพร่าง ตวามรู้สึกที่เคยมีต่อหล่อนยังคงอยู่ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

“ตอนแรกเราเหนื่อยมาก เกือบจะถอดใจไปหลายหน แต่พอเห็นพ่อที่ขี้เหล่าของเราทำงานหนัก เราก็สงสาร กัดฟันทำไปเรื่อยๆ วันหนึ่งลุงของเราเห็นแวว เลยเรียกเราไปสอนงาน สอนทุกอย่างเริ่มตั้งแต่เป็นจับกังไปจนถึงวิธีการสร้างบ้าน เรารู้สึกสนุกมาก เราทำกับกับลุงได้สักปีหนึ่ง ก็เลยไปสมัครเรียนต่อ เราสอบเข้าเทคนิคได้ แล้วเลือกเรียนช่างก่อสร้าง ระหว่างเรียนเราก็ยังทำงานเป็นจับกังนะ หาเงินเรียนไปด้วย จากนั้นเราสอบเข้ามาหาวิทยาลัย เรียนจบก็คิดจะกลับมาทำงานกับลุงเหมือนเดิม แต่ลุงไล่ให้เราไปทำงานกับบริษัทใหญ่ๆ ลุงบอกว่าเราต้องหาประสบการณ์ให้มากกว่านี้ เราก็เลยทำตามคำแนะนำ จากนั้นเราได้ทำงานกับบริษัทรับสร้างบ้าน” เขาบอกชื่อ ทำให้หญิงสาวอ้าปากค้างทำตาโต เพราะเป็นบริษัทดังระดับประเทศ 

“โอ้โห ใครจะคิด” นิลินดีใจจนน้ำตาซึม ไม่คิดว่าเพื่อนรักที่เคยอัตคัดขัดสนไปเสียทุกอย่างนั้นสุดท้ายกลับถีบตัวเองสู่จุดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ได้ขนาดนี้ 

มาโนชยิ้มกว้าง แววตาพราวระยับบอกถึงความภูมิใจในตัวเองอย่างเปี่ยมล้น




















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #41 fsn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:37

    ดีคะ มีคู่แข่ง ดีและเก่งเหมือนกัน จะได้เป็นมวยถูกคู่

    #41
    0
  2. #22 IDFOUR (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:01
    ใจเย็นไม่ได้แล้วนะพี่นะ

    ระวัง

    มคปด

    นะครับนะ

    555
    #22
    0
  3. #21 tutue (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:56

    คู่แข่งมาแล้วนะ พี่คมน์

    #21
    0