กลิ่นไอรักร้าย

ตอนที่ 10 : บทที่ ๕ หวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    10 ก.พ. 63







หวน





ร่างบอบบางก้าวออกมานั่งหน้าบ้านพร้อมแก้วกาแฟ วันนี้นิลินแต่งตัวรัดกุมเพราะตั้งใจออกไปไร่กับมารดา

ระหว่างนั้นก็นั่งคิดถึงเรื่องวันก่อน ภาพสาวสวยที่เข้ามาแนะนำตัวเองต่อหน้าหล่อน กับภาพของคนทั้งสองที่หันหลังเดินจากไปรบกวนจิตใจของหญิงสาวให้ฟุ้งซ่าน และทางเดียวที่จะทำให้เลิกคิดถึงก็คงจะต้องทำงานอะไรสักอย่างให้ไม่ว่าง เหนื่อยเพลียและหลับไปโดยไม่ต้องคิดถึงใครอีก

เสียงถอนหายใจดังแผ่วๆ ทำให้จำปีที่ก้าวเข้ามาหาขมวดคิ้ว

“เป็นอะไร”

หญิงสาวหันไปยิ้มให้มารดา

“คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะแม่”

เมื่อลูกสาวตอบออกมาเช่นนั้น จำปีจึงคว้าเสื้อแขนยาวขึ้นมาสวม เตรียมออกไร่ เห็นเช่นนั้นนิลินดื่มกาแฟรวดเดียวหมดแก้ว

สองแม่ลูกพากันขี่มอเตอร์ไซค์มาจนถึงไร่ที่ทิ้งร้างว่างเปล่า โดยนิลินเป็นคนขับและมารดาเป็นคนซ้อน หญิงสาวขับรถผ่านไร่ของคมน์ เห็นคนงานของเขาเริ่มลงมือทำงาน มองไปใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็เห็นรถกระบะคุ้นตาจอดอยู่ ไกลออกไปมีรถไถคันใหญ่สีส้มสดกำลังยกร่องอยู่สองคัน

“คมน์มาแต่เช้าเลย” จำปีกล่าวขึ้นขณะที่ลูกสาวจอดรถที่ใต้ร่มไม้ริมธาร หญิงสาวปรายตามองตามแวบหนึ่งก่อนจะเมินอย่างรวดเร็วแล้วเริ่มสำรวจที่ทางของตน

“เราทำรั้วไหมแม่” ออกความคิดขณะเดินสำรวจที่และคิดว่าจะปลูกอะไรดี

“ทำรั้ว?” แม่ทำหน้าเหมือนลูกสาวพูดอะไรไม่เข้าท่า ก่อนจะกวาดตามมองไปรอบที่ดินที่ไกลสุดหูสุดตา คนเป็นลูกมองตามแล้วถอนหายใจยาวพลางบอก

“ก็แค่พูดไปงั้นเอง” เอ่ยเสียงอ่อย ทำเอาแม่ค้อนขวับแล้วก้าวต่อไป

“ปลูกมันแล้วกันนะ ทิ้งเอาไว้ไม่ได้ประโยชน์” นางวกกลับเข้าเรื่องเพาะปลูกขณะหยุดอยู่ริมธาร มองภาพมุมกว้างแล้วคิดถึงอดีตยามที่สามียังอยู่กับตน ก่อนจะปัดภาพความทรงจำเหล่านั้นทิ้งลงอย่างรวดเร็ว

นิลินนิ่งเงียบไปอึดใจ ใบหน้างามมีรอยยิ้มระบาย เห็นด้วยกับแม่ หญิงสาวหันมามองมารดา แล้วคิดว่าถึงเวลาแล้วที่หล่อนควรจะเป็นฝ่ายต้องคอยดูแลแม่ให้ดี ตอบแทนที่แม่เคยดูแลตนและพี่สาวมาโดยตลอด

“ตกลง มันก็มัน วันนี้เราไปหารถไถมายกร่องก็แล้วกันนะแม่”

จำปียิ้มตอบลูกสาว แปลกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายยอมตกลงง่ายๆ แต่ดีใจมากกว่าที่ลูกตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านกับตน

อีกฟากหนึ่งของไร่ แม้จะอยู่ไกลแต่คมน์ก็เดาได้ทันทีว่าต้องเป็นร่างของสองแม่ลูกแน่ คนที่นั่งอยู่บนรถไถยิ้มนิดๆ เขาเร่งไถจนตกร่องแล้ววกกลับ พอถึงครึ่งเขาก็หยุดแล้วเรียกลูกน้องมาขับแทน

“ขับต่อทีนะ เดี๋ยวพี่มา” เขาบอกลูกน้องหนุ่มขณะลงจากรถไถ แล้วเดินตรงไปที่รถกระบะของตน

สองแม่ลูกหยุดพูดคุยเมื่อรถกระบะคุ้นตาขับมาจอดอีกฟากหนึ่งของลำธาร ร่างสูงเปิดประตูก้าวออกมา ใบหน้าชื้นเหงื่อยิ้มให้กับคนทั้งสอง เช่นเดียวกับเนื้อตัวที่ชุ่มน้ำ เขาคงออกมาทำงานแต่เช้ามืด ไม่อย่างนั้นคงไม่มีสภาพเหงื่อซกแบบนี้

“มานานหรือยังครับ” เขากระโดดข้ามลำธารช่วงที่แคบ แล้วไปหยุดตรงหน้าสองแม่ลูก ใบหน้าคมเข้มค่อนข้างหมอง บนศีรษะสวมหมวกบักเก็ตสีดำ

“เพิ่งมาสักพัก วันนี้แดดแรงน่าดูเลยนะคมน์ มานานแล้วเหมือนกันใช่ไหมเนี่ย” 

คมน์ยิ้มให้จำปีและไม่ลืมเลยไปยังนิลินด้วย หญิงสาวยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเสมองไปทางอื่น มุมปากได้รูปของคนตัวโตกดยิ้มลงแล้วตอบคำถาม

“มาตั้งแต่เช้ามืดครับ จะรีบทำให้เสร็จวันนี้ แม่มาดูที่จะทำอะไรหรือครับ”

คนที่ใช้เท้าเขี่ยดินไปมาขณะยืนฟังแม่และคมน์คุยกันชะงักกึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนถาม

“แม่กับลินว่าจะปลูกมันน่ะ วันนี้ว่าจะไปหารถมายกร่อง”

คมน์มองนิลินแวบหนึ่งก่อนจะหันมาเอ่ยกับจำปี

“ไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอกครับ ให้ผมไถให้ก็ได้” เขารับอาสาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น 

“ไม่เป็นไรหรอก เราไม่อยากรบกวนน่ะ” นิลินตอบออกมาทันทีเช่นกัน สีหน้าค่อนข้างเรียบเฉย คมน์สบตาอีกฝ่ายนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา

“ไม่เป็นไรเหมือนกัน ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ได้รบกวนอะไร ตกลงตามนี้นะครับแม่ ผมยกร่องที่ไร่เสร็จจะมาทำให้ ไม่ต้องไปหาที่อื่น”

จำปียิ้มให้ชายหนุ่มร่างสูง พลางเหลือบตามองลูกสาวที่ทำหน้าตึง แสดงออกถึงความไม่พอใจขึ้นมาอีกหน ก่อนจะหันไปยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างขอบใจ

“แม่เองก็เกรงใจนะ แต่ถ้ารถคมน์ว่าง แม่ก็ตกลง แต่ว่าคมต้องรับค่าจ้างนะ เพราะถ้ามาไถให้ฟรีๆ แม่คงรับไว้ไม่ได้”

คมน์นิ่งอึ้ง เขาไม่เคยคิดจะรับเงินจากจำปี แต่เมื่อมองดวงหน้างามที่เย่อหยิ่งตรงหน้าและมองเห็นความลำบากใจของจำปีเขาจำต้องตกลง

“ตกลงครับ ผมคิดค่าจ้าง” 

คำตอบและรอยยิ้มของคมน์ทำให้จำปียิ้มออกมาอย่างโล่งอก ขณะที่ลินินแอบค้อนเขาขวับหนึ่ง ทว่าคมน์ได้เห็นอาการตวัดตาแวบ เขายิ้มกริ่มแล้วหันไปคุยกับมารดาของหญิงสาว 

นิลินได้แต่แอบมองเขาอย่างหมั่นไส้ เพราะเหตุการณ์วันก่อนยังชัดเจน ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงยังพาตัวมาคอยป้วนเปี้ยนใกล้ชิดครอบครัวของหล่อนไม่ยอมไปไหนเสียที 

“ผมกลับก่อนนะครับแม่” เขายิ้มให้ทั้งคู่ หญิงสาวไม่อยากยิ้มตอบเลยแต่มารยาททำให้ต้องยิ้มตอบเขาไป 

พอคมน์กลับไปทำงานของเขา จำปีก็หันมาเอ่ยกับลูกสาว

“นี่ถ้าเสี่ยคมน์แต่งงานเมื่อไร แม่คงต้องใส่ซองเยอะหน่อย ก็ดูเอาเถอะ ไม่ว่าแม่จะทำอะไร ก็รีบอาสาไม่เคยรีรอหรืออิดออดเลยสักครั้ง” 

จำปีกล่าวด้วยสีหน้าแจ่มใส อาการปลาบปลื้มชัดเจนจนคนเป็นลูกต้องมองอย่างละเหี่ยใจ เพราะแม้จำปีจะเลิกหวังได้อีกฝ่ายมาเป็นเขย แต่ก็ยังคงเอ็นดูรักใคร่ราวกับอีกฝ่ายเป็นลูกชายอีกคนไม่ปาน

คำพูดของมารดาทำให้นิลินคิดถึงสาวสวยนามว่าพิมพ์พิลาศทันที แล้วต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้าเมื่อคิดได้ว่าอีกฝ่ายแนะนำตัวว่าเป็นน้องสาว แต่มีน้องสาวที่ไหนที่ทำท่ามองพี่ชายตัวเองแบบนั้นกันล่ะ

“อาจจะอีกไม่นานนะแม่ วันก่อนเห็นพาสาวมาที่บ้านเราด้วย หน้าตาสวยดี ท่าทางหวงเขาไม่น้อย” 

เอ่ยพลางทำหน้าหมั่นไส้ออกมาชัดเจน จนคนเป็นแม่ต้องมองซ้ำ นางยิ้มขันแล้วบอก

“จริงก็ดีสิ คมน์อายุไม่น้อยแล้ว แถมต้องทำงานหนัก ถ้ามีเมียมาดูแลก็คงจะดี” 

อาการสนับสนุนของมารดาสร้างความหงุดหงิดใจให้กับนิลิน อย่างไม่อาจห้ามได้ หญิงสาวถอนหายใจแล้วหันไปมองคนที่กำลังขึ้นรถไถด้วยสายตาขุ่นมัว ริมฝีปากขบเม้ม พยายามบอกตัวเองว่าก็ช่างสิ เขาจะแต่งงานกับใครก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับหล่อนสักนิด ดีเสียอีก ถ้าเขาแต่งงานหล่อนนี่แหละจะไปช่วยงานเสียด้วยซ้ำ 

หญิงสาวบอกตัวเองอย่างนั้น แต่ไฉนหัวใจจึงห่อเหี่ยวยามคิดถึงงานมงคลของอีกฝ่ายกับผู้หญิงอื่น 

ท่าทางขบปากขมวดคิ้วของลูกสาวไม่พ้นสายตาของมารดา จำปีส่ายหน้ายิ้มๆ นางรู้ว่าลูกสาวยังผูกพันกับคมน์ แม้จะปากแข็งว่าไม่รักไม่ชอบอีกต่อไป แต่สิ่งที่สื่อออกมาจากแววตาและสีหน้าไม่อาจปิดบังได้ทั้งหมด

เฮ้อ ลูกนะลูก 





ปล.พ่อพระเอกชื่อประภาสนะคะ ไม่รู้จำนงค์มายังไง 5555 นังนิราอร แกรเอาชื่อพ่อพระเอกคนไหนมาใส่เรื่องนี้ ภายใต้ความเขียนหลายเรื่อง ภายใต้ความเบลอ จึงเอาชื่อเรื่องอื่นมาใส่เฉยยยย  ขออภัยค้าบบบ


นิราอรหาช่องทางตอบนักอ่านไม่ได้เลยค่ะ เมื่อก่อนมันเคยมี แต่ตอนนี้หาไม่เจอ ขอตอบตรงนี้นะคะ อิอิ










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

113 ความคิดเห็น

  1. #19 bunmatong276 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:40
    อยากรู้สองคนนี้ทำไมเลิกกัน
    #19
    0
  2. #18 thansingsiriporn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:27

    ตกลงพ่อของนิลินไปมีครอบครัวใหม่หรือตายชักงง

    #18
    0