เสน่หาวิวาห์วอน

ตอนที่ 11 : บทที่ ๓ ไม่รักไม่ต้องแคร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    20 ก.พ. 62






หลังกลับจากงานเลี้ยง คุณอารยาและสามีต่างแยกไปอีกปีกหนึ่งของตัวบ้าน ส่วนกษิดิศและอันธิตาแยกไปอีกด้านหนึ่ง ต่างคนต่างเงียบราวกับรอให้บางอย่างระเบิดออกมาท่ามกลางอารมณ์ที่กำลังปะทุ กระทั่งเข้ามาอยู่ในห้องตามลำพังชายหนุ่มจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเมื่อคิดว่าไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป

“อันมีอะไรจะบอกกับพี่หรือเปล่า” ร่างบางหันกลับมาสบตาเขา แววตาเต็มไปด้วยคำถาม ในขณะที่ดวงตาสีเข้มจ้องมองเข้าไปนัยน์ตาของภรรยาราวจะค้นคว้าและกระชากบางอย่างออกมาจากหน้ากากแห่งความเย็นชาให้ได้ “พี่รู้สึกว่ามีบางอย่างที่อันยังไม่ได้บอกพี่”

น้ำเสียงของกษิดิศแม้จะไม่ห้วนแต่ก็ไม่อ่อนโยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแววตาของเขาเวลานี้มีแต่ความเย็นชาและจับผิดจนหญิงสาวต้องหรี่ตามอง

“พี่ดิศกำลังหาเรื่องอันนะคะ”

“ฮึ!” น้ำเสียงเยาะหยันจากชายหนุ่มทำให้อันธิตาขมวดคิ้ว ในขณะที่ดวงตาคมปลาบสบตาคู่สวยอย่างเอาเรื่อง มองหน้าซื่อๆ เหมือนคนไม่รู้อะไรของหญิงสาวแล้วเขายิ่งโกรธ คงคิดล่ะสิว่าเขาโง่เป็นควายให้หล่อนปั่นหัวเล่น 

“อย่ามาตีหน้าซื่อหน่อยเลยอัน อย่าคิดนะว่าพี่ไม่รู้ว่าอันทำอะไรลับหลังพี่ บอกเอาไว้เลย จะทำอะไรก็อย่าให้ประเจิดประเจ้อนัก ถ้าไม่คิดถึงหน้าพี่ ก็คิดถึงหน้าคุณพ่อกับคุณแม่ของอันบ้างก็แล้วกัน!”

คำประณามของเขาทำให้อันธิตาตัวสั่น มือกำแน่น ใบหน้าแดงก่ำ

“พี่ดิศพูดเรื่องบ้าอะไร!” ใบหน้างามแดงก่ำเพราะความโกรธต่างจากอีกฝ่ายที่มีสีหน้าเย้ยหยันราวกับว่ารู้อะไรมาอย่างนั้น แต่เมื่อคิดถึงคนรักของเขาดวงตาก็วาวโรจน์ พอผู้หญิงคนนั้นกลับมาก็หาเรื่องหล่อนเลยใช่ไหม หญิงสาวกัดฟัน ข่มความโกรธแล้วบอก

“พี่ดิศจะทำอะไรอันไม่เคยว่า แต่อย่าหาเรื่องอัน อีกอย่าง... ถ้าจะพูดถึงเรื่องทำตัวประเจิดประเจ้ออะไรนี่ บอกตัวเองดีกว่านะคะ ว่าถ้าคิดจะทำอะไรกับใครลับหลังอัน ก็ขอให้รักษาหน้าอันบ้าง อย่าให้ใครเขามาว่าเอาได้ ว่าสามีของอันทำตัวมั่วกับผู้หญิงอื่น อุ๊ย!!”

พูดไม่ทันจบประโยคดี ร่างบางก็ถูกกระชากเข้าไปหาจนอกอิ่มกระแทกเบียดเข้าหาอกกว้างกำยำของคนตัวโตโดยไม่ทันระวัง 

“พี่ดิศจะบ้าหรือไง ปล่อยอันนะ!”แหวกลับด้วยความตระหนก ใจเต้นแรง มือเรียวผลักดันแผงอกล่ำสันของคนที่กระตุกยิ้มเครียด

“ก็ไม่ได้อยากแตะนักหรอก!” เขาโต้กลับด้วยใบหน้าเครียดจัด ทำให้อันธิตานิ่งอึ้งใบหน้าเผือดลงทันที

“บอกให้รู้ไว้เลย ผู้หญิงคนเดียวที่พี่เต็มใจแตะต้องคือปลา และจำเอาไว้ว่าพี่รักเขาไม่ว่าอันจะคิดอะไรยังไงพี่จะไม่สนอีกแล้ว แต่สำหรับอัน ถ้าจะสวมเขาให้พี่ก็คิดสักนิด เพราะอันเป็นผู้หญิง พ่อแม่มีหน้ามีตา อันเองก็เป็นที่รู้จักของคนอื่น ทำอะไร ระวังหน่อยแล้วกัน!”

เขาผลักหล่อนออกห่างราวรังเกียจ หญิงสาวเซเกือบล้ม ใบหน้าร้อนวาบสายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังและเจ็บปวด ไม่คิดว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตร คนโกรธควรเป็นหล่อนสิถึงจะถูก แต่นี่มันอะไรกัน กลับมาถึงเขาก็หาเรื่อง พูดจาดูถูก ทำกิริยาหยาบคายใส่ ทั้งที่คนผิดคือเขาและผู้หญิงคนนั้น หนำซ้ำยังปล่อยให้มาระรานหล่อน นอกจากจะให้ร้ายหล่อนแล้ว เขาไม่เคยให้เกียรติหล่อนเลย...

น้ำตาคลอหน่วยตาคู่สวย หญิงสาวสบตาดุดันคู่นั้นแล้วเมินหน้าหนี ไม่อยากเห็นแววตาโกรธเคืองที่เขามีต่อหล่อน

“ไม่ว่าพี่ดิศจะกล่าวหาอันเพราะอะไรก็ตาม แต่อันบอกพี่ดิศได้อย่างหนึ่งว่า คนอย่างอัน ไม่คิดจะทำเรื่องระยำแบบนั้นแน่นอน ต่อให้พี่ดิศจะมีผู้หญิงอื่นอีกสักกี่คนก็ตาม!”

ร่างบางหมุนตัวตรงไปยังประตู ต้องการออกไปให้พ้นหน้าคนใจร้าย ทว่ายังไปได้ไม่ไกล คำพูดบาดใจก็ดังตามมา

“ผู้หญิงอื่นที่อันพูดถึง เขาเป็นคนที่พี่รัก ขอให้อันรับรู้เอาไว้ ปาริสาคือผู้หญิงคนเดียวที่พี่จะรัก และสักวันพี่กับเขาจะได้อยู่ด้วยกัน ...ไม่ใช่อัน”

ร่างงามชะงักงัน ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยอาการปวดหนึบในใจ น้ำตาเอ่อเต็มหน่วยตาแล้วไหลลงอย่างไม่อาจกลั้น ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นสั่นระริกค่อยๆ ยิ้มออกมาบางเบา รอยยิ้มนั้นเจ็บปวด สมเพช แต่ไม่มีใครได้เห็นมัน ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องนอน ทิ้งให้คนที่ตั้งใจใช้คำพูดเชือดเฉือนความรู้สึกของภรรยายืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน จนเมื่อหล่อนออกไปแล้ว เขากลับอ่อนแรงลงทันที ไม่ได้ยินดีกับสิ่งที่กล่าวออกไปเลย ตรงข้ามยิ่งรู้สึกแย่และปวดหน่วงในใจอย่างประหลาด...

“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ” มือใหญ่ดึงสูทออกจากร่าง แล้วกระชากเนกไทออกจากคอเสื้อ ดวงตาหม่นแสงลงยามคิดถึงแววตาเจ็บช้ำของอันธิตา เขาไม่เข้าใจว่าหล่อนจะเจ็บช้ำอะไรนักหนา ในเมื่อกำลังระเริงอยู่กับคนอื่น ในขณะที่เขาหลงชื่นชมหล่อนว่าเป็นผู้หญิงที่ดีงาม เพียบพร้อม จนบางครั้งยังเผลอมองหล่อนด้วยสายตาอ่อนโยน เอ็นดูและเกิดความรู้สึกอ่อนหวานในใจบ่อยๆ ในระยะหลังมานี้…

ชายหนุ่มรีบปัดความรู้สึกอันยากอธิบายที่มีต่ออันธิตาออกจากใจ เขาจะไม่คิดถึงผู้หญิงที่เชิดหน้าเย่อหยิ่งอีกต่อไป เพราะหล่อนก็แค่ผู้หญิงที่ต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่างนั่นแหละ ไม่เหมือนปาริสาที่รักเขาอย่างจริงใจ และรอคอยเขาเพียงผู้เดียว กษิดิศบอกตัวเองเช่นนั้น ทว่าลึกลงไปกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่เข้าใจตัวเอง เมื่อคิดว่าอันธิตากำลังแปรเปลี่ยนความสนใจ ความชื่นชมที่เคยมีต่อเขาไปให้ใครอื่น แววตาของหล่อนจึงมองเขาราวอากาศธาตุ ไร้ซึ่งความหมาย ที่ยังทำดีต่อกันอาจเป็นเพราะผลประโยชน์ที่จะได้รับในจุดหมายปลายทาง เมื่อถึงเวลานั้น หล่อนคงเฉดหัวเขาทิ้งอย่างไม่ไยดี...

ขณะเดียวกัน อันธิตาแอบมาขังตัวเองในห้องสมุด หญิงสาวร้องไห้จนไม่มีน้ำตา หนังสือที่หยิบออกมานั้นถูกเปิดค้างบนตัก ความเสียใจ น้อยใจประเดประดังโถมทับ กระทั่งความอ่อนเพลียทำให้หญิงสาวเผลอหลับไปทั้งน้ำตา...

ร่วมตีสอง แต่อันธิตาไม่ยอมกลับเข้าห้อง ชายหนุ่มที่นอนพลิกไปพลิกมา ไม่สบายใจนับแต่พูดรุนแรงไปกับหล่อน ครู่หนึ่งจึงลุกนั่ง หน้านิ่วคิ้วขมวดขณะมองไปยังประตูห้องนอนที่ไม่มีวี่แววว่าร่างงามของภรรยาจะผ่านเข้ามาเสียที จนที่สุดเขาจึงต้องออกตามหาหญิงสาว ขณะก้าวลงบันไดเขาพยายามบอกกับตัวเองว่าไม่ได้ห่วงหล่อนนักหนา แต่ที่ต้องลงไปตามเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่ากำลังมีปัญหากันก็แค่นั้น... 

“ไปไหนของเขานะ” ชายหนุ่มบ่นเมื่อไม่พบหญิงสาว เกือบเดินเลยห้องสมุดหากไม่นึกเอะใจ จึงก้าวเข้าไปด้านในแล้วผ่อนลมหายใจยาว เมื่อพบร่างระหงที่ยังอยู่ในชุดราตรีหลับซบเก้าอี้ตัวโต ชายหนุ่มยอบตัวคุกเข่าลงกับพื้น ดวงตาคมกริบมองใบหน้าหวานที่พริ้มหลับ สองข้างแก้มเป็นคราบน้ำตาแล้วใจอ่อนยวบ มือเรียวเลื่อนขึ้นแตะผิวแก้มอย่างแผ่วเบาก่อนจะเลื่อนไปหมายเขย่าร่างบางแต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ ค่อยๆ ดึงหนังสือเล่มหนาออกวางบนโต๊ะ แล้วจัดการช้อนอุ้มร่างบางที่เบาหวิวจนน่าแปลกใจขึ้นมาแทน 

เขาเคยคิดว่าหล่อนตัวเล็ก บอบบางอย่างที่สายตาเห็นแต่ไม่คิดว่าจะตัวเบาได้ขนาดนี้ คิ้วหนาขมวดมุ่น ตำหนิในใจเมื่อนึกขึ้นได้ เพราะแต่ละวันหญิงสาวแทบจะไม่แตะต้องอาหารอื่นนอกจากอาหารมื้อหลัก ซึ่งก็เพียงเล็กน้อย แบบนี้ไง ถึงได้บอบบางนัก อีกหน่อยคงเป็นโรคกระเพาะ ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอาขณะก้าวขึ้นบันได ทั้งที่ทะเลาะกันแต่เขายังมีแก่ใจเป็นห่วงคนตัวบางในอ้อมแขนที่หลับสนิท

ร่างบางถูกผ่อนลงกับเตียงนอนอย่างแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าหากหนักมือไปสักนิดอาจทำให้หล่อนตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา แต่เสียงสะอื้นเบาๆ ที่ดังออกมาจากลำคอระหงทำให้กษิดิศชะงัก หัวใจที่ไม่สงบนักอ่อนไหวอีกคราเมื่อทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง ดวงตาคมอ่อนแสง กวาดมองดวงหน้าหวานด้วยสายตาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความสับสนในตนเอง

“ไม่ใช่แค่อันเท่านั้นที่เสียใจ พี่เองก็ไม่ต่างกันนักหรอก...” เขาเกลี่ยเส้นผมที่ระลงมาตามกรอบใบหน้า จากนั่งก็กลายเป็นเอนตัวนอนตะแคงมองคนที่หลับ รู้ตัวอีกทีก็เมื่อร่างเล็กพลิกตัวหันมาซุกกายเข้าหาอ้อมอกของเขาอย่างไม่รู้ตัว มือที่ลูบแผ่วๆ บนลำแขนกลมกลึงชะงัก ใบหน้าคมคายค่อยโน้มลงยังใบหน้าหวานที่ยังคงมีเครื่องสำอางแต้มบางเบานั้นราวต้องมนตร์ และคงทำอะไรตามใจไปแล้วหาก    อันธิตาไม่ครางออกมาเบาๆ จนเขารู้สึกตัวรีบขยับห่าง ทว่าท่อนแขนเรียวเสลาที่กอดรัดมายังลำตัวของเขาทำให้ชายหนุ่มนิ่งงัน ไม่กล้าขยับ เขานอนนิ่งอยู่เช่นนั้นและมองหน้าหล่อนได้นานๆอย่างไม่เคยทำกับใครแม้แต่ปาริสา กระทั่งความง่วงงันคืบคลานเขาจึงเกี่ยวกอดร่างนุ่มเข้ามาไว้แนบอก

ใบหน้ายามหลับแต้มยิ้ม เป็นความรู้สึกแสนอบอุ่น ซาบซ่านที่เขาไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร กระนั้น เมื่อรู้สึกตัวว่าไม่ควรทำแต่เขากลับไม่ได้ขยับหนีหรือผลักหล่อนออก ตรงข้ามกลับรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้แนบแน่นยิ่งกว่าเก่า ราวกับว่าเขากำลังโหยหาความอบอุ่นจากหญิงสาวอย่างไรอย่างนั้น ก่อนกระซิบเบาๆ ชิดนวลแก้มนุ่ม เลิกคิดถึงความจริงชั่วขณะ นอกจากเขาและหล่อนในค่ำคืนแสนสั้น...

“ฝันดีนะอัน ฝันดี” เขากระซิบยามดิ่งลึกสู่ห้วงนิทรากับคนในอ้อมแขน และน่าแปลก ที่ฝันนั้นมีเพียงเขาและหล่อน ไม่มีใครอื่น เป็นฝันหวานอ่อนละมุน เพราะมีรอยยิ้มอ่อนหวานของอันธิตา...






















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #18 readernook (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:18
    ไม่คิดว่าอันจะโง่เวอร์วังเกลียดพระเอกจีจี
    #18
    0