ปานฤทัย

ตอนที่ 5 : บทที่ ๒ ขวัญเอ๋ยขวัญมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    5 ธ.ค. 61









ขวัญเอ๋ยขวัญมา






ที่ลานหน้าบ้านคนงานยังคงดื่มกินอย่างครึกครื้น โจมองหาเพื่อนร่วมงานไม่เห็นกลับมาจึงออกไปตาม

“เดี๋ยวมานะ ไปดูไอ้ชายมันหน่อย ไม่รู้ป่านนี้ฟุบไปตรงไหน” โจมุ่งหน้ายังจุดที่ชายหายเข้าไป “ไอ้ชาย ไอ้ชายโว้ย อยู่ไหนของมันวะ” ปากบ่นแต่เท้าก็ก้าวลึกเข้าไปเรื่อย หยุดอีกทีตรงช่องโหว่สามารถมองลอดออกไปยังถนนได้ โจรีบมุดออกไปแล้วกวาดตามองเพื่อนแต่ต้องชะงัก พอตั้งสติได้ก็รีบสาวเท้าไปยังรถมอเตอร์ไซค์ที่ล้มกระเท่เร่ห่างออกไปอีกไม่กี่ก้าว

“หยุดนะน้องนุ่มหยุด!” ชายคำรามลั่น

“ไม่!” หญิงสาวตวาดกลับไป น้ำตาไหลนองแก้มเมื่อจวนเจียนที่อีกฝ่ายจะคว้าหล่อนไว้ได้ทัน หญิงสาวก็ซวนเซไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมด้วยเสียงกรีดร้องที่คิดว่าดังที่สุดเท่าที่เคยกรีดร้องมาก่อน…

“กรี๊ดดด!!” 

เสียงกรีดร้องดังแว่วทำให้คนที่ยืนงงอยู่กับมอเตอร์ไซค์ชะงัก ตะแคงหูฟังอีกครั้งให้แน่ใจว่าไม่ได้หูฝาดไปจริงๆ

“กรี๊ด! อย่านะ!” 

“เสียงผู้หญิง!” โจพึมพำหน้าตื่น หันรีหันขวางก่อนตัดสินใจวิ่งตามเสียงไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นแต่ขอให้รู้เท่านั้นว่าเป็นใครที่ไหน และกำลังเป็นอะไร

“ฮ่ะ ฮ่า จะร้องทำไมเล่า ร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินน้องนุ่มคนสวย มากับพี่เถอะจ้ะ เรามาหาความสุขกัน รับรองพี่รับผิดชอบน้องนุ่มอยู่แล้ว” 

ร่างบางถดถอยหนีคนที่เดินเข้าหาอย่างย่ามใจ พร้อมที่จะตะครุบเหยื่อซึ่งล้มลงตรงหน้าทุกเมื่อ แล้วจังหวะนั้นเองที่หญิงสาวควานมือไปพบกับท่อนไม้ก่อนจะคว้ามันขึ้นมาแล้วเหวี่ยงฟาดออกไปข้างหน้าจนคนที่ย่างเท้าเข้าหาต้องชะงัก

“อ้าว! เล่นงี้เลยหรือจ๊ะน้องนุ่ม!”

“ถอยออกไป!” เสียงหวานตวาดแหว ทำให้ฝ่ายนั้นบดกรามแน่น คำรามในลำคอแล้วแย่งไม้ในมือของฤทัยรัตน์

“อย่านะ ปล่อย!”

โจชะงักกึกเมื่อวิ่งตามมาจนถึงที่เกิดเหตุ เพิ่งรู้ว่าเสียงกรีดร้องเมื่อครู่เป็นเสียงของฤทัยรัตน์และคนที่กำลังยื้อแย่งท่อนไม้กับสาวน้อยคือเพื่อนของเขาเอง!

“เฮ้ย! จะทำอะไรวะ” 

ชายหันขวับกลับไปมอง ใบหน้ากระด้างโกรธเกรี้ยวนิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าเพื่อนจะตามมาพบและขัดขวางเอาไว้ หญิงสาวเห็นดังนั้นก็เรียกร้องให้อีกฝ่ายช่วยเหลือทันที

“พี่! ช่วยหนูด้วย เขาจะทำร้ายหนู!” ฤทัยรัตน์พยุงตัวลุกขึ้นทันทีที่ชายเผลอและถอยห่างพร้อมกับท่อนไม้ในมือ นายชายชักสีหน้าบึ้งตึง โกรธทั้งเพื่อนเสียดายทั้งฤทัยรัตน์ แต่หากไม่ทำอะไรสักอย่างก็กลัวว่าเพื่อนจะไปฟ้องเจ้านาย หรือหากปล่อยให้หญิงสาวหนีไปได้เขาก็ซวยอยู่ดี

“เฮ้ย มาก็ดี เรามาแบ่งครึ่งกันดีกว่าไอ้โจ เอ็งเห็นไหม น้องนุ่มน่ารักน่ากินขนาดนี้ เอ็งกับข้าแบ่งกันสองคน รับรองสนุกแน่”

 คนตัวบางหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ใบหน้าเผือดซีดเมื่อผู้มาใหม่แววตาเปลี่ยนไปเริ่มมองหล่อนอย่างลังเล

“ไม่นะ! อย่านะ พี่ช่วยหนูด้วย อย่าไปเชื่อมัน” พยายามอ้อนวอนพร้อมๆ กับถอยหลังห่าง หาทางหนีทีไล่ 

โจมองร่างบางของฤทัยรัตน์อย่างครุ่นคิด เขาก็ชอบอยู่หรอกสาวน้อยขบเผาะหน้าใสๆ ตัวบางๆ หอมๆ แต่ถ้าเจ้านายรู้เขาก็อาจจะตายโดยไม่รู้ตัวได้ เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงพี่เลี้ยงของหลานชาย ส่วนพวกเขาเป็นแค่คนงานในฟาร์มเท่านั้น แต่เมื่อมองตาเพื่อนเขาก็รู้ได้ทันทีว่านายชายจะไม่ยอมรามือไปแน่นอน

“อย่าเลย… ถ้านายรู้เอ็งจะลำบาก” ในที่สุดโจก็ทำให้หญิงสาวใจชื้น ทว่าชายกลับชักสีหน้าและแย้งกลับ

“เฮ้ย! อะไรวะ เอ็งกับข้าไม่พูดใครจะรู้ อีกอย่าง น้องนุ่มไม่มีทางพูดแน่ เชื่อสิ” มันกระซิบกระซาบบอกเพื่อน หวังเต็มที่ให้อีกฝ่ายคล้อยตามทั้งที่ไม่เคยมีความคิดแบ่งหญิงสาวให้ใครเลย แต่วินาทีนี้การมีพวกพ้องย่อมสำคัญกว่า เพราะรู้ดีว่าปานกมลเด็ดขาดแค่ไหนหากจับได้ว่าคนในฟาร์มคิดร้ายกับพี่เลี้ยงสาวของหลานชายสุดรัก

ในขณะที่โจลังเลอยู่นั่นเอง หญิงสาวก็ฉวยโอกาสที่ทุกคนกำลังเผลอวิ่งหนีสุดชีวิตตรงไปยังบ้านของปานกมล เป็นเหตุให้ทั้งคู่อุทานออกมาด้วยความตกใจ

“เฮ้ย!! ฉิบหายแล้ว!” 

ทั้งสองวิ่งตามร่างบางอย่างรวดเร็ว ฤทัยรัตน์วิ่งไปร้องไปอย่างไม่คิดชีวิต จนเมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็คงไม่พ้นมือคนโฉดทั้งคู่หญิงสาวก็กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง ทำให้คนที่กำลังสนุกอยู่กลางลานหน้าบ้านต่างหยุดชะงัก และหันมาเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

“เสียงใครร้อง” มีคนเอ่ยขึ้น ร่างสูงของปานกมลจึงเอียงคอเงี่ยหูฟัง กระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็ไม่คิดว่าเขาจะจำผิด!

“กรี๊ดด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! คุณปานช่วยนุ่มด้วย!”

เท่านั้นเอง ชายหนุ่มและคนงานต่างวิ่งกรูออกไปยังจุดที่เสียงดังออกมา นายโจและนายชายชะงักเท้า หน้าตาตื่นเมื่อรู้ว่าทุกคนคงได้ยินเสียงของหญิงสาวแน่นอนเพราะอีกไม่กี่เมตรก็ถึงตัวบ้าน 

“ข้าไม่ไปกับเอ็งแล้ว ซวยจริงๆ” ว่าแล้วโจก็วิ่งหนีกลับไปยังทางเดิม ชายหันรีหันขวางเพียงครู่ก็วิ่งตามกลับไปโดยไม่รอดูผลงานให้เดือดร้อน

“นุ่ม!”

เสียงตะโกนด้วยความเป็นห่วงเมื่อฤทัยรัตน์ล้มลงต่อหน้าต่อตา ร่างสูงปราดเข้ามาประคองร่างบางให้ลุกขึ้น ขณะที่คนงานต่างวิ่งตามคนร้ายที่เห็นหลังไวๆ มุดเข้าไปตามแนวไม้ริมทาง

“เป็นยังไงบ้าง” ใบหน้าหวานเผือดซีดเงยขึ้นสบตาคมกริบเต็มไปด้วยแววตาแห่งความเป็นห่วงแล้วน้ำตารื้น

“นุ่ม… ไม่เป็นไรค่ะ พวกนั้น…” 

“เรื่องนี้เราจะไปคุยกันที่บ้าน” เขาเอ่ยพลางพยุงร่างบางขึ้นยืนด้วยสองแขนแข็งแรง ก่อนจะหันไปเห็นคนงานชายเดินจูงมอเตอร์ไซค์ของหญิงสาวกลับมา “ขอบใจนะ เดี๋ยวนายช่วยเอาไปไว้ที่บ้านด้วย ส่วนคนอื่นๆ ช่วยกันกระจายตัวจับไอ้พวกนั้นมาให้ได้!”

น้ำเสียงเฉียบขาดที่ถูกสั่งออกไปทำให้คนงานทำตามในทันที ชายหนุ่มพาหญิงสาวกลับเข้าบ้าน บนหน้ามุขที่ยื่นออกมามีเด็กชายปานชีวาและแม่บ้านสายใจยืนคอยอย่างใจจดจ่อ 

“เป็นยังไงบ้างจ๊ะนุ่ม” แม่บ้านเอ่ยถามขณะที่นายจ้างประคองสาวน้อยเดินผ่านหน้าไป

“เสียขวัญน่ะ” ชายหนุ่มตอบแทน เขารับรู้จากสัมผัสในขณะนี้ว่าหล่อนกำลังสั่นสะท้านไปทั้งตัว แน่นอนเป็นใครๆ ก็คงจะทั้งกลัวและตกใจหากต้องพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้

“เกิดอะไรขึ้นคะคุณปาน” แม่บ้านยังคงตามเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง ปานกมลเงยหน้าขึ้นมาหลังจากกดหญิงสาวให้นั่งบนโซฟาตัวเดียวกับเขา

“ขอบรั่นดีแก้วหนึ่ง เร็วๆ นะครับ” 

“เอ่อ...ค่ะ ได้ค่ะ” สายใจรีบหมุนตัวตรงไปยังเคาน์เตอร์บรั่นดี ไม่เข้าใจนักแต่ก็ทำตามอย่างไม่รอช้า ชายหนุ่มหันมามองร่างบางที่นั่งหน้าซีดตัวสั่นด้วยสายตาเป็นห่วง ก่อนจะยกมือขึ้นโอบไหล่นุ่มเพื่อปลอบให้หายสั่นหายกลัว ปานชีวาเห็นคุณลุงทำก็ขยับเข้ามาใกล้แล้วสวมกอดเอวบางของพี่เลี้ยงสาวเอาไว้แน่น 

“ไม่ต้องกลัวนะคับ เต้กับคุณลุงจะคุ้มครองพี่นุ่มเอง” เด็กน้อยไม่รู้อะไรมาก เขารู้แต่ว่าพี่เลี้ยงสาวกำลังหวาดกลัวและเขาก็อยากคุ้มครองหล่อนบ้าง เหมือนที่หล่อนเคยคุ้มครองเขา       ฤทัยรัตน์หลุบมองเด็กชายตัวน้อยด้วยความตื้นตัน ก่อนจะกอดรัดร่างอ้วนแน่นแล้วซุกหน้าลงกับผมเส้นเล็กๆ ของเขาอย่างต้องการเรียกขวัญกำลังใจตนเองกลับคืนมาดังเดิม ซึ่งในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความอบอุ่นบริเวณแถวหัวไหล่… 

นางสายใจเดินกลับมาพร้อมบรั่นดีก็ต้องชะงัก เมื่อสามคนที่เห็นจากเบื้องหลังทำให้นางคิดถึงภาพของครอบครัว 

“เอ่อ บรั่นดีได้แล้วค่ะ” 

ปานกมลไม่ได้ปล่อยแขนที่โอบไหล่เล็กของฤทัยรัตน์ออก แต่เขาใช้อีกมือที่ว่างรับแก้วบรั่นดีจากแม่บ้านแล้วหันไปยังหญิงสาวโดยไม่สนใจคนที่ยืนเก้กังสักนิด

“ดื่มน้ำนี่หน่อยนะ” ดวงตากลมโตหลุบมองน้ำสีคล้ำที่ถูกยื่นมาตรงหน้า แล้วสบตาคมอย่างไม่เข้าใจ

“อะไรคะ” ที่ต้องถามเพราะกลิ่นของมันไม่ต่างจากแอลกอฮอล์เลยสักนิด และหล่อนก็ไม่เคยแตะต้องของพวกนี้มาก่อนในชีวิต นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ถูกนายจ้างยื่นมาจนถึงปากทีเดียว

“ดื่มเถอะ มันจะช่วยให้เธอหายตกใจลงได้บ้าง” ไม่เคยรู้มาก่อนว่าไอ้น้ำสีคล้ำนี้จะช่วยอะไรได้สักกี่มากน้อย แต่ก็อ้าปากรับอย่างว่าง่าย แต่แล้วต้องทำหน้าเหยเก ผละออกจากแก้วบรั่นดี ชายหนุ่มยิ้มมุมปากแล้วบอก

“ให้หมดแก้ว” 

ฤทัยรัตน์รู้สึกถึงความร้อนวาบผ่านลำคอลงไปยังท้อง ก่อนจะสบตาเขาอย่างหวาดๆ แต่แววตาสีเข้มที่ทำให้หล่อนรู้สึกอุ่นใจเสมอเมื่ออยู่ใกล้ทำให้หญิงสาวดื่มจนหมดแก้วก่อนจะชะงักเมื่อชายหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำที่เปรอะอยู่ที่มุมปากอย่างแผ่วเบา นางสายใจเห็นแล้วให้รู้สึกขัดตาเล็กน้อยก่อนจะแสร้งกระแอมให้ทั้งคู่รู้ตัว 

“อะแฮ่ม! เอ่อ จะเอาอะไรอีกไหมคะคุณปาน” ถามพลางมองคนหน้าแดงที่ตกอยู่ในวงล้อมอ้อมแขนทั้งลุงและหลานอย่างประเมิน 

“ไม่ต้องแล้ว ขอบคุณ จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ” 

แนะ! ไล่เราเสียอีก สายใจลอบค้อนนายจ้างขณะที่      ฤทัยรัตน์ขยับตัวอย่างอึดอัดเมื่อสบตาแม่บ้าน อีกฝ่ายเพียงรับคำแล้วเดินห่างออกไป แต่ในใจครุ่นคิด ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดนายหนุ่มจึงต้องดูแลลูกจ้างสาวน้อยใกล้ชิดขนาดนี้ด้วย หรือว่า     ปานกมลจะคิดอะไรๆ กับฤทัยรัตน์! 

สายใจหยุดกึก หันขวับกลับไปมองชายหนุ่มและหญิงสาวด้วยสายตาจ้องจับผิด หญิงชายเปรียบได้ดั่งไฟกับน้ำมัน อยู่ใกล้กันมีหรือจะไม่เกิดปฏิกิริยาทางเคมี ดูเอาเถอะ! ขนาดว่ามีคุณเต้อยู่ข้างๆ คุณลุงก็ยังโอบกอดสาวน้อยหน้าตาเฉย ฤทัยรัตน์ก็เอาแต่นั่งหน้าแดงๆ ซีดๆ อยู่ตรงกลางยอมให้ชายต่างวัยกอดอย่างไม่กล้าขัด ชีกอทั้งลุงทั้งหลานแบบนี้เห็นทีแม่สาวน้อยจะแย่…

“เฮ้อ! คุณปานนะคุณปาน” สายใจงึมงำ โคลงศีรษะก่อนจะพาตัวเข้าไปอยู่ในครัวตามเดิม ปานกมลสังเกตอาการของ     ฤทัยรัตน์แล้วก็เบาใจ เมื่อหญิงสาวไม่สั่นเหมือนก่อนหน้านี้

“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเหนือศีรษะเรียกสายตาหวาดหวั่นให้มองเขาอีกครั้ง ก่อนหลุบตาลงเมื่อสำนึกถึงความใกล้ชิดระหว่างเขาและหล่อนในขณะนี้ 

“เอ่อ ค่ะ ดีขึ้นแล้วค่ะ” ปานกมลมองคนที่ก้มหน้างุดแล้วถอนใจ

“นายครับ เจอตัวแล้วครับ!”

เสียงที่ดังขึ้นท่ามกลางความอึดอัดเรียกสายตาคมกริบให้มองไปยังคนขัดจังหวะทันที ฤทัยรัตน์หน้าตื่น ตัวสั่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ ขณะที่ดวงตาคมกริบของเจ้านายหนุ่มก็เข้มจัดขึ้นทันทีที่ได้รับรายงาน…

“ขอบใจ ฉันจะตามออกไป!” ดวงตาคมมองคนงานที่หมุนตัวออกไปจากห้องแล้วหันมามองคนหน้าซีดอีกครั้งด้วยสายตาอ่านยาก

“อยู่นี่นะนุ่ม น้องเต้อยู่กับพี่นุ่มนะครับ”

“คับ เต้จะอยู่กับพี่นุ่ม” ปานชีวารับคำหนักแน่นและกอดรัดเอวเล็กแน่นขึ้นตามคำสัญญา ชายหนุ่มผุดลุกเต็มความสูง หญิงสาวจึงได้แต่มองเขาด้วยหัวใจที่เต้นแรงอย่างช่วยไม่ได้ เนื้อตัวเย็นเฉียบเมื่อร่างสูงเพรียวก้าวห่างออกไป ความอบอุ่นก็จางหายไปด้วย ใครจะคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับหล่อนได้ ทั้งที่เคยคุ้นกันดี เห็นหน้ากันมานาน แต่แล้วคนเหล่านั้นก็ยังคิดไม่ซื่อกับหล่อน!










ปานฤทัยโหลดอีบุ๊กได้แล้วนะคะ 
โหลดอีบุ๊กได้แล้วค่ะ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น