ปานฤทัย

ตอนที่ 40 : บทที่ ๑๒ แผนของคนชั่ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    25 ก.พ. 62









“อะไรนะ! ตกลง ผมจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละ ขอบคุณมาก” ร่างสูงที่หมุนตัวเตรียมออกจากบ้านทำให้รุตม์ที่เพิ่งก้าวเข้ามาต้องย่นคิ้วด้วยความแปลกใจ

“นายจะไปไหน” เห็นเพื่อนมีสีหน้าเครียดจัดและเร่งรีบจนน่าประหลาดใจจึงเอ่ยถาม

“ไปโรงพยาบาล” รุตม์ขมวดคิ้วมุ่น “รถกระบะที่ป้าใจกับนุ่มไปซื้อของถูกปล้น คนขับถูกทำร้ายบาดเจ็บฉันต้องรีบไป”

“งั้นฉันไปด้วย…” ปานกมลสบตาเพื่อนแล้วพยักหน้า เพียงเท่านั้น  รุตม์ก็ก้าวตามไปติดๆ ก่อนไปหยุดตรงหน้าอดีตภรรยาที่ก้าวเข้ามามองเขาและร่างสูงของปานกมลด้วยสายตาเป็นคำถาม “ผมจะไปโรงพยาบาลกับนายปาน”

“มีอะไร เกิดอะไรขึ้นคะ” รุตม์ส่ายหน้า “ผมต้องรีบไป แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง คุณรออยู่ที่นี่ก็แล้วกัน” 

“เดี๋ยวค่ะ…” ชุลีเรียกเอาไว้ไม่ทันเพราะรุตม์กระโดดขึ้นรถของ   ปานกมลแล้วฝ่ายนั้นก็ออกตัวไปอย่างรวดเร็วจนฝุ่นตลบ ทำให้ชุลีต้องมองตามอย่างไม่สบายใจ “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ใครเป็นอะไรถึงต้องไปโรงพยาบาล…”

ปานกมลขับรถด้วยความเร็วสูง ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองไปยังเบื้องหน้าอย่างไม่วอกแวก ทว่าภายในใจกลับร้อนรน แม้จะรับทราบว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมีเพียงคนขับรถ แต่เขากลับยังไม่ไว้วางใจหากยังไม่ไปให้เห็นกับตา และคนที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดก็คือฤทัยรัตน์ แม้ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงรู้สึกเช่นนี้ แต่ที่แน่ใจคือเขาห่วงหล่อนจนไม่อาจทำใจให้เย็นลงได้…

“ใจเย็นนะ อาจจะไม่เป็นอะไรมากก็ได้ อีกอย่างถึงมือหมอแล้ว คนของนายคงปลอดภัย…” รุตม์ปลอบใจ แต่ปานกมลนิ่งเงียบ ไม่ตอบโต้ใดๆ ออกไป ไม่มีจิตใจจะเอ่ยอะไรกับใครแม้แต่กับคนที่นั่งข้างๆ นอกจากจะไปให้ถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้…

เมื่อกระบะแล่นเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาล ทั้งสองต่างเร่งรีบเข้าไปภายในตัวอาคารทันที

“ขอโทษนะครับไม่ทราบว่าคนขับรถของปานทิพย์ฟาร์มที่เกิดอุบัติเหตุอยู่ห้องไหนครับ” เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสบตาของคนถามแวบเดียวก็จำได้ทันที

“ตรงไปเลี้ยวซ้ายห้องที่สามค่ะ”

“ขอบคุณครับ” ปานกมลหันไปพยักพเยิดกับรุตม์ ฝ่ายนั้นเดินตามไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่สาวสองคนที่มองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น…

“ปานคะ…” เปรมปรีดิ์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้านหน้าห้องทำแผลทันทีที่ร่างสูงของปานกมลปรากฏตัว

“เปรม… นี่คุณ”

“เปรมถูกมันตบค่ะ ไอ้พวกนี้มันเลวจริงๆ” รุตม์ไปหยุดข้างฤทัยรัตน์ที่นั่งบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าค่อนข้างจะซีด ก่อนถามด้วยความเป็นห่วง

“คุณนุ่มกับป้าใจได้รับบาดเจ็บกันหรือเปล่าครับ”

“ไม่ค่ะ นุ่มกับป้าใจไม่เป็นอะไร มีแต่คนขับรถตอนนี้ยังอยู่ในห้องตรวจ และก็… คุณเปรมถูกพวกมันทำร้ายเพราะเข้ามาช่วยนุ่มค่ะ” รุตม์ขมวดคิ้วพลางหันมามองเปรมปรีดิ์จึงพบร่องรอยการถูกทำร้าย โดยเฉพาะที่มุมปากซึ่งบวมช้ำเห็นได้ชัดเจน ปานกมลหลุบตามองหญิงสาวที่เกาะแขนเขาไว้แล้วหันไปสบตาฤทัยรัตน์ด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความเป็นห่วง และลึกซึ้งจนรุตม์ต้องเขม้นตามองให้ชัดๆ

“ขอบคุณมากนะเปรมที่ช่วยนุ่ม” เปรมปรีดิ์ช้อนตามองชายหนุ่มแล้วยิ้มให้

“แหม เป็นใครก็ต้องช่วยทั้งนั้นแหละค่ะ ถึงไม่ใช่นุ่มกับป้าใจเปรมก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ดีนะที่คุณคนนี้เขามาช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นพวกเราแย่กันหมดแน่ค่ะ” ปานกมลมองตามสายตาของเปรมปรีดิ์แล้วชะงัก เมื่อร่างสันทัดของนายชายก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า

“สวัสดีครับนาย” ปานกมลรับไหว้นายชายแล้วหันไปมองคนอื่นๆ ก่อนจะหันกลับมายังอดีตคนงานที่เคยไล่ออกอย่างไม่ไว้ใจนัก

“นายเป็นคนช่วยคุณเปรมแล้วก็คนของฉันใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ นี่ถ้าไม่มีคุณคนนี้ เปรมกับนุ่มต้องแย่แน่ๆ” 

เปรมปรีดิ์รีบตอบเสียเอง นายชายก้มหน้า ภายในใจกำลังลุ้นเต็มเปี่ยม ปานกมลมองอดีตคนงานและเปรมปรีดิ์ด้วยแววตาเหมือนคนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนพยักหน้ารับเบาๆ

“ยังไงก็ต้องขอบใจนายมากนะ ที่ช่วยคุณเปรมกับคนของฉันไว้” อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นพร้อมกับยิ้มให้อดีตนายจ้างด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจและเต็มใจยิ่ง

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเต็มใจ อีกอย่าง…” เหลือบตามองไปยังฤทัยรัตน์ ฝ่ายนั้นขยับตัวอย่างหวั่นๆ “ถือเสียว่าเป็นการไถ่โทษเมื่อครั้งที่ผมคิดทำเรื่องเลวๆ คราวก่อนครับ ผมต้องขอโทษนายแล้วก็น้องนุ่มด้วยนะครับ ผมรู้สึกผิดมาตลอด ผมขอโทษครับ…”

ปานกมลสบตาคนที่อ้างว่ารู้สึกผิด ก่อนจะถอนหายใจแล้วหันไปยังฤทัยรัตน์ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม 

“เรื่องมันแล้วไปแล้ว อีกอย่างพวกฉันก็ไม่ได้คิดอะไรแล้ว” 

เขาปลดมือเรียวของเปรมปรีดิ์ออกแล้วเดินไปยังร่างเล็กของพี่เลี้ยงสาวน้อยที่ทำให้ใจหายวาบตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้รับรู้เรื่อง เปรมปรีดิ์ขบเม้มริมฝีปากอย่างข่มกลั้นความรู้สึกพลุ่งพล่านสุดความสามารถ “เธอเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า พวกมันทำอะไรเธอบ้างไหม”

เอ่ยถามพลางกวาดตาสำรวจร่างบางที่ยังคงอยู่ในอาการหวาดกลัวด้วยความเป็นห่วงจับใจ มือหนายกขึ้นแตะแก้มซีดแผ่วเบา เรียกสายตาใครต่อใครให้มองตามด้วยความไม่คาดคิด เช่นเดียวกับสาวน้อย แก้มสีซีดเริ่มมีสีสันขึ้นทันตาเมื่อถูกแตะต้องจากมือของคนตัวโตตรงหน้า ความจริงเขาอยากรั้งหล่อนเข้ามากอดปลอบเสียด้วยซ้ำหากไม่ติดว่ามีใครต่อใครยืนอยู่ตรงนั้นด้วย 

“ว่าไง เป็นอะไรบ้างหรือเปล่า” แก้มใสๆ เริ่มร้อนผ่าวมากขึ้นเรื่อยๆ จึงรีบตอบเพื่อกลบเกลื่อนความขวยเขินที่มีเพิ่มมากขึ้น

“ไม่ค่ะ นุ่มไม่เป็นไรเลย” ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้หญิงสาวอีกนิดด้วยความเป็นห่วง

“แน่ใจนะ แต่ฉันว่าหน้าเธอยังซีดอยู่เลย ให้หมอตรวจหน่อยไหม” 

เขายังคงไม่วางใจในสวัสดิภาพของหญิงสาว และแสดงอาการเป็นห่วงออกมาอย่างชัดเจนจนรุตม์ยังแอบยิ้ม 

“แน่ใจค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วหันไปถามสายใจ ฝ่ายนั้นรีบขยับตัวหลังจากเพ่งมองเจ้านายหนุ่มของตนที่ปฏิบัติต่อพี่เลี้ยงสาวน้อยจนเกินเจ้านายและลูกน้องธรรมดา ก่อนตอบกลับมาเช่นเดียวกับฤทัยรัตน์และเล่ารายละเอียดให้กับปานกมลและรุตม์ได้รับฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนเปรมปรีดิ์ก็ได้แต่เก็บความเจ็บแค้นไว้ในใจ และลอบมองคนทั้งหมดด้วยสายตาแห่งความโกรธขึ้ง ไม่ได้ดั่งใจ โดยเฉพาะกับปานกมล เปรมปรีดิ์ทั้งโกรธและน้อยใจเขามากที่สุด… 

ห่วงกันเหลือเกิน ฉันต้องเจ็บเพราะนังเด็กนั่นแท้ๆ แต่คุณกลับหันไปสนใจมันมากกว่าฉัน เอ้าซี้ห่วงกันให้พอเพราะหลังจากนี้อีกไม่นาน คุณจะไม่มีมันให้ได้ห่วงอีกแล้ว…













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น