ปานฤทัย

ตอนที่ 4 : บทที่ ๑ อุบัติเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61








ตกเย็น เสียงหัวเราะของคนงานดังครื้นเครงใกล้เข้ามาทำให้ฤทัยรัตน์ที่กำลังสอนการบ้านน้องเต้ต้องเดินออกไปดูสถานการณ์ด้านนอก แล้วก็เห็นว่าพวกคนงานทั้งหนุ่มและไม่หนุ่มช่วยกันยกลังเบียร์ลังเหล้าลงมาจากท้ายรถกระบะ มิหนำซ้ำยังมีกับแกล้มพร้อม อีกพวกช่วยกันยกโต๊ะม้าขนาดยาวออกมายังลานหน้าบ้าน แล้วจัดจานชามใส่กับแกล้มรวมทั้งนำแก้วน้ำออกมาใส่น้ำแข็งรินเหล้าเบียร์ลงไปอย่างกระตือรือร้น


นั่นเขาทำอะไรกันคะป้าใจฤทัยรัตน์หันไปถามนางสายใจที่กำลังยกจานอีกชุดหนึ่งออกไปให้คนงานด้านนอก


คุณปานเลี้ยงเหล้าไอ้พวกนี้จ้ะ นี่คงหมดไปหลายตังค์ ไม่รู้นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรเปรยเบาๆ ก่อนจะเดินตรงไปพร้อมจานใส่กับแกล้ม สาวน้อยมองตามไปแล้วก็ย่นคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะถอยหลังเข้าบ้านเมื่อสายตาไปปะทะกับดวงตาคู่คมของเจ้านายหนุ่มเข้าเต็มเปา


นายอย่าคิดมากเลยนะครับเรื่องผู้หญิง หมดคนนี้เดี๋ยวคนโน้นก็เข้ามา ทางที่ดีผมว่านายลองมองคนใกล้ๆ ตัวดูหน่อยเป็นไรไป อย่างหนูนุ่มก็ใช้ได้นะครับ น่ารักวัยขบเผาะกำลังดีคนงานวัยใกล้เกษียณเอียงหน้ากระซิบกระซาบกับเจ้านาย ใบหน้าของแกยิ้มยวนแต่ก็ไม่ทะลึ่งทะเล้นจนเกินรับ แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ยังสั่นหน้าอยู่ดี


ทำไมถึงคิดว่าผมคิดมากเรื่องผู้หญิงล่ะถามพลางมองน้ำสีนวลภายในแก้วใสอย่างไม่แสดงอาการใดๆ ให้อีกฝ่ายจับผิด แต่คนอาบน้ำร้อนมาก่อนมีหรือรู้ไม่ทัน ฝ่ายนั้นยิ้มมุมปากแล้วตอบ


แหมอย่าหาว่าผมอวดรู้เลยครับ แต่ผมมันก็ปูนนี้แล้ว มีหรือจะมองไม่ออกว่าคนหนุ่มเลือดเนื้อร้อนแรงอย่างนายจะมีเรื่องอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องผู้หญิง อีกอย่างนายชวนพวกเรากินเหล้าเป็นน้ำวันนี้มีหรือผมจะเดาไม่ออก ผมสังเกตนายมาหลายวันแล้วนา แล้วไหนคุณคนสวยไม่เห็นมาอีกเลยผมก็เดาได้ล่ะว่าคงมีปัญหาชัวร์…”


คนเริ่มเมาเหล้าอวดภูมิ มิหนำซ้ำยังกล้าฟันธง ทำให้ ปานกมลต้องก้มหน้าอย่างยอมรับในที เขาอยากดื่มให้สะใจ ดื่มให้เมา และบอกตัวว่าเป็นวันสุดท้ายที่จะคิดถึงเปรมปรีดิ์ ชายหนุ่มเงยหน้ามองเข้าไปภายในบ้าน อีกฝ่ายที่จับตามองอยู่ก่อนแล้วจึงยิ้มถูกใจ


ลองคิดดูนะครับ ไอ้หนูนุ่มมันน่ารักออก เลี้ยงดีๆ รอให้โตอีกสักหน่อยก็ได้ค่อยว่ากัน แต่ต้องคอยกันไอ้พวกหนุ่มๆ ไว้ให้ดีนะครับ ไอ้พวกนี้มันจ้องตาเป็นมัน อีกอย่างหนูนุ่มยิ่งโตก็ยิ่งสวย ถ้าปล่อยให้คนอื่นได้ไปก็น่าเสียดายคนงานวัยกลางคนทิ้งท้ายก่อนหันไปคุยกับพวกคนงานที่เอ่ยถามอะไรสักอย่าง แล้วหันกลับมาอีกอย่างลุ้นอยู่ในใจ


ผมไม่นิยมทำตัวเป็นสมภารแล้วหันมากินไก่วัดที่เลี้ยงไว้เสียเอง


ปานกมลพูดเสียงเรียบแต่คนฟังกลับย่นคิ้วไม่เห็นด้วยนัก เพราะไก่วัดตัวนี้มีคุณสมบัติดีไม่น้อยหน้าใครที่ไหน หากเจ้านายไม่สนใจเขาก็เสียดายแทน เพราะแก่ปูนนี้เขาก็พอจะดูออกว่าใครเป็นยังไงหากเปรียบเปรมปรีดิ์เป็นดั่งหงส์ ฤทัยรัตน์ก็เปรียบเป็นช้างเผือกที่รอการค้นพบจากผู้มีบุญเท่านั้น


โธ่นาย คิดมากทำไม นายทำเป็นไม่สนใจ ยึดถือคติเก่าๆ ระวังไก่วัดตัวงามจะถูกคนนอกขโมยไปนะครับปานกมลไม่ตอบโต้เขาเพียงเปิดยิ้มมุมปาก


แถวนี้ไอ้พวกหนุ่มๆ มันยิ่งแย่งกันอยู่ เวลาหนูนุ่มเดินผ่านก็เป่าปากให้เจี๊ยวจ๊าว ลองหน่อยเถอะน่า ไก่สาวเนื้อนุ่มเคี้ยวง่ายกระดูกยังอ่อน ที่สำคัญ ไม่คาวจัดเหมือนไก่แก่แม่ปลาช่อนนะครับ…”


คำพูดทุกคำของคนงานแฝงไว้ด้วยความจริงทุกประการ แต่เขาไม่อาจทำลายความไว้วางใจที่ฤทัยรัตน์มีต่อตนได้ หล่อนยังเด็ก ยังมีอนาคต ควรได้พบเจอคนรุ่นราวคราวเดียวกันถึงจะถูก ที่สำคัญหล่อนกลัวเขาอย่างกับกลัวยักษ์มาร เรียกได้ว่าไม่เคยเข้าใกล้กันเกินหนึ่งเมตร ยกเว้นครั้งนั้น วันที่รถหล่อนล้ม และมันก็ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ มาจนถึงทุกวันนี้


ชายหนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกระดกเหล้าขาวเข้าปากราวกับไม่รู้สึกรู้สารสชาติบาดคอของมัน เมื่อภายในใจครุ่นคิดถึงสิ่งที่คนงานชายวัยกลางคนเอ่ยวนเวียนซ้ำซาก ก่อนจะบอกตนเองว่าเขาควรเลิกคิดเรื่องเหลวไหลเสียที


ฤทัยรัตน์มองออกไปยังลานหน้าบ้านที่มีโต๊ะตัวยาวต่อกันแล้วมีคนงานนั่งดื่มกินร่วมกับเจ้านายอย่างครึกครื้นด้วยความไม่สบายใจนัก


นี่เขาจะกินจนมืดค่ำเลยหรือคะป้าใจหันไปถามนางสายใจที่เดินเข้ามา


คงจะยังงั้นละ ว่าแต่นุ่มทำไมยังไม่กลับล่ะ นี่เย็นมากแล้วนะ ฟ้าครึ้มแล้วฤทัยรัตน์หลุบตามองคนตัวเล็กที่ก้มหน้าวาดรูปแล้วยิ้มให้คนถาม


กำลังจะกลับแล้วละค่ะ ยังไงฝากน้องเต้ด้วยนะคะน้องเต้เงยหน้ามองพี่เลี้ยวสาวแล้วยิ้ม


พรุ่งนี้มาอีกนะคับ น้องเต้จะรอคนตัวเล็กบอกเพื่อนซี้ต่างวัย


ครับผม!” หญิงสาวทำท่าตะเบ๊ะให้กับน้องเต้ เด็กน้อยหัวเราะร่าอย่างถูกใจก่อนจะเลี่ยงไปยังห้องทำงาน หยิบกระเป๋าสะพายออกมาแล้วเดินเลี่ยงกลุ่มคนงานไปยังรถมอเตอร์ไซค์ของตนที่จอดไว้ใต้ร่มไม้ไม่ไกลนัก


เฮ้ยไอ้ชาย นั่นน้องนุ่มของเอ็งนี่หว่า สงสัยกลับบ้าน


คนงานชายวัยคะนองตวัดตามันวาวมองไปยังร่างบอบบางของสาวน้อยอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก เขาหลงรักฤทัยรัตน์มาตั้งแต่แรกพบ จนวันนี้ก็ยังคงรักไม่เสื่อมคลาย แต่เจ้าหล่อนกลับไม่ยอมมองเขาเลยสักนิด เรียกว่าไม่มองใครเลยน่าจะถูกต้องกว่า


อ้าว! จะไปไหนวะ” ‘นายโจคนเดิมเอ่ยถาม เมื่อนายชายลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่


ไปหาที่ยิงกระต่ายหน่อยว่าแล้วก็เดินปลีกตัวออกไปจากกลุ่มเพื่อน อีกฝ่ายมองตามอย่างครุ่นคิดก่อนหันไปกระซิบกระซาบกับคนที่ยังอยู่


พวกเอ็งว่าไอ้ชายมันไปไหนวะ


ข้าว่าตามน้องนุ่มว่ะ


อืมข้าก็ว่ายังงั้นเหมือนกันอีกคนเสริม โจมองเพื่อนแล้วหันไปมองคนที่หายลับไปยังพุ่มไม้แล้วหันกลับมาใส่ใจกับเหล้ายาปลาปิ้งตรงหน้าแต่ในใจเขากำลังคิด


ฤทัยรัตน์สวมหมวกนิรภัยแล้วสตาร์ตรถออกไปช้าๆ อย่างเช่นทุกวัน วันนี้หญิงสาวตั้งใจกลับไปทำแกงเปรอะให้มารดาทาน เพราะท่านบ่นอยากทานมาหลายวันแล้ว ผ่านตลาดคงต้องแวะซื้อผักติดๆ ไปบ้าง คิดเพลินๆ ยังไม่ถึงไหนก็ต้องเบรกรถหัวเกือบทิ่ม เมื่อจู่ๆ ร่างหนาของใครคนหนึ่งโผล่มาขวางหน้ากะทันหัน


ว้าย!” ร่างสันทัดส่วนสูงไม่เกินหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรของคนที่ก้าวเข้ามาทำให้ฤทัยรัตน์ต้องเม้มปากแน่นด้วยความโกรธจัดมาขวางทำไม ทำแบบนี้รถล้มได้นะ!”


ชายแสยะยิ้มพลางกวาดตามองตลอดร่างระหงด้วยแววตาวาววาม


แหม พี่ชายหยอกเล่นนิดหน่อยตกใจไปได้ จะกลับบ้านใช่ไหมล่ะ ให้พี่ไปส่งนะยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยของนายชายทำให้ ฤทัยรัตน์ใจไม่ดี หญิงสาวกวาดตามองโดยรอบอย่างระแวดระวัง แม้ตรงที่หล่อนจอดรถจะยังอยู่ในอาณาเขตปานทิพย์ก็จริง แต่ก็ไกลจากตัวบ้านมามากแล้วเช่นกัน


ไม่ต้อง ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่อยู่กับพวกคนงานข้างในล่ะหัวจิตหัวใจของสาวน้อยเต้นรัว หวั่นกลัวคนตรงหน้า เพราะทั้งสีหน้าแววตาไม่น่าไว้ใจ พลันหญิงสาวก็คิดถึงปานกมลขึ้น หล่อนกำลังกลัวและอยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ เหลือเกิน


พี่ก็แค่อยากมาส่งน้องนุ่มเท่านั้น ให้พี่ไปส่งบ้านนะจ๊ะคนสวยเสียงนั้นไม่ได้บอกว่าคนพูดเมามายอะไร แต่กลิ่นเหล้าที่ฟุ้งออกมาจากริมฝีปากสีคล้ำทำให้หญิงสาวต้องรีบจอดรถแล้วถอยห่างอย่างตกใจ


ไม่ต้อง! ฉันกลับเองได้ ถอยไปสิฉันจะรีบเสียงหวานเริ่มสั่น ทำให้อีกฝ่ายก็จับความหวาดกลัวของหญิงสาวได้


หึๆ จะรีบกลับไปทำไมเล่าจ๊ะ มาอยู่คุยกับพี่ก่อน พี่อยากบอกน้องนุ่มมานานแล้วว่าพี่รักน้องนุ่มมากแค่ไหน นะจ๊ะ เราไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีกว่านายชายขยับเข้าใกล้ฤทัยรัตน์ หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีจึงถอยหลังกรูดใบหน้าเผือดซีด


ไม่! หยุดอยู่ตรงนั้นเลย ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คุณปานมาช่วย!”


หือ... คุณปานเหรอ ฮะ...ฮ้านายชายหัวเราะเยาะพลางส่ายหน้าอย่างเห็นว่าไม่เข้าท่าสักนิดป่านนี้คงเมาเหล้าขาวกลิ้งไปแล้ว จะบอกให้นะจ๊ะน้องนุ่ม คุณปานเขาไม่มาได้ยินเสียงร้องของน้องนุ่มหรอก นี่ก็ไกลจากบ้านพอสมควร


ก็ไม่แน่! เพราะถ้าแกเข้ามาฉันร้องจริงๆ ด้วย อย่างน้อยๆ ก็อาจจะมีคนเดินผ่านมาแถวนี้มั่งละ!” หล่อนขู่มันออกไป ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ่งหัวเราะดังมากขึ้น


โธ่! พูดอะไรไม่คิดเลยนะจ๊ะน้องนุ่ม ตอนนี้คนงานมันพากันแห่ไปกินเหล้าที่บ้านนายจนหมด แล้วแบบนี้จะมีใครมาได้ยินอีกล่ะจ๊ะ


ยิ่งได้ฟังฤทัยรัตน์ก็ยิ่งวิตกกังวล และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมหยุดแน่ หญิงสาวจึงตัดสินใจหมุนตัววิ่งเร็วสุดชีวิตกลับไปยังบ้านของปานกมลทันที นายชายเบิกตากว้างด้วยความโกรธแล้ววิ่งตามไปติดๆ ไม่ว่าอย่างไรมันก็ตั้งใจแล้วว่าจะต้องสยบสาวน้อยที่มันหมายตามานานลงในวันนี้ให้ได้





ปานฤทัยโหลดอีบุ๊กได้แล้วนะคะ 
โหลดอีบุ๊กได้แล้วค่ะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น