ปานฤทัย

ตอนที่ 28 : บทที่ ๙ ดอกหญ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    31 ม.ค. 62










เช้าวันรุ่งขึ้น… น้องเต้ไปโรงเรียนแต่เช้า ส่วนปานกมลเตรียมตัวเข้าฟาร์มตามปกติ ทว่ารถยนต์ที่ตีวงเลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้าทำให้ชายหนุ่มซุกมือล้วงกระเป๋ารอดูเชิง จ้องตรงไปยังรถยนต์สีขาวมุกไม่คุ้นตาเท่าใดนัก กระทั่งเจ้าของรถยนต์คันเล็กเปิดประตูออกมานั่นเอง ชายหนุ่มจึงดึงมือออกจากกระเป๋ากางเกงพร้อมกับขาเพรียวยาวกำยำใต้กางเกงยีนสีเข้มสวมทับด้วยท็อปบูตเดินลิ่วๆ ตรงไปยังผู้มาใหม่

“คุณชุ…” คนถูกทักยิ้มหวานให้กับร่างสูงใหญ่ของเจ้าของอาณาจักรปานทิพย์

“สวัสดีค่ะคุณปาน ชุผ่านมาทางนี้ เลยแวะมาเยี่ยมคุณปาน น้องเต้แล้วก็ป้าใจค่ะ” 

“ถ้าอย่างนั้นเชิญเข้าบ้านก่อน” 

“ขอบคุณค่ะ…” ชุลีก้าวตามร่างสูงของเจ้าบ้านหนุ่มเข้าไปภายในบ้าน ขณะนั้นสายใจที่กำลังเดินเลยเข้าไปยังห้องครัวต้องชะงักเท้าอยู่กับที่ แล้วเปิดยิ้มกว้างเมื่อเห็นบุคคลที่เดินตามนายหนุ่มเข้ามาภายในบ้าน

“คุณชุ!” ชุลียิ้มหวานให้กับสายใจทันทีที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้านาง 

“ป้าใจสบายดีหรือคะ” สาวหน้าหวานเอ่ยถามแม่บ้านวัยกลางคนด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม

“สบายดีค่ะ แหม… แต่คิดถึงคุณชุจังเลย เมื่อหลายวันก่อนโน้นคุณระ…”

“ป้าใจครับ รบกวนไปยกน้ำมาให้คุณชุทีนะครับ มาเหนื่อยๆ ได้น้ำหวานสักแก้วก็คงจะดี” ใบหน้าคมหลุบลงนิดๆ นัยน์ตาคมกริบเขม้นมองแม่บ้านของตนด้วยสายตาปรามๆ ทำให้คนที่อ้าปากค้างต้องค่อยๆ หุบแล้วยิ้มแหยให้ทั้งชุลีและนายจ้างของตน

“เอ่อ ค่ะๆ แหม ป้ามัวดีใจจนลืมไปเลย รอสักครู่นะคะคุณชุ” 

“ไม่เป็นไรค่ะ” สายใจยิ้มให้ชุลีแล้วแยกออกไป หญิงสาวมองตามหลังอีกฝ่ายแล้วหันมาเปรยยิ้มๆ “ป้าใจนี่อารมณ์ดีเหมือนเคยเลยนะคะ”

ปานกมลมองตามนางสายใจแล้วยิ้มบางๆ 

“ปกติของแกน่ะครับ เชิญข้างในดีกว่าครับ” ฝ่ายถูกเชิญก้าวตามเข้าไปยังห้องรับแขก นั่งลงบนโซฟาแล้วกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยสายตาพอใจ

“ที่นี่ยังน่าอยู่เหมือนเคยเลยนะคะ” พูดออกไปแล้วก็เอียงคอเล็กน้อย เมื่อนึกขึ้นได้ว่าหล่อนพูดไม่ถูกนัก “ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า น่าอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ”

“ทุกอย่างก็เหมือนเดิมนั่นแหละครับ เพียงแต่คุณชุไม่ได้มาบ่อยก็เท่านั้น คนส่วนใหญ่ที่นานๆ มาที ก็มักจะเห็นเหมือนกับคุณชุว่าที่นี่สวยอยู่ตลอดเวลา” ทั้งสองคุยกันเพียงครู่ สายใจก็เดินเข้ามาพร้อมกับเครื่องดื่ม

“น้ำใบเตยเย็นหอมชื่นใจค่ะคุณชุ…” สายใจยิ้มกริ่ม ดีใจที่ได้พบชุลีอีกครั้ง น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้เลือกนายหนุ่มของนาง ไม่เช่นนั้นปานทิพย์ฟาร์มคงได้มีคุณหนูเล็กๆ วิ่งเล่นแถวนี้สักสองสามคนไปแล้ว… 

“หืม… ชื่นใจจริงๆ ด้วยค่ะ” ชุลีเอ่ยอย่างเอาใจผู้สูงวัย อีกฝ่ายเลยยิ้มกว้าง

“ป้าใจคิดถึงคุณชุมากๆ เลยนะคะ รอว่าเมื่อไรจะมาเที่ยวที่ฟาร์มก็ไม่เห็นมาสักที…” ชุลีเหลือบตามองปานกมลที่เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้คนตรงหน้าอีกครั้ง

“ชุก็คิดถึงป้าใจเหมือนกันค่ะ พอดีช่วงก่อนนี้มัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับงานน่ะค่ะ ก็เลยไม่ได้กระดิกตัวไปไหนเลย” หญิงสาวให้เหตุผล สายใจจึงได้แต่พยักหน้ารับรู้ ซึ่งระหว่างนั้นฤทัยรัตน์ซึ่งเพิ่งขึ้นมาจากด้านล่างก็ต้องชะงัก เมื่อเหลือบไปเห็นคนทั้งสามกำลังคุยกันอย่างออกรส โดยเฉพาะสาวสวยที่นั่งกลาง รอยยิ้มของผู้หญิงคนนั้นดูสดใสอ่อนหวานและดูใครๆ ต่างก็ชื่นชมหล่อนกันทั้งนั้น ร่างบางหมุนตัวออกมาจากที่นั่นด้วยความรู้สึกอ่อนแรงโดยไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองตามมา

“อย่านะ… อย่าไปอิจฉาเขา ต้องเจียมตัวสิถึงจะถูก” ทั้งพร่ำบอกและบังคับใจไม่ให้รู้สึกอิจฉา “อุ๊ย!!”

“ขอโทษที่ทำให้ตกใจ แต่ฉันอยากรบกวนเธอสักเรื่อง…” 

หัวใจที่เต้นรัวเพราะความตกใจเมื่อครู่ค่อยๆ ลดจังหวะลง แปลกใจกับเรื่องรบกวนที่อีกฝ่ายเอ่ยขึ้น…


ฤทัยรัตน์ลอบมองคนที่ยืนหันหลังให้ด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก ผู้หญิงที่มาใหม่คนนี้คงสำคัญกับปานกมลไม่ใช่น้อย และอาจสำคัญยิ่งกว่าเปรมปรีดิ์เพราะหล่อนถูกขอร้องจากปานกมลให้ช่วยสายใจจัดห้องพักให้กับชุลีทันทีที่อีกฝ่ายมาถึง…

‘ฉันอยากขอให้เธอช่วยป้าใจจัดห้องให้กับคุณชุสักหน่อย เธอจะมาพักกับเราสักระยะหนึ่ง รบกวนด้วยนะ…’

มันแปลกจริงๆ ที่จู่ๆ ปานกมลก็ขอให้หล่อนจัดห้องให้ผู้หญิงสวยหวานราวผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วคนนั้น เป็นไปได้ไหมที่ชุลีจะเป็นคนที่ปานกมลมีใจให้และคิดจริงจัง…

หัวใจดวงน้อยกระตุกวาบกับความคิดของตน ยิ่งอีกฝ่ายหันกลับมาแล้วยิ้มให้ยิ่งมั่นใจ ชุลีสวยงามแม้ไม่สวยฉูดฉาดบาดตาเช่นเปรมปรีดิ์ ทว่าคนตรงหน้านี้มีอะไรหลายอย่างให้น่าสนใจ ไม่ด้อยไปกว่าเปรมปรีดิ์เลยสักนิด ที่แน่ๆ บุคลิกอ่อนโยนของหล่อนดึงดูดสายตาใครต่อใครให้ชื่นชมได้ไม่ยาก และหนึ่งในนั้นคงมีปานกมลรวมอยู่ด้วย…

“เอ่อ ห้องจัดเรียบร้อยแล้ว นุ่มขอตัวก่อนนะคะ” ชุลียิ้มให้กับเจ้าของแววตาใสซื่อด้วยความรู้สึกถูกชะตา

“ขอบใจมากนะจ๊ะนุ่ม ฉันมากะทันหัน ไม่ได้บอกกับคุณปานล่วงหน้า เลยทำให้เธอต้องเหนื่อย ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะ…” 

“ไม่เป็นไรค่ะ นุ่มเต็มใจ มีอะไรก็เรียกใช้ได้นะคะ” 

ฤทัยรัตน์ยิ้มตอบอีกฝ่ายไปอย่างเจียมตัว และอดไม่ได้ที่จะลอบมองสาวสวยผู้ดีอีกครั้งก่อนออกไปจากห้อง 

ดูสิ… แค่คำพูดคำจา ชุลีก็สามารถทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักหรือพบหน้าค่าตากันมาก่อนรู้สึกดีได้ถึงเพียงนี้ แล้วกับคนที่รู้จักกันมานานเช่น  ปานกมลเล่า เขาจะรู้สึกมากมายกว่าหล่อนสักแค่ไหน หญิงสาวเดินใจลอยลงไปยังมุขหน้าบ้านและหมุนตัวกลับเข้าบ้านทันทีเมื่อออกไปพบกับคนที่ยืนหันหลังให้ ตอบตนเองไม่ได้ว่าทำไมจึงไม่อยากพบหน้าอีกฝ่าย 

“เดี๋ยวนุ่ม!” เท้าเรียวเล็กชะงักอยู่กับที่ก่อนหันกลับไปมองคนที่เดินมาหยุดลงตรงหน้าแล้วเอ่ยถามเสียงเบา

“มีอะไรหรือคะ” 

“จัดห้องเสร็จแล้วใช่ไหม” เขาเอ่ยถามขณะสบตาเศร้าซึ้งของสาวน้อยอย่างครุ่นคิด

“เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณปานมีอะไรจะใช้นุ่มอีกหรือเปล่าคะ” 

หญิงสาวมองคนที่ยืนกอดอกตรงหน้า พยายามเก็บความรู้สึกหมองมัวให้มิดชิดมากที่สุด ไม่ให้เขาระแคะระคายว่าหล่อนกำลังรู้สึกหดหู่และเศร้าใจ

“ยังไงก็ต้องขอบใจเธอมากนะ ที่ช่วยเป็นธุระให้ อีกอย่าง… ระหว่างนี้ ยังไงรบกวนเธอช่วยดูแลคุณชุด้วยนะ ถ้าเขาต้องการอะไร ก็ช่วยหาให้ที… ได้ไหม” เขาเอ่ยถามคล้ายจะเกรงใจหล่อนอยู่บ้างเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนิ่งไป คนถูกจ้องตาไม่กะพริบเลยพยักหน้ายิ้มให้แม้ภายในใจจะรู้สึกปวดแปลบก็ตาม

“ได้สิคะ คุณปานไม่ต้องห่วงนะคะ นุ่มจะดูแลเธออย่างดี” 

คนตัวเล็กรับปากหนักแน่น แต่ในใจกลับเบาโหวง 

“ขอบใจ งั้นฉันเข้าฟาร์มก่อนแล้วกัน” ชายหนุ่มดึงมือที่กอดอกมาแตะหมวก ก่อนจะหมุนตัวออกจากบ้านไปด้วยความรู้สึกไว้วางใจ หญิงสาวยืนมองจนร่างสูงของปานกมลโหนตัวขึ้นกระบะคันเก่ง ก่อนจะหมุนตัวเข้าไปภายในบ้านด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง…

ปานกมลมองคนตัวบางที่หันหลังเข้าบ้านด้วยความเป็นห่วง เขาดูออกว่าหล่อนไม่ได้สดชื่นเหมือนอย่างที่พยายามแสดงออกมาเลยสักนิด…

ชายหนุ่มสั่นหน้าเบาๆ ปัดเรื่องของฤทัยรัตน์ออกจากความคิด แล้วพาตัวเองตรงไปยังฟาร์มใหญ่ เพียงสิบนาทีก็ถึงคอกวัว ชายหนุ่มกระโดดลงจากรถแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังรางอาหาร ยกมือขึ้นทักทายคนงานเป็นระยะ พูดคุยให้คำปรึกษารวมทั้งหยุดหารือเป็นพักๆ กระทั่งล่วงเลยมาจนเกือบเที่ยงวันจึงได้หยุดพัก มือหนาล้วงเข้ากระเป๋าหยิบเอาโทรศัพท์ออกมามอง เขาขยับมือหลายรอบอย่างตัดสินใจ แต่แล้วก็เก็บมันลงไปอีกครั้งเมื่อคิดว่าบางที เรื่องแบบนี้ควรปล่อยให้คนที่ก่อเป็นคนแก้เองจะดีกว่า หากคู่กันแล้วคงไม่แคล้วกันไปได้อย่างแน่นอน…

“ฉันหวังว่านายจะรู้ใจตัวเองเร็วๆ นี้นะ นายรุตม์…” 

ปานกมลถอนใจเฮือก 

ด้านชุลีใช้เวลาครึ่งวันไปกับการหมกตัวอยู่บนห้องพัก หญิงสาวจมอยู่กับความเจ็บช้ำที่หล่อนตัดสินใจหันหลังให้รุตม์หลังจากอดทนมานาน สุดท้ายต้องยอมแพ้ให้กับความจริง เขาไม่เคยรักหล่อน ไม่ว่าเมื่อนี้หรือเมื่อไหนก็ไม่เคยรัก… 

มือบางยกขึ้นกรีดน้ำตาออกจากหางตา เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง นึกถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้หล่อนและเขาต้องใช้ชีวิตร่วมกันสายฟ้าแลบ…

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดในคืนหนึ่ง คืนที่หล่อนเหงาใจ ความผิดหวังจากคนรักเก่าทำให้ดื่มจนเมามาย ก่อนตื่นขึ้นมาพบว่าตนนั้นไม่อาจกลับไปเป็นชุลีคนเดิมได้อีกก็ต่อเมื่อข้างกายมีชายรูปหล่อนอนแนบข้าง… 

เขาคือผู้ชายคนแรกของหล่อน แม้เขาจะคิดว่าหล่อนตั้งใจจับเขาแต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงข้อแรกไปได้เลย คือหล่อนยังบริสุทธิ์ เขารู้เหมือนที่หล่อนรู้ คืนนั้นหล่อนไม่เป็นตัวของตัวเอง และเขาเข้าใจผิดคิดว่าหล่อนเหลวแหลกมาก่อนแต่เมื่อรู้ว่าไม่เป็นเช่นนั้นเขาดูจะตกใจไม่น้อย… 

เช่นเดียวกับหล่อน ความผิดปกติที่เกิดขึ้นทำให้ต้องตกกระไดพลอยโจน หล่อนท้อง เหตุนี้ทำให้ต้องยอมรับการรับผิดชอบจากรุตม์ และเมื่อได้อยู่ร่วมกันกลับเป็นตัวหล่อนเองที่อ่อนไหว หลงรักเขาจนได้ทั้งที่รู้ว่ารุตม์ไม่เคยแยแสแม้แต่น้อย หล่อนพยายามเอาใจเขาเท่าที่จะทำได้ทั้งที่ไม่เคยเอาใจใคร พยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดีจนมารดาของเขายอมรับ แต่สุดท้ายความดีไม่อาจช่วยอะไร ความสัมพันธ์ของเขาและหล่อนเลวร้ายลง สายตาคมกริบที่มองมาบอกถึงความรำคาญ เขาพยายามกดดันหล่อนทุกวิถีทาง คบเพื่อนหญิงมากหน้าหลายตา กลับบ้านไม่เคยตรงเวลา มองหล่อนเหมือนอากาศธาตุ สุดท้ายความพยายามที่จะกำจัดหล่อนออกจากชีวิตของเขาสำเร็จในที่สุด 

หล่อนทนความเฉยชาของเขาไม่ได้อีกต่อไป… วันนี้จึงมาอยู่ที่นี่ ทะเบียนหย่าเป็นหลักฐานของความล่มสลายในชีวิตคู่ที่มองไม่เห็นความมั่นคงแต่แรก

แต่กระนั้นหล่อนก็ยังคงคิดถึงเขาอยู่เสมอทั้งที่พยายามบอกกับตนเองว่าให้ลืมเขาเสีย แต่นานไปจึงได้รู้ว่าไม่อาจทำได้ง่ายดายอย่างที่พร่ำบอกตนเอง ส่วนเขาคงไม่คิดถึงหล่อนแม้ชั่วครู่ชั่วยามและคงคิดไม่ถึงว่าหล่อนจะมาอยู่ที่นี่ หรือบางที เขาอาจจะไม่สนใจหล่อนด้วยซ้ำว่าไปอยู่เสียที่ไหน แต่ที่เขายังพยายามติดต่อนั่นอาจเป็นเพราะถูกคุณหญิงวิภา มารดาของเขาตำหนิ เพราะโกรธที่เขายอมหย่าให้กับหล่อน... 

คิดถึงคุณหญิงแล้วหญิงสาวก็อดตื้นตันใจไม่ได้ แม้ในคราวแรกนางอาจจะไว้ตัวอยู่สักนิด แต่เมื่อได้อยู่ร่วมบ้านจึงได้รู้ว่าคุณหญิงวิภาเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุมีผล เป็นคนน่าเคารพนับถือประดุจมารดาแท้ๆ อีกคนหนึ่งก็ว่าได้ นางไม่เคยเห็นด้วยเมื่อลูกชายคนเดียวของนางคิดหย่าขาดจากหล่อน แต่ก็นั่นแหละ เรื่องของคนสองคน มันมีอะไรมากกว่าที่คนนอกจะเข้าใจอย่างถ่องแท้… 

สุดท้าย เขาและหล่อนก็จำต้องหย่าขาดกันในที่สุด ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง และมองไม่เห็นเลยว่าในอนาคตจะได้พบเจอกันอีกหรือไม่…







สีสดสวย ไม่เพี้ยนเลย ฮี่ๆ ถูกใจแจ่มจี๊ดด















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น