ปานฤทัย

ตอนที่ 20 : บทที่ ๗ ความรู้สึกเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    20 ม.ค. 62








ความรู้สึกเล็กๆ ที่เรียกว่า…



บ่ายแก่ๆ ฤทัยรัตน์เก็บของพาปานชีวากลับบ้าน หญิงสาวได้พบกับเปรมปรีดิ์ที่ยืนกอดอกมองหล่อนและเจ้านายตัวน้อยด้วยแววตาไม่เป็นมิตรอย่างเช่นที่ผ่านมา หญิงสาวหลุบตา ลงมองคนตัวเล็กสุดที่ฮัมเพลงเดินเข้าบ้าน ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ทว่าเรื่องทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะทันทีที่หล่อนสาวเท้าเข้าไปใกล้ เปรมปรีดิ์ก็เปิดฉากขึ้นอย่างไม่รอให้เสียเวลา

“พาน้องเต้เข้าบ้านแล้วออกมาพบฉันที่นี่ด้วย เร็วๆ ล่ะ ฉันไม่ชอบรอใครนาน…” ตวัดหางตากลับมายังที่เดิมแล้วเชิดหน้าขึ้น

“ค่ะ…” ฤทัยรัตน์เดินตามเด็กน้อยที่เงยขึ้นมองเปรมปรีดิ์ก่อนจะเอ่ยถามเมื่อเข้ามาอยู่กันตามลำพังภายในห้องนั่งเล่นส่วนตัวของเขาแล้ว

“ทำไมป้าเปรมดุจังคับ” ถามตามความคิดที่ไร้เดียงสา 

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณเต้นั่งเล่นไปคนเดียวก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่นุ่มมา” 

“คับ” ยิ้มให้คนตัวเล็กแล้วออกไปพบกับเปรมปรีดิ์ด้านนอก เท้าเรียวชะลอลงเมื่อเดินเข้าไปใกล้จนเกือบจะถึงตัว เสียงฝีเท้านั้นเบาแต่ก็ยังพอทำให้คนที่ยืนหันหลังให้ได้ยิน 

“มาเร็วดีนิ…” หันกลับมายังคนตัวบางที่ยืนประสานมือตรงหน้า กวาดตามองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่ทำ   ฤทัยรัตน์หน้าร้อน ไม่ใช่เขินอายแต่เป็นเพราะแววตาของเปรมปรีดิ์ทั้งดูแคลนและเหยียดหยัน… 

“คุณเปรมมีอะไรจะใช้นุ่มหรือเปล่าคะ” 

ดวงตาซื่อๆ ดวงหน้าหวานละมุนและเรือนร่างอวบอิ่มที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าตัวเก่า ไม่ได้ทำให้ฤทัยรัตน์มอซอตามลงไปเลยสักนิด ตรงข้าม กลับเต็มไปด้วยความสดใส ทั้งนี้ก็อาจจะเป็นเพราะวัยที่ยังสด อายุเพียงแค่สิบแปดย่างสิบเก้าอะไรๆ ก็เลยดูน่าสนใจไปหมด ครุ่นคิดอิจฉาก่อนจะหันหน้าออกไปยังทิศทางเดิม…

“อยู่ห่างๆ ปานเอาไว้…” คิ้วเล็กของคนฟังขมวด นัยน์ตาจับจ้องคนยืนหันหลังให้อย่างค้นคว้า จนกระทั่งเปรมปรีดิ์หันกลับมา แล้วเอ่ยเสียงเบาแทบเป็นกระซิบ “ถ้าไม่อยากเดือดร้อน อย่าพยายามให้ท่าเขาอีก!”

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง พลางสั่นหน้ารัว 

“ไม่ใช่นะคะ! นุ่มไม่เคย…”

“ไม่ต้องมาแก้ตัว!” เสียงตะคอกกลับของเปรมปรีดิ์ทำให้ฤทัยรัตน์ใจหายวาบ ถอยหลังหนีอาการคุกคามโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปร่งเผชิญหน้ากับร่างเล็กบางกว่าด้วยสายตาวาววับ ก่อนจะเดินไปรอบๆ ร่างของฤทัยรัตน์ กวาดมองทุกสรรพางค์กายของคนที่กำลังจะช่วงชิงสิ่งที่เคยเป็นของตนจากไปด้วยความเจ็บใจไม่น้อย ฤทัยรัตน์ระวังตัวทุกฝีก้าว เวลานี้เปรมปรีดิ์เหมือนคนไม่ได้สติสมประดี นัยน์ตาเรียวสวยดูขุ่นขวางชอบกล หรืออาจเป็นเพราะเรื่องเมื่อเช้า… คงจะจริง เปรมปรีดิ์ไม่ชอบที่หล่อนใกล้ชิดปานกมล แล้วใครอยากจะเข้าใกล้เขากันเล่า…

“คุณเปรมวางใจได้ค่ะ นุ่มจะไม่…”

“พรุ่งนี้เธอต้องไม่ไปกับปาน!” ฤทัยรัตน์อ้าปากค้าง ประโยคก่อนหน้านี้ไม่ทันพูดจบเปรมปรีดิ์ก็สั่งห้าม แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคืออีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าพรุ่งนี้หล่อนและปานกมลจะออกไปข้างนอก

“คุณเปรมรู้ได้อย่างไรคะ”

“ฉันรู้ได้ยังไงไม่ใช่เรื่องของเธอ แต่สิ่งที่เธอต้องทำคือห้ามออกไปกับเขาเด็ดขาด”

“แต่ว่าคุณปานสั่ง…” ใบหน้าหวานแสดงอาการยุ่งยากใจ ใครจะกล้าขัดคำสั่งปานกมล

“นั่นไง! ในที่สุดเธอก็เผยความรู้สึกออกมาจนได้ ที่แท้เธอก็อยากจะอยู่ใกล้ปานจนตัวสั่นระริกนะสิใช่ไหม!”

“คุณเปรม!” สุดทนให้เปรมปรีดิ์ก่นด่าอีกต่อไป “มันไม่ใช่แบบนั้นนะคะ นุ่มไม่เคยคิดแบบนั้น”

“ตอแหล!” 

ฤทัยรัตน์ผงะห่าง ดวงหน้าเผือดซีด ไม่คิดไม่ฝันว่าคนอย่างเปรมปรีดิ์จะสบถคำหยาบคายออกมาได้โดยไม่กระดากปากเลยสักนิด หญิงสาวขยับตัวเตรียมหนีกลับเข้าข้างใน ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายก้าวเข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน

“ยังไปไม่ได้!” 

“คุณเปรมคะ นุ่มไม่อยากยุ่งเรื่องพวกนี้นะคะ ที่สำคัญนุ่มไม่เคยมีความคิดแบบที่คุณเปรมกล่าวหาด้วย!” ฤทัยรัตน์เริ่มหมดความอดทน แม้หล่อนจะเด็กกว่า แม้จะเป็นแค่ลูกจ้าง ทว่าหล่อนก็มีสิทธิ์ที่จะปกป้องตนเองจากความเข้าใจผิดทั้งหลายที่เปรมปรีดิ์กำลังยัดเยียดให้…

“ฮึ! ฉันไม่เชื่อ” ฤทัยรัตน์ถอนหายใจเฮือก เบื่อหน่ายกับการต้องต่อล้อต่อเถียงกับเปรมปรีดิ์ ซึ่งมันเหมือนคนที่กำลังพายเรือในอ่างหาทางออกไม่เจออย่างไรอย่างนั้น

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว นุ่มขอตัวก่อนนะคะ ยังมีงานต้องทำอีก” 

“นี่คือนิสัยแท้ๆ ของเธอสินะ ทำเป็นหน้าซื่อ แต่ในใจคงคิดจะจับปานอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะสิ! ฉลาดดีนี่ แต่อย่าคิดนะว่าจะสำเร็จ” ฤทัยรัตน์เม้มปากแน่นก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง 

“นุ่มไม่เคยคิดจับคุณปาน ไม่ว่ากับใครก็ไม่เคยคิด นุ่มรู้ตัวดี ว่านุ่มเป็นใครแล้วคุณปานเป็นใคร” เปรมปรีดิ์เชิดหน้า มุมปากสวยบิดขึ้นราวจะหยัน… 

“รู้ตัวก็ดีแล้ว คิดจะทำอะไรก็ก้มลงดูสารรูปตัวเองเสียก่อนแล้วกัน ดูว่าตัวเธอเป็นใคร แล้วปานเขาก็ไม่มีทางมองผู้หญิงอย่างเธอเด็ดขาด แต่ถ้าเขาเกิดจะมองขึ้นมา ก็ขอให้รู้ไว้เถอะ ว่าเขามองก็เพราะเขาอาจจะอยากได้เธอไว้เป็นแค่ของเล่นยามเหงาเท่านั้นแม่หนูน้อย… เพียงชั่วครั้งชั่วคราว เบื่อแล้วก็เขี่ยทิ้ง จำไว้ อย่าได้ฝันหวานไปเชียว!” 

ร่างบางเซไปอีกทาง เมื่อถูกเปรมปรีดิ์กระแทกชนไหล่อย่างจงใจขณะเดินกลับเข้าไปภายในตัวบ้าน หญิงสาวนิ่งอึ้งอยู่เช่นนั้น ประโยคทิ้งท้ายของอีกฝ่ายดังวนเวียนไม่รู้จบ… 

“ใช่… นุ่มรู้ ว่าตัวเองเป็นใคร แล้วคุณปานเป็นใคร…” 

เสียงหวานดังแผ่ว แม้จะหดหู่สิ้นหวังแต่ก็พยายามย้ำกับตนเองเช่นที่เปรมปรีดิ์ย้ำไว้ก่อนไป ว่าหล่อนเป็นใคร แล้วเขาเป็นใคร… 

พลบค่ำ… จึงปรากฏร่างสูงของปานกมลเดินเอื่อยๆ เข้ามาภายในบ้าน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ คล้ายมองหาใครบางคน แต่แล้วคนที่เขาไม่คิดว่าจะเจอหลังจากออกปากไล่กลับยิ้มมาแต่ไกล

“ปาน… กลับเสียค่ำเลย เหนื่อยไหมคะ ให้เปรมผสมน้ำอุ่นให้นะคะ…” เปรมปรีดิ์เอาใจชายหนุ่มอย่างไม่เคยคิดเอาใจใคร แต่ถ้ามันจะทำให้ปานกมลใจอ่อน หล่อนก็จะยอมลำบากสักระยะ…

ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่คิดว่าเปรมปรีดิ์จะยังอยู่หลังจากเขาออกปากไล่เสียขนาดนั้น

“ทำไมยังไม่กลับอีก” คนถูกถามเม้มปากแน่น

“กลับพรุ่งนี้ค่ะ…” พยายามข่มใจให้เย็นมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

“ดี…” เอ่ยเท่านั้นแล้วทำท่าจะผละห่างไป

“คุณเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนคุณ…” ชายหนุ่มเดินหนีเข้าบ้านทันทีที่อีกฝ่ายเท้าความ 

“ปานเดี๋ยว!” เปรมปรีดิ์ตาลุกวาว ก่อนจะสาวเท้าเร็วๆ ไปขวางหน้าอีกฝ่ายไว้ได้ทัน “อย่าเดินหนีฉันแบบนี้นะคะปาน! หรือว่าที่คุณพยายามหลบหน้าฉันเป็นเพราะคุณกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ กลัวว่าจะกลับมารักฉันเหมือนกับเมื่อก่อนนี้ใช่ไหมปาน”

“อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ! แล้วก็อย่าคิดไปเอง เรื่องมันผ่านไปแล้วและผมก็ไม่คิดจะย้อนกลับไปอย่างที่คุณเข้าใจ อีกอย่าง ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก”

“แต่ฉันจะพูด!” เอ่ยอย่างคนเอาแต่ใจ 

“งั้นก็ตามใจ อยากพูดอยากทำอะไรก็ทำไป แต่อย่ามาวุ่นวายกับผมและคนของผมเท่านั้นก็พอ!” ปานกมลไม่สนใจ  เปรมปรีดิ์ เขาเดินเลี่ยงร่างระหงที่ครั้งหนึ่งเคยหลงใหลอย่างไม่ไยดี สร้างความแค้นเคืองใจให้กับอีกฝ่ายเป็นอันมาก หญิงสาวกำลังจะตามชายหนุ่มเพื่อพูดให้รู้เรื่องทว่าเสียงเรียกเข้าที่ดังขึ้น ทำให้เปรมปรีดิ์ต้องชะงัก และเมื่อเห็นเบอร์ที่โชว์หราหน้าจอ หญิงสาวก็ต้องถอนใจยาว ก่อนจะกดรับแล้วกรอกเสียงหวานลงไป

“คะเจ้าสัว… อ้อค่ะ พรุ่งนี้นะคะ คิดถึงสิคะ ไม่โกรธเปรมนะคะ คือพอดีเพื่อนเปรมป่วยน่ะค่ะ เปรมเลยมาเยี่ยม พรุ่งนี้กลับแน่ค่ะ ค่ะใช่… รักเจ้าสัวที่สุด ค่ะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันค่ะ…” นิ้วเรียวตัดสายของเจ้าสัวทรงชัยแล้วแสยะปากด้วยอาการรังเกียจ “ฮึ! อยากจะอ้วกล่ะสิไม่ว่า! ใครจะไปคิดถึงแกกัน ถ้าไม่มีเงินเสียอย่างฉันไม่มองให้เสียลูกตาหรอก!”

ถอนหายใจก่อนจะสะบัดตัวเดินเข้าไปด้านใน โดยไม่ทันสังเกตเห็นฤทัยรัตน์ที่เพิ่งจะก้าวออกมาจากด้านข้าง

“ใครกันเจ้าสัว” ชื่อนั้นทำให้นึกแปลกใจ ก่อนตัดใจตรงเข้าครัวเพื่อช่วยนางสายใจตั้งโต๊ะอาหารเช่นทุกวัน…

























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น