ปานฤทัย

ตอนที่ 18 : บทที่ ๖ หวั่นไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    17 ม.ค. 62












เสียงตะหลิวกระทบกับกระทะทำให้คนที่จ้ำเท้าก้าวเข้ามาชะงักก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะห้วนนิดๆ

“มีใครเห็นคุณปานกันบ้างหรือเปล่า!” 

นางสายใจที่หายป่วยแล้วและกำลังนั่งเด็ดผักกลางห้องเหลียวมองฤทัยรัตน์ที่เข้ามาช่วยนางทำอาหารเช้าแวบหนึ่งแล้วตอบ

“เช้านี้ยังไม่เห็นเลยค่ะ สงสัยจะออกแต่เช้า” คนฟังชักสีหน้าไม่พอใจ

“อะไรกัน! เป็นลูกจ้างภาษาอะไร ไม่รู้ว่าเจ้านายออกไปเมื่อไร ที่ไหน ไม่ได้เรื่อง!” ตำหนิจบก็สะบัดก้นเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนอาการอ้าปากค้างอย่างคิดไม่ถึงของนางสายใจแม้แต่น้อย ฤทัยรัตน์เองก็ไม่คิดว่าเปรมปรีดิ์จะอารมณ์เสียแต่เช้าเช่นนี้ หญิงสาวมองตามร่างระหงของอีกฝ่ายแล้วครุ่นคิด เกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนกันแน่ เพราะหลังจากที่เข้ามาภายในห้องอีกฝ่ายก็ดูท่าจะหงุดหงิดไม่น้อย พลิกไปพลิกมาเป็นครึ่งคืนค่อนคืนก็ไม่หลับ จนเป็นหล่อนที่หลับไปก่อนนั่นเอง

“ไปกินรังแตนที่ไหนมาแต่เช้าเชียว แย่จริง…” นางสายใจบ่นเบาๆ พลางส่ายหน้าอย่างไม่ใคร่พอใจนัก “แล้วเราล่ะ รู้หรือเปล่า ว่าคุณปานไปอยู่เสียที่ไหน”

ฤทัยรัตน์สบตาแม่บ้านเก่าแก่แล้วสั่นหน้า 

“นุ่มก็ไม่รู้ค่ะ ตื่นมาก็ไม่เห็นคุณปานแล้ว คงจะเข้าฟาร์มแต่เช้าเหมือนป้าใจว่านั่นแหละค่ะ…” 

“นั่นสิ… แต่แปลกนะ คุณคนสวยมาหา ทำไมไม่อยู่ต้อนรับเหมือนก่อน” นางสายใจยังบ่นพึมพำ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาสนใจงานในมือ ต่างจากฤทัยรัตน์ที่นิ่วหน้าหาสาเหตุหน้าเตา เพราะเหตุใดกัน ที่ทำให้เปรมปรีดิ์หงุดหงิดงุ่นง่านอารมณ์เสียขนาดนี้…


ช่วยสายใจทำอาหารเสร็จ หญิงสาวก็ขึ้นห้องเพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอกกับน้องเต้ ด้วยวันนี้หล่อนมีนัดกับคนตัวเล็กหลานชายนายจ้าง ต้องพาไปปิกนิกตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อหลายวันก่อน เตรียมตัวพร้อมก็ออกจากห้องเดินลงไปด้านล่าง ขณะเดียวกันคนถูกถามหาก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะเดินหัวหูยุ่งเหยิงเข้ามาในบ้านทั้งชุดนอน ซอยเท้าขึ้นไปยังชั้นบนรวดเร็ว ทว่าต้องชะงักเมื่อพบกับร่างเล็กของฤทัยรัตน์ที่เดินก้มหน้าก้มตาบนบันไดขั้นบนสุด

“คุณปาน…” อุทานเบาๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นพบกับร่างสูงที่กำลังเดินสวนขึ้นมา ดวงตากลมโตกวาดมองเขาด้วยความประหลาดใจ ปานกมลไม่เคยออกจากห้องส่วนตัวมาทั้งชุดนอนในช่วงเช้าๆ แบบนี้ แต่เพียงครู่เดียวก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “เอ่อ คือคุณเปรมตามหาอยู่ค่ะ” 

ปานกมลสบตาคนตัวบางแล้วถอนใจยาว ไม่ใช่เพราะ เปรมปรีดิ์หรอกหรือเขาจึงได้ระเห็จออกจากบ้านไปนอนที่ป้อมยามแบบนี้ ระหว่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ลืมกวาดสายตามองชายหนุ่มด้วยความครุ่นคิด ใต้ตาของเขาค่อนข้างคล้ำ คล้ายคนอดหลับอดนอนมาทั้งคืน และมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสักนิดที่สายป่านนี้หล่อนได้พบว่าเขายังอยู่ในชุดนอน

“ขอบใจ น้องเต้ล่ะ” เอ่ยถามขณะกวาดตามองสาวน้อยในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดาๆ แต่กลับดูสดใสด้วยวัยอย่างพอใจ ที่สำคัญตัวหล่อนหอมเหมือนเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ๆ ก่อนจะเสมองไปรอบๆ ราวกับว่าเขากำลังปกปิดบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในแววตากระนั้น

“น้องเต้รออยู่ที่ห้องนั่งเล่นค่ะ นัดกับนุ่มไว้ว่าจะออกไปปิกนิกที่ริมบึงกันค่ะ บอกจะวาดรูปวิว วาดน้ำค่ะ” หญิงสาวรายงานยิ้มๆ ทำให้คิ้วหนาเลิกขึ้นนิด มุมปากได้รูปคล้ายจะหยักโค้งก่อนจะพยักหน้ารับรู้

“ก็ไปสิ เตรียมอาหารไปด้วยนะ แซนด์วิช นมกล่อง ข้าวกลางวันด้วย” เขาบอกอย่างคนรู้ใจว่าหากเจ้าหลานชายตัวดีได้ออกนอกบ้าน วันนั้นทั้งวันเขาจะไม่ยอมกลับหากได้พบกับสถานที่ถูกใจ

“ค่ะ” รับคำเบาๆ ขณะสบตาคมกริบที่กวาดมองหล่อนราวไม่เคยเห็นนั้นอย่างอึดอัด สายตาของเขาคล้ายกับจะบอกอะไรบางอย่าง ที่สำคัญเขากำลังยืนขวางทางหล่อนเต็มๆ แม้จะมีช่องว่างให้ลอดไปได้ ทว่าคงไม่เหมาะถ้าจะเบียดเขาลงไป ทั้งๆ ที่เขายังยืนขวางอยู่ “เอ่อ นุ่มขอตัวไปเตรียมของก่อนนะคะ” 

ปานกมลขยับเลี่ยงให้คนเสียงหวานทันทีที่รู้สึก จนเมื่อหญิงสาวค้อมตัวเดินผ่านเขาก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเล็กรวดเร็วเหมือนคนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก เป็นเหตุให้คนขวัญอ่อนใจหายวาบ…

“อุ๊ย!” ประจวบเหมาะกับเปรมปรีดิ์ที่เพิ่งเดินเข้ามาภายในบ้านด้วยอาการหงุดหงิด หญิงสาวชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่กุมแขนของฤทัยรัตน์อยู่บนบันได สายตาวาววับคู่นั้นเต็มไปด้วยความโกรธที่แล่นวาบขึ้นสุดขีด

“ปาน!”

สองหนุ่มสาวหันไปตามเสียงเรียกทันที และได้เห็นแววตากราดเกรี้ยวของเปรมปรีดิ์เข้าเต็มตา ทำให้ฤทัยรัตน์ขยับตัวห่างด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งต่างจากปานกมล เขากลับไม่สนใจคนที่กำลังเดินขึ้นมาด้วยใบหน้างอเง้าเลยสักนิด นอกเสียจากก้มลงบอกกับหญิงสาวราวกระซิบ

“เธอลงไปก่อน แล้ว… เตรียมเผื่อฉันด้วยนะ” ฤทัยรัตน์ไม่มีเวลาเหลือสักวินาทีที่จะถามเขาว่าจะไปปิกนิกกับหล่อนและน้องเต้ด้วยหรืออย่างไร เพราะเมื่อเขาพูดจบเปรมปรีดิ์ก็มาหยุดกึกตรงหน้า นัยน์ตาคู่สวยเขียวปั๊ดมองหล่อนด้วยสายตาเป็นศัตรูชัดเจน

“เสร็จธุระแล้วก็ลงไปสักทีสิจ๊ะ มายืนเกะกะขวางอยู่ทำไม” 

สิ่งที่เห็นและลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เปรมปรีดิ์เกิดความหึงหวงในตัวปานกมลจนลืมไปว่าหล่อนหมดสิทธิ์ไปนานแล้ว แต่ถึงกระนั้นมันก็มีผลทำให้ฤทัยรัตน์ต้องสะอึกกับคำค่อนแคะของเปรมปรีดิ์ ก่อนจะหมุนตัวลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็วเพราะรู้สึกโกรธอีกฝ่ายขึ้นมาตงิดๆ

“คุณไม่ควรพูดแบบนั้น…” เขาหันมาเตือนหลังจากที่    ฤทัยรัตน์ลงไปแล้ว 

“ฉันจะพูด!” ก้าวขึ้นมาจนเผชิญหน้าชายหนุ่มแล้วจ้องตาเขม็ง “อย่าคิดนะ ว่าฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังคิดจะทำอะไร”

หน่วยตาคมกว้างหรี่มองคนตรงหน้าแล้วเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ

“คุณไม่รู้หรอกเปรมปรีดิ์…” ริมฝีปากคู่สวยแสยะยิ้ม และสบตาเขาอย่างรู้ทัน

“อย่าโกหกเสียให้ยากเลยปาน ฉันรู้นะว่าคุณคิดอะไรกับเด็กนั่น!” ปานกมลหมุนตัวขึ้นห้องโดยไม่คิดจะอยู่ต่อปากต่อคำกับเปรมปรีดิ์อีก

“ปาน! หยุดนะ…” เปรมปรีดิ์สาวเท้าตามร่างสูงของคนที่ทำให้หล่อนทนคิดถึงไม่ไหวจนต้องดั้นด้นมาหาด้วยความรู้สึกโกรธๆ แล้วกระชากมือหนาที่กำลังเปิดประตูห้องเอาไว้อย่างรวดเร็ว จนชายหนุ่มหันกลับมามองด้วยแววตาเข้มจัด บ่งบอกถึงอารมณ์ขณะนั้น

“อะไรอีกล่ะ ผมไม่มีเวลาจะมาทะเลาะกับคุณหรอกนะเปรม… ต้องรีบไปทำงาน” เขาปัดมือของคนรักเก่าออกห่างโดยไม่แยแส ทำให้เปรมปรีดิ์ต้องมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เสน่ห์อันมากมายที่มีในตัวเสื่อมลงแล้วหรือไร จึงไม่สามารถดึงรั้งหรือเรียกร้องความสนใจจากเขาได้อีก

“ปาน… ทำไม คุณทำต้องทำเหมือนรังเกียจฉันด้วย ฉันรู้นะ ว่าคุณยังไม่ลืมฉันเหมือนกัน” ปานกมลผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนหน้านี้เขายอมรับว่าคิดถึงหล่อนอยู่ ทว่าตอนนี้มันทุกอย่างกลับเบาบางเสียจนแทบไม่รู้สึกใดๆ อีกต่อไป มันยากที่จะบอกกับตัวเองว่าเกิดเหตุใดกับความรู้สึกของเขา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เกิดขึ้นแล้ว เขากำลังจะลืมเปรมปรีดิ์ได้อย่างสนิทใจ…

“สักวันหนึ่ง ผมคงลืมคุณได้สนิท…”

“ปาน!” ดวงตาที่ตัดพ้อเมื่อครู่วาววับอีกคราว

“ทานข้าวเช้าแล้วคุณก็ควรกลับไปหาคู่หมั้นของคุณเสียที”

“คุณไล่ฉัน” เขาผลักประตูเข้าไปด้านใน 

“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะนะ ขอตัว…”

ปึง! ประตูบานสูงถูกปิดใส่หน้าเปรมปรีดิ์อย่างที่ไม่เคยมีใครทำกับหล่อนมาก่อนในชีวิต แผ่นหลังกว้างที่เคยซุกซบลูบไล้ก็หายลับไปด้านในเช่นกัน ปิดกั้นสัมพันธ์ทุกอย่างมิให้ก่อตัวขึ้นอีกครั้งโดยชัดเจน

“ปาน!! คนบ้า! คอยดูนะ คุณจะต้องเสียใจกับสิ่งที่คุณทำกับฉันปาน!!” มือบางกำแน่น ใบหน้างดงามบูดบึ้งแค้นเคือง ทั้งรักทั้งแค้นผสมปนเปจนแยกแยะไม่ออก ขณะเดียวกันคนที่อยู่ด้านในก็ถอนหายใจเหยียดยาว ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ เมื่อได้ยินเสียงกระทืบเท้าแตะประตูจากคนข้างนอก ก่อนจะสาวเท้าตรงไปยังห้องน้ำ ปัดเรื่องของเปรมปรีดิ์ทิ้งออกไปจากความคิดเสียบัดนั้น… 

เปรมปรีดิ์กระแทกเท้ากลับห้องด้วยความเจ็บใจ ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มอย่างโกรธขึ้ง หัวอกหัวใจร้อนรุ่มดังถูกเผา เมื่อรู้แน่แก่ใจว่าสิ่งที่เคยได้เคยเป็นกำลังหลุดมือไปตลอดกาล...

“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ในเมื่อคุณกล้าปฏิเสธฉัน ฉันก็จะทำให้คุณไม่มีความสุข คอยดู!!”










เข้าไปกดสั่งจองที่เพจ นิราอรบุ๊คส์ นะคะ พอครบตามจำนวนแล้ว นิราอรจะส่งเลข บช.ให้โอนเงินค่ะ ขอบคุณค่า ราคา 350 บาทรวมส่ง พิมพ์จำนวนจำกัด ไม่พิมพ์เพิ่มค่ะ











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น