ปานฤทัย

ตอนที่ 15 : บทที่ ๕ อยากลืมกลับเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    11 ม.ค. 62









คนบางคนเพิ่งรู้ค่าและความสำคัญของใครบางคน ก็ต่อเมื่อเขาคนนั้นหลุดลอยไปไกลแสนไกล…

“ยัยเปรม! นั่นแกจะไปไหน”

สปอร์ตหรู เมอร์เซเดส-เบนซ์ สีดำวาวถูกเคลื่อนตัวออกมาชะลอตรงหน้ามารดา คนด้านในลดกระจกลง ใบหน้างามบ่งบอกถึงความเบื่อหน่าย เช่นเดียวกับใบหน้าที่ยังคงความงามสง่าหากเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความไม่พอใจ

“ขับรถเล่นค่ะแม่ อาจจะไปช็อปปิ้ง คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ” 

“มีสิยะ! วันนี้แกลืมไปแล้วหรือไง ว่าเจ้าสัวได้รับเชิญไปเปิดงานสำคัญ แกเองก็ต้องไปด้วย” เปรมปรีดิ์กลอกตาไปมา บ่อยครั้งเต็มทีกับการถูกมารดายัดเยียดจนรู้สึกเบื่อหน่ายมากขึ้นทุกขณะ  

“แม่คะ! หนูยังไม่ได้เป็นอะไรกับเขานะคะ ยังไม่ได้เป็นเมียอย่างถูกต้อง จะให้เสนอหน้าไปบ่อยๆ ทำไมกัน อีกอย่างในงานก็มีแต่พวกไฮโซแก่ๆ ที่อวดมั่งมีกันทั้งนั้น หนูเบื่อค่ะ!” นางปาหนันถลึงตาใส่บุตรสาวทันควัน

“แต่แกต้องไป!”

“ไม่ค่ะ! วันนี้ไม่! คุณแม่อย่ามาบังคับหนูให้มากนักนะคะ ถ้าคุณแม่บังคับหนูมากๆ หนูจะหนีไปให้ไกล ดูสิใครจะทำอะไรได้ หนูไปละค่ะ!” ว่าแล้วกระจกสีดำก็ถูกเลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังทันได้ยินเสียงแว่วดังมาจากมารดาเมื่อเคลื่อนสปอร์ตหรูผ่านหน้านางไปอย่างไม่สนใจอีก

“ยัยเปรม!! กลับมานะ กลับมา!” นางปาหนันเต้นเร่าๆ อยู่บริเวณหน้ามุข ใบหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธและไม่ได้ดั่งใจ “ลูกนะลูก! ไม่ได้ดั่งใจสักนิด!”

เปรมปรีดิ์ถอนหายใจเมื่อออกมาพ้นจากเขตบ้าน หญิงสาวกำลังครุ่นคิดถึงจุดหมายปลายทาง หล่อนกำลังจะไปไหน ไปหาใคร แต่ก็ยังขับรถไกลออกไปเรื่อยๆ ออกไปเรื่อยจนข้ามเขตไปอีกจังหวัดหนึ่ง จากสองข้างทางที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างหลายแบบ กลับกลายเป็นทิ้งระยะห่าง นานๆ ครั้งจึงมีตึกรามบ้านช่องให้เห็นสักหลัง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นทุ่งนา ท้องไร่ และทุ่งหญ้าเขียวขจี รู้ตัวอีกทีสปอร์ตหรูก็มาหยุดอยู่ตรงป้ายบอกสถานที่ขนาดใหญ่…

…ปานทิพย์ฟาร์ม…

เปรมปรีดิ์พารถทะยานเข้าไปตามเส้นทางสู่ปานทิพย์ฟาร์มอย่างไม่ลังเล ยิ่งใกล้ใจยิ่งเต้นแรง ภาพวันวานเก่าๆ ผุดขึ้นมาเป็นระยะพร้อมกับแนวทิวทัศน์ของฟาร์มขนาดใหญ่ หญิงสาวลดกระจกลงลมก็พัดวูบเข้ามาปะทะใบหน้างาม ริมฝีปากแย้มน้อยๆ เมื่อคิดว่ากำลังจะได้พบคนรัก เขายังเป็นคนที่หล่อนมีใจให้มากกว่าใครๆ และเขาก็ทำให้หล่อนคิดถึงเขาได้มากกว่าใครที่เคยคบหามาในระยะหลังนี้ แทบเป็นไปไม่ได้ สาวสวยไร้ที่ติ มีแต่ชายหนุ่มรุมล้อมพัวพันจะกลับกลายเป็นคนที่ต้องหันกลับมางอนง้อคนที่ตนทอดทิ้งไปเองได้…

…แต่ก็เป็นไปแล้ว และเป็นเขาที่ทำให้หล่อนอยู่ไปไม่เป็นสุข


เมนูมื้อเที่ยงนี้มีเฮิร์บ เปสโต (Herb Pesto) วัตถุดิบหลักที่ใช้ทำซอสเฮิร์บ เปสโตคือสมุนไพรต่างๆ ที่รู้จักกันดีในหมู่ของคนชอบทานอาหารต่างชาติและส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ในวันนี้คือปลา 

เมนูนี้นางสายใจเล่าว่าปานกมลเป็นคนสอนนางเองกับมือ ซึ่งทำได้ง่าย วัตถุดิบก็มีไม่กี่อย่างถือว่าไม่ยุ่งยาก และหญิงสาวก็อยากจะลองทำให้เขาทานบ้าง ปลาขาวอบซอสร้อนๆ ถูกจัดสวยงามวางเรียงอยู่บนจานใบหรูราดด้วยซอสเฮิร์บ เปสโตสีเขียวสดอีกทีหอมเตะจมูกจนน้ำลายสอ ถัดมาที่เมนูเนื้ออบซอสรสชาตินุ่มลิ้น มาจบที่เครื่องเคียงจานโตกับมันฝรั่ง บร็อคโคลีและแครอตนึ่ง ฤทัยรัตน์มองอาหารหน้าตาน่ารับประทานที่ตนลงมือสำแดงสุดฝีมือแล้วยิ้มภูมิใจกับสองรายการอาหารฝรั่งที่ทดลองทำโดยไม่มีครูอย่างนางสายใจคอยบอกอยู่ข้างๆ เป็นครั้งแรก ถึงแม้ไม่ได้เข้าครัวเป็นล่ำเป็นสันเช่นนาง ทว่าหล่อนก็จำขั้นตอนมาอย่างมิขาดตกบกพร่อง แอบชิมดูเทียวรึก็ใช้ได้ อย่างน้อยแขกบ้านวันนี้คงไม่ถึงกับเบ้หน้าหนีแน่นอน หล่อนมั่นใจ…

ล้างมือล้างไม้เสร็จก็ดึงผ้ากันเปื้อนออก เตรียมจัดโต๊ะรอนายจ้างและแขกคนสำคัญ ทว่าเสียงรถยนต์ เสียงเปิดปิดประตูทำให้คนที่มุ่งหน้าตรงไปยังโต๊ะอาหารต้องถอยหลังกลับมาชะเง้อมองออกไปด้านนอก แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้ความอิ่มเอิบทางจิตใจค่อยๆ ละลายหายไปจนหมด เมื่อร่างสูงเพรียวแสนคุ้นตาเจ้าของใบหน้างดงามกำลังสาวเท้าตรงเข้ามายังหล่อน…

เปรมปรีดิ์… สาวสวยชาวกรุง ผู้หญิงที่ห่างหายไปจากชีวิตของปานกมลชั่วระยะหนึ่ง วันนี้หล่อนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับความงดงามที่ดูจะเพิ่มมากขึ้นกว่าเก่า หญิงสาวเฉิดฉายสว่างวาบตรงมาจนฤทัยรัตน์นิ่งค้างอยู่เช่นนั้น กระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมกับดึงแว่นตากันแดดแบรนด์ดังออก แล้วยิ้มขบขันให้คนตัวบางที่มองหล่อนราวกับตะลึงพรึงเพริศในความงาม…

“…หวัดดีจ้ะ ปานอยู่ไหมจ๊ะ” 

แน่นอน เปรมปรีดิ์จำแม่สาวน้อยพี่เลี้ยงของหลานชาย ปานกมลได้แม่นยำ เพราะมากี่ครั้งกี่หนเจ้าหล่อนก็ไว้ผมทรงเดิมทรงเดียวตลอดศก จนหล่อนนึกเสียดายดวงหน้าหวานๆ ที่หากจับเติมนู่นนิดนี่หน่อยแต่งองค์ทรงเครื่องอีกเล็กน้อยคงงามไม่หยอก แต่คิดๆ ไป ปล่อยให้เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว อย่าได้รู้จักแต่ง อย่าได้รู้จักสวยขึ้นมาเลย เพราะฤทัยรัตน์คงไม่รู้ตัวหรอก ว่าเครื่องหน้าทุกชิ้นของตัวเองช่างเหมาะเจาะงดงาม แต่งนิดก็สวย เผลอๆ จะสวยกว่าหล่อนเสียด้วยซ้ำ…

ฤทัยรัตน์ตื่นจากอาการนิ่งอึ้งเมื่อผู้มาเยือนหัวเราะเบาๆ ให้กับท่าทางเหมือนคนเพิ่งเคยเห็นนางฟ้านางสวรรค์เป็นครั้งแรก

“เอ่อ ค่ะ คุณปานอยู่ค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่กลับมาจากฟาร์ม เชิญคุณเปรมนั่งรอก่อนนะคะ…”

“ก็ได้จ้ะ งั้นฉันนั่งรอเขาก็แล้วกัน…” สาวสวยยิ้มให้    ฤทัยรัตน์อีกครั้งก่อนจะเดินนำเข้าไปยังโซฟาด้านในอย่างคุ้นเคยดี โดยไม่จำเป็นต้องรอให้หญิงสาวนำไปเหมือนกับจิรดาและลูกสาว 

ฤทัยรัตน์ได้แต่ถอนหายใจเฮือก กำลังคิดถึงรถไฟขบวนใหญ่ ขบวนสำคัญที่กำลังจ่อหัวเตรียมตัวชนแบบจังๆ แล้วให้หวาดเสียว แต่ไม่ว่าอย่างไรสิ่งแรกที่หล่อนต้องทำคือการหาน้ำสีสวยออกมาเสิร์ฟให้กับสาวงามด้านนอกอย่างเร่งด่วน 

“น้ำส้มค่ะคุณเปรม…” 

“ขอบใจ ว่าแต่วันนี้แม่บ้านไปไหนเสียล่ะ เธอถึงได้ต้องออกมาเสิร์ฟน้ำให้ฉัน” ตั้งข้อสังเกตขณะจิบน้ำส้มคั้น 

“ป้าใจไม่สบายค่ะ”

“อ้อ” เปรมปรีดิ์เหลียวมองไปรอบๆ ก่อนเอื้อมหยิบหนังสืออ่านเล่นขึ้นมาเปิดดู หมดความสนใจในตัวฤทัยรัตน์และแม่บ้านของปานกมลอีกต่อไป 

ขณะเดียวกัน ปานกมลและสองแม่ลูกก็กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน ระหว่างทางชายหนุ่มเล่านิทานให้เด็กหญิงฟังตามคำเรียกร้องของเจ้าหล่อน จิรดาลอบมองด้วยความพอใจ หมายมั่นปั้นมือให้อนาคตมีคนตรงหน้าเป็นผู้นำทางชีวิต 

ฤทัยรัตน์เข้าไปหยุดนั่งในครัวได้ไม่นานก็ผุดลุกวนไปวนมา เกรงว่าจะเกิดศึกชิงนายขึ้น เพราะหากเปรียบเทียบระหว่างเปรมปรีดิ์และจิรดา รายแรกมีภาษีกว่าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ เปรมปรีดิ์สวยกว่า สดหรือเปล่าไม่รู้แต่ที่รู้คือไม่เคยมีสามีมีลูกมาให้เป็นหอกข้างแคร่ และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เปรมปรีดิ์เป็นคนรักและมีความสำคัญต่อจิตใจของปานกมลอยู่เสมอ…

ปานกมลหรี่ตามองเจ้าสปอร์ตคันหรูขณะเคลื่อนรถยนต์มาจอดไม่ไกลกันนัก ก่อนจะลงไปหยุดอยู่ใกล้ๆ แล้วกวาดตามองอย่างสำรวจ

“รถใครคะสวยดีจัง… รถคุณรุตม์หรือเปล่า” จิรดาเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นึกถูกใจ พลางคิดไปว่าหากหล่อนและ     ปานกมลได้ลงเอย คงไม่ยากหากจะอ้อนขอให้เขาซื้อให้สักคัน…

“ไม่น่าจะใช่…” กล่าวอย่างไม่มั่นใจ ก่อนจะหันไปยังสองแม่ลูกแล้วชักชวนกันเข้าไปภายในบ้าน “เข้าบ้านกันเถอะ เที่ยงพอดี ป่านนี้นุ่มคงจัดโต๊ะเรียบร้อยแล้ว”

ก่อนถึงโต๊ะอาหารก็ต้องพบกับห้องรับแขกเป็นด่านแรก ร่างสูงที่ก้าวเข้าไปภายในอย่างมั่นใจในคราวแรกหัวใจกระตุกวูบ ฝ่าเท้าได้รูปในถุงเท้าสีเข้มชะลอเท้าลง แววตาไหววิบเมื่อพบว่าเจ้าของสปอร์ตตัวจริงเสียงจริงที่แท้ไม่ใช่ใครทว่าเป็นคนเคยคุ้นที่ห่างเหินมาพอสมควร ยิ่งกว่านั้นหล่อนทำให้เขาเกิดความหวั่นไหวขึ้นมาอีกครั้งจนได้… 

จิรดาเขม้นตามองอย่างจับผิด หญิงสาวมองแผ่นหลังกว้างของคนที่หมายตาสลับกับสาวสวยที่นั่งเชิดบนโซฟาด้วยท่าทางอันสง่าและคุ้นเคยด้วยความรู้สึกหวั่นไหวพอควร คนถูกจับจ้องด้วยสายตาสามคู่คล้ายจะรู้ตัว สัมผัสพิเศษกระซิบบอกว่ามีคนกำลังมองอยู่ก็เงยหน้าขึ้น ร่างระหงงดงามผุดลุก ใบหน้าสวยเฉี่ยวส่งยิ้มให้ด้วยความดีใจ

“ปาน!” สิ้นเสียงเรียกร่างบางก็ถึงตัวเจ้าของร่างสูงกำยำแต่ก็ประเปรียวในเวลาเดียวกัน และไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัวเปรมปรีดิ์ก็โน้มต้นคอแข็งแกร่งพร้อมกับฝังจุมพิตลงบนแก้มสากไปด้วยไรหนวดอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น และหนึ่งในนั้นที่ต้องมาพบเห็นภาพบาดตาบาดใจก็คือฤทัยรัตน์ หญิงสาวชะงักอึ้งอยู่กับที่ ใบหน้าเผือด ใจหายวาบ…

“เปรม… คุณมาได้ยังไง” เขาดันร่างระหงออกห่างแล้วกวาดตามองคนเคยรักอย่างละเอียด หล่อนดูสวยขึ้นเขายอมรับ หล่อนทำให้เขาตกใจในตอนแรกที่เห็นก็ยอมรับ แต่พอตั้งสติได้เขากลับรู้สึกเฉยๆ กับการมาของหล่อน 

“แหม… ปานคะ ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะ เปรมคิดถึงคุณก็มาหาคุณ หรือไม่ได้” ถามเสียงหวาน พลันสายตาก็เหลือบเห็นสาวสวยและเด็กตัวเล็กสองคนด้านหลังชายหนุ่ม ใบหน้าหวานที่แย้มยิ้มเมื่อครู่เริ่มตึงขึ้นก่อนจะมองเขาอย่างเอาเรื่อง “นี่ใครคะปาน…”

ในขณะที่ปานกมลกำลังแนะนำสองแม่ลูกให้รู้จักกับเปรมปรีดิ์ ฤทัยรัตน์ก็ใช้เวลานั้นหนีเข้าไปยังโต๊ะอาหาร ทั้งที่รู้และบอกตัวเองเสมอว่าหล่อนก็แค่ลูกจ้างที่เขาไม่มีวันจะมองเป็นอื่น หญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะแอบเสียใจลึกๆ ดวงตากลมโตไร้การตกแต่งใดหลุบมองอาหารที่ทำอย่างเศร้าๆ วันนี้อาหารพวกนี้คงธรรมดาไปสำหรับปานกมล เพราะเขามีอาหารใจที่ดีเลิศอยู่ตรงหน้าแล้ว…

“อ๋อ… ที่แท้ก็เพื่อนเก่า…” เปรมปรีดิ์จงใจใช้ย้ำว่า ‘เพื่อนเก่า’ จนจิรดาต้องฝืนยิ้มแม้กำลังเจ็บใจ

“ค่ะ ฉันเป็นเพื่อนเก่าของปาน แต่ปานก็ไม่เคยลืมเพื่อนเก่าอย่างฉันสักนิด” จิรดาเอ่ยขณะก้มลงมองบุตรสาวที่กำลังมองสาวสวยผู้มาใหม่ตาไม่กะพริบ เด็กหญิงมองเปรมปรีดิ์ด้วยสายตาแข็งๆ หล่อนกำลังกลัวว่าอีกฝ่ายจะมาแย่งคุณลุงของหล่อนไปอีกคน…

“คุณลุงคะ เมนี่หิวแล้วค่ะ” จิรดายิ้มมุมปาก ขณะที่     เปรมปรีดิ์ย่นคิ้วและก้มลงมองเด็กหญิงอย่างไม่ชอบใจนัก

“อุ๊ยตาย! นี่ลูกเต้าเหล่าใครคะนี่ หน้าตาน่าเกลียดดีจริง!” 

แสร้งชมไปอย่างนั้น ทว่าภายในใจกลับนึกค่อนขอด เช่นกันกับเด็กหญิงที่ไม่ชอบหน้าผู้มาใหม่ และไม่รอให้ใครแนะนำให้เปรมปรีดิ์รู้จัก เพราะแม่หนูน้อยแนะนำตนเองเสร็จสรรพพร้อมกับคำถามที่ทำให้คนฟังต้องอึ้งไปตามๆ กันอีกครั้ง

“หนูเป็นลูกคุณแม่จีด้าคะ แล้วคุณล่ะ เป็นลูกเต้าเหล่าใคร”







ตอนนี้มียอดจองทั้งหมด 27 เล่มแล้วนะคะ รอคนที่จะมาเป็นเจ้าของอีก 23 ท่านเท่านั้นจ้าา





ขออนุญาตสอบถามค่ะ 
#ปานฤทัย เคยออกกับ สนพ.แสนรัก พอหมดสัญญาเลยเอามาทำอีบุ๊ก มีนักอ่านถามเรื่องรูปเล่มเข้ามาเรื่อยๆ นิราอรเลยแนะนำให้ไปซื้อกับ สนพ.ตลอด แต่ก็มีอีกหลายท่านที่ยังรอในแบบทำมือกับนิราอร เลยอยากสอบถามความคิดเห็นจากทุกท่านว่ามีท่านใดสนใจปานฤทัยในฉบับทำมือกับนิราอรบ้างไหมคะ ถ้ามีถึง 50 คน นิราอรจะพิมพ์เล่มค่ะ 
.
ราคาเล่มละ 350 บาทรวมส่ง 
หากสนใจลงชื่อใต้โพสนี้ได้เลยนะคะ นิราอรจะนับดูว่ามีถึงจำนวนที่กำหนดไหม ถ้าถึงจะพิมพ์ค่ะ 

.
***ขอความร่วมมือจากคนที่ต้องการสั่งซื้อกับนิราอรจริงๆ นะคะ ไม่ใช่มาดันเท่านั้น เพราะมีผลต่อจำนวนเล่มค่ะ 
.
เปิดโอนเงินหลังจากนับจำนวนครบตามที่กำหนด
.

เข้าไปกดสั่งจองที่ลิงก์ด้านล่างนะคะ พอครบ จำนวนแล้วนิราอรจะส่งเลข บช.ให้โอนเงินค่ะ ขอบคุณค่า

https://www.facebook.com/niraonbooks/photos/a.488246141195258/2236192753067246/?type=3&theater






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น