ปานฤทัย

ตอนที่ 14 : บทที่ ๕ อยากลืมกลับเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    6 ม.ค. 62







อยากลืมกลับเจอ



ร่างบอบบางของฤทัยรัตน์เบาหวิวกว่าที่ปานกมลคิดเอาไว้มากเมื่ออุ้มขึ้นแนบอกกว้าง ทว่าก้าวออกไปเพียงไม่กี่ก้าวคนที่เผลอหลับก็รู้สึกตัวตื่นขึ้น 

“อุ๊ย ปล่อยนะ!” มือบางที่ยกขึ้นหมายจะฟาดลงไปบนใบหน้าของคนที่บังอาจมาถูกเนื้อต้องตัวถึงกับชะงัก เมื่อพบว่าคนที่กำลังโอบอุ้มหล่อนอยู่ในขณะนี้หาใช่คนเลวทรามต่ำช้าที่ไหน แต่กลับเป็นปานกมลคนที่หล่อนแอบรักมาเนิ่นนานนั่นเอง “เอ่อ คะ… คุณปาน”

ดวงตาสีเข้มสบตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจของหญิงสาวแล้วจึงตอบ

“ฉันเห็นเธอหลับไม่รู้เรื่อง ก็เลยจะพาไปนอนที่ห้องของเธอ” ชายหนุ่มอธิบายขณะที่หญิงสาวเริ่มมีสติมากขึ้น

“ขอบคุณค่ะ เอ่อ นุ่มเดินเองดีกว่าค่ะ” ดวงหน้าที่อยู่ไม่ห่างจากใบหน้าคมคายร้อนผ่าว ทั้งเขินและอับอายระคนกัน อีกใจเริ่มกังวล เขาอาจไม่ชอบ อาจติเตียน แม้ไม่พูดออกมาตรงๆ แต่เขาอาจคิด…

ปานกมลจ้องตาของคนตัวบางแวบหนึ่งก่อนจะวางหล่อนลง พอเท้าแตะพื้นก็รีบถอยห่างอย่างรวดเร็ว ก้มหน้าก้มตาสำนึกผิด

“นุ่มขอโทษค่ะ นุ่มเผลอหลับไปเมื่อไรก็ไม่รู้”

“ฉันไม่ได้ว่าอะไรเธอสักคำนะ” ปานกมลตัดบทเมื่อคนตัวเล็กกว่าเขามากทำท่ากลัวเขาเอ็ดเสียเหลือเกิน หญิงสาวมองมือที่กุมเข้าหากันอยู่ครู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเมื่อปลายเท้าเรียวยาวของเจ้าของบ้านขยับเข้ามาใกล้

“เอ่อ… งั้น นุ่มขอตัวก่อนนะคะ” ทำท่าผละห่างแต่ถูกเขาเรียกไว้

“เดี๋ยว!” สาวน้อยชะงักกึก เมื่อร่างสูงของนายจ้างขยับแค่ก้าวเดียวก็ขวางเอาไว้เต็มทาง

“เอ่อ คะ” หน้าหวานแดงเรื่อ หลุบตาลงซ่อนประกายความรู้สึกจากแววตาคมกริบของอีกฝ่าย เช่นเดียวกับปานกมลที่ตอบหล่อนไม่ได้เหมือนกันว่ารั้งหล่อนไว้เพื่ออะไร 

“คือ ขอบใจมากนะ ที่ดูแลน้องเต้ให้…” คำตอบของปานกมลทำให้คนฟังคล้ายจะผิดหวังลึกๆ 

“ไม่เป็นไรค่ะ นุ่มเต็มใจ เอ่อ… ขอตัวก่อนนะคะ” บอกพลางขยับเลี่ยงอีกฝ่ายตรงไปยังประตูด้วยอาการคอตก เช่นเดียวกับชายหนุ่ม อาการหงอยๆ ของฤทัยรัตน์ทำให้เขาทำตัวไม่ค่อยจะถูกนัก จะไถ่ถามก็ปากหนัก อยากปลอบโยนก็ไม่มีสาเหตุให้ต้องทำเช่นนั้น คิ้วหนาขมวดมุ่น ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองสักนิด ว่าเหตุใดต้องห่วงใยและใส่ใจสาวน้อยได้มากขนาดนี้ หรือเป็นเพราะหล่อนดูน่าสงสาร… 

ฤทัยรัตน์เข้าห้องด้วยอารมณ์หดหู่ บอกตนเองให้เลิกฝันลมๆ แล้งๆ เสียที เพราะถ้าเขาจะเป็นเจ้าชาย หล่อนก็ไม่ใช่เจ้าหญิงของเรื่อง ตอนจบจึงไม่มีทางแฮปปี้เอนดิ้ง…

ชายหนุ่มเดินกลับห้องด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง วูบหนึ่งเงาของเปรมปรีดิ์ก็ผ่านวาบเข้ามาในความคิด ชายหนุ่มสั่นศีรษะแรงๆ ปัดภาพนั้นออกจากห้วงคำนึง บอกตัวเองให้เลิกฟุ้งซ่าน เลิกคิดถึงคนที่ไม่ควรคิดถึงเสียที…

แต่ในขณะที่มีบางคนพยายามลืมเลือน กลางใจกรุงยังมีอีกคนที่กำลังนึกถึงคนที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติทั้งที่กำลังแอ่นระทวยอยู่กับการควบคุมจังหวะของเจ้าของร่างอวบใหญ่เบื้องบนด้วยความรู้สึกร้อนรุ่ม เปรมปรีดิ์หลับตาพริ้มจินตนาการเพื่อกระตุ้นอารมณ์ให้สูงขึ้นด้วยการนึกถึงร่างแกร่งกำยำของคนที่หล่อนทอดทิ้ง…

“โอ้!!” ริมฝีปากสีสดที่ห่อเข้าหากันครางยาว พยายามไม่ลืมตาขึ้นมองคนที่กำลังพาหล่อนควบทะยานไปเบื้องหน้าให้เสียจินตนาการ เพราะทุกจังหวะสวาทของเขาไม่หนักแน่นและเร่าร้อนเหมือนใครอีกคน ไม่นำพาให้หล่อนรู้สึกถึงความสุขอย่างแท้จริง ครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างจวนเจียนทะยานสูงกับใกล้จะมอดดับ! 

‘ปาน… ปานขา’

ภายในห้วงอกสะท้านและร่างกายอันสะเทือนเปรมปรีดิ์ครางเรียกเขาในใจ ภาพวันวานเด่นชัด ครั้งยังรักกันหวานชื่น คิดถึงเขาจับใจ คิดถึงอ้อมแขนอบอุ่น คิดถึงอกกว้างกำยำที่มีมัดกล้ามงดงาม คิดถึงริมฝีปากร้อนรุมที่เคยพรมประทับทั่วเรือนร่างอย่างใจเย็น คิดถึงทุกการสอดประสาน ร่วมรัก หลากรส คิดถึงทุกสัมผัสที่เป็นของเขา…

“ปาน!…” กัดฟันเรียกชื่ออย่างลืมตัว เมื่อจังหวะรักสุดท้ายถูกอัดส่งเข้ามาในกายของเปรมปรีดิ์ ขณะที่อีกฝ่ายก็หน้ามืดตามัว สุขเกินสุขกับรสสวาทที่ได้รับเต็มอิ่มจากเมียสาวในอนาคต กระแทกกระทั้นสั้นๆ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะครางห้าวแล้วฟุบลงกับอกอวบ หอบหายใจรวยริน ทิ้งให้คนใต้ร่างนอนนิ่งกำมือแน่น… 

อารมณ์ที่กำลังลอยละลิ่วคล้ายถูกฉุดกระชากให้ตกฮวบ สุขไม่เต็มสุข! ต่างจากคนที่เต็มอิ่มนอนทับหลับไปแล้ว ฟังจากเสียงหายใจที่สม่ำเสมอ หญิงสาวดันร่างอ้วนให้พลิกลงจากตัว แล้วขยับตะแคงกายหันหลังให้อีกฝ่าย เสียงกรนเบาๆ บาดลึกในความรู้สึก ตอกย้ำอารมณ์ที่ค้างคาจวนเจียนคลั่ง!

“ไอ้แก่ ไอ้หมูตอน ถ้าแกไม่รวยสักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ ฉันไม่มีทางให้แกแตะต้องตัวฉันแน่!”

ดวงตาคมสวยแดงก่ำเมื่อมองไปยังผนังห้องด้วยความแค้นใจ นับวันเปรมปรีดิ์ก็มีแต่ความอึดอัดใจ แม้จะมีหน้าตาทางสังคมแต่ไม่เคยมีความสุขในชีวิต ความสุขในรสเพศยิ่งเลวร้าย และทุกอย่างที่ประกอบมาเป็นเจ้าสัวทรงชัยก็ยิ่งชวนให้คิดถึงปานกมลมากขึ้นทุกครั้ง ก่อนนี้หล่อนเคยคิดว่าเขาคือผู้ชายในกำมือ จะให้หันซ้ายย้ายขวาทำตามไม่เกี่ยงงอน แต่เมื่อรู้ว่าหล่อนกำลังแต่งงานกับคนอื่น เขากลับตัดง่ายดายอย่างไม่คาดคิด ร่างบางผุดลุก หันมองคนหลับใหลอย่างชิงชังก่อนจะเดินตัวเปล่าเข้าไปในห้องน้ำภายในห้องชุดสุดหรู แม้ขณะชะล้างคราบคาวจากทรงชัย ภายในห้วงคะนึงยังมีใบหน้าของปานกมลลอยวนไม่จางหาย…

 

เช้านี้มีเครื่องปรุงบางอย่างหมดครัว นางสายใจจึงทำรายการไว้เพื่อออกไปซื้อของในเช้าตรู่ ทว่าร่างกายผู้สูงวัยกลับไม่ปกติเหมือนวันก่อน เพราะเกิดอาการหน้ามืดดีที่ฤทัยรัตน์เข้ามาพบจึงรับไว้ได้ทัน… 

“ป้าใจทานยาหอมก่อนนะคะ” หญิงสาวส่งแก้วยาหอมให้กับแม่บ้านหลังจากพามานั่งบนเก้าอี้ตัวยาวที่ปรับเอนได้ พอดื่มหมดก็เรอออก

“เอิ๊ก… ขอโทษทีเถอะนุ่ม ลมมันตีขึ้น” บอกอย่างขอลุแก่โทษ หญิงสาวสั่นหน้ายิ้มๆ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ป้าใจนอนพักก่อนนะคะ ส่วนเรื่องเครื่องครัวนุ่มจะขออนุญาตคุณปานออกไปซื้อให้ค่ะ” คนเป็นลมสบตาสาวน้อยอย่างซาบซึ้ง

“ขอบใจมากนะนุ่ม แต่ความจริงนุ่มไม่ต้องไปก็ได้ ป้านอนอีกสักพักก็หาย” 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นุ่มเต็มใจ” รอยยิ้มหวานบ่งบอกถึงความเต็มใจอย่างถ่องแท้ 

“เป็นอะไรไปครับนั่น แล้วใครจะไปไหนกัน” 

เสียงทุ้มที่ดังเข้ามาจากด้านหลังทำให้คนขันอาสาทำตัวเกร็ง เหตุการณ์เมื่อคืนวานฉายวาบผ่านความคิด พวงแก้มอิ่มด้วยเลือดฝาดของวัยสาวแดงเรื่อกระทั่งอีกฝ่ายเข้ามายืนใกล้ๆ 

“ว่าไงครับ เป็นอะไรไป” เขามองแม่บ้านสลับกับพี่เลี้ยงสาวน้อยด้วยสายตาเป็นคำถาม

“ป้าเป็นลมค่ะคุณปาน หนูนุ่มเลยช่วยละลายยาหอมมาให้ นี่จะอาสาไปซื้อของให้ป้านะคะ พอดีเครื่องครัวหมด” นางสายใจเอ่ย คนตัวโตหลุบตามองคนตัวเล็กที่ยืนหลบตาเขาแวบหนึ่ง 

“เอาอย่างนี้แล้วกัน วันนี้ป้าใจพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร ทานง่ายๆ สักวันคงไม่เป็นไร ส่วนเรื่องซื้อของเข้าครัว เดี๋ยวผมจะเป็นคนพานุ่มไปซื้อเองครับ” สาวน้อยหันขวับ ซึ่งพอดีกับที่ดวงตาคมกริบของเจ้านายหนุ่มหลุบมองลงมาจนหญิงสาวเกิดอาการประหม่า

“จะดีหรือคะ ป้าพักเดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว” แม่บ้านเอ่ยปากอย่างเกรงใจ

“ดีสิครับ พักผ่อนให้หายสนิทก่อน หายเมื่อไรค่อยลุกขึ้นมาทำอาหาร” แม่บ้านมองเจ้านายของตนด้วยสายตาซาบซึ้งและขอบคุณ

“ขอบคุณมากนะคะคุณปาน” ปานกมลยิ้มอย่างเต็มใจ ก่อนหันไปมองคนที่ยืนเงียบ

“ว่าไงนุ่ม เธอจะไปกับฉันหรือว่าจะให้ฉันไปคนเดียว…” 

เขาถามแบบนี้แล้วจะให้หล่อนตอบว่าอย่างไร จะตอบว่าให้เขาไปคนเดียวก็ไม่กล้า เพราะก่อนหน้าอาสากับสายใจไว้แล้ว  

“เอ่อ ไปค่ะไป…” บอกเสียงเบาเสมองไปยังสายใจเสีย เลยไม่ทันได้เห็นว่ามุมปากได้รูปของอีกฝ่ายขยับขึ้นคล้ายจะยิ้มขัน 

“ถ้างั้นไปรอฉันที่รถก่อน ฉันจะพาป้าใจไปส่งที่ห้องพัก…”

ฤทัยรัตน์มองร่างสูงของเจ้านายหนุ่มรูปงามประคองร่างอวบของแม่บ้านด้วยสายตาชื่นชม แม้เขาจะมีฐานะเป็นถึงนายจ้างทว่าไม่เคยถือตัว ไม่เคยตีคั่นแบ่งชั้นหรือรังเกียจว่าทั้งหล่อนและสายใจว่าเป็นเพียงลูกจ้าง เขาปฏิบัติต่อบุคคลภายในบ้านประดุจญาติสนิท ให้ความเคารพมอบความเอ็นดูสม่ำเสมอ…

ไม่นานนักร่างสูงของปานกมลก็ตามลงมา เขาหยุดตรงหน้าหญิงสาวแล้วเลิกคิ้วเข้มๆ ขึ้นนิดแล้วเอ่ยถาม…

“เป็นไรหรือเปล่าเรา ทำไมวันนี้ขยันหน้าแดงจัง” ขณะที่ถาม ดวงหน้าหวานๆ ก็ยังคงแดงก่ำไม่หยุด และเจ้าของใบหน้าหวานก็ยังไม่กล้าสบตาเขาเต็มตา ชายหนุ่มพอจะเดาออกจึงเลิกถามและเอื้อมมือไปเปิดประตูรถแทน

“ไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ… ขึ้นรถได้แล้วสาวน้อย รีบไปจะได้รีบกลับ” ฤทัยรัตน์รีบเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจคิดว่าเขาจะโกรธ แต่เมื่อสบตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของอีกฝ่ายจึงรีบหมุนตัวขึ้นไปบนรถอย่างรวดเร็ว นั่งก้มหน้าจนได้ยินเสียงประตูปิดหนักๆ อีกด้าน ไม่นานก็ได้ยินเสียงสตาร์ตรถ… 

พอถึงตลาดหญิงสาวก็เดินตามต้อยๆ ไปยังร้านขายเครื่องครัวรายใหญ่ ชายหนุ่มบอกให้หญิงสาวเข้าไปเลือกซื้อของ ส่วนตัวเขาเปลี่ยนจากเดินนำเป็นเดินตาม มือหนาข้างหนึ่งถือตะกร้าใบใหญ่ พนักงานสาวๆ ต่างจับตามองคนตัวสูงหน้าเข้มที่เดินถือตะกร้าให้แม่บ้านสาวน้อยยิ้มๆ บ้างก็หันไปซุบซิบกันเบาๆ ตามวัยช่างฝัน 

“ซอสด้วยใช่ไหม ฉันเห็นว่ามีในรายการนะ” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น เมื่อหญิงสาวทำท่าจะเดินเลยของสำคัญ คนถูกท้วงหันมามองอีกฝ่ายหน้าเหลอก่อนก้มลงอ่านรายการในกระดาษแผ่นเล็ก ครู่หนึ่งก็เงยหน้าขึ้นสบตาคู่ใหญ่ของเขาแล้วพยักหน้ายอมรับ

“ค่ะ นุ่มอ่านข้ามไปหน่อย…” สารภาพเสียงอ่อย แล้วเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาใส่ตะกร้า ทว่ามือหนากลับยื่นออกไปพร้อมกันเป็นเหตุให้มือของเขาทาบซ้อนกับมือเล็กที่กำคอขวดไว้โดยยั้งไว้ไม่ทัน หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม ไม่กล้าดึงมือที่ถูกเขาวางทับไว้ออกในทันที ชายหนุ่มรู้ตัวจึงดึงมือออกแล้วพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นว่าแก้มใสๆ แดงราวทาชาด

“ขอโทษที ไม่นึกว่าเธอจะหยิบเหมือนกัน” 

สาวน้อยกำขวดแน่นก่อนจะหยิบออกมาใส่ตะกร้า หัวอกหัวใจเต้นแรงรัว หูตาลายไปกับรายการเครื่องครัว ใช่ว่าจะมากมาย เป็นเพราะคนที่เดินตามมาต่างหากที่ทำให้หูตาพร่าเลือน มองอะไรไม่ชัดเจน แค่เขาเดินตามเงียบๆ หล่อนก็เกร็งจนก้าวขาไม่ถูก นี่ยังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นอีกก็ยิ่งป้ำๆ เป๋อๆ ไปกันใหญ่

ปานกมลลอบถอนหายใจ แต่ไม่วายหลุบตามองแก้มเนียนใสสีเรื่อไปเพลินๆ เขาไม่ได้คิดจะแต๊ะอั๋งหรือทำเจ้าชู้ยักษ์ใส่หล่อนสักนิด แต่ทุกอย่างเป็นไปเพราะความบังเอิญล้วนๆ แต่จะว่าไปบางทีการได้อยู่ใกล้สาวน้อยที่ขยันแก้มแดงก็ทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมานิดๆ 

ระหว่างที่ปานกมลและฤทัยรัตน์เดินออกมาจากร้านขายเครื่องครัว ‘นายชาย’ อดีตคนงานที่ถูกไล่ออก ผันตัวเองมารับจ้างเข็นของในตลาดมีอันต้องชะงักก่อนขยับตัวหลบมุม จับตามองทั้งสองเดินเคียงกันไปด้วยสายตาอาฆาต 

“มีความสุขอยู่ดีกินดีกันไปก่อนเถอะพวกมึง อีกไม่นานกูจะเอาคืนอย่างสาสม!” ไม่สำนึกหนำซ้ำยังอาฆาตมาดร้าย นัยน์ตามุ่งมั่นมองตามจนลับสายตา…

“ไอ้ชาย!” นายชายสะดุ้งเฮือกหันขวับไปยังเฒ่าแก่เจ้าของร้าน “หนีมาอู้อีกแล้ว ไปเลยมึง ไปเลย รีบไปทำงานให้เสร็จๆ ถ้าไม่เสร็จวันนี้โดนหักเงินแน่ ไป!” 

คนถูกตำหนิกัดฟันกรอดรีบเข็นรถออกไปอย่างรวดเร็ว ในใจนึกก่นด่าเจ้าของร้านที่ยืนเท้าสะเอวมองตามไม่คลาดนั่นด้วยความเจ็บใจ

“โธ่เอ๊ยไอ้งก! หยุดพักสองสามนาทีทำเป็นด่า เดี๋ยวเถอะมึง วันไหนเผลอกูจะขโมยให้เกลี้ยง!” 

พึมพำด้วยความแค้นเคืองก่อนวิ่งเข้าไปในร้านหยิบของที่ถูกเตรียมขึ้นรถเข็นดันไปส่งลูกค้า แต่ไม่ลืมความตั้งใจเดิมและย้ำชัดลงไปอีกครั้งเมื่อยังเห็นปานกมลเลือกซื้อของอยู่ไกลๆ กระตุ้นความคั่งแค้นให้ทวีคูณขึ้นไปอีก…

ไม่นานนักทั้งสองก็ซื้อของเรียบร้อย ฤทัยรัตน์ได้ถือของเบาๆ เพียงสองถุง เพราะของหนักปานกมลเหมาคนเดียวรวด และไม่ยอมให้หล่อนช่วยถือกระทั่งถึงรถยนต์ที่จอดไว้ จัดของเรียงเข้าที่ก็หันมามองคนตัวบางที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“อยากได้อะไรหรือเปล่า ถ้าอยากได้ก็ไปซื้อ ไหนๆ วันนี้ก็ได้ออกมาตลาดแล้ว” เขาเอ่ยถามพลางจับตามองคนตัวบางที่ทำท่าขมวดคิ้วนึก เพียงครู่หญิงสาวก็ส่ายหน้า

“ไม่ค่ะ นุ่มยังไม่อยากได้อะไร ของที่ซื้อไปคราวที่แล้วยังใช้ไม่หมดเลยค่ะ” ตอบตามความจริง คราวที่แล้ว ทั้งของและเงินที่เหลือเขาไม่ยอมรับคืน ยังคงนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าของหล่อนอย่างครบถ้วน…

“ถ้างั้นก็กลับกันเถอะ” บอกพร้อมหันไปเปิดประตูรถให้ฤทัยรัตน์ หญิงสาวรีบนั่งประจำที่อย่างไม่อิดออด ก่อนที่จะถูกปิดลงหนักๆ ด้วยฝีมือของปานกมล…

เมื่อมาถึงปานกมลก็หอบของส่วนใหญ่เข้าบ้าน โดยมีคนตัวบางช่วยถือของเบาๆ เพียงไม่กี่อย่างตามหลังมา ทว่าเพียงก้าวเท้าเข้าไปภายใน ร่างเล็กของเด็กหญิงก็พุ่งเข้ามากอดเขาเอาไว้ทันทันที

“ลุงปาน!”

“น้องเมนี่!” มานิดายิ้มแป้น กอดขาเขาไว้แน่น ขณะที่จิรดาเดินตามออกมายิ้มๆ

“ไปซื้ออะไรกันมาเยอะแยะเลยคะ” จิรดาเอ่ยถาม สายตามองไปยังคนตัวบางที่เดินตามมาหยุดอยู่ด้านหลังอย่างประเมิน 

“ไปซื้อของเข้าครัวแทนป้าใจน่ะ แกไม่สบาย เมนี่ปล่อยลุงก่อนครับ ขอคุณลุงเอาของไปเก็บก่อน” เขาบอกเด็กหญิงเบาๆ เด็กหญิงมองเขาแล้วเอียงคอชะโงกมองไปยังฤทัยรัตน์แวบหนึ่งก็ปล่อย

“ก็ได้ค่ะ แต่เมนี่เดินตามนะคะ” เด็กหญิงเดินตามร่างสูงของปานกมลไปติดๆ โดยมีฤทัยรัตน์รั้งท้ายตามไป ส่วนจิรดากลับไปนั่งรอที่ห้องรับแขกเช่นเดิม

“ฝากด้วยนะนุ่ม” ชายหนุ่มเอ่ยเมื่อวางของทั้งหมดไว้บนโต๊ะกลางห้องครัว 

“ได้ค่ะ เดี๋ยวนุ่มจัดการเอง” ชายหนุ่มสบตากลมโตของสาวน้อยอย่างขอบคุณแล้วหันไปยังมานิดาที่กระตุกชายเสื้อของเขา

“ไปกันเถอะค่ะคุณลุง คุณแม่รออยู่นะคะ” ปากเล็กๆ บอกเขาแต่มองเลยไปยังฤทัยรัตน์ ในใจของหนูน้อยหวงชายหนุ่ม หล่อนหวงเขากับทุกคนแม้กระทั่งฤทัยรัตน์…

“โอเคครับ” มือใหญ่จึงถูกฉวยจับจากคนตัวเล็กทันที จนเขาต้องรีบสาวเท้าออกไปตามแรงดึง ฤทัยรัตน์มองตามแล้วถอนหายใจ รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบหน้าของแม่หนูเมนี่ที่มีต่อหล่อน

“ทำไมต้องทำเหมือนไม่ชอบเราด้วย” พึมพำอยู่ครู่ ก่อนหันไปสนใจกับการจัดของเข้าที่ เสร็จแล้วจึงกลับเข้าห้องทำงานของตนอย่างเงียบเชียบ ไม่ย่างกรายออกไปให้คนทั้งสามได้เห็นอีกจนกระทั่งเกือบเที่ยง…

“อ้าว! ป้าใจทำไมไม่พักคะ ออกมาทำไม” หญิงสาวทักขึ้นขณะที่กำลังเตรียมของทำอาหารง่ายๆ ตามที่ปานกมลสั่งไว้ก่อนที่เขาจะเข้าไปทำงาน โดยมีสองแม่ลูกตามออกไปด้วย

“ก็ออกมาช่วยนุ่มทำกับข้าวนะสิจ๊ะ” นางสายใจตอบขณะนั่งลงบนเก้าอี้ ใบหน้ายังดูซูบเซียว หญิงสาวซึ่งกำลังเตรียมผักจึงเดินตรงมายังนางแล้วสำรวจสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วมุ่น

“หน้าซีดแบบนี้ไม่ไหวแน่ค่ะ ป้าใจไปพักเถอะ มื้อนี้นุ่มรับจัดการเอง อาจไม่อร่อยเท่าป้าใจทำแต่ของที่ทำก็ง่ายๆ ไม่ยากเย็นอะไร นะคะ ไปพักก่อน” คนฟังนั่งๆ อยู่ก็เกิดเวียนหัวขึ้นอีก จึงจำต้องพยักหน้ายอมรับ

“ก็ดีเหมือนกัน งั้นป้าไปพักก่อนนะ”

“ค่ะ ไปเถอะไม่ต้องห่วง ทางนี้นุ่มจัดการเอง” ฤทัยรัตน์มองร่างอวบของนางสายใจเดินออกไปแล้วหันมามองผักและเครื่องปรุงอย่างปลงๆ พลางคิดเอาว่าอาหารมื้อนี้หากไม่อร่อยจนชวนแขกให้อยู่ต่อ ก็คงจะกลืนไม่ลงจนกลายเป็นไล่แขกก็ทางอ้อมก็เป็นได้… 












ขออนุญาตสอบถามค่ะ 
#ปานฤทัย เคยออกกับ สนพ.แสนรัก พอหมดสัญญาเลยเอามาทำอีบุ๊ก มีนักอ่านถามเรื่องรูปเล่มเข้ามาเรื่อยๆ นิราอรเลยแนะนำให้ไปซื้อกับ สนพ.ตลอด แต่ก็มีอีกหลายท่านที่ยังรอในแบบทำมือกับนิราอร เลยอยากสอบถามความคิดเห็นจากทุกท่านว่ามีท่านใดสนใจปานฤทัยในฉบับทำมือกับนิราอรบ้างไหมคะ ถ้ามีถึง 50 คน นิราอรจะพิมพ์เล่มค่ะ 
.
ราคาเล่มละ 350 บาทรวมส่ง 
หากสนใจลงชื่อใต้โพสนี้ได้เลยนะคะ นิราอรจะนับดูว่ามีถึงจำนวนที่กำหนดไหม ถ้าถึงจะพิมพ์ค่ะ 

.
***ขอความร่วมมือจากคนที่ต้องการสั่งซื้อกับนิราอรจริงๆ นะคะ ไม่ใช่มาดันเท่านั้น เพราะมีผลต่อจำนวนเล่มค่ะ 
.
เปิดโอนเงินหลังจากนับจำนวนครบตามที่กำหนด
.

เข้าไปกดสั่งจองที่ลิงก์ด้านล่างนะคะ พอครบ จำนวนแล้วนิราอรจะส่งเลข บช.ให้โอนเงินค่ะ ขอบคุณค่า

https://www.facebook.com/niraonbooks/photos/a.488246141195258/2236192753067246/?type=3&theater







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น