หนามรักสนิมใจ

ตอนที่ 12 : บทที่ ๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    21 พ.ย. 62







“ผมไปติดต่อกับพยาบาลมา เขาบอกว่ามีห้องพิเศษว่าง ผมเลยขอให้เขาย้ายมะเหมี่ยวไปอยู่ในห้องพิเศษ เรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดผมรับผิดชอบเองครับ”

คำตอบของเขาทำให้กุสุมาตกใจและกลายเป็นโกรธขึ้นมาทันที

“ทำแบบนี้ทำไม เราไม่ได้ขอให้คุณทำแบบนี้เสียหน่อย” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยเสียงกระซิบ แต่สีหน้าเครียดจัด หล่อนไม่อยากติดหนี้บุญใคร โดยเฉพาะผู้ชายตรงหน้า!

มนรัตน์สบนัยน์ตาของคนที่กำลังแหงนหน้ามองเขาอย่างเอาเรื่องด้วยสายตาเย็นชา ไร้ความรู้สึก ก่อนจะหันไปบอกกับนางกาญจน์ว่า

“ผมแค่เป็นห่วงมะเหมี่ยว อยากให้หายเร็วๆ ไม่เคยคิดว่าจะทำให้คุณน้าและแม่ของมะเหมี่ยวไม่สบายใจ”

คำว่า ‘แม่ของมะเหมี่ยว’ บีบหัวใจของคนฟังจนแทบแหลกเหลว นัยน์ตาคู่งามฉาบรื้นด้วยหยาดน้ำตาวูบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีเมื่อเขาหันกลับมา หล่อนไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอ ไม่อยากให้รู้ว่ากำลังน้อยใจ

“แต่เราไม่อยากรบกวนมนเลย อีกแค่สองสามวันก็กลับได้ไม่น่าต้องลำบาก อีกอย่างเรื่องค่าใช้จ่ายของมะเหมี่ยวก็ไม่ต้องเสียอะไร เพราะมีประกันสุขภาพ”

นางบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่นั่นยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด เพราะหากมะเหมี่ยวเป็นลูกสาวของเขาเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ต้องเป็นแบบนี้ แม้แต่จะเข้าโรงพยาบาลยังต้องอาศัยบัตรประกันสุขภาพ นอนห้องผู้ป่วยรวม เขาไม่ได้รังเกียจ แต่ไม่อยากให้เด็กตัวเล็กๆ ต้องนอนรวมกับผู้ป่วยคนอื่นๆ ซึ่งแต่ละคนก็สารพัดโรค...

“เถอะนะครับ ถือเสียว่าเป็นน้ำใจจากผม” 

เขามองนางกาญจน์อย่างขอร้อง ทำให้ฝ่ายนั้นหันไปสบตาลูกสาวด้วยความลำบากใจ กุสุมาเม้มปาก ก่อนจะเดินออกจากห้องพยาบาลไปในทันทีเมื่อรู้ว่ามารดาจะยอมตกลง หญิงสาวเกิดความรู้สึกคับแค้นใจอย่างถึงที่สุด เพราะคิดว่าเขาคงดูถูกและเห็นหล่อนเป็นพวกอนาถา จึงต้องมารับผิดชอบแบบนี้ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย แต่ความคิดนั้นชะงักลงแล้วถามตนเองว่า

จริงหรือ... ไม่เกี่ยวจริงนะหรือ

มะเหมี่ยวถูกย้ายเข้ามาอยู่ในห้องพิเศษในที่สุด แม้คนเป็นแม่จะไม่เต็มใจ แต่เมื่อมองลูกแล้วหญิงสาวก็ได้แต่เงียบ ทั้งมารดายังมากระซิบอีกว่า

“ให้พ่อเขาทำหน้าที่ของเขาบ้างเถอะ ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเป็นลูกของเขาก็ตาม”

กุสุมาเย็นเยียบไปทั้งร่างเมื่อมารดากล่าวออกมาเช่นนั้น หญิงสาวมองไปยังเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่กำลังเล่นกับ    มะเหมี่ยวด้วยสายตาอ่อนโรย

เมื่อนางกาญจน์ออกไปข้างนอก และมะเหมี่ยวหลับลงได้ มนรัตน์จึงหันไปหากุสุมาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงสำหรับญาติแล้วก้าวไปหา ร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ ทำให้คนที่ทำเป็นสนใจหนังสือเสียนักหนาขยับตัวห่างอย่างรวดเร็ว แต่ท่าทางแบบนั้นทำให้มนรัตน์ไม่พอใจ ดวงตาของเขาจึงตวัดมองเขียวปัดพลางเอ่ยห้วนๆ ว่า

“ไม่ต้องทำท่ารังเกียจขนาดนั้นก็ได้ ผมไม่ปล้ำคุณหรอก เพราะมันไม่มีทางเกิดขึ้น!”

คำพูดของเขาทำเอาหญิงสาวสะอึก ทั้งเจ็บใจและปวดร้าวกับสิ่งที่เขาตอกย้ำ

ใช่สิ เขาไม่จำเป็นต้องปล้ำหล่อนให้เสียเวลา เพราะคนอย่างหล่อนมันใจง่าย หลักฐานความใจง่ายของหล่อนในอดีตก็เห็นอยูทนโท่บนเตียงนั่นไง!

เมื่อเห็นหยาดน้ำตาและหน้าซีดๆ ของหญิงสาวเขาก็ชะงัก อารมณ์โกรธเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิด ก่อนจะผ่อนลมหาใจแล้วเอ่ยถาม

“ผมเห็นแต่คุณกับแม่ แล้วไหนล่ะ พ่อของมะเหมี่ยว เขาไปอยู่ที่ไหน ทำไมไม่มาดูแลลูก”

คนฟังใจไหวหวั่น หางตาชำเลืองมองคนถาม เรียวปากปรากฏรอยยิ้มขื่นจนคนถามต้องนิ่วหน้า เขามองไปที่หนูน้อยซึ่งหลับปุ๋ย แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ว่าไง พ่อมะเหมี่ยวไปไหนเสียล่ะ” เอ่ยถาม หากริมฝีปากมีร่องรอยเย้ยหยัน “หรือว่าเลิกกันแล้ว”

คราวนี้คนที่ปิดปากเงียบหันมามองเขาด้วยแววตาวาวโรจน์ ขณะที่เขาสบตาด้วยนัยน์ตายั่วเย้าและท้าทาย แต่เพียงครู่เดียวหญิงสาวก็ปัดความขุ่นมัวนั้นทิ้งไป บอกตนเองว่าเขาไม่รู้ ไม่เคยรู้อะไรทั้งสิ้น...

“พ่อมะเหมี่ยวตายแล้ว”  

น้ำเสียงเย็นชาที่บอกออกมาทำให้คนฟังใจกระตุก แต่เมื่อมองใบหน้าที่ฉายแววหยิ่งทะนงกลับทำให้เขาต้องหรี่ตา ลงอย่างครุ่นคิด แล้วบอกตนเองว่าหล่อนประชดเขา พ่อเด็กไม่ได้ตาย เพียงแต่หล่อนไม่ยอมบอกเท่านั้นว่่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ ในเมื่อไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง แต่เขาอยากรู้ อยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหล่อนและมะเหมี่ยว

หากไม่หลอกตัวเอง เขาก็อยากจะยอมรับว่าสิ่งที่หล่อนบอกมาเมื่อครู่ทำให้หัวใจของเขาไหววาบประหลาด คล้ายกับว่าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น

“ทำไมถึงตายล่ะ” เขานึกสนุกที่จะต่อล้อต่อเถียงด้วย ทว่าหญิงสาวไร้ซึ่งอารมณ์นั้นเต็มที เพราะหล่อนไม่อยากพลาด ไม่อยากถูกเขาปั่นหัวจนเผลอหลุดอะไรออกมา ดังนั้นหญิงสาวจึงยิ้มให้เขา ริมฝีปากเท่านั้นที่ยิ้ม แต่แววตาว่างเปล่า...

“ขอไม่บอก เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณเลยสักนิดเดียว”

เพียงเท่านั้นมนรัตน์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาต้องข่มอารมณ์โกรธลงอย่างยากเย็น ดวงตาที่วาวโรจน์ขึ้นถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดทันทีแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างว่า

“ฝากลาคุณน้าด้วย แล้วบอกมะเหมี่ยวว่าจะมาหาใหม่” พูดจบเขาก็หมุนตัวออกจากห้องพิเศษ ทิ้งให้คนปากจัดนั่งนิ่งอยู่ท่าเดิม ร่างกายชาหนึบ น้ำตาเอ่อคลอ ก่อนจะไหลลงมาราวประปาแตก ซึ่งเป็นการร้องไห้ครั้งแรกในรอบปี...







หนามรักสนิมใจโหลดอีบุ๊กได้แล้วนะคะ 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #19 Pawarisann659 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 19:22

    ไหวไหมค่ะ
    #19
    0
  2. #18 Artitaya308 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 14:55
    ปวดใจสุดๆ
    #18
    0