หนามรักสนิมใจ

ตอนที่ 11 : บทที่ ๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    20 พ.ย. 62













แพรวพรรณทำตาโตเมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวลุกขึ้นจากแคร่ตั้งใจไปบอกคุณมาลัย แต่คิดอีกทีจึงเปลี่ยนใจ เพราะหากคุณมาลัยรู้ว่ามนรัตน์พบกับกุสุมา อาจเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตขึ้นมาอีกก็ได้ ดังนั้นหญิงสาวจึงตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เอาไว้ ปล่อยให้เป็นธุระของพี่ชายคนเดียว

มนรัตน์มาถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัดในบ่ายวันนั้น ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น ทั้งบนใบหน้ายังมีแว่นตากันแดดสวมเอาไว้ ทำให้ชายหนุ่มถูกมองจากคนทั่วไปอย่างสนใจ ขณะที่บางคนรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเขา

ร่างสูงไปหยุดที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ แล้วเอ่ยถามถึงชื่อของเด็กหญิงมะเหมี่ยวกับเจ้าหน้าที่ ครู่ต่อมาจึงเดินเข้าไปข้างในด้วยท่วงท่าปราดเปรียวน่ามอง สาวๆ และไม่สาวต่างมองตามตาปรอยจนคนข้างๆ เขม่น

แค่ได้รับรู้ว่าแม่หนูน้อยต้องนอนรวมกันที่ห้องผู้ป่วยรวมชายหนุ่มก็ถึงกับฉุนคนเป็นแม่ขึ้นมาทันที ก็แม่หนูยังเล็กแค่นั้นให้ไปนอนรวมกับผู้ป่วยอื่นๆ เชื้อโรคไม่ยิ่งรุมเร้าหรอกหรือ เขาคิดอย่างไม่ใคร่พอใจนัก

เมื่อเขาก้าวเข้ามาภายในห้องรวม ทั้งผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยต่างมองมาทางเขาเป็นตาเดียว มะเหมี่ยวเห็น ‘คุณลุง’ ก็ร้องเรียกทันที

“คุณลุง!!”

กุสุมาหันขวับ หัวใจกระตุกวูบเมื่อร่างสูงใหญ่โดดเด่นของมนรัตน์ก้าวมาหยุดลงตรงหน้า เมื่อเขาถอดแว่นตาออกทั้งญาติผู้ป่วย ตัวผู้ป่วยหรือแม้แต่นางพยาบาลต่างหันมามองเขาอย่างชื่นชม บางคนคิดถึงขั้นว่าเขาอาจเป็นดาราเลยก็เป็นได้ เพราะไม่บ่อยนักที่คนซึ่งดูดีขนาดนี้จะก้าวเข้ามาในห้องผู้ป่วยรวม ไม่นับคุณหมอและพยาบาลบางคนที่สวยหล่อน่ามองไม่แพ้ดารา 

ชายหนุ่มไม่สนใจสายตาและเสียงซุบซิบ เขายกมือไหว้นางกาญจน์ ก่อนหยุดมองที่หญิงสาวซึ่งมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะหันไปทักทายนางกาญจน์และมะเหมี่ยว

“พรรณบอกว่ามะเหมี่ยวเป็นไข้เลือดออก” บอกพลางปรายตามองคนเป็นแม่อย่างตำหนิ ทำให้คนถูกมองด้่วยสายตาเช่นนั้นหน้าร้อนวูบด้วยความโกรธ นึกก่นด่าเขาในใจ

มีสิทธิ์อะไรมามองฉันด้วยสายตาแบบนี้ ทีกับตัวเองเองมัวแต่ไปแข่งรถมีสาวๆ แนบข้าง แต่หล่อนต้องขายของหน้ามัน ผมฟู จึงทำให้ไม่มีเวลาได้ดูแลลูกเต็มที่นัก ทว่าก็ไม่เคยปล่อยให้มะเหมี่ยวต้องขาดความรักความอบอุ่น ป่วยคราวนี้คนเป็นแม่ก็ใจแทบขาดเหมือนกัน แล้วเขาล่ะทำอะไรบ้าง นอกจากทำลูกแล้วหายหัวไป!

มนรัตน์ขมวดคิ้ว เมื่อสบสายตาแค้นเคือง ราวกับคับแค้นใจอะไรสักอย่างแล้วสะบัดหนีไปอีกทาง 

“น้าผิดเอง ยุงมันเยอะตอนค่ำๆ กว่าก้อยจะกลับจากตลาดก็มืดดึกดื่น เจ้ามะเหมี่ยวก็ซน เที่ยวเล่นซกๆ ไปเรื่อย บางทีน้าก็ยุ่งจนลืมจุดยากันยุงให้ ตอนนี้ก็ใกล้หายแล้วละ ขอบใจมนมากนะที่มีแก่ใจแวะมาเยี่ยม”

นางตัดบท ไม่อยากให้ลูกสาวอึดอัด มนรัตน์ยิ้มให้นาง ก่อนหันไปยังมะเหมี่ยว หญิงสาวจึงขยับตัวลุกขึ้น แล้วปล่อยให้ ‘คุณลุง’ ของลูกสาวเข้าไปนั่งแทน ชายหนุ่มขอบคุณเบาๆ แล้วนั่งลงพร้อมกับวางขนมและของเล่นลงตรงหน้าคนป่วยตัวน้อย

“เป็นไงบ้างคะ ลุงซื้อขนมมาให้หนูตั้งหลายอย่าง ของเล่นก็มี ตุ๊กตาที่หนูชอบไงคะ”

เขาพูดกับหนูน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตายิ่งอ่อนโยนกว่า ทำให้คนรอบๆ มองด้วยสายตาชื่นชมแกมเอ็นดู เพราะไม่คิดว่าผู้ชายท่าทางหยิ่งๆ จะมีมุมอ่อนโยนและน่ารักกับเด็กขนาดนี้

“หนูชอบ” หนูน้อยยกมือไหว้อย่างที่ถูกสอนเมื่อได้รับของจากชายหนุ่ม มนรัตน์ยกมือขึ้นลูบผมเด็กน้อยด้วยสายตารักใคร่เสียจนคนเป็นยายใจไหววาบ นางมองสบตาลูกสาวแล้วถอนหายใจยาว ต่างคนต่างอึดอัด และตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปาก

“ชอบก็ดีแล้ว ลุงตั้งใจซื้อมาให้หนูโดยเฉพาะเลยนะ”

แม่หนูเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา แล้วเล่นตุ๊กตาที่เขาซื้อมาให้ 

“หิวไหมมะเหมี่ยว” เขาเลื่อนขนมมาตรงหน้าหนูน้อย 

“ไม่หิวค่ะ หนูกินแล้ว” ตอบอย่างไร้เดียวสา แล้วก้มหน้าเล่นตุ๊กตาต่อ ชายหนุ่มเล่นกับหนูน้อยอีกพักหนึ่ง พยาบาลจึงเข้ามาตรวจ เสร็จแล้วหญิงสาวจึงถามพยาบาล

“คุณพยาบาลคะ คุณหมอจะให้มะเหมี่ยวออกจากโรงพยาบาลได้วันไหนคะ”

“ต้องรอคุณหมอมาตรวจอีกทีนะคะ แต่พี่คิดว่าน่าจะสักประมาณสองสามวันค่ะ” นางพยาบาลยิ้มให้คนทั้งสาม แล้วขอตัวไปดูแลคนอื่นๆ 

มนรัตน์เห็นสีหน้าไม่สบายใจของกุสุมาจึงมีความคิดว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ดังนั้นชายหนุ่มจึงเอ่ยขอตัวกับสองแม่ลูก ทั้งคู่มองตามแล้วถอนหายใจยาว หญิงสาวคิดว่าเขากลับ จึงเกิดความรู้สึกใจหาย แต่พยายามบอกตนเองว่าอย่ารู้สึกอะไรกับการมาหรือไปของเขานักเลย เพราะมันไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น เขาแค่ถูกชะตากับมะเหมี่ยว เลยมาเยี่ยมก็แค่นั้นเอง

“จะเอายังไงก้อย จะบอกเขาไหม” นางกาญจน์เอ่ยถามลูกด้วยเสียงกระซิบ กุสุมาส่ายหน้าโดยไม่ต้องคิดทันที เมื่อนึกถึงคำหยันเหยียดจากผู้ใหญ่ของมนรัตน์

“ไม่จ้ะ เรื่องมันนานมาแล้ว เราอยู่ส่วนเรา เขาอยู่ส่วนเขาพอแล้ว หนูไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากวุ่นวาย ไม่อยากให้ใครมาดูถูกเรา ดูถูกแม่อีก” หญิงสาวสบตามารดาอย่างเสียใจทุกครั้งที่นึกถึงอดีต นางกาญจน์ถอนหายใจพลางเอ่ย

“แม่สงสารมะเหมี่ยว”

กุสุมาเม้มปาก พลางเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า

“หนูก็สงสาร แต่ลูกหนู หนูเลี้ยงได้” นัยน์ตาของหญิงฉายความเด็ดเดี่ยวแต่ก็ฉาบหยาดน้ำตาขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะกลับเป็นปกติ พอดีกับที่ร่างสูงของมนรัตน์กลับเข้ามา ทำให้สองแม่ลูกแปลกใจเพราะคิดว่าเขาคงกลับไปแล้ว









หนามรักสนิมใจโหลดอีบุ๊กได้แล้วนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #17 Artitaya308 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 16:42
    สงสารก้อย
    #17
    0
  2. #16 Ple411 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 13:41

    เมื่อไหร่จะรู้ความจริง

    #16
    0
  3. #13 25142551 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 11:07

    มนทำถูกต้องแล้ว ปล่อยให้คุณป้าเขาอยู่กับความเจ้ายศเจ้าอย่างของหล่อนต่อไปเถอะ

    #13
    0
  4. #12 kaew_1980 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 12:19
    คนแก่ที่คิดเอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ต้องเจอบทเรียนที่หนักๆหน่อย
    #12
    0